เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 ตำหนักหยวนฝ่า

ตอนที่ 8 ตำหนักหยวนฝ่า

ตอนที่ 8 ตำหนักหยวนฝ่า


ตำหนักหยวนฝ่า

กู้เจารับธูปฟรีสามดอก เดินขึ้นบันได พอผ่านประตูเขาก็พบกับวิหารเทพหวังหลิงกวน (หวังหลิงกวน - เทพผู้พิทักษ์ประตูสวรรค์)

เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง แท่นบูชาของเทพหวังหลิงกวนแขวนสูงอยู่กลางอากาศ องค์เทวรูปภายในเป็นสีทองอร่ามทั้งองค์

เทพหวังหลิงกวนทำมือซ้ายเป็นมุทราหลิงกวนไว้ที่หน้าท้อง มือขวาชูแส้ทองขึ้นเหนือศีรษะ ดวงตาทั้งสามเบิกโพลง ท่าทางเหมือนกำลังจะฟาดฟัน ดูน่าเกรงขามทรงพลังอย่างยิ่ง

กู้เจาถือธูปด้วยมือซ้าย มือขวาประคอง โค้งคำนับสามครั้งเพื่อแสดงความเคารพจากใจ

นี่คือเทพพิทักษ์ผู้มีชื่อเสียงที่สุดของลัทธิเต๋า ตาเพลิงผมแดง ปากนกแก้วฟันเงิน พลังต่อสู้เต็มพิกัด โด่งดังมากในสมัยราชวงศ์หมิง ขนาดอู๋เฉิงเอิน (ผู้แต่งไซอิ๋ว) ยังไม่กล้าเขียนให้เห้งเจียเอาชนะท่านได้

มีคำกล่าวว่า: จะขึ้นเขาหรือไม่ขึ้นเขา ต้องไหว้หวังหลิงกวนก่อน

เพียงแต่...

กู้เจามองดูผ้าแพรสีแดงทองด้านซ้ายขวาขององค์เทพ ที่เขียนว่า 【เทียนจุนผู้ตอบสนองเสียงอัสนีพิทักษ์ประตูธรรม】 แล้วมองดูป้ายไม้คู่ด้านข้างที่เขียนว่า 【เทพเจ้าหนึ่งปราณ ผู้ตรวจการใหญ่แห่งสวรรค์】 และ 【แม่ทัพเอกแต่กำเนิด ขุนพลผู้ไร้ความลำเอียงแห่งสามโลก】

เอาฉายาของหวังหลิงกวนจากนิยายแฟนตาซีเรื่อง "ไซอิ๋ว" มาผสมกับบทสวดสรรเสริญในคัมภีร์เต๋าฉบับดั้งเดิม "คัมภีร์หวังหลิงกวนล้อไฟ" แล้วรู้สึกมันทะแม่งๆ ชอบกล

เอาเถอะ หนังสือมันก็เก่าแก่หลายร้อยปีทั้งคู่ "ไซอิ๋ว" ในฐานะหนึ่งในสี่สุดยอดวรรณกรรม มีอิทธิพลต่อชาวบ้านมากกว่าคัมภีร์เต๋าเยอะ การที่ลัทธิเต๋าจะปรับเปลี่ยนเอามาใช้บ้างก็ถือเป็นเรื่องปกติ

ดูอย่างเทพพิทักษ์ซ้ายขวาของหวังหลิงกวนสิ ยังเป็น 'สองขุนพล เฮง-ฮา' จากเรื่อง "ห้องสิน" เลย

กู้เจา: (3」∠)

หวังหลิงกวนยังไงก็ต้องไหว้ ส่วนสองขุนพล เฮง-ฮา ก็ช่างมันเถอะ ต่อให้เจิ้งหลุนกับเฉินฉี (ชื่อจริงของเฮง-ฮา) หลุดออกมาจากหนังสือ กู้เจาคงต้องขอลองของด้วยอัสนีฝ่ามือดูก่อน

หลังจากไหว้หวังหลิงกวนเสร็จ กู้เจาเดินอ้อมแท่นบูชาเข้าสู่ลานภายในของตำหนักหยวนฝ่า

ตำหนักหยวนฝ่ามีขนาดไม่ใหญ่ มีแค่ลานเดียว พอออกจากวิหารหวังหลิงกวน ข้างหน้าก็เป็นลานกว้าง ตรงกลางมีกระถางธูป ด้านหลังกระถางธูปคือวิหารหลัก 'หยวนฝ่าเป่าเตี้ยน' ซึ่งประดิษฐานจักรพรรดิเหยา ซุ่น และอวี่ ไม่ใช่ปรมาจารย์ซานชิง

กู้เจาจุดธูปยืนหน้ากระถางธูป ในฐานะศิษย์ลัทธิเต๋าครึ่งใบ ปู่ไม่ได้สอนพิธีกรรมละเอียดนัก สงสัยปู่เองก็คงไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน และกู้เจาเองก็คงไม่ได้ใช้

ดังนั้นกู้เจาจึงทำตามมารยาทพื้นฐาน ถือธูปโค้งคำนับ ไหว้สามจักรพรรดิเสร็จ ก็ไหว้เทพเจ้าสี่ทิศ แล้วปักธูป

ถือว่าเสร็จพิธีการที่สำคัญที่สุด

ทีนี้ก็ไปหาที่ขายชาดกับกระดาษเหลืองได้แล้ว!

กู้เจาหันหลังเดินไปที่ 'ศูนย์จำหน่ายวัตถุมงคล' ด้านข้าง แม้พื้นที่จะไม่ใหญ่ แต่ของที่ขายมีเพียบ

ยันต์คุ้มครอง, ยันต์เรียกทรัพย์, ยันต์ผูกดวงคู่รัก, ยันต์แก้ชง, ยันต์สุขภาพ, ยันต์การเรียน, ยันต์กันผี...

ยันต์ที่ปั๊มจากโรงงานราคาถูก ส่วนยันต์เขียนมือบนกระดาษเหลืองราคาแพง กู้เจาลองสัมผัสดู ทั้งหมดไม่มีคลื่นพลังงานใดๆ

กู้เจามองดูอาสาสมัครที่กำลังแนะนำสรรพคุณของยันต์ และนักท่องเที่ยวที่กำลังเลือกซื้อกันอย่างสนุกสนาน เขาเดินเข้าไปถาม

"ขอโทษนะครับ..."

"อยากได้ยันต์การเรียน ยันต์ความรัก หรือยันต์เรียกทรัพย์จ๊ะ?"

เจ้าหน้าที่ดูอายุกู้เจาแล้วก็รับลูกทันที

"จริงสิ เธอเกิดปีอะไร ต้องเช่ารูปปั้นแก้ชงกลับไปบูชาด้วยไหม?"

"ไม่ใช่ครับ" กู้เจามองดูยันต์ในตู้กระจก

"ผมอยากเขียนยันต์เอง อยากจะซื้อชาดกับกระดาษเหลืองหน่อยครับ"

เจ้าหน้าที่: ???

นักท่องเที่ยวรอบๆ: ???

"เฮ้ยน้อง นี่มาหาเรื่องป่ะเนี่ย?"

เจ้าหน้าที่ยังไม่ทันตั้งตัว ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ขมวดคิ้วถามขึ้น

"ที่นี่เขาขายยันต์ที่ท่านนักพรตเขียนและปลุกเสกแล้ว อยากได้ชาดกับกระดาษเหลือง ทำไมไม่ไปสั่งซื้อในเน็ต?"

หญิงสาวข้างกายชายหนุ่มดึงแขนเขาเบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้ยุ่งเรื่องชาวบ้าน

กู้เจาปรายตามองชายหนุ่มแวบหนึ่ง ไม่คิดจะทะเลาะด้วย จึงหันไปอธิบายกับเจ้าหน้าที่

"ผมสั่งออนไลน์ไปแล้วครับ แต่กว่าของจะมาถึงก็อีกหลายวัน พอดีผมรีบใช้เลยลองมาถามดู"

หญิงสาวอีกคนหนึ่งชะโงกหน้าเข้ามาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"เธอเขียนยันต์เป็นด้วยเหรอ เป็นนักพรตเหรอจ๊ะ?"

กู้เจาหันไปมอง แวบแรกเขาสะดุดตากับความ 'บะลั่กกั่ก' ของพี่สาวคนนี้ จนเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อให้เห็นภาพรวมชัดเจนขึ้น

"แค่เคยเรียนมาบ้างครับ ในทางพิธีกรรมยังไม่ถือว่าบวชเป็นนักพรตเต็มตัว"

"ขอโทษด้วยนะคะ ทางเราไม่มีชาดกับกระดาษเหลืองจำหน่ายค่ะ"

เจ้าหน้าที่ได้จังหวะแทรก ปฏิเสธอย่างสุภาพ

กู้เจาขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ทำได้แค่พยักหน้าอย่างจนใจ เขาไม่ใช่คนตื๊อไม่เลิก ในเมื่อเขาไม่ขาย ก็ไม่จำเป็นต้องเซ้าซี้ อย่างที่บอกไป เขาแค่ตื่นเต้นที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองบำเพ็ญเพียรได้ ก็เลยอยากทดลองวิชาเดี๋ยวนี้ แต่ตอนนี้ใกล้เที่ยงแล้ว ใจเขาก็สงบลงเยอะ

บำเพ็ญเพียรมาสิบกว่าปี ไม่ได้เสียเปล่านะ!

กู้เจา: <(。-`ω-)>

ทันใดนั้น นักพรตหนุ่มวัยสามสิบกว่าๆ เดินผ่านมา เห็นคนมุงกันเยอะแต่ดูไม่ได้ซื้อของ จึงเดินเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น และได้ยินประโยคสุดท้ายพอดี

"เกิดอะไรขึ้นหรือ?" นักพรตหนุ่มถาม

"ศิษย์พี่ฮุ่ยปิน ลูกค้าท่านนี้อยากซื้อชาดกับกระดาษเหลือง แต่เราไม่มีขายค่ะ" เจ้าหน้าที่รีบอธิบาย

ฮุ่ยปินหันมามองกู้เจา เห็นกู้เจาทำมือเป็นมุทรา 'จื่ออู่' ประสานมือคารวะเขา พร้อมพูดด้วยสำนวนโบราณ

"คารวะศิษย์พี่"

นี่เป็นธรรมเนียมการทักทายระหว่างผู้บำเพ็ญเพียรระดับเดียวกัน และท่าทางของเขาก็เป๊ะปังเป็นธรรมชาติ ดูออกว่าไม่ใช่เพิ่งมาหัดทำเดี๋ยวนี้

"สวัสดีศิษย์น้อง" ฮุ่ยปินรีบประสานมือตอบ

แม้จะไม่รู้ลำดับศักดิ์ที่แน่นอน แต่คนละสำนักกัน เรียกศิษย์พี่ศิษย์น้องตามอายุก็พอไหว

"ศิษย์น้องอยากได้ชาดกับกระดาษเหลืองรึ?"

กู้เจาพยักหน้า

"พอดีเจอเรื่องฉุกเฉินนิดหน่อย ต้องเขียนยันต์สักสองสามแผ่น เลยมาดูที่ตำหนักหยวนฝ่าเผื่อจะแบ่งซื้อได้บ้าง"

ฮุ่ยปินคิดในใจว่ายุคนี้แล้ว การไหว้พระขอพรก็เพื่อความสบายใจ นายเองก็คนในวงการ ยังจะมีเรื่องต้องใช้ยันต์จริงๆ อีกเหรอ?

เขาเหลือบมองตู้สินค้า แล้วหันมาทางกู้เจา

"ไม่ทราบว่าศิษย์น้องเจอเรื่องอะไร? ที่นี่มียันต์ที่ศิษย์อาเขียนไว้หลายท่าน ถ้าศิษย์น้องจำเป็น ข้าจะมอบให้สักสองสามแผ่นก็ได้"

ในฐานะศิษย์สำนักเต๋าเหมือนกัน ฮุ่ยปินมีสิทธิ์แจกยันต์ฟรีได้อยู่แล้ว

กู้เจาส่ายหน้า ไม่ได้บอกว่าเจออะไร แต่พูดว่า

"ขอบคุณศิษย์พี่ แต่ยันต์ที่ผมต้องการไม่ใช่ยันต์พวกนี้"

ฮุ่ยปินถามต่อด้วยความสงสัย

"แล้วเป็นยันต์อะไร?"

กู้เจาไม่คิดว่าฮุ่ยปินจะถามละเอียด แต่ก็ไม่มีอะไรต้องปิดบัง จึงตอบไปตามตรง

"ยันต์ห้าอัสนี"

ฮุ่ยปินชะงัก ตำหนักหยวนฝ่าเป็นสายสำนักฉวนเจิน สาขาหลงเหมิน ไม่มีสอนยันต์ห้าอัสนีจริงๆ นั่นแหละ

ส่วนพวกไทยมุงกลับตื่นเต้นกันใหญ่ เทียบกับยันต์ความรักยันต์สุขภาพแล้ว แค่ชื่อ 'ยันต์ห้าอัสนี' ก็ฟังดูเท่กว่ากันเยอะ

พี่สาวทรงโตคนเมื่อกี้ถามด้วยความอยากรู้

"ยันต์ห้าอัสนีเอาไว้ทำอะไรเหรอจ๊ะ ปราบปีศาจเหรอ?"

กู้เจายิ้มรับ "ใช่ครับ"

คนมุง "ว้าว—"

เห็นแววตาเป็นประกายของทุกคน ฮุ่ยปินมองสำรวจกู้เจาอีกที ร้องอ๋อในใจ เข้าใจแจ่มแจ้ง

ที่แท้ก็วัยรุ่นจอมเก๊ก แกล้งทำตัวแก่แดด แต่ข้างในยังเบียวอยู่นี่เอง

จบบทที่ ตอนที่ 8 ตำหนักหยวนฝ่า

คัดลอกลิงก์แล้ว