เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 รูปสลักไม้

ตอนที่ 5 รูปสลักไม้

ตอนที่ 5 รูปสลักไม้


หมู่บ้านอันเงียบสงัด ซากศพเกลื่อนกลาด กู้เจายืนนิ่งค้างพร้อมรอยยิ้มประหลาด...

สายลมพัดผ่าน อีกาส่งเสียงร้องระทม ชายเสื้อสีเขียวบนพื้นถูกลมพัดเผยอ เถ้าถ่านสีดำปลิวว่อนดุจปุยนุ่น ท่ามกลางอาวุธและศพโจรที่นอนตายเกลื่อนกลาด...

กู้เจาเงยหน้ามองไปรอบๆ สายตาที่แอบมองผ่านร่องประตูหน้าต่างพลันหายวับ มีเสียงร้องไห้ของเด็กดังแว่วมา แต่ก็ถูกปิดปากเงียบกริบทันที เหลือเพียงเสียงอู้อี้ที่จับทิศทางไม่ได้

กู้เจา "..."

กู้เจาพูดไม่ออก นี่นับเป็นเวอร์ชันเรียลลิตี้ของคำว่า 'หยุดเสียงร้องไห้ของเด็ก' ได้ไหมนะ?

"แอ๊ด—"

เสียงที่ทำลายความเงียบงัน มาจากชายชราผู้ที่ดูอาวุโสที่สุดคนนั้น

ชายชราเดินกระย่องกระแย่งโดยมีเด็กสาวช่วยพยุงออกมา แววตาที่มองกู้เจาเต็มไปด้วยความระมัดระวังและเกรงกลัว

"ผู้เฒ่าคารวะท่านจอมขมังเวทย์ ขอบพระคุณท่านที่กำจัดภูตผี ช่วยชีวิตพวกเราไว้!"

ต่างจากความระแวดระวังของชายชรา สายตาของเด็กสาวข้างกายที่มองกู้เจานั้นเต็มไปด้วยความเลื่อมใสและตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด ดวงตาคู่สวยเป็นประกายระยับ

กู้เจามองกองเถ้าถ่านสีดำ แล้วเงยหน้ามองดวงอาทิตย์

โลกนี้มีผีจริงๆ แถมยังโผล่มากลางวันแสกๆ ได้ด้วย?

กู้เจากลอกตาไปมา เรียบเรียงคำพูด

"ข้าเพียงบังเอิญผ่านมา แต่ในเมื่อพบภูตผีทำชั่ว การกำจัดมันก็เป็นเพียงเรื่องที่พึงกระทำ ท่านผู้เฒ่าไม่ต้องเกรงใจ"

ชายชราเหลือบมองเท้าเปล่าของเขาแวบหนึ่ง แล้วทำเป็นมองไม่เห็น พยักหน้าหงึกหงัก โค้งตัวเชื้อเชิญ

"ท่านจอมขมังเวทย์ปราบผีมาเหนื่อยๆ หากไม่รังเกียจ เชิญเข้าไปพักในบ้าน ให้ผู้เฒ่าได้ตอบแทนด้วยน้ำชาเถิด"

กู้เจาเองก็กำลังอยากสืบข่าวคราวเกี่ยวกับโลกนี้อยู่พอดี ชายชราตรงหน้าดูท่าจะรู้อะไรเยอะ แถมเขายังเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิต คงเป็นแหล่งข้อมูลที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

ดังนั้นกู้เจาจึงรับคำเชิญเข้าไปพักผ่อนในบ้าน และพูดคุยกับชายชรา

ชายชราแซ่เหอ เป็นผู้อาวุโสที่มีบารมีสูงสุดในหมู่บ้าน

เด็กสาวข้างกายชื่อ เหอซิ่วเหนียง เป็นหลานสาวของท่านผู้เฒ่าเหอ พ่อแม่เสียชีวิตไปหมดแล้ว จึงอาศัยอยู่กับปู่มาตลอด

เมื่อเห็นกู้เจาคุยกับท่านผู้เฒ่าเหออย่างถูกคอ ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยกันออกมา คนใจกล้าหน่อยก็เข้ามาทักทายกู้เจาแล้วไปจัดการศพโจร ส่วนคนขวัญอ่อนก็ยืนดูอยู่ห่างๆ

"ที่นี่เรียกว่าหมู่บ้านชุ่ยซาน ภูเขาด้านหลังเราเรียกว่าเขาชุ่ยหลัว ด้านหลังนั่นเป็นทิวเขาสลับซับซ้อน มีค่ายโจรและพวกมิจฉาชีพซ่อนตัวอยู่ไม่น้อย"

ท่านผู้เฒ่าเหอแนะนำ

"เพียงแต่พวกโจรพวกนั้นยังพอมีกฎเกณฑ์ ไม่ค่อยหากินแถวบ้านตัวเอง อีกอย่างพวกเราก็ไม่มีทรัพย์สินอะไรให้ปล้น ครั้งนี้ไม่รู้ทำไมถึง..."

"ออกจากหมู่บ้านไปไม่ไกลก็เป็นถนนหลวง จากถนนหลวงไปทางตะวันออกสามสิบลี้คืออำเภอซิ่วเยว่ ไปทางตะวันตกกว่าร้อยลี้คืออำเภออู่เหอ หากท่านจอมขมังเวทย์จะไปเมืองฉางผิง ต้องมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ"

ท่านผู้เฒ่าเหอกล่าว

กู้เจาพยักหน้า ฟังก์ชันแผนที่ย่อมๆ ถูกเปิดใช้งาน นอกจากจุดเริ่มต้นที่หมู่บ้านชุ่ยซานแล้ว ยังมีเมืองอีกสามแห่งที่ถูกระบุตำแหน่ง: เมืองฉางผิง, อำเภออู่เหอ, อำเภอซิ่วเยว่

กู้เจาคุยกับท่านผู้เฒ่าเหอ เน้นฟังมากกว่าพูด เพื่อรวบรวมข้อมูล

ท่านผู้เฒ่าเหอเองก็ดูจะไม่แปลกใจ แถมยังพยายามบอกเล่าสิ่งที่ตนรู้ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้

"ท่านจอมขมังเวทย์!"

ชายชาวนาคนหนึ่งเดินเข้ามาในบ้านอย่างระมัดระวัง โค้งคำนับกู้เจาหนึ่งที ทักทายท่านผู้เฒ่าเหอ แล้วค่อยวางห่อผ้าในอ้อมกอดลงบนโต๊ะตรงหน้าทั้งสอง

"ท่านจอมขมังเวทย์ นี่เป็นเงินทองที่ค้นเจอจากตัวพวกโจรป่า พวกเราไม่ได้แตะต้องเลยขอรับ"

ชายคนนั้นกล่าวอย่างนอบน้อม

กู้เจาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดห่อผ้าดู เห็นเหรียญทองแดงกระจัดกระจาย เงินก้อนมาตรฐานสองก้อน และเครื่องประดับทองเหลืองเงินขาวที่ดูหยาบๆ อีกห้าหกชิ้น

อืม... เอาไปขายยุคปัจจุบันก็คงไม่ได้ราคาเท่าไหร่

แต่คิดดูแล้ววันข้างหน้าอาจจำเป็นต้องใช้ กู้เจาจึงหยิบเงินก้อนสองก้อน กับเหรียญทองแดงอีกกำมือ แล้วดันของที่เหลือไปทางท่านผู้เฒ่าเหอ

"ของที่เหลือให้ท่านผู้เฒ่าจัดการเถอะ"

ท่านผู้เฒ่าเหอรู้ว่ากู้เจาคงไม่สนใจของพวกนี้ จึงไม่ปฏิเสธ ส่งห่อผ้ากลับคืนให้ชายชาวนา พร้อมกำชับว่า

"ดูว่าบ้านไหนเสียหายหนัก ก็แบ่งให้เยอะหน่อย"

"ได้ครับ!" ชายชาวนารับคำอย่างดีใจ โค้งคำนับกู้เจาอีกครั้ง ก่อนจะกอดห่อผ้าวิ่งออกไป

เหอซิ่วเหนียงเดินสวนกับชายคนนั้นเข้ามา ในมือประคองรองเท้าบูทหนังคู่หนึ่ง ดูเหมือนเพิ่งจะล้างทำความสะอาดมาหมาดๆ ยังมีหยดน้ำเกาะอยู่

"ท่านจอมขมังเวทย์เจ้าคะ!" เหอซิ่วเหนียงกระพริบตาโตคู่สวย พูดด้วยน้ำเสียงคาดหวัง

"ข้าหารองเท้าที่พอดีกับท่านได้คู่หนึ่ง เช็ดทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว..."

"หุบปาก!" ท่านผู้เฒ่าเหอตกใจ รีบตวาดเหอซิ่วเหนียง

"ท่านจอมขมังเวทย์จะสวมใส่อะไร ใช่เรื่องที่เจ้าจะไปสะเออะยุ่งหรือ?"

เหอซิ่วเหนียงสะดุ้งโหยง ยืนตัวลีบทำอะไรไม่ถูก

กู้เจาเองก็งง ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ท่านผู้เฒ่าเหอถึงโกรธขึ้นมา

ท่านผู้เฒ่าเหอรีบหันมาขอโทษ

"นังหนูซิ่วเหนียงยังไม่รู้ความ ปากไม่มีหูรูด ท่านจอมขมังเวทย์โปรดระงับโทสะ!"

"ไม่เป็นไรๆ" กู้เจาโบกมือ

ดูเหมือนจะเห็นว่ากู้เจาอารมณ์ดี และเห็นเหอซิ่วเหนียงน้ำตาคลอเบ้าดูน่าสงสาร ท่านผู้เฒ่าเหอจึงใจอ่อน หันไปอธิบายกับหลานสาว

"ท่านจอมขมังเวทย์อายุน้อยแค่นี้ก็ปราบปีศาจไล่ผีได้ ใช้วิชาเดียวสังหารผีสาวจนสิ้นซาก ต่อให้เจอผีที่ร้ายกาจกว่านี้ก็คงไม่ใช่คู่มือของท่าน"

เหอซิ่วเหนียงทำหน้าเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ ส่วนกู้เจานั้นถึงบางอ้อทันที

ที่แท้ท่านผู้เฒ่าเหอก็คิดว่าเขาไปเจอผีโหดๆ มา จนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ทิ้งชุดเกราะอาวุธ เหลือแต่ชุดตัวใน รองเท้าก็ทำหล่นหายไปข้างทาง

อืม... ดูถูกกันขนาดนี้ จัด 'บริการช็อตไฟฟ้า' ให้ท่านผู้เฒ่าสักชุดดีไหมนะ?

แต่กู้เจาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมท่านผู้เฒ่าเหอถึงไม่ถามอะไรเลย แถมยังพยายามแนะนำสภาพแวดล้อมให้อย่างดี

กู้เจาหัวเราะแห้งๆ ไม่ได้อธิบายความจริง แต่กลับรับรองเท้าจากมือเหอซิ่วเหนียงมา ยิ้มอย่างอ่อนโยน

"ขอบใจนะแม่นางซิ่วเหนียง เดินเท้าเปล่ามันไม่สบายเท่าใส่รองเท้าจริงๆ นั่นแหละ"

ซิ่วเหนียงยิ้มกว้างจนแก้มปริ เผยให้เห็นลักยิ้มสองข้าง

"ท่านจอมขมังเวทย์ชอบก็ดีแล้วเจ้าค่ะ!"

"อ้อจริงสิ ยังมีสิ่งนี้ด้วย!"

ซิ่วเหนียงพูดพลางล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบรูปสลักไม้สูงประมาณยี่สิบเซนติเมตรออกมา ยื่นให้กู้เจา

"ในเสื้อของผีสาวตนนั้นมีแค่ของสิ่งนี้ บางทีท่านจอมขมังเวทย์อาจจะได้ใช้!"

กู้เจารับมาดู เป็นรูปสลักไม้แกะเป็นรูปชายหนุ่มรูปงาม สวมเกราะวิเศษ มีผ้าคลุมไหล่ บนศีรษะมีไข่มุก เท้าเหยียบเมฆ มือหนึ่งชูขึ้น มือหนึ่งกดลง ถือกระบี่คู่ ท่าทางองอาจน่าเกรงขาม

รูปสลักไม้ลงพื้นสีแดงตัดเส้นทอง กู้เจาพลิกดูเห็นที่ฐานสลักคำว่า 【จินเฟิง】 (วายุทองคำ) และ...

กู้เจารู้สึกว่ารูปสลักไม้นี้ไม่ธรรมดา มีพลังงานบางอย่างปกคลุมอยู่ภายนอก

"พลังงานนี้เหมือนจะแผ่ออกมา ด้านในน่าจะอัดแน่นไปด้วยพลังงานชนิดนี้ ดูเหมือนจะมีคุณสมบัติทางจิตวิญญาณ"

กู้เจารู้สึกว่าป้ายห้าอัสนีที่สถิตอยู่ในห้วงจิตสั่นไหวเบาๆ

กู้เจาลองใช้จิตสัมผัสดู พบว่าพลังงานทางจิตวิญญาณนี้ไม่บริสุทธิ์ แฝงด้วยความเย็นยะเยือก คล้ายกับพลังที่ผีสาวชุดเขียวใช้เมื่อครู่

หรือว่าจะเป็นของวิเศษของฝ่ายนั้น?

ยังไม่ทันได้ใช้ของวิเศษ ก็โดนอัสนีฝ่ามือของเขาฟาดตายซะก่อน?

กู้เจา: ()

จบบทที่ ตอนที่ 5 รูปสลักไม้

คัดลอกลิงก์แล้ว