เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 มู่หนิงส่วงถูกไล่ออกจากสำนัก!

บทที่ 48 มู่หนิงส่วงถูกไล่ออกจากสำนัก!

บทที่ 48 มู่หนิงส่วงถูกไล่ออกจากสำนัก!


“เวลาของข้าใกล้หมดลงแล้ว หากเจ้ามีความต้องการอะไรในภายหน้า เจ้าสามารถเรียกข้าได้โดยตรง” จิ้งจอกวิญญาณม่วงกล่าว

หลังจากพูดจบ นางก็เคลื่อนไหวและหายวับไปจากที่ตรงนั้น

“นี่มัน...”

เย่ฮันเองก็นิ่งอึ้งพูดไม่ออก

เดิมทีเขาเพียงต้องการซื้อสัตว์อสูรระดับสามมาเพื่อปกป้องตัวเอง แต่เขากลับต้องมาเจอกับ...

และเพราะเหตุนี้ เขาจึงไปล่วงเกินตาแก่บ้าคนนั้นเข้า

“จิ้งจอกวิญญาณม่วงตัวนี้ คงไม่ใช่ลูกสาวของตาแก่บ้าคนนั้นหรอกนะ?” เย่ฮันคิดในใจ

ทว่าเขาก็รีบส่ายหัวทันที

ตาแก่บ้าคนนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นมนุษย์ มนุษย์จะมีลูกสาวเป็นเผ่าปีศาจได้อย่างไร?

ยิ่งไปกว่านั้น ช่องว่างระหว่างอายุยังห่างกันมากขนาดนี้?

“หรือว่าตาแก่บ้าคนนี้จะมีรสนิยมพิเศษ?”

เหมือนกับเขา?

ที่ชอบคู่บำเพ็ญของคนอื่น?

“แค่ก แค่ก!”

เย่ฮันไอแห้งๆ เขาเรียกว่าการช่วยเหลือผู้อื่น จะเรียกว่ารสนิยมพิเศษได้อย่างไร?

จากนั้นเขาก็กลับเข้าห้องไป

และเริ่มต้นการ "แลกเปลี่ยน" กับหลิงเสวี่ยอีกครั้ง

ค่าประสบการณ์การปรุงยาและพรสวรรค์ของเขาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง

.........

เวลาล่วงเลยไปราวกับติดปีก

เพียงพริบตาเดียว อีกสิบวันก็ผ่านพ้นไป

ตลอดสิบวันนี้ ชีวิตของเย่ฮันสงบสุขอย่างยิ่ง

วันนี้

ณ ภูเขาหลังเมืองชิงหยาง

เย่ฮันลืมตาขึ้น

ทันใดนั้น กลิ่นอายพลังอันน่าหวาดกลัวก็ปะทุออกมาจากร่างกายของเขา

วินาทีต่อมา

ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสพลันมืดสลัวลง และจากนั้น ดวงดาวดวงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

“ตู้ม!”

เมื่อเย่ฮันชี้นิ้วขวาออกไป

ดวงดาวนั้นก็ร่วงหล่นลงมา เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่บนยอดเขา

“ในที่สุดข้าก็บรรลุขั้นแรกเสียที” เย่ฮันกล่าวอย่างตื่นเต้น

หลังจากบำเพ็ญเพียรอย่างหนักมาสิบกว่าวัน พร้อมกับใช้ทรัพยากรต่างๆ สะสม ในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จในการบำเพ็ญเคล็ดวิชาดาราพฤกษาขั้นแรก

เขาต้องยอมรับเลยว่า

เคล็ดวิชาดาราพฤกษานี้ทรงพลังจริงๆ

เขาประเมินอย่างระมัดระวังว่า

ด้วยพลังในยามนี้ บวกกับเคล็ดวิชาดาราพฤกษาและวิธีการอื่นๆ

หากตบะต่ำกว่าขอบเขตสร้างรากฐานขั้นที่ห้า โดยไม่ต้องพึ่งพาจิ้งจอกวิญญาณม่วง เขาสามารถบดขยี้พวกมันได้อย่างง่ายดาย

ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นที่ห้า

นี่คือสิ่งที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการมาก่อน

“ได้เวลาออกไปข้างนอกแล้ว” เย่ฮันคิดในใจ

ในช่วงสิบกว่าวันที่ผ่านมาเขาไม่ได้ออกไปไหนเลยเพราะมัวแต่บำเพ็ญเคล็ดวิชาดาราพฤกษา ยามนี้ถึงเวลาต้องนำยาเม็ดที่เขากลั่นไว้ออกไปขายเสียที

เขาบอกลาหญิงสาวทั้งสองคน

แล้วออกจากเมืองชิงหยางไป

ไม่นาน เขาก็มาถึงสถานที่ที่เขาเคยนัดแลกเปลี่ยนกับศิษย์สำนักต้นกำเนิดสวรรค์

“นายท่าน ในที่สุดท่านก็มาเสียที” เด็กสาวกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นหรือ?” เย่ฮันถามด้วยความฉงน

เด็กสาวดูร้อนรนมาก

“ข้า...”

ใบหน้าของเด็กสาวซีดเผือดราวกับกระดาษ แล้วนางก็รีบกล่าวว่า “สำนักวิญญาณโลหิตออกคำสั่งห้ามร้านค้าทุกแห่งในต้าฉู่ขายยาเม็ดให้พวกเรา และในการต่อสู้ครั้งก่อน สำนักเสียหายยับเยิน ศิษย์พี่มู่หนิงส่วง...”

ขณะที่นางพูด น้ำตาก็ไหลพรากออกมาจากดวงตา

“มู่หนิงส่วง? เกิดอะไรขึ้นกับนาง?”

“ศิษย์พี่มู่หนิงส่วงถูกไล่ออกจากสำนักแล้ว และยามนี้ไม่รู้ว่านางอยู่ที่ใด!”

“อะไรนะ?”

ใบหน้าของเย่ฮันเต็มไปด้วยความตกตะลึง

มู่หนิงส่วงถูกไล่ออกจากสำนัก?

เป็นไปได้อย่างไร?

“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” เย่ฮันถาม

“ในการต่อสู้ครั้งก่อน สำนักต้นกำเนิดสวรรค์เสียหายอย่างหนัก และพวกเรายังไปทำร้ายโฮ่วหมิงแห่งสำนักวิถีสวรรค์เข้า เรื่องนี้ทำให้สำนักวิถีสวรรค์ไม่พอใจอย่างมาก เพื่อที่จะร่วมมือกับสำนักวิถีสวรรค์ ทางสำนักจึงตัดสินใจขับศิษย์พี่มู่หนิงส่วงออกจากสำนัก แต่ว่า หลายปีมานี้ หากไม่ได้ศิษย์พี่มู่หนิงส่วง สำนักจะมีวันนี้ได้อย่างไร...”

น้ำตายังคงไหลไม่ขาดสาย

ภาพที่เห็นนี้

ทำให้เย่ฮันอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความสะเทือนใจ

ใครๆ ก็ว่าสำนักใหญ่นั้นไร้หัวใจ แต่นี่มันเกินไปจริงๆ

หลายปีที่ผ่านมา มู่หนิงส่วงทุ่มเททั้งกายใจให้กับสำนักต้นกำเนิดสวรรค์ แต่สุดท้ายกลับต้องมาลงเอยเช่นนี้...

“นายท่าน ยามนี้สำนักวิญญาณโลหิตกำลังไล่ล่าศิษย์พี่มู่หนิงส่วงอย่างเต็มกำลัง และสำนักวิถีสวรรค์ก็กำลังตามหานางเช่นกัน นางยังบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย ท่านโปรดช่วยนางได้หรือไม่? ตราบใดที่ท่านช่วยศิษย์พี่มู่หนิงส่วงได้ ข้ายินดีจะเป็นทาสรับใช้เพื่อตอบแทนพระคุณท่าน” เด็กสาวทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเขาโดยตรง

“ข้า...”

เย่ฮันรีบพยุงนางขึ้นมา

“ไม่ต้องห่วง หากข้าเจอนาง ข้าจะช่วย”

แน่นอนว่าการช่วยเหลือนี้นต้องอยู่ภายใต้ความสามารถของเขา

อย่างไรเสีย ก็น่าสงสารก็น่าสงสารอยู่หรอก

แต่เขาคงไม่สามารถเอาความปลอดภัยของตัวเองไปเสี่ยงเพื่อมู่หนิงส่วงได้ เพราะเขายังมีหลี่เม่ยเหนียงและหลิงเสวี่ยอยู่ข้างหลัง

“ขอบพระคุณนายท่านมาก!”

“ไม่เป็นไร”

เย่ฮันโบกมือ แล้วมอบยาเม็ดให้นาง

หลังจากนั้น เด็กสาวก็จ่ายหินวิญญาณแล้วจากไป

“เฮ้อ!”

เย่ฮันถอนหายใจอย่างจนใจ แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังเมืองว่านเซี่ยง

เมื่อถึงเมืองว่านเซี่ยง

เขาก็ตรงไปที่หอชมจันทร์ทันที

“ผู้อาวุโสอู๋ ท่านกลับมาแล้วรึ?” เมื่อเห็นผู้อาวุโสอู๋ เย่ฮันก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

“ใช่แล้ว ข้ากลับไปจัดการธุระบางอย่างมา เมื่อคลี่คลายแล้วย่อมกลับมา” ผู้อาวุโสอู๋กล่าวพร้อมรอยยิ้ม แต่ในใจกลับรู้สึกผิดเล็กน้อย

ความจริงแล้ว เขาไม่ได้กลับไปไหนเลย

เหตุผลที่เขาพูดเช่นนั้นก็เพื่อให้คุณหนูได้ประเมินตัวเย่ฮัน

“อ้อ”

เย่ฮันพยักหน้าและไม่ได้ถามอะไรต่อ

จากนั้นเขาส่งมอบยาเม็ดให้

“เยอะขนาดนี้เชียวหรือ?” เมื่อเห็นกองยาเม็ดเหล่านี้ ใบหน้าของผู้อาวุโสอู๋ก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“พอดีช่วงนี้ทักษะการปรุงยาของท่านอาจารย์รุดหน้าไปมาก อัตราความสำเร็จจึงเพิ่มขึ้นเยอะเลย”

“โอ้ เป็นเช่นนั้นเองรึ?”

ผู้อาวุโสอู๋ยิ้มบางๆ และไม่ได้พูดอะไรมาก เขาเริ่มตรวจนับยาเม็ดทันที

ไม่นานนัก การนับก็เสร็จสิ้น

“ทั้งหมดสามร้อยเม็ด ตามราคาแล้วเป็นเงินทั้งหมดหนึ่งแสนห้าหมื่นหินวิญญาณ มีปัญหาอะไรหรือไม่?” ผู้อาวุโสอู๋กล่าว

“ย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน”

เย่ฮันพยักหน้า

ยาเม็ดที่ส่งให้หอชมจันทร์ล้วนเป็นยาระดับสองในราคาเดียว ราคาจึงเทียบไม่ได้กับยาเม็ดสร้างรากฐาน

“ตกลง ข้าจะไปนำหินวิญญาณมาให้เจ้าเดี๋ยวนี้”

“ตกลง!”

ไม่นาน ผู้อาวุโสอู๋ก็กลับมาพร้อมกับหินวิญญาณ

“อ้อ จริงสิ มีเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องบอกเจ้า” ผู้อาวุโสอู๋กล่าวขึ้นในตอนนี้

“หืม?”

“ความวุ่นวายในต้าฉู่จะถูกระงับในเร็วๆ นี้”

“ถูกระงับ?”

เย่ฮันประหลาดใจมาก

ในบรรดาสามสำนักใหญ่ของต้าฉู่ สำนักวิญญาณโลหิตครองความเป็นใหญ่ แม้อีกสองสำนักจะพ่ายแพ้ไป แต่พวกเขาก็ไม่เคยยอมแพ้ มันจะถูกระงับในเวลาอันสั้นได้อย่างไร?

“มันเป็นคำสั่งจากเบื้องบน เนื่องจากการแข่งขันปรุงยาที่กำลังจะมาถึง จึงไม่อาจมีความวุ่นวายเกิดขึ้นระหว่างอาณาจักรได้ หลังจากนี้ สำนักวิญญาณโลหิตจะกลายเป็นขุมกำลังเดียวที่ปกครองต้าฉู่”

“แล้วสำนักต้นกำเนิดสวรรค์กับสำนักไร้ขอบเขตล่ะ?”

“ผู้ชนะเป็นราชา ผู้แพ้เป็นโจร พวกเขาจะถูกยุบ หากเต็มใจก็สามารถเข้าร่วมกับสำนักวิญญาณโลหิตได้ หากไม่ ก็ต้องกลายเป็นผู้บำเพ็ญพเนจรหรือออกจากต้าฉู่ไป”

“อะไรนะ?”

สีหน้าของเย่ฮันเคร่งขรึมลง

นี่มันช่างเผด็จการเกินไปแล้ว

“เฮ้อ เย่ฮัน เจ้าต้องจำไว้ว่าโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนั้นเป็นเรื่องของปลาใหญ่กินปลาเล็กเสมอ ต้าฉู่เป็นเพียงอาณาจักรเล็กๆ ในทวีปเทียนหลันทั้งหมด หรือแม้แต่ทั่วทั้งดินแดนเทียนป้าก็นับว่าไม่มีค่าอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นสำนักวิญญาณโลหิต สำนักไร้ขอบเขต หรือสำนักต้นกำเนิดสวรรค์ ต่อหน้าคนเหล่านั้น พวกเขาทำได้เพียงแค่เชื่อฟังเท่านั้น” ผู้อาวุโสอู๋ถอนหายใจ

“ปลาใหญ่กินปลาเล็กงั้นรึ!”

เย่ฮันพยักหน้า

เขาแค่รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมอยู่บ้าง

“ในเมื่อต้าฉู่กำลังจะสงบลง ความต้องการยาเม็ดก็จะลดลงอย่างมาก ดังนั้นข้อตกลงของพวกเราก็น่าจะ... แต่เจ้าไม่ต้องกังวลไป หากเจ้ามียาเม็ดในภายหน้า เจ้ายังคงมาหาเราได้ และเราจะยังรับซื้อในราคาเดิม”

“เช่นนั้นก็ขอบคุณผู้อาวุโสอู๋มาก”

“เรื่องเล็กน้อยน่า อ้อ จริงสิ เกี่ยวกับการแข่งขันปรุงยา เจ้า...”

จบบทที่ บทที่ 48 มู่หนิงส่วงถูกไล่ออกจากสำนัก!

คัดลอกลิงก์แล้ว