- หน้าแรก
- ผมข้ามสองมิติด้วยป้ายห้าอัสนี
- ตอนที่ 3 หญิงสาวชุดเขียว
ตอนที่ 3 หญิงสาวชุดเขียว
ตอนที่ 3 หญิงสาวชุดเขียว
แม้จะเผชิญหน้ากับการปล้นของกลุ่มโจร แต่กู้เจาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวมากนัก
ประการแรก ความรู้สึกอ่อนล้าจากป้ายห้าอัสนีกำลังค่อยๆ จางหายไป ไม่นานเขาก็คงข้ามมิติหนีไปได้
ประการที่สอง ในที่สุดเขาก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองมีพลังเวทย์อยู่เต็มเปี่ยม เขาลองสัมผัสดู ก็รู้สึกว่าพละกำลัง ความอึด และความทนทานของร่างกายกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าจะไร้ทางสู้เสียทีเดียว
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร สิ่งที่เขาทำได้ก็แค่เอาตัวรอด ไม่มีทางที่จะช่วยชาวบ้านทั้งหมู่บ้านได้แน่
แล้วกู้เจาก็สังเกตเห็นปฏิกิริยาของหญิงสาวชุดเขียวคนนั้น
หัวหน้าโจรผู้นั้นมั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยมจนไม่ทันสังเกตเห็นอะไร แต่กู้เจาที่ดูหนังอ่านนิยายมาเยอะกลับพบความผิดปกติเข้าแล้ว
การแต่งกายของหญิงสาวผู้นี้แม้จะไม่หรูหรา แต่ชัดเจนว่าไม่ใช่พวกเดียวกับชาวบ้าน ฟังจากที่ชายร่างยักษ์พูด นางคงเดินทางผ่านมาขอพักแรม
และข้างกายของนาง ล้วนเต็มไปด้วยชาวบ้านที่นั่งกุมหัวตัวสั่นงันงก ดูเหมือนนางจะมาตัวคนเดียว ไม่มีผู้ติดตาม
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ในสังคมยุคโบราณที่เต็มไปด้วยอันตรายและพวกโจรป่า กล้าเดินทางคนเดียว แถมเผชิญหน้ากับโจรยังสีหน้าไม่เปลี่ยน จะเป็นคนธรรมดาไปได้หรือ?
ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นยอดฝีมือแน่ๆ!
เมื่อนึกเชื่อมโยงกับปฏิกิริยาของป้ายห้าอัสนีเมื่อครู่ และพลังเวทย์ที่เพิ่มพูนจากการดูดซับสสารในอากาศ กู้เจาคาดเดาว่าโลกใบนี้คงไม่ใช่โลกยุคโบราณธรรมดา แต่น่าจะมีจอมยุทธ์ หรือกระทั่งพลังเหนือธรรมชาติ
ดังนั้น กู้เจาจึงจ้องมองหญิงสาวผู้นั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ยิ่งขึ้น
"ฮ่าๆๆ! เป็นม้าพยศเสียด้วย ข้าชอบ!"
หัวหน้าโจรไม่ถือสาคำพูดของหญิงสาวชุดเขียวเลยแม้แต่น้อย กลับหัวเราะชอบใจ
"คืนนี้เดี๋ยวเจ้าก็รู้ ข้าถึงจะหน้าตาน่าเกลียด แต่จมูกข้าใหญ่นะจะบอกให้!"
เหล่าสมุนโจรต่างพากันหัวเราะครืน
"ม้าดีดีดกะโหลก เหมาะสมกับท่านหัวหน้าที่สุด!"
"พากลับค่ายเข้าหอ พรุ่งนี้เช้าก็เชื่องเหมือนแมวแล้ว!"
"แม่นางน้อยช่างงดงามหยาดเยิ้ม สวยกว่าเมียสองคนก่อนของหัวหน้าตั้งเยอะ!"
หนวดเคราที่แข็งราวเข็มของหัวหน้าโจรดูเหมือนจะส่องประกายวาววับ มือซ้ายถือดาบเก้าห่วงไพล่หลัง มือขวายื่นออกไปหมายจะบีบคางหญิงสาวชุดเขียวอีกครั้ง
ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน มือของเขาพุ่งเฉียงรวดเร็วดุจสายฟ้า ทิ้งภาพติดตาเอาไว้ เพียงพริบตาก็สัมผัสโดนผิวขาวผ่องของหญิงสาว แสยะยิ้มโรคจิต
"ใบหน้าของแม่นางน้อยนี่ช่าง..."
พูดได้เพียงครึ่งประโยค เสียงของเขาก็ขาดห้วงไปดื้อๆ
กลับเป็นฝ่ายหญิงสาวชุดเขียวที่ไม่ได้หลบอีก นางปล่อยให้มือของหัวหน้าโจรค้างอยู่บนแก้ม เพียงแต่จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเรียบเฉย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ใบหน้าของข้า มิใช่ใครคิดจะจับก็จับได้นะ"
หัวหน้าโจรที่มือขวาสัมผัสแก้มหญิงสาว อ้าปากค้าง สีหน้าแข็งทื่อ ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
เขาเหมือนกำลังยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นดูแข็งเกร็งและน่าเกลียด
เขาเหมือนอยากจะพูด แต่กลับเปล่งเสียงออกมาไม่ได้แม้แต่คำเดียว
สิ่งเดียวที่ขยับได้คือดวงตา
เพียงแต่เขาหันหลังให้ลูกน้อง พวกสมุนจึงมองไม่เห็นแววตาของหัวหน้าตนเอง ที่เปลี่ยนจากความเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม กลายเป็นความลังเลสงสัย และชั่วพริบตาก็แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวสุดขีด
พวกโจรยังคงหัวเราะเฮฮา บางคนถึงขั้นพูดจาลามก
หญิงสาวชุดเขียวยิ้มบางๆ แหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากแดงระเรื่อสั่นไหวเบาๆ ราวกับกำลังผิวปากโดยไร้เสียง
วินาทีถัดมา เหล่าโจรที่กำลังหัวเราะร่าเริงต่างหน้าถอดสี
ในสายตาของกู้เจา ราวกับมีคลื่นกระแทกที่มองไม่เห็นกวาดผ่าน ไม่ว่าจะเป็นพวกที่กำลังล้อมวงหัวเราะ หรือพวกที่กำลังทุบทำลายข้าวของในบ้าน โจรทั้งหมดหน้าซีดเผือดลงทันใด จากนั้นสีหน้าของพวกมันก็บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมาน
บางคนดูเหมือนร่างกายอ่อนแอ ดวงตาพลิกเหลือกขาว หงายหลังล้มตึง
บางคนกุมหัวด้วยความทรมาน ส่งเสียงคำรามแหบพร่าดิ้นรนอยู่ชั่วครู่ แต่สุดท้ายก็โซซัดโซเซหัวทิ่มลงพื้น
"ตุบ! ตับ!"
"เคร้ง! กรุ๊งกริ๊ง!"
เหล่าโจรล้มระเนระนาด อาวุธหล่นกระจายเกลื่อน
เพียงชั่วลมหายใจเข้าออก โจรสองสามสิบคนกลับถูกจัดการจนหมดสภาพ กู้เจาอดไม่ได้ที่จะมองไปที่โจรคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด เห็นรูม่านตาของมันขยายกว้าง ชัดเจนว่าไม่รอดแล้ว
ตั้งแต่ต้นจนจบ พวกโจรไม่ได้มีโอกาสส่งเสียงร้องโหยหวนเลยแม้แต่แอะเดียว
ตั้งแต่ต้นจนจบ สายตาของหญิงสาวชุดเขียวไม่เคยละไปจากหัวหน้าโจรตรงหน้า
แววตาของหัวหน้าโจรเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความเว้าวอน
"ท่านหัวหน้าค่าย ท่านยังอยากให้ข้าน้อยไปเป็นเมียเจ้าพ่อค่ายโจรอยู่อีกไหม?"
น้ำเสียงของหญิงสาวแฝงแววขบขัน
หัวหน้าโจรอยากจะส่ายหน้า แต่เขาทำไม่ได้เลย
หญิงสาวแค่นเสียงฮึในลำคอ แล้วเป่าลมเบาๆ อีกครั้ง
วินาทีถัดมา รูม่านตาของหัวหน้าโจรก็ขยายกว้างทันที ร่างกายเหมือนถูกสูบกระดูกออกไปจนหมด ยวบลงไปกองกับพื้น สิ้นลมหายใจตามไปอีกราย
...
นับตั้งแต่หัวหน้าโจรแทะโลมหญิงสาวชุดเขียว จนถึงตอนที่นางสังหารหมู่โจรทั้งหมด จริงๆ แล้วกินเวลาแค่การสนทนาสามถึงห้าประโยคเท่านั้น กว่าชาวบ้านจะรู้ตัวว่ารอดตายแล้ว พวกโจรตรงหน้าก็ตายเรียบหมดแล้ว
กู้เจาอึ้งจนพูดไม่ออก
แม้เขาจะเดาว่าผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นยอดฝีมือ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเก่งเทพขนาดนี้
เป่าลมทีเดียว ฆ่าโจรตายไปยี่สิบสามสิบคน!
ที่นี่ไม่ใช่โลกกำลังภายในธรรมดาจริงๆ ด้วย!
เปิดฉากมาก็เล่นระดับสูงเลยเหรอ?
กู้เจาประหลาดใจอย่างที่สุด อดเลิกคิ้วไม่ได้
หลังจากฆ่าโจรไปหลายสิบศพ หญิงสาวผู้นั้นก็หันกลับมา กู้เจาจึงได้เห็นหน้าค่าตาของนางชัดๆ
คิ้วคางงดงาม รูปร่างอรชร สีหน้าอ่อนโยน มุมปากประดับรอยยิ้ม ดูเหมือนคุณหนูในห้องหอที่ไม่เคยย่างกรายออกจากบ้าน ดูไม่ออกเลยสักนิดว่านางเพิ่งจะเชือดโจรไปหลายสิบศพและช่วยหมู่บ้านเอาไว้
ชาวบ้านที่เพิ่งได้สติ ต่างมองไปที่หญิงสาวด้วยแววตาที่ผสมปนเปกันระหว่างความหวาดกลัวและความซาบซึ้งใจ จนทำตัวไม่ถูก
ผู้ที่ลุกขึ้นคนแรกคือชายชราคนหนึ่ง โดยมีเด็กสาวข้างกายช่วยพยุง เขาโค้งคำนับหญิงสาวอย่างนอบน้อมสั่นเทา
"ผู้เฒ่าขอเป็นตัวแทนชาวบ้าน ขอบคุณแม่นางที่ช่วยชีวิต"
ทว่า หญิงสาวชุดเขียวไม่ได้ตอบรับพวกเขา แตกลับหันมามองกู้เจา นัยน์ตาเป็นประกายวาววับ
กู้เจามองดูตัวเอง แล้วมองดูชาวบ้านรอบๆ
เท้าเปล่า ชุดลำลอง ผิดแผกจากสภาพแวดล้อมโดยสิ้นเชิง
แย่แล้ว จะถูกยอดฝีมือเพ่งเล็งเข้าแล้ว!
กู้เจาสีหน้าเคร่งเครียด สมองแล่นเร็วรี่เพื่อหาข้ออ้าง แต่กลับเห็นมุมปากของหญิงสาวชุดเขียวยกขึ้น สีหน้าเปลี่ยนจากเรียบเฉยเป็นตื่นเต้นยินดี ใบหน้างามแดงระเรื่อ
"ถ้าเป็นคุณชายล่ะก็ ข้าจะไม่ปฏิเสธเลย"
"ไอ้คนถึกนั่นยั่วไฟข้าจนตื่น น่าเสียดายที่มันอัปลักษณ์เกินไป"
หญิงสาวมองกู้เจา แววตาฉ่ำเยิ้มราวกับมีคลื่นเสน่หาซัดสาด
"โชคดีที่มีคุณชายอยู่ที่นี่ ข้าจะได้ไม่ต้องอัดอั้นไม่มีที่ระบาย"
กู้เจา: _???
หญิงสาวยิ้มบางๆ ค่อยๆ เยื้องย่างเข้ามาหากู้เจา ท่วงท่าเดินเหินอ่อนช้อย เอวบางส่ายไหว พริบตาเดียวก็เปลี่ยนจากสาวน้อยผู้เย็นชา กลายเป็นนางปีศาจสาวพราวเสน่ห์ยั่วยวน
"คุณชายวางใจเถอะ ข้าน้อยรับรองว่าจะทำให้ท่านได้สัมผัสกับความสุขสุดยอดแห่งโลกมนุษย์"
หญิงสาวชุดเขียวหัวเราะเสียงหวาน
"ต่อให้ถูกข้าสูบพลังจนแห้งเหือด กลายเป็นกระดูกขาวโพลน ท่านก็จะไม่เสียใจภายหลังแน่นอน"
กู้เจา: _!!!
(จบบท)