เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 กลับมาแล้ว

ตอนที่ 7 กลับมาแล้ว

ตอนที่ 7 กลับมาแล้ว


"เฮ้อ—"

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งและเห็นระเบียงบ้านที่คุ้นเคย กู้เจาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก พลางเหลือบมองไปยังตึกฝั่งตรงข้ามโดยสัญชาตญาณ แต่ก็ไม่เห็นพี่สาวคนสวยที่เปิดหน้าต่างเล่นโยคะคนนั้น

ปฏิกิริยาที่สองของเขาคือการเพ่งจิตไป "ดู" ป้ายห้าอัสนีในห้วงความคิด

ปรากฏว่าไม่เพียงแค่ป้ายห้าอัสนี สายฟ้าที่ล้อมรอบ และเมล็ดพันธุ์สายฟ้าที่บินวนเวียนอยู่เท่านั้นที่ยังคงอยู่ แม้แต่ปราณกำเนิดที่เขาปลุกกระตุ้นขึ้นมา และพลังเวทย์ในกายก็ติดตามกลับมาด้วย

เขาลองทำมือเป็นตราประทับอัสนีบาต (เหลยเจว๋) ด้วยมือซ้าย พลังปราณอันบริสุทธิ์ก็แผ่พุ่งออกมา

"สะใจ!"

ดวงตาของกู้เจาเป็นประกายวาววับ รู้สึกเหมือนโลกตรงหน้าสว่างไสวขึ้นอีกสามส่วน ในหัวจินตนาการถึงฉากโชว์เทพต่อหน้าผู้คนไปแล้วอย่างน้อยสามสิบหกแบบ

บำเพ็ญเพียรขัดเกลาจิตใจเหรอ? ต้องโชว์พาวสิถึงจะทำให้จิตใจข้าเบิกบาน!

เขาหันไปมองนาฬิกาแขวนผนัง บอกเวลาหกโมงเย็นกว่าๆ เวลาผ่านไปพอๆ กับที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในต่างโลก ซึ่งทางฝั่งโน้นก็น่าจะใกล้เวลาอาหารเย็นแล้วเหมือนกัน

"ไม่ใช่การข้ามมิติแบบหยุดเวลา แต่เป็นกฎของเวลาที่เดินขนานกัน ถ้าอย่างนั้นต้องบริหารเวลาให้ดี ไม่งั้นความแตกแน่"

กู้เจามองนาฬิกาพลางครุ่นคิด

"โดยเฉพาะทางฝั่งนี้ที่มีคนมาหาได้ทุกเมื่อ"

แม้ว่าโลกต่างมิตินั้นจะดูอันตรายอยู่บ้าง แต่โชคดีที่เขามี 'สูตรโกง' ติดตัวมาด้วย

ตอนนี้เขากลายเป็นนักพรตที่มีพลังเวทย์ สามารถบำเพ็ญเพียรได้ ไม่เพียงมีป้ายห้าอัสนีเป็นตัวช่วย เขายังมีอารยธรรมอุตสาหกรรมเป็นแต้มต่อ ขอแค่คุ้นเคยกับสถานการณ์ทางฝั่งนั้น รับรองว่าต้องรุ่งโรจน์เหมือนปลาได้น้ำ เหมือนเสือติดปีก เหมือนกาว...

กู้เจาหยุดความคิดฟุ้งซ่าน ลองทดสอบการบำเพ็ญเพียรดู แล้วก็ต้องยอมรับว่าสองโลกนี้มีความแตกต่างกันจริงๆ

ตอนอยู่โลกโน้น แค่เขาโคจรพลังปราณ ก็จะดูดซับสสารบางอย่างจากธรรมชาติรอบตัวเข้ามาเติมเต็มพลังเวทย์ได้อย่างต่อเนื่อง คล้ายกับดูดซับปราณฟ้าดิน

แต่ในโลกนี้ ต่อให้เขาพยายามเดินลมปราณแทบตาย พลังงานที่ดูดซับได้จากภายนอก... จะบอกว่าไม่มีเลยก็ไม่ใช่ แต่มันให้ความรู้สึกเหมือนน้ำหยดติ๋งๆ จากท่อน้ำรั่วแค่นั้น

ไม่ถึงกับศูนย์ แต่ก็มีค่าเท่ากับศูนย์นั่นแหละ

กู้เจาส่ายหน้า

"มิน่าล่ะ โลกนี้ถึงฝึกวิชาไม่ได้"

นั่นหมายความว่า ถ้าเขาใช้คาถาอาคมในโลกยุคปัจจุบัน จะยากมากที่จะฟื้นฟูพลังเวทย์ด้วยการดูดซับพลังธรรมชาติ ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานมาก หรือไม่ก็ต้องกินอาหารแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานแทน

แต่ไม่เป็นไร เขาสามารถวาร์ปไปเติมมานาที่ต่างโลกได้ตลอดเวลา

จากนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นรองเท้าบูทหนังที่สวมอยู่ รวมถึงเงินก้อน เหรียญทองแดง และรูปสลักไม้ในกระเป๋า ทุกอย่างติดตัวกลับมาครบถ้วน

กู้เจาเดินกลับไปที่ห้องรับแขก เอาเหรียญทองแดงกับเงินก้อนเก็บใส่ลิ้นชัก แล้ววางรูปสลักไม้ไว้บนชั้นวางของตรงทางเข้าบ้านอย่างไม่ใส่ใจนัก

โลกยุคปัจจุบันไม่มีจอมขมังเวทย์ รูปสลักไม้นี้วางไว้ตรงนี้ก็เป็นแค่ของแต่งบ้านงานฝีมือดีชิ้นหนึ่งเท่านั้น กู้เจาไม่ได้สนใจอะไร

แล้วกู้เจาเริ่มการทดลองของเขา

"ข้ามมิติ!"

"ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บๆๆ!"

หลังจากลองข้ามไปข้ามมาหลายรอบ จนโต๊ะกับโซฟาในห้องรับแขกเลอะเทอะไปด้วยดินและเศษหญ้า กู้เจาก็พอจะจับทางได้คร่าวๆ แล้วว่า นอกจากตัวเขาและของที่ติดตัวแล้ว ป้ายห้าอัสนียังสามารถพา "สิ่งที่อยู่ภายใต้การครอบคลุมของจิตสัมผัส" ของเขาข้ามไปด้วยได้

นั่นหมายความว่า ยิ่งกู้เจาบำเพ็ญเพียรจนห้วงจิตกว้างขวางขึ้น จิตสัมผัสแข็งแกร่งขึ้น เขาก็จะยิ่งขนของข้ามไปได้มากขึ้น

ดวงตาของกู้เจาเป็นประกาย

"จุ๊ๆ... พลังอำนาจรวมอยู่ที่ตัวข้า ถึงตอนนั้นแค่ข้าคิด ก็พาเมืองหยางเฉิงทั้งเมืองไปโผล่ต่างโลกได้เลย เอาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมไปครองโลก ปราบสิ่งชั่วร้าย..."

"พอๆ เลิกเพ้อ เดี๋ยวจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ พรุ่งนี้ยังมีธุระต้องทำ"

"กินข้าว! นอน!"

...

เช้าวันรุ่งขึ้น

สิ่งแรกที่กู้เจาทำหลังตื่นนอน คือการสัมผัสป้ายห้าอัสนีในหัว เพื่อยืนยันว่าเรื่องเมื่อวานไม่ใช่ความฝัน

ตะโกนคำว่า "สะใจ" อีกหนึ่งที แล้วก็ลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน แต่งตัวออกจากบ้าน

"วันนี้มีเรื่องต้องทำเพียบเลย"

กู้เจาหยิบมือถือ เปิดแอปบันทึกข้อความที่เขาจดรายการสิ่งที่ต้องทำไว้เมื่อวาน โดยเรียงลำดับตามความสำคัญและความเร่งด่วน

【ซื้อเสื้อผ้าแนวย้อนยุคสักสองสามชุด เวลาข้ามไปจะได้ไม่ดูแปลกแยกเกินไป】

【ซื้อพู่กัน, แท่นฝนหมึก, ชาด, กระดาษเหลือง】

【ไปทดสอบที่ต่างโลกว่าคาถาและยันต์ในคัมภีร์เต๋าที่เรียนมา อันไหนใช้ได้บ้าง】

【ไปสำรวจโลกกว้างที่อำเภอซิ่วเยว่ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด】

【หาวิธีที่จะสื่อสารกับผีสาวได้ตามปกติ โดยไม่โดนดูดพลังปราณ】

ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับต่างโลก ส่วนเรื่องในโลกปัจจุบัน... จริงๆ แล้วคำแนะนำของจางหางก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลซะทีเดียว

เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ จะเกาะพ่อแม่กินสักหน่อยก็เป็นเรื่องเข้าใจได้น่า

กู้เจา: ()

กู้เจาโทรศัพท์ไปทักทายคุณแม่ที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร พร้อมกับกัดซาลาเปาไส้หมูแดง นั่งรถไฟใต้ดินมุ่งหน้าสู่วัดศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองของหยางเฉิงในสมัยโบราณนั้นใหญ่โตมาก ว่ากันว่าต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นศาลเจ้าพ่อหลักเมืองระดับนครหลวง แต่ปัจจุบันกลับเหลือพื้นที่เพียงน้อยนิด อย่างน้อยก็เทียบไม่ได้กับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองระดับนครหลวงของเมืองอื่นๆ

แต่อย่างไรก็ตาม ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองก็ยังคงเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองที่สืบทอดมากว่าพันปี ดังนั้นในรัศมีครึ่งถนนรอบศาลเจ้า ร้านค้าส่วนใหญ่จึงประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิม

เช่น ร้านเครื่องเขียน, ร้านขายภาพวาดพู่กันจีน, ร้านของเก่า, ร้านหยก

กู้เจามาที่นี่ด้วยความตั้งใจว่าจะหาซื้อทั้งชุดพู่กันหมึกและเสื้อผ้าโบราณให้ครบจบในที่เดียว

...

"อะไรนะ? กระดาษเหลือง?"

เจ้าของร้าน 'กู่อี้เซวียน' มองกู้เจาที่ทำหน้าจริงจังด้วยความงุนงง

"ที่นี่มีแต่กระดาษเซวียนจื่อแบบดิบ แบบสุก แบบบาง แบบหนา แบบขาว แบบเหลืองนวล คุณจะเอากระดาษเหลือง มาผิดที่หรือเปล่าพ่อหนุ่ม?"

"แล้วผมควรไปซื้อที่ไหนครับ?" กู้เจาถาม

"ถนนร้านขายโลงศพโน่น" เจ้าของร้านแค่นเสียง

"กระดาษเหลืองที่ผมจะเอา ไม่ใช่กระดาษเงินกระดาษทองสำหรับเผาครับ" กู้เจาพูดไม่ออก

"แล้วเอาไปทำอะไร?" เจ้าของร้านถาม

"เขียนยันต์" กู้เจาตอบ

คราวนี้เจ้าของร้านถึงกับพูดไม่ออก

"งั้นคุณก็ไม่ควรมาที่ร้านเครื่องเขียน คุณควรไปที่วัดเต๋า"

"ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองไม่ใช่วัดเต๋าเหรอครับ?" กู้เจาถามกลับ

"ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองถูกรื้อไปเป็นร้อยปีแล้ว ตอนนี้เหลือแค่อารามหลักหลังเดียว จะนับเป็นวัดเต๋าได้ไง"

เจ้าของร้านชี้ไปทางทิศเหนือที ทิศตะวันตกที

"จะซื้อกระดาษเหลืองเขียนยันต์ ทำไมไม่ไปที่ตำหนักหยวนฝ่า หรือศาลเจ้าพ่อหวัง?"

"ที่นั่นมีชาดกับกระดาษเหลืองขายเหรอครับ?" กู้เจาตาเป็นประกาย

"ที่นั่นอย่างน้อยก็มีอุปกรณ์ประกอบพิธีกงเต็กขาย" เจ้าของร้านตอบ

กู้เจา "..."

เจ้าของร้าน "..."

"ทำไมเฮียไม่แนะนำวัดลิ่วหรง หรือวัดกวางเสี้ยวล่ะครับ?" กู้เจาถามต่อ

"ที่นั่นไม่ขายอุปกรณ์กงเต็ก" เจ้าของร้านตอบ

กู้เจาเถียงไม่ออก วัดเต๋าที่สอนให้คนมุ่งเน้นชีวิตปัจจุบันดันขายของส่งวิญญาณ ส่วนวัดพุทธที่สอนเรื่องภพหน้ากลับขายแต่เรื่องทางโลก โลกนี้มันชักจะสับสนปนเปไปกันใหญ่แล้ว

กู้เจา: ╮(╯▽╰)╭

ช่วยไม่ได้ กู้เจาเลยซื้อพู่กันขนสุนัขจิ้งจอกมาหนึ่งชุด แท่นฝนหมึกจากฮุยโจวอีกหนึ่งอัน ไหนๆ ก็จะสืบสานวัฒนธรรมโบราณแล้ว เลยเหมากระดาษเซวียนจื่อชนิดต่างๆ กับหมึกแท่งเขม่าสนและเขม่าน้ำมันมาด้วย

จากนั้นพอออกจากร้าน เขาก็เรียกไรเดอร์ให้เอาของไปส่งที่หน้าบ้าน แล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้าร้านถัดไป ซื้อเสื้อผ้าต่อ!

จบบทที่ ตอนที่ 7 กลับมาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว