- หน้าแรก
- ข้าคือเซียนเหนือโลก ไม่ใช่คนคลั่งรักสักหน่อย
- บทที่ 13 จวนตระกูลซู
บทที่ 13 จวนตระกูลซู
บทที่ 13 จวนตระกูลซู
บทที่ 13 จวนตระกูลซู
เม็ดยาสีหยกอุ่นๆ ในฝ่ามือแผ่กลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นกลั่นลมปราณนับไม่ถ้วนต้องคลั่งไคล้... มันคือโอสถสร้างรากฐาน!
ตั๋วสู่เส้นทางอมตะที่แท้จริง!
"ด้วยรากวิญญาณห้าธาตุผสมของข้า เกรงว่าชาตินี้คงหมดหวังที่จะบรรลุขั้นสร้างรากฐานหากปราศจากโอสถสร้างรากฐาน"
"ต่อให้มีโอสถสร้างรากฐานเม็ดนี้ โอกาสสำเร็จก็ยังต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่โชคดีที่ข้ายังมีระบบ"
หลังจากความปิติยินดีชั่วครู่ เขาก็สงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว
เขาเก็บโอสถที่แม้จะปรุงออกมาได้ไม่สมบูรณ์นักแต่กลับล้ำค่ามหาศาลเม็ดนี้ลงในขวดหยกสะอาดอย่างระมัดระวัง แล้วซุกซ่อนไว้แนบกาย
เมื่อระงับความตื่นเต้นได้แล้ว หลี่หวยก็ไม่รอช้า รีบเดินจ้ำอ้าวมุ่งหน้าไปยังจวนตระกูลซูอันกว้างใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหินดำ
ยิ่งเข้าใกล้จวนตระกูลซู บรรยากาศก็ยิ่งอึมครึมหนักอึ้ง
การรักษาความปลอดภัยที่เคยผ่อนคลาย บัดนี้กลับเข้มงวดอย่างยิ่ง ประตูใหญ่สีชาดปิดสนิท เหลือเพียงประตูข้างที่เปิดไว้ให้ผ่านเข้าออก
ทั้งภายในและภายนอกกำแพงจวน มียามลาดตระเวนเดินขวักไขว่ไปมาหลายกลุ่ม อากาศอบอวลไปด้วยความตึงเครียดราวกับความสงบก่อนพายุจะโหมกระหน่ำ
"ปิดตายพื้นที่งั้นหรือ?" หลี่หวยเข้าใจสถานการณ์ทันที ดูเหมือนอาการของซูเจิ้งหยางจะเข้าสู่ช่วงวิกฤตแล้ว
เขาแสดงสถานะของตนเอง... ผู้ดูแลสวนสมุนไพรคนใหม่
เหล่าทหารยามได้รับคำสั่งไว้ล่วงหน้าแล้ว พวกเขาตรวจสอบป้ายประจำตัวอย่างละเอียดก่อนจะปล่อยให้เขาเข้าไป
ภายใต้การนำทางของพ่อบ้าน หลี่หวยเดินผ่านลานบ้านหลายแห่ง จนมาถึงด้านนอกของเรือนอันเงียบสงบที่มีปราณวิญญาณหนาแน่นกว่าจุดอื่นอย่างเห็นได้ชัด
ยังไม่ทันก้าวเข้าไป สัมผัสญาณอันทรงพลังของหลี่หวยก็จับกลิ่นอายสองสายที่แผ่ออกมาจากห้องโถงหลักของเรือนได้อย่างแม่นยำ
กลิ่นอายหนึ่งน่าเกรงขามแต่อ่อนแรง ราวกับราชสีห์ที่เพิ่งฟื้นไข้ กำลังค่อยๆ ฟื้นคืนกำลังในยามหลับใหล
ทุกลมหายใจดึงดูดปราณวิญญาณโดยรอบให้กระเพื่อมไหวเพียงเล็กน้อย ระดับความเข้มข้นของพลัง... น่าตกใจนักที่ไปถึงจุดสูงสุดของขั้นกลั่นลมปราณสมบูรณ์แล้ว!
อีกเพียงครึ่งก้าวก็จะเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐาน! นี่ต้องเป็นซูเจิ้งหยางแน่ๆ
ส่วนอีกกลิ่นอายหนึ่งนั้นเย็นเยียบและแฝงความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน นั่นคือซูหว่าน
ทันใดนั้น กลิ่นอายที่น่าเกรงขามแต่อ่อนแรงในห้องก็สั่นสะท้าน! ตามมาด้วย
พลังชีวิตอันเปี่ยมล้นที่แข็งแกร่งกว่าเดิมมาก ปะทุขึ้นราวกับภูเขาไฟตื่นจากการหลับใหล!
แรงกดดันที่มองไม่เห็นกระเพื่อมออกมาราวกับระลอกคลื่น แม้จะหายไปในพริบตา แต่ก็ทำให้ทหารยามที่รออยู่ด้านนอกและหลี่หวยรู้สึกหนักอึ้งในใจ!
"ท่านพ่อ! ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง?" เสียงอันเปี่ยมสุขของซูหว่านดังขึ้น
"เฮ้อ..." เสียงทุ้มกังวานของชายวัยกลางคนดังตอบ แฝงด้วยอารมณ์ของผู้ที่รอดพ้นจากหายนะ
"อาการบาดเจ็บที่จิตวิญญาณของข้า... หายดีเกือบหมดแล้ว! คอขวดที่ติดขัดมาหลายปี... ก็เริ่มคลายตัว!"
"ผลวิญญาณของหว่านเอ๋อร์... ช่างวิเศษนัก! พ่อ... ก้าวเข้าสู่ครึ่งก้าวขั้นสร้างรากฐานได้แล้ว!"
ประตูถูกผลักเปิดออก ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ที่แผ่กลิ่นอายของผู้นำก้าวออกมา
นั่นคือประมุขตระกูลซู ซูเจิ้งหยาง!
แม้ใบหน้าจะยังซีดเซียวจากการเจ็บป่วย แต่ดวงตากลับฟื้นคืนประกายสดใส แวววาวด้วยแสงแห่งพลังภายใน กลิ่นอายลึกล้ำและมั่นคงดั่งหุบเหว... นี่คือขอบเขตครึ่งก้าวขั้นสร้างรากฐานอย่างแท้จริง!
เพียงมีโอสถสร้างรากฐานอีกเม็ดเดียว เขาก็สามารถทะยานเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานที่แท้จริงได้ทันที!
ซูหว่านมองเห็นหลี่หวยที่ยืนอยู่ในลานบ้านทันที เธอกระซิบกับซูเจิ้งหยางว่า
"ท่านพ่อ นี่คือหลี่หวย ผู้ดูแลหลี่ที่นำผลมายามามอบให้เจ้าค่ะ"
สายตาของซูเจิ้งหยางจับจ้องไปที่หลี่หวยในทันที สายตานั้นหนักแน่นราวกัยจับต้องได้ เต็มไปด้วยการพิจารณาและความซาบซึ้งใจ
"สหายตัวน้อยหลี่!" เสียงของซูเจิ้งหยางดังกังวาน แฝงด้วยความขอบคุณจากใจจริง
"การที่ข้ารอดตายมาได้ในครั้งนี้ ซ้ำยังพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ ก็เพราะผลไม้วิเศษที่เจ้ามอบให้! บุญคุณครั้งนี้ ตระกูลซูจะจดจำไว้ไม่ลืม! ในวันหน้าหากเจ้ามีความต้องการใด ตราบที่ไม่ผิดต่อคุณธรรม ตระกูลซูยินดีช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง!"
หลี่หวยรีบประสานมือคารวะตอบ
"ท่านประมุขซู กล่าวเกินไปแล้วขอรับ! ข้าเพียงแค่โชคดีได้มันมา การที่มันสามารถช่วยท่านได้ นับเป็นวาสนาของผลไม้นั้นและเป็นโชคของผู้น้อยด้วยเช่นกัน"
ซูเจิ้งหยางมองหลี่หวย แววตาฉายแววชื่นชมวูบหนึ่ง
เขาส่งสัญญาณว่าไม่ต้องมากพิธี จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม สั่งให้ทหารยามถอยออกไป เหลือเพียงซูหว่านและหลี่หวยอยู่ในลานบ้าน
"ในเมื่อสหายตัวน้อยหลี่เป็นผู้มีพระคุณต่อตระกูลซู และได้รับความไว้วางใจจากหว่านเอ๋อร์ ข้าก็จะไม่ปิดบังเรื่องบางอย่างกับเจ้า"
เสียงของซูเจิ้งหยางลดต่ำลง แฝงด้วยร่องรอยของความโกรธแค้นที่ถูกกดข่มไว้
"การเดินทางของข้าครั้งนี้ไม่ใช่การค้าขายธรรมดา แต่ข้าเดินทางไปยังเมืองชิงหยานที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยลี้เพื่อซื้อ... โอสถสร้างรากฐาน!"
โอสถสร้างรากฐาน! หัวใจของหลี่หวยกระตุกวูบ เขาเผลอเหลือบมองขวดหยกในอกเสื้อโดยไม่รู้ตัว
ซูเจิ้งหยางไม่ทันสังเกตเห็นกิริยาเล็กน้อยของหลี่หวย เขากล่าวต่อว่า
"ตระกูลซูถือครองส่วนแบ่งในสายแร่หินดำมาหลายปี ทำให้เป็นหนามยอกอกของตระกูลจ้าวและตระกูลเฉิน"
"ไม่รู้ว่าข่าวการเคลื่อนไหวของข้ารั่วไหลไปได้อย่างไร ข้าถูกลอบโจมตีระหว่างทางกลับ! อีกฝ่ายส่งยอดฝีมือขั้นกลั่นลมปราณระดับเก้ามาอย่างน้อยสามคน วิชาของพวกมันโหดเหี้ยมและแปลกประหลาด การประสานงานสมบูรณ์แบบ... ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรทั่วไปแน่นอน!"
"ข้าสู้สุดชีวิต ผู้คุ้มกันล้มตายและบาดเจ็บเกือบหมด ซูหู่เองก็ยอมรั้งท้ายทั้งที่บาดเจ็บสาหัสเพื่อถ่วงเวลา... ข้าถึงหนีกลับมาได้ในสภาพปางตาย และ... โอสถสร้างรากฐานที่ซื้อมาด้วยราคาสูงลิ่ว... ก็หายไป!"
เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ หมัดของเขากำแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นอย่างที่สุด
"ท่านพ่อ ท่านสงสัยว่าเป็นฝีมือของตระกูลจ้าวกับตระกูลเฉินร่วมมือกันหรือเจ้าคะ?" เสียงของซูหว่านเย็นเยียบ
"นอกจากพวกมันแล้ว ในเมืองหินดำแห่งนี้ยังมีใครที่มีกำลังและความจูงใจมากขนาดนั้นอีกเล่า?" แสงอำมหิตวาบผ่านดวงตาของซูเจิ้งหยาง
"แม้ตอนนี้ข้าจะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสก้าวเข้าสู่ครึ่งก้าวขั้นสร้างรากฐานได้แล้ว แต่รากฐานยังไม่มั่นคง ซูหู่ก็บาดเจ็บสาหัสยากจะรักษา กำลังรบระดับสูงของตระกูลเสียหายอย่างหนัก ตระกูลจ้าวและตระกูลเฉิน... ย่อมไม่ปล่อยโอกาสงามที่มีเพียงครั้งเดียวในชีวิตนี้ให้หลุดมือไปแน่! ตระกูลซู... กำลังตกอยู่ในอันตราย!"
แรงกดดันอันหนักอึ้งปกคลุมไปทั่วลานบ้านเล็กๆ
ใบหน้าสวยของซูหว่านเย็นชาดุจน้ำแข็ง ดวงตาฉายแววกังวลลึกซึ้ง
หลี่หวยเองก็สัมผัสได้ถึงวิกฤตที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ทันใดนั้น—
"ท่านประมุข แย่แล้วขอรับ—!!!"
ยามคนหนึ่งวิ่งกระเซอะกระเซิงเข้ามาในลานด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ยังไม่ทันได้ทำความเคารพก็ตะโกนเสียงแหบแห้ง
"รายงานท่านประมุข! คุณหนูใหญ่! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!"
"ที่... เหมืองหมายเลขเจ็ดเกิดเรื่องแล้วขอรับ! นายน้อยตระกูลจ้าว จ้าวฮ่าว นำยอดฝีมือนับสิบคนบุกเข้าไปในเหมืองกะทันหัน!"
"มันอ้างว่า... จะ 'ตรวจสอบ' ผลผลิตของเหมือง โดยสงสัยว่าตระกูลซูเราขุดล้ำเขตแดน!"
"คนของเราเข้าไปเจรจาห้ามปราม แต่จ้าวฮ่าวไม่พูดพร่ำทำเพลง ลงมือทันที!"
"มัน... มันมีระดับพลังขั้นกลั่นลมปราณระดับแปด ลงมือโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งนัก!"
"พี่จางเหมิง พี่หลี่ขุย และคนอื่นๆ... ถูกซ้อมจนกระอักเลือด บาดเจ็บสาหัสคาที่! ตอนนี้พื้นที่เหมืองโกลาหลไปหมดแล้วขอรับ!"
"อะไรนะ?!" ดวงตาของซูเจิ้งหยางเบิกกว้าง แรงกดดันระดับครึ่งก้าวขั้นสร้างรากฐานระเบิดออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่!
"เพล้ง!" โต๊ะหินในลานถึงกับแตกละเอียดด้วยพลังปราณที่รั่วไหล จิตสังหารอันเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วอากาศ
"จ้าวฮ่าว! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน บังอาจนัก! ตรวจสอบเหมืองงั้นรึ? มันจงใจซ้ำเติมช่วงที่เราตกต่ำเพื่อหยั่งเชิงความแข็งแกร่งของตระกูลซูชัดๆ!"
ใบหน้าของซูหว่านเย็นชาลงทันที
"ตระกูลจ้าวกับตระกูลเฉินทิ้งหน้ากากแห่งศักดิ์ศรีชิ้นสุดท้ายไปแล้วจริงๆ!"
"ข่าวที่ท่านพ่อบาดเจ็บสาหัสคงแพร่กระจายออกไปแล้ว พวกมันตั้งใจจะรุกคืบทีละก้าว เริ่มจากเหมืองก่อน!"
หัวใจของหลี่หวยบีบแน่น เหมืองหมายเลขเจ็ด! นั่นคือจุดเริ่มต้นของเขาและเป็นแหล่งรายได้สำคัญของตระกูลซู!
การที่นายน้อยตระกูลจ้าวนำคนมาโจมตีและทำร้ายยามด้วยตัวเองไม่ใช่แค่การกระทบกระทั่งธรรมดา แต่มันคือสัญญาณประกาศสงครามอย่างโจ่งแจ้ง!
ความขัดแย้งลุกลามเร็วยิ่งกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้เสียอีก!