- หน้าแรก
- 1979 ย้อนเวลาไปพบรัก สู่ยอดนักตกปลาเลี้ยงครอบครัว
- บทที่ 37 – ของดีริมทะเลมีเพียบ
บทที่ 37 – ของดีริมทะเลมีเพียบ
บทที่ 37 – ของดีริมทะเลมีเพียบ
แอ่งน้ำในเขตโขดหินที่เหมาะจะวางลอบดักกุ้งมีอยู่แค่สองจุด หลังจากที่คนที่บ้านสานลอบดักกุ้งที่เหลือเสร็จ เขาจะใช้สองจุดนี้แหละเป็นทำเลทองในการจับกุ้งมังกร
ตอนนี้ดันมีฉลามบุกเข้ามา เขาจึงจำเป็นต้องกำจัดทิ้ง
ในเมื่อมันเคยลิ้มรสเหยื่อในแอ่งน้ำนี้แล้ว พอถึงเวลาน้ำขึ้น มันอาจจะไม่ยอมจากไปไหน
จางเจ๋อเทกุ้งมังกรจากลอบอันที่เหลือรอดออกมาเก็บเข้าพื้นที่มิติก่อน มีกุ้งมังกรเขียวสี่ตัวกับกุ้งมังกรเจ็ดสีอีกหนึ่งตัว
กุ้งมังกรเขียวขนาดมาตรฐาน หนักประมาณครึ่งกิโลกรัมถึงหนึ่งกิโลกรัม
แต่กุ้งมังกรเจ็ดสีตัวนี้กลับเกินคาด มันตัวใหญ่จนติดปากลอบออกมาไม่ได้ จางเจ๋อต้องเอามือล้วงเข้าไปจับโยนเข้าพื้นที่มิติโดยตรง
น้ำหนักของมันปาเข้าไปถึงสองกิโลครึ่ง ช่วยปลอบประโลมจิตใจที่บอบช้ำจากลอบที่พังไปหนึ่งอันได้เป็นอย่างดี
จากนั้นจางเจ๋อก็เอาเอ็นตกปลาออกมาจัดระเบียบ ใช้มีดปังตอตัดเอ็นความยาวสิบเมตรออกมาสามเส้น แล้วนำมาถักรวมกัน
ฉลามขนาดเมตรกว่าๆ มีแรงมหาศาล บวกกับฟันที่แหลมคม ลวดสลิงทั่วไปยังอาจจะทนแรงกัดไม่ไหว
แต่ตอนนี้เขาไม่มีลวดสลิง เลยต้องใช้เอ็นตกปลามาถักทบกัน แล้วอาศัยแรงกระชากวัดดวงดู
ถักเอ็นเสร็จ เขาก็ผูกตัวเบ็ดขนาดใหญ่ที่สุดที่มี
ทันทีที่นึกภาพในใจ ปลาอีคุด ขนาดประมาณครึ่งกิโลกรัมก็ปรากฏขึ้นในมือ เป็นปลาที่เขาตกได้ตอนออกเรือกับถงหยวนหาง
เขาเกี่ยวเบ็ดเข้าที่หลังปลา ให้ปลายตะขอโผล่ออกมา
จากนั้นจางเจ๋อก็ใช้มีดปังตอกรีดท้องปลาเปิดปากแผลให้เห็นเครื่องใน
จุดประสงค์หลักคือเพื่อให้เลือดปลาไหลออกมาส่งกลิ่นคาว รับรองว่าฉลามต้องรู้ตัวทันที
เขาปิดไฟฉายก่อน เพราะไม่รู้ว่าจะต้องรอนานแค่ไหนกว่าจะตกฉลามได้ เปิดไฟทิ้งไว้เปลืองถ่าน
พอปิดไฟ ทุกอย่างมืดลงทันตา ต้องรอสักพักกว่าสายตาจะปรับชินกับความมืด
อาศัยแสงจันทร์ แม้รอบข้างจะยังมืดสลัว แต่ในระยะใกล้ก็พอจะมองเห็นบ้าง
จางเจ๋อกลับมาที่ขอบแอ่งน้ำ ถอดเสื้อมาพันมือไว้ แล้วพันสายเอ็นทับอีกสองรอบกำให้แน่น จากนั้นจึงโยนเหยื่อปลาลงไปในแอ่งน้ำ
ปลาอีคุดเพิ่งลงน้ำก็ดิ้นกระแด่วๆ ว่ายดิ่งลงไปข้างล่าง เลือดจากท้องปลาไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย
ทันทีที่มันลงน้ำและเริ่มว่าย ฉลามที่วนเวียนอยู่ก้นแอ่งน้ำก็สัมผัสได้ถึงปลาบาดเจ็บตัวนี้ทันที
เดิมทีมันก็หิวโซอยากล่าเหยื่ออยู่แล้ว ยิ่งได้กลิ่นคาวเลือดที่แผ่ออกมาจากตัวปลาอีคุด มันก็ยิ่งตื่นตัว พุ่งเข้าใส่ทันที ในขณะที่ปลาอีคุดพยายามว่ายหนีอย่างตื่นตระหนก มันก็อ้าปากกว้างงับเข้าเต็มคำ
แรงกัดครั้งนี้รุนแรงมาก ปลาอีคุดถูกฟันแหลมคมฉีกกระชากร่างทันที แต่ยังไม่ทันที่ฉลามจะกลืนเหยื่อลงท้อง ความเจ็บปวดรวดร้าวก็แล่นพล่านในปาก
บนฝั่ง จางเจ๋อรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลจากสายเอ็นที่ตึงเปรี๊ยะ เขารีบเกร็งแขนตั้งหลักทันที
แม้ว่าหลังจากดื่มน้ำพุวิเศษพละกำลังของเขาจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่เพราะร่างกายได้รับการฟื้นฟูจนสมบูรณ์แบบ ทำให้เขารู้สึกเบาสบายกระฉับกระเฉง ไม่มีอาการหนักอึ้งเหมือนแต่ก่อน พลังระเบิดในการออกแรงจึงเพิ่มขึ้นมหาศาล
ฉลามพุ่งขึ้นมางับเหยื่อที่ผิวน้ำ ตำแหน่งอยู่ใกล้ขอบแอ่งน้ำพอดี
จางเจ๋ออาศัยจังหวะที่มันยังไม่ทันมุดกลับลงน้ำ รวบรวมแรงทั้งหมดกระชากสายเอ็นขึ้นมาเต็มแรง ฉลามที่กำลังสะบัดหัวดิ้นรนถูกดึงลอยละลิ่วขึ้นกลางอากาศ แล้วร่วงกระแทกใส่โขดหินริมแอ่งน้ำ
ฉลามที่กำลังมึนงงจากการกระแทกยังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างของมันก็ลอยขึ้นอีกครั้ง แล้วตกลงกระแทกหินในตำแหน่งที่สูงขึ้นไปอีก
คราวนี้ตัวมันพ้นจากน้ำโดยสมบูรณ์ ทำได้แค่อ้าปากโชว์ฟันแหลมคมข่มขวัญ
ยิ่งดิ้น ท้องของมันก็ยิ่งถูกหินบาดจนเป็นแผลเหวอะหวะ
เมื่อเห็นว่าฉลามไม่มีทางกลับลงน้ำได้แน่แล้ว จางเจ๋อจึงวางใจปล่อยสายเอ็น แล้วเปิดไฟฉายส่องดู
“ฉลามมาโก? มิน่าล่ะถึงได้ดุนัก!”
นี่คือฉลามผิวน้ำขนาดใหญ่ที่มีนิสัยดุร้าย ในยุคหลังตอนที่เขานั่งเรือออกไปตกปลาทะเลลึก ก็เคยโดนพวกมันมาแย่งเหยื่อ และเคยตกได้เหมือนกัน
แต่ในยุคนั้นฉลามชนิดนี้กลายเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ไปแล้ว ต่างจากตอนนี้ลิบลับ
ยุคนี้อย่าว่าแต่ฉลามมาโกเลย แม้แต่ฉลามขาวก็ยังเจอได้ไม่ยาก
เรือประมงลำเล็กของถงหยวนหางถ้าหากินอยู่แค่ชายฝั่งก็ยังพอไหว แต่ถ้าออกไปไกลกว่านั้น อย่าว่าแต่เรื่องคลื่นลมเลย ถ้าไปเจอฉลามขาวตัวใหญ่ๆ เข้า เผลอๆ ตัวมันอาจจะใหญ่กว่าเรือเสียอีก ถึงตอนนั้นเรืออาจแตกคนอาจตายได้ง่ายๆ
การเป็นชาวประมงในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เหตุการณ์เรือล่มคนตายเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ที่อื่นเขาไม่รู้ แต่ในหมู่บ้านชาวประมงหรือเกาะแถบนี้ จำนวนแม่ม่ายลูกกำพร้ามีมากกว่าหมู่บ้านที่ทำเกษตรกรรมอย่างเห็นได้ชัด
จางเจ๋อไม่ได้สนใจเนื้อฉลาม แต่เขาสนใจค่าประสบการณ์มากกว่า
ฉลามที่เกยตื้นดิ้นรนจนหมดแรงแล้ว เขาจึงเดินเข้าไปจับหางมันแล้วเก็บเข้าพื้นที่ตกปลา
【ตกฉลามมาโกสำเร็จ 1 ตัว น้ำหนัก 16.01 กิโลกรัม ค่าประสบการณ์ +50】
ดวงตาของจางเจ๋อเป็นประกาย นึกไม่ถึงว่าฉลามจะให้ค่าประสบการณ์เยอะขนาดนี้
50 แต้ม มากกว่าสัตว์น้ำทุกชนิดที่เขาเคยจับมา นี่ระบบกำลังยุให้เขาไปล่าฉลามหรือเปล่าเนี่ย?
แต่พอนึกถึงว่าฉลามแรงเยอะตกยาก จางเจ๋อก็คิดว่าได้ค่าประสบการณ์เยอะขนาดนี้ก็สมเหตุสมผลแล้ว
วันนี้โชคดีเพราะสภาพพื้นที่เป็นใจ แอ่งน้ำตื้นและไม่ใหญ่มาก บวกกับฉลามมันพุ่งเข้ามาที่ขอบแอ่งเอง เลยเข้าทางเขาพอดี
ถ้าเป็นฉลามตัวใหญ่กว่านี้ เขาคงไม่มีปัญญาดึงมันขึ้นมาแบบนี้แน่
ฉลามที่ถูกเก็บเข้าพื้นที่มิติกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และด้วยความพิเศษของพื้นที่มิติ มันจึงไม่ได้ไปทำร้ายปลาตัวอื่นๆ ในนั้น
จางเจ๋อคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะเอาฉลามตัวนี้ไปทิ้งไว้ที่หาดทราย
เขากลัวว่าถ้าปล่อยลงทะเลไป มันอาจจะอาศัยช่วงน้ำขึ้นว่ายกลับเข้ามาอาละวาดในแอ่งน้ำอีก สู้กำจัดทิ้งไปเลยดีกว่า
ยังไงยุคนี้ก็ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์น้ำ เขาไม่ต้องกังวลอะไร
จัดการฆ่าปลาอีกตัวทำเป็นเหยื่อล่อ เอาลอบดักกุ้งอันที่ดีวางกลับลงไป หิ้วลอบอันที่พังติดมือมาด้วย จางเจ๋อถือไฟฉายเริ่มออกเดินหาของทะเลต่อ
หลังจากจับปูม้าได้สองตัว สัตว์ทะเลตัวนิ่มๆ สีน้ำตาลแดงอมเขียวขาวก็ดึงดูดสายตาเขา มันคือปลิงทะเล
นี่มันของดีชัดๆ เขาจับปลิงทะเลโยนเข้าพื้นที่มิติทันที!
【จับปลิงทะเลหนามสำเร็จ 1 ตัว ความยาว 33 เซนติเมตร ค่าประสบการณ์ +5】
ไม่ใช่แค่ปลิงทะเล วันนี้จางเจ๋อยังเจอหอยเม่นอีกเพียบ
พอนึกถึงรสชาติของไข่ตุ๋นหอยเม่น น้ำลายเขาก็แทบไหล
ช่วงนี้ยุ่งๆ จนไม่มีเวลาทำเมนูซีฟู้ดกินเอง เขาคิดว่าพรุ่งนี้หลังจากขายปลาเสร็จ ต้องหาซื้อพริกสักหน่อย แล้วกลับมาทำมื้อใหญ่กินให้หายอยาก
คิดได้ดังนั้น เป้าหมายของจางเจ๋อก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่ปูเนื้อ หอยนางรมและหอยเชลล์ที่เขาเคยมองข้าม วันนี้เขาเก็บเรียบเข้าพื้นที่มิติ
ขณะที่ค่าประสบการณ์ค่อยๆ เพิ่มขึ้น ในพื้นที่มิติก็เต็มไปด้วยสัตว์มีเปลือกสารพัดชนิดกองเป็นภูเขาเลากา
ชาวบ้านที่นี่ไม่ค่อยรู้วิธีกิน อาหารทะเลพวกนี้เอากลับไปก็ทำได้แค่ต้มหรือนึ่ง
ถ้าพวกเขารู้จักทำน้ำจิ้มซีฟู้ดหรือซอสกระเทียม ของดีเต็มหาดแบบนี้คงไม่ตกถึงมือเขาหรอก
กวาดล้างเขตโขดหินจนเกลี้ยง จางเจ๋อมองดูกองภูเขาหอยนางรม หอยเชลล์ และหอยสังข์ในพื้นที่มิติอย่างพึงพอใจ ปิดไฟฉายเตรียมตัวกลับบ้าน
หน้าร้อนแบบนี้ คนอื่นขนของกลับไปเยอะแยะอาจจะกลัวเน่าเสีย แต่เขามีพื้นที่มิติ จะกินของสดใหม่เมื่อไหร่ก็ได้
ตลอดทางกลับบ้านไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น มีแค่ตอนออกจากเขตโขดหินที่เขาแวะทิ้งซากฉลามไว้
เนื้อฉลามต้องใช้เครื่องเทศเยอะในการดับคาว เอาต้นทุนเครื่องปรุงไปทำอย่างอื่นดีกว่า ดังนั้นทิ้งไปก็ไม่เสียดาย
เมื่อถึงบ้าน ทุกคนหลับกันหมดแล้ว วันนี้จางอู่กลับมานอนห้องเขาแล้ว
จางเจ๋อเอาน้ำบ่อล้างคราบเกลือออกจากเอ็นและตัวเบ็ด วางตากลมไว้หน้าประตูแล้วหาของทับไว้
ล้างตะกร้าไม้ไผ่จนสะอาด จากนั้นจึงอาบน้ำและกลับเข้าห้องนอน
[จบบท]