- หน้าแรก
- 1979 ย้อนเวลาไปพบรัก สู่ยอดนักตกปลาเลี้ยงครอบครัว
- บทที่ 22 – สวัสดีครับพี่เขย
บทที่ 22 – สวัสดีครับพี่เขย
บทที่ 22 – สวัสดีครับพี่เขย
“ทำไมล่ะ ผู้หญิงคนนั้นไม่ดีเหรอ?” จางเจ๋อเห็นสีหน้าเขาเปลี่ยนไปกะทันหัน ก็นึกว่ามีเรื่องลับลมคมในอะไร ต่อมอยากรู้อยากเห็นทำงานทันที
ถงหยวนหางรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ใช่ ๆ น้องหวังเป็นคนดีมาก แต่ว่า...”
เป็นคนดีงั้นเหรอ จางเจ๋อแปลกใจนิดหน่อย นึกไม่ถึงว่าจางชุ่ยเฟินจะไม่หลอกเขา หรือเพราะแม่เขาให้สินสอดเยอะ หรือเพราะน้องสาวเขาเลยหาคนดี ๆ มาให้?
ดูท่าเขาจะเข้าใจแม่สื่อผิดไปนิดหน่อย งั้นเขาก็คงไม่ต้องแอบไปทำลายธุรกิจของนางบนเกาะลู่เหมินแล้วสินะ
“คือน้องหวังกำลังคบหาดูใจกับน้องชายเพื่อนฉันอยู่ แต่บ้านสกุลหวังไม่เห็นด้วย...”
ถงหยวนหางไม่ได้เล่าละเอียด แต่จางเจ๋อฟังแค่นี้ก็เข้าใจสถานการณ์
เขาพูดไม่ออกจริง ๆ
ยุคนี้การแต่งงานยังต้องฟังคำผู้ใหญ่ แต่ถ้าใครเผลอไปแต่งกับน้องหวังคนนี้เข้า วันหน้าพอกระแสสังคมเปิดกว้าง ใครจะไปรู้ว่าน้องหวังจะกลับไปพัวพันกับรักแรกอีกหรือเปล่า เผลอ ๆ ตอนนี้สองคนนั้นอาจจะเคย ‘มีอะไร’ กันไปแล้วก็ได้
จางเจ๋อไม่อยากมองใครในแง่ร้าย แต่ชีวิตแต่งงานในชาติที่แล้วทำให้เขาไม่มีความสนใจผู้หญิงที่มีปมความรักคาราคาซังแบบนี้เลยสักนิด ขออยู่ห่าง ๆ ไว้ดีกว่า
“อย่างนี้นี่เอง งั้นฉันต้องไปบอกน้าจางว่าการดูตัวกับบ้านสกุลหวังขอยกเลิก”
“เอ่อ...” ถงหยวนหางได้ยินก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เพราะจางเจ๋อเป็นคนบนฝั่ง หน้าตาก็ดี บ้านสกุลหวังต้องถูกใจแน่ ๆ
เขาทำแบบนี้ เหมือนไปทำลายวาสนาของคนอื่นโดยไม่มีเหตุผล
แต่เขาก็รู้ดีว่าน้องชายเพื่อนรักชอบพอกับน้องหวังแค่ไหน จะให้จางเจ๋อไปดูตัวต่อเขาก็พูดไม่ออก
“อาเจ๋อ นายหน้าตาดี ทำงานก็รอบคอบ ไม่ต้องกลัวหาเมียไม่ได้หรอก”
“ใครว่า ฉันกำลังขาดแคลนเมียเลยนะ ไหน ๆ ฝั่งพวกนายกับเอ้อร์โก่วจื่อก็ล่มแล้ว งั้นแนะนำน้องสาวนายให้ฉันดีกว่าไหม?”
“ไปตายซะ ฉันเห็นนายเป็นเพื่อน นายดันมาเล็งน้องสาวฉัน!”
ทั้งสองพูดคุยหยอกล้อกันขำ ๆ ไม่มีใครถือเป็นจริงเป็นจัง
แต่ทันใดนั้น เสียงใสไพเราะราวกับระฆังแก้วก็ดังขึ้นข้างหลังพวกเขา
ทั้งคู่หันกลับไปพร้อมกัน เห็นหญิงสาวสวมเสื้อผ้าฝ้ายหยาบ ถักเปียยาวสองข้างพาดไหล่ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มผิวขาวผ่อง ยืนโบกมือให้พวกเขาอยู่ที่ท่าเรือ
ถงหยวนหางประหลาดใจ “ชูเหยา น้องมาทำอะไรที่นี่?”
ถงชูเหยายิ้มหวานเดินเข้ามาหา มองจางเจ๋อด้วยความสงสัยแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “แม่ให้เงินมาซื้อครีมทาหน้า พอดีเจออาสามจะข้ามมา ฉันเลยขอติดเรือมาด้วย”
ถงหยวนหางเข้าใจทันทีว่าทำไมน้องต้องซื้อครีมทาหน้า ก็เพราะใกล้จะแต่งงานแล้ว ต้องบำรุงผิวพรรณให้ดูดีหน่อย
แต่พอคิดว่างานแต่งต้องล่ม น้องสาวเขาคงได้ครีมทาหน้ามาใช้ฟรี ๆ เขาก็เชื่อว่าน้องสาวคงจะดีใจจนเนื้อเต้น
เขารู้ดีว่าน้องสาวไม่ได้ชอบเจ้าเอ้อร์โก่วจื่อ แค่ไม่รู้จักเลยไม่ได้เกลียด
อีกอย่างคนในบ้านเห็นดีเห็นงาม เธอก็เลยเชื่อฟังทำตามที่บ้านบอก
แต่เรื่องนี้เขาจะไม่บอกน้องสาวตอนนี้ ต้องกลับไปคุยกับที่บ้านก่อน
“งั้นน้องไปเถอะ พี่ติดธุระคงไปเป็นเพื่อนไม่ได้”
“ไม่ต้องหรอก ฉันรู้ทางน่า” ถงชูเหยาโบกมือ แล้วหันมายิ้มทักทายจางเจ๋อตามมารยาท ก่อนจะเดินจากไปอย่างเบิกบาน
ที่ดีใจไม่ใช่เพราะจะได้แต่งงาน แต่เพราะได้เข้าเมืองมาเดินเที่ยว แถมยังได้ซื้อครีมทาหน้าด้วย
พอน้องสาวคล้อยหลังไป ถงหยวนหางกำลังจะหยิบลอบดักปูให้ แต่จู่ ๆ มือก็ถูกคว้าหมับ “สวัสดีครับพี่เขย เอ้อร์โก่วจื่อไม่เวิร์ค ลองพิจารณาผมหน่อยเป็นไง!”
ถงหยวนหางอ้าปากค้าง นี่มันสถานการณ์อะไร เห็นน้องสาวชาวบ้านปุ๊บก็เรียกพี่เขยปั๊บเลยเหรอ
เกิดมาไม่เคยเจอใครหน้าด้านขนาดนี้มาก่อน
“อาเจ๋อ นายเอาจริงดิ?”
ถ้าเป็นยุคหลัง ประโยคนี้คงคิดว่าเล่นมุก แต่ยุคนี้ยังไม่มีมุกตลกโปกฮาแบบนั้น ถงหยวนหางเลยคิดว่าเป็นเรื่องจริง
แน่นอนว่าจางเจ๋อพูดเล่นครึ่งจริงครึ่ง
“ไม่ได้พูดเล่นนะ น้องสาวนายสวยถูกใจ ฉันเห็นปุ๊บก็ปิ๊งเลย ยังไงทางพวกนายก็คงไม่เอาเอ้อร์โก่วจื่ออยู่แล้ว ไม่ลองพิจารณาฉันดูบ้างล่ะ”
เห็นสีหน้าท่าทางเขาจริงจัง ถงหยวนหางก็ทำหน้าไม่ถูก
เขาประทับใจจางเจ๋อพอสมควร จากที่ได้สัมผัส เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายน่าจะมีเงิน
สายถักกับเบ็ดราคาตั้ง 3 หยวนกว่า ก็ซื้อโดยไม่กระพริบตา แถมยังสั่งทำลอบดักปูที่เขาโก่งราคาไปหลายหยวนอีก
พฤติกรรมแบบนี้ดูจะใช้เงินมือเติบไปหน่อย แต่ทั้งคู่เจอกันที่ตลาดมืด เขาเลยคิดว่าจางเจ๋อต้องมีวิธีหาเงินแน่ ๆ
ไม่อย่างนั้นคนชนบทธรรมดา ใครจะกล้าควักเงินซื้อของพวกนี้
แต่พอคิดถึงตรงนี้ ถงหยวนหางก็รู้สึกละอายใจ ถ้าจางเจ๋อมาเป็นน้องเขยจริง เขาจะไม่เท่ากับหลอกเอาเปรียบคนกันเองเหรอ?
สายถักกับเบ็ดตกปลาความจริงไม่ได้แพงขนาดนั้น แค่ไม่มีช่องทางซื้อขาย ชาวประมงทั่วไปใครจะมีปัญญาซื้อมาใช้
นี่แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้รังเกียจจางเจ๋อ เพียงแต่เพิ่งผ่านเรื่องเอ้อร์โก่วจื่อมา เขาเลยคิดว่าจะหาโอกาสไปสืบข่าวที่หมู่บ้านจางเจ๋อดูสักหน่อย
เขาจึงพูดอ้อม ๆ ว่า “อาเจ๋อ ในเมื่อนายสนใจน้องสาวฉัน งั้นอีกไม่กี่วันนายลองให้แม่สื่อไปที่บ้านฉันดูไหม?”
ความหมายชัดเจนคือ ถ้านายอยากแต่งกับน้องสาวฉัน ก็ให้พ่อแม่ฉันพิจารณาก่อน ให้พวกเขาเป็นคนตัดสินใจ
และเขาจะได้ถือโอกาสช่วงไม่กี่วันนี้ไปสืบเรื่องจางเจ๋อกับเอ้อร์โก่วจื่อที่หมู่บ้านด้วย
จางเจ๋อย่อมไม่มีปัญหา “ได้ ฉันจะได้เตรียมตัวด้วย”
ตกลงเรื่องจะไปสู่ขอเรียบร้อย เขาถึงวกกลับมาเรื่องลอบดักปู “จริงสิอาหาง ลอบดักปูเสร็จหรือยัง?”
“เอ่อ... นายคงต้องรออีกสองวัน พอดีไม่ค่อยสะดวก สองวันนี้ฉันมีธุระยุ่ง ๆ นิดหน่อย” ถงหยวนหางนึกถึงลอบดักปูอันเล็กนั่น ลังเลนิดหน่อยก่อนจะหาข้ออ้างยื้อเวลา
เดิมทีเป็นแค่คนรู้จักเจอกันครั้งเดียว ขายของแพงหน่อยก็ช่างเถอะ เพื่อปากท้อง อีกฝ่ายก็เต็มใจจ่าย
แต่ตอนนี้อีกฝ่ายมีโอกาสจะเป็นน้องเขย แถมยังช่วยให้น้องสาวเขารอดพ้นจากนรก เขาเลยกระดากใจที่จะเอาลอบดักปูอันเล็กมาหลอกขายให้
“ไม่เป็นไร ฉันไม่รีบ” เทียบกับถงหยวนหาง จางเจ๋อผ่านโลกมามากกว่าหลายสิบปี ต่อให้ไม่ใช่คนเหลี่ยมจัดก็พอมองออกว่ามีอะไรแปลก ๆ
แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ อีกสองวันถงหยวนหางคงเอาลอบดักปูที่ดีกว่ามาให้เขาเอง
ร่ำลาถงหยวนหาง จางเจ๋อคิดว่าไหน ๆ ก็เข้าเมืองมาแล้ว ถือโอกาสเดินเร่ขายหาเงินค่าสินสอดสักหน่อยดีกว่า
ปลาเก๋ากับกุ้งมังกรในพื้นที่ตกปลาเป็นของขายง่าย เขาเด็ดหญ้าข้างทางมาถักเป็นเชือก เอาปลาเก๋าจุดตัวเล็กออกมาผูก
จากนั้นก็หิ้วปลาเก๋าจุดสองตัว เดินมุ่งหน้าไปยังตึกแถวสภาพดีใกล้ ๆ
พอเดินไปถึง ก็เจอชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังจะออกจากบ้าน ดูจากการแต่งกายฐานะน่าจะดี
จางเจ๋อเดินสวนไปเฉย ๆ ไม่ได้เข้าไปถามว่าเอาปลาไหม
การเข้าไปเสนอขายตรง ๆ เป็นเรื่องอันตราย
ใครจะไปรู้ว่าโชคจะร้ายไปเจอหัวหน้าหน่วยปราบปรามการเก็งกำไรเข้าหรือเปล่า?
วิธีขายแบบนี้ประสิทธิภาพต่ำ แต่ปลอดภัยกว่า
ยุคนี้แม้ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ แต่ปลาเก๋าก็ไม่ใช่ของหาง่าย ไม่อย่างนั้นราคาคงไม่แพงขนาดนี้
ชายวัยกลางคนเห็นปลาเก๋าจุดสด ๆ สองตัวในมือเขา ก็เผลอมองตาม
ของดีแบบนี้แม้แต่ในโรงอาหารพิเศษของโรงงานเขาก็ยังมีให้กินแค่นาน ๆ ครั้ง
หลัก ๆ คือฝ่ายจัดซื้อหาของยาก ของดีแบบนี้ใคร ๆ ก็แย่งกัน
พอเห็นปลาเก๋าสด ๆ สองตัว ชายวัยกลางคนก็นึกถึงงานเลี้ยงมื้อเย็น เขาจึงหันกลับไปเรียกจางเจ๋อที่กำลังจะเดินจากไป “นี่ สหายตัวน้อย...”
[จบบท]