- หน้าแรก
- 1979 ย้อนเวลาไปพบรัก สู่ยอดนักตกปลาเลี้ยงครอบครัว
- บทที่ 21 – น้อง ๆ ปลอดภัยแล้ว
บทที่ 21 – น้อง ๆ ปลอดภัยแล้ว
บทที่ 21 – น้อง ๆ ปลอดภัยแล้ว
“อาเจ๋อ หมายความว่ายังไง นายจะช่วยปิดเรื่องนี้ให้ฉันเหรอ?” จางชุ่ยเฟินเริ่มสับสน ไม่พูดเปิดโปงตรง ๆ แต่กลับลากมาคุยส่วนตัว จางเจ๋อคิดจะทำอะไรกันแน่ นางเดาไม่ออกจริง ๆ
“เป็นไปไม่ได้หรอกครับ”
จางเจ๋อโบกมือ อย่างน้อยถงหยวนหางก็ถือเป็นคนรู้จัก วันหน้าเขาอาจต้องซื้ออุปกรณ์ตกปลาจากอีกฝ่าย ถ้าผิดใจกันคงไม่ดี
ที่สำคัญคือรู้ทั้งรู้ว่าเอ้อร์โก่วจื่อมันเป็นตัวปัญหา ถ้าไม่บอกอีกฝ่าย มโนธรรมในใจเขาคงไม่สงบ
ถ้าเป็นคนไม่รู้จักเขาคงไม่ยุ่ง แต่คนรู้จักกัน ยังไงก็ต้องเตือน
“ถงหยวนหางเป็นเพื่อนผม เอ้อร์โก่วจื่อเป็นคนยังไงผมต้องบอกเขาแน่ แต่ถึงตอนนั้นต่อให้บ้านสกุลถงไม่มาเอาเรื่องน้า แต่เรื่องนี้ต้องแพร่งพรายออกไปแน่ ทีนี้ถ้าน้ายังอยากจะหาผู้สาวจากเกาะลู่เหมินให้หนุ่ม ๆ ในหมู่บ้านที่หาเมียไม่ได้ ผมว่าคงยากแล้วล่ะ”
สีหน้าของจางชุ่ยเฟินดูแย่ลงไปอีก ที่เขาพูดมาไม่ผิด ถ้าเป็นแบบนั้นจริง นางคงเสียแหล่งทรัพยากรจากเกาะนี้ไปแน่ ๆ
“ที่ผมพูดมาทั้งหมด เพราะอยากยื่นข้อเสนอให้น้า ไม่ใช่จะมาขู่กรรโชกเอาผลประโยชน์” จางเจ๋อไม่อยากยืดเยื้อ บอกจุดประสงค์ออกไปตรง ๆ
“ข้อเสนออะไร?” จางชุ่ยเฟินเริ่มงง หรือว่าจะให้แนะนำสาวในเมืองสวย ๆ ฐานะดี ๆ ให้?
แต่การดูตัวมันก็ต้องดูความเหมาะสมด้วย สาวในเมืองจะมาแลหนุ่มบ้านนายากจนได้ยังไง?
ไม่ว่าจะที่ไหน วงการดูตัวก็มีห่วงโซ่ชนชั้นอยู่
เป้าหมายต่ำสุดของสาวในเมืองก็คือคนงานในตัวอำเภอ ดีที่สุดคือคนในตัวเมือง
แทบไม่มีบ้านไหนยอมยกลูกสาวให้หนุ่มชนบทหรอก
ส่วนสาวชนบท แน่นอนว่าอยากแต่งกับคนงานกินเงินเดือนหลวงในอำเภอ รองลงมาก็หนุ่มหมู่บ้านเดียวกันหรือหมู่บ้านข้างเคียง
ส่วนชาวเกาะรอบนอก อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่
สาว ๆ ที่นั่นแต่งเข้าหมู่บ้านชนบทบนฝั่งพวกเธอยินดีทั้งนั้น เพราะชีวิตบนเกาะลำบากกว่าชนบทบนฝั่งมาก
อย่างน้อยบนฝั่งก็มีนาให้ทำ มีข้าวกินทุกวัน
บนเกาะที่ดินเพาะปลูกน้อยนิด ทางรอดเดียวคือออกเรือหาปลา แต่อาหารทะเลก็ขายไม่ได้ราคา ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่บนเกาะค่อนข้างอัตคัด
“เรื่องน้องสาวสองคนของผม ต่อไปนี้น้าเลิกยุ่งได้เลย ถ้าแม่ผมมาให้น้าช่วยหาคู่ให้ น้าก็ต้องปฏิเสธไปซะ”
“ถ้าน้ารับปาก เรื่องบ้านสกุลถงผมจะจัดการให้ น้าไม่ต้องกลัวว่าพวกเขาจะไปโวยวายทำให้น้าหากินบนเกาะลู่เหมินไม่ได้อีก พวกเสเพลในหมู่บ้านที่หาเมียไม่ได้ คงจ่ายค่านายหน้าให้น้าไม่น้อยใช่ไหมล่ะ?”
“ถ้าสาว ๆ จากเกาะลู่เหมินหายไป น้าก็ต้องวิ่งไปหาเกาะอื่นที่ไกลกว่า ลำบากแย่เลย”
พอจับจุดอ่อนจางชุ่ยเฟินได้ จางเจ๋อก็นึกถึงน้องสาวทั้งสองทันที
เขารู้นิสัยแม่ดี จางเชี่ยนถึงวัยออกเรือนแล้ว ถ้าจางชุ่ยเฟินมาทาบทาม แม่คงไม่ปฏิเสธ
แม่ไม่รู้นิสัยจางชุ่ยเฟินเหรอ? รู้สิ!
แต่ถ้ามีคนแนะนำมา แม่ก็คงเลือกที่จะดูตัวไว้ก่อน
ขอแค่ฝ่ายชายไม่ใช่พวกเสเพล รู้จักทำมาหากิน แม่ก็อาจจะตกลงยกลูกสาวให้
แต่งงานเพื่อมีข้าวกินมีเสื้อใส่ ค่านิยมแบบนี้จางเจ๋อเปลี่ยนไม่ได้
แต่เขาที่เกิดใหม่ย่อมไม่ยอมให้น้องสาวไปแต่งงานกับชายไร้ความสามารถ ที่รู้แต่ขุดดินกับซ้อมเมียแน่ ๆ
ไม่ใช่เขาดูถูกคนชนบท เพราะตัวเขาเองก็เป็นคนชนบท
แต่เพราะอยู่ในสังคมชนบทนี่แหละ เขาถึงรู้ดีว่าผู้ชายในยุคนี้บางคนมันห่วยแตกแค่ไหน
ผู้ชายที่รักครอบครัวดีต่อภรรยาก็มี แต่พ่อแม่ญาติพี่น้องฝ่ายชายเป็นยังไงก็ต้องสืบให้ดี ไม่ใช่แม่สื่อพามาเจอกันรอบเดียว ผู้ใหญ่ถูกใจก็ตกลงปลงใจเลย
ในเมื่อจางเจ๋อเกิดใหม่ เขาย่อมอยากให้ทุกคนในครอบครัวมีชีวิตที่ดี
สำหรับจางชุ่ยเฟิน การต้องตัดใจจากสองสาวบ้านจางก็น่าเสียดายอยู่
สาวชนบทหน้าตาจิ้มลิ้มหายาก วัยออกเรือนยิ่งน้อย สองสาวบ้านจางในสายตานางคือขุมทรัพย์ที่จะเรียกของกำนัลจากฝ่ายชายได้เป็นกอบเป็นกำ
ถ้าแนะนำคนดี ๆ ให้นางจะได้ค่านายหน้าใต้โต๊ะสูงกว่าราคาตลาดโข
แต่เทียบกับแหล่งทรัพยากรบนเกาะลู่เหมิน การตัดใจก็ยังพอรับได้
อีกอย่างจางเจ๋อก็รู้ไต๋นางหมดแล้ว คงไม่ยอมให้นางมาเป็นแม่สื่อให้อีก นางเลยตกปากรับคำทันที
เมื่อเรื่องลงเอยแบบนี้ จางชุ่ยเฟินก็คงพาเขาไปดูตัวที่เกาะลู่เหมินไม่ได้แล้ว นางเตรียมจะกลับ
แต่ด้วยความอยากรู้ จางเจ๋อเลยถามทิ้งท้าย “น้าจาง ผมอยากรู้ว่าคนที่น้าจะพาผมไปดูตัวเป็นใคร ลองเล่าให้ฟังหน่อยสิครับ?”
“อ้อ ไม่ต้องใช้บทพูดเมื่อวานกับเมื่อเช้านะครับ”
ดูเหมือนการถูกเด็กรุ่นหลังต้อนจนมุมจะทำให้จางชุ่ยเฟินหงุดหงิด นางไม่มีอารมณ์จะสนใจจางเจ๋ออีก ทิ้งท้ายไว้ประโยคเดียว “บ้านนั้นอยู่ไม่ไกลจากบ้านตระกูลถง แซ่หวัง ไปถามพ่อหนุ่มตระกูลถงเอาเองแล้วกัน!”
พูดจบ นางก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกจากท่าเรือไป
จางเจ๋อเห็นท่าทางแบบนั้น ก็เดาว่านางคงร้อนตัว ผู้หญิงที่แนะนำให้คงไม่ค่อยได้เรื่องแน่ ๆ
เท่าที่เขารู้จักจางชุ่ยเฟิน นางไม่เคยหลอกทั้งสองฝ่าย อย่างน้อยต้องมีฝ่ายหนึ่งที่พึงพอใจ
ซึ่งฝ่ายที่พึงพอใจ ก็คือฝ่ายที่จ่ายใต้โต๊ะให้เยอะกว่านั่นเอง
คนนี้ทำงานตามเงินจริง ๆ ดังนั้นคนในหมู่บ้านและละแวกใกล้เคียงเลยมาหานางเยอะ
“อาเจ๋อ เกิดอะไรขึ้น ทำไมน้าจางถึงกลับไปแล้วล่ะ?” ถงหยวนหางรออยู่ข้าง ๆ พอเห็นแม่สื่อวิ่งแน่บไป ก็เดินเข้ามาถามด้วยความสงสัย
“เฮ้อ อย่าให้พูดเลย น้าจางรู้เรื่องเอ้อร์โก่วจื่อจากฉัน ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟจะไปคิดบัญชีกับทางบ้านนั้นเดี๋ยวนี้เลย!” จางเจ๋อแกล้งถอนหายใจ แล้วพูดต่อ “อ้อ จริงสิ เอ้อร์โก่วจื่อคือชื่อเล่นของจางกั๋วตงนะ”
ได้ยินชื่อจางกั๋วตง ถงหยวนหางสะดุ้งเฮือก นี่มันว่าที่น้องเขยที่มาดูตัวน้องสาวเขานี่นา
เดิมทีเขาก็อยากถามจางเจ๋อเรื่องจางกั๋วตงอยู่แล้ว พอเห็นมีเรื่องแบบนี้ เขารีบถามต่อ “อาเจ๋อ ตกลงมันยังไงกันแน่ รีบเล่ามาสิ”
“ความจริงน้าจางย้ายไปอยู่ในตำบลนานแล้ว ไม่ค่อยรู้นิสัยใจคอหนุ่ม ๆ ในหมู่บ้านเราหรอก พอฉันรู้ว่าคนที่มาดูตัวน้องสาวนายคือเอ้อร์โก่วจื่อ ฉันก็รีบถามน้าแกเลยว่ารู้นิสัยมันหรือเปล่า ทำไมถึงทำแบบนี้!”
“ปรากฏว่าน้าจางไม่รู้จริง ๆ พอรู้สันดานเอ้อร์โก่วจื่อ แกก็ของขึ้นจะไปเอาเรื่องทางนั้นทันที นายลองคิดดู คนขี้เกียจสันหลังยาววัน ๆ ไม่ทำอะไร น้องสาวนายแต่งไปก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นไม่ใช่เหรอ?”
“แม่สื่อคนนี้ทำงานชุ่ยชะมัด!” ถงหยวนหางอารมณ์สับสนปนเป ทั้งโกรธและตำหนิแม่สื่อ ไม่รู้ข้อมูลฝ่ายชายให้ดีแล้วพามาดูตัว แบบนี้มันทำร้ายกันชัด ๆ
และยังรู้สึกขอบคุณจางเจ๋อ ถ้าวันนี้ไม่เจอเขา น้องสาวอาจจะตกนรกไปแล้วจริง ๆ
ที่เหลือคือความหวาดเสียว อีกแค่นิดเดียวเอง!
“ขอบใจมากนะอาเจ๋อ ถ้าไม่ได้นาย น้องสาวฉันคง...”
ถงหยวนหางได้สติก็ขอบคุณยกใหญ่ ท่าทางดูรักและห่วงใยน้องสาวมาก
“ไม่เป็นไร เรื่องบังเอิญน่ะ!” จางเจ๋อโบกมือไม่ถือสา
จากนั้นเขานึกถึงผู้หญิงที่จางชุ่ยเฟินบอกให้เขาไปถาม เลยถามด้วยความสงสัย “จริงสิอาหาง ฉันรู้ชื่อคนที่จะดูตัวจากปากน้าจางแล้ว เห็นว่าแซ่หวัง อยู่ไม่ไกลจากบ้านนาย นายรู้จักไหม?”
“แซ่หวัง อยู่ข้างบ้าน...” ถงหยวนหางนิ่งคิด ครู่หนึ่งเหมือนนึกออก ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ
[จบบท]