เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 คืนสู่สามัญ หนึ่งมีดตัดผ่าจักรวาล

บทที่ 5 คืนสู่สามัญ หนึ่งมีดตัดผ่าจักรวาล

บทที่ 5 คืนสู่สามัญ หนึ่งมีดตัดผ่าจักรวาล


กลายเป็นวังวนสีดำขนาดใหญ่ ครอบคลุมฉินป๋อและเจ้าเฮยทั่นไว้ภายใน

ฉินป๋อรู้สึกถึงแรงดูดมหาศาล ร่างกายลอยเข้าสู่ใจกลางวังวนอย่างควบคุมไม่ได้

เจ้าเฮยทั่นดิ้นรนอย่างสุดชีวิตอยู่ข้าง ๆ แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากแรงดูดนี้ได้เช่นกัน

“แย่แล้ว! ผีสาวนี้จะระเบิดตัว ตายตกไปตามกัน!”

ฉินป๋อร้องในใจว่าแย่แล้ว

ผีสาวกลายเป็นกลุ่มก้อนไอวิญญาณขนาดมหึมา กลืนกินแก่นพลังรอบด้าน

ฉินป๋อในยามนี้ถือมีดด้วยมือข้างเดียว ผ่อนคลายร่างกายทั่วร่าง

ในหัวเต็มไปด้วยกระบวนท่าเพลงมีดฆ่าหมู

“ระบบ ผลาญอายุขัยให้ฉัน ฝึกฝนเพลงมีดฆ่าหมู!”

[ปีที่หนึ่ง เพลงมีดฆ่าหมูของเจ้าบรรลุถึงขั้นสุดขีด ไม่มีทางก้าวหน้าไปได้อีก]

[ปีที่สอง... ยังคงไม่เข้าใจ]

[ปีที่สาม... เจ้าเริ่มรู้สึกว่าเพลงมีดฆ่าหมูไม่ควรเป็นเช่นนี้ ควรจะเป็นหนึ่งมีดออก หมูหมื่นตัวสยบ!]

[ปีที่ห้า... เจ้าเผชิญหน้ากับหมูไม่ใช่เพื่อลงมีด แต่เพื่อสื่อสาร เรียนรู้ เข้าใจชีวิตของหมูอย่างลึกซึ้ง]

[ปีที่หก จิตใจที่เย็นชาจากการฆ่าหมูของเจ้า แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน การฆ่าหมูไม่ใช่แค่การกระทำ แต่เป็นศิลปะ เพลงมีดฆ่าหมูบรรลุถึงขั้นคืนสู่สามัญสำเร็จ]

ในวินาทีนั้น ฉินป๋อรู้สึกว่าตนเองกับมีดทำครัวในมือราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

พลังประหลาดแต่แข็งแกร่งสายหนึ่งพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา

เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แววตาฉายประกายแห่งการหลุดพ้นโลกีย์

ในเวลานี้ กลุ่มก้อนไอวิญญาณขนาดมหึมานั้นกำลังจะกลืนกินทั้งห้องจนหมดสิ้น

เจ้าเฮยทั่นต้านทานการกัดกร่อนของไอวิญญาณอยู่ข้าง ๆ อย่างยากลำบาก ส่งเสียงร้อง “เมี๊ยว เมี๊ยว” แผ่วเบา

ฉินป๋อสูดลมหายใจลึก ตวัดมีดทำครัวในมือเบา ๆ

“วันนี้จะใช้เจ้าเซ่นสังเวยมีดของข้า!”

“ลองชิมรสชาติกระบวนท่าสุดท้ายของเพลงมีดฆ่าหมูที่ข้าบัญญัติขึ้นนี้หน่อยเป็นไร!”

“หนึ่งมีดตัดผ่าจักรวาล!”

ทันใดนั้น กลิ่นอายรอบกายฉินป๋อก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน

กลิ่นอายสงบเยือกเย็นแบบคืนสู่สามัญ พลันแปรเปลี่ยนเป็นจิตสังหารอันแหลมคมที่พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ

มีดทำครัวในมือของเขาส่องประกายแสงสีทองเจิดจ้า

ท่ามกลางแสงสว่างนั้น ปรากฏเงามายาของสุกรเทพเจ้านับไม่ถ้วนลอยเด่น พวกมันเงยหน้าคำรามก้องฟ้า ราวกับกำลังส่งเสียงเชียร์ให้ฉินป๋อ

เพียงแค่ฉินป๋อตวัดมีดเบา ๆ ประกายมีดสีทองอร่ามตาอย่างถึงที่สุดก็พุ่งหวีดหวิวออกไป

ภายในประกายมีดนั้นแฝงไว้ด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์อันไร้ที่สิ้นสุด ราวกับสามารถตัดขาดความจอมปลอมทั้งปวงในโลกหล้า

ชั่วพริบตา ฟ้าดินราวกับหยุดนิ่ง

กลิ่นอายรอบกายฉินป๋อพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับที่น่าสะพรึงกลัว

มีดทำครัวที่ดูธรรมดาในมือ ยามนี้กลับเปล่งประกายเจิดจรัสอย่างหาที่เปรียบมิได้

แสงสว่างเจิดจ้าบาดตา ราวกับจะฉีกกระชากพื้นที่อันมืดมิดทั้งหมดให้ขาดสะบั้น

มีดนี้ที่ฟันออกไป แฝงไว้ด้วยความเข้าใจขั้นสูงสุดของฉินป๋อที่มีต่อเพลงมีดฆ่าหมู

หลอมรวมประสบการณ์ ความรู้สึก และศักยภาพที่ระเบิดออกมาระหว่างความเป็นความตายตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ประกายมีดพุ่งออกไปด้วความเร็วเหนือจินตนาการ

ทุกที่ที่ผ่าน ไอวิญญาณแตกกระเจิงดั่งกระจกแก้ว ส่งเสียงดังน่าใจหาย

มีดเดียวผ่านไป กลุ่มก้อนไอวิญญาณทั้งผืนถูกแยกออกเป็นสองส่วน

[ติ๊ง: สังหารสิ่งลี้ลับระดับแค้น]

[ได้รับอายุขัยห้าปี]

เมื่อเสียงระบบดังขึ้น

การต่อสู้ครั้งนี้ก็จบลงในที่สุด ฉินป๋อก็วางมีดทำครัวในมือลง

ใบหน้าของเขาซีดเผือดเล็กน้อย

เนื่องจากก่อนหน้านี้ใช้เลือดตัวเองเสริมพลังให้มีดทำครัว จึงเสียเลือดไปมากพอสมควรแล้ว

เงยหน้ามอง พื้นดินถูกกรีดเป็นร่องลึกขนาดใหญ่

เจ้าเฮยทั่นที่อยู่ไม่ไกลก็นอนคอตกอยู่บนพื้น ดูเหมือนจะใช้แรงมากเกินไป

“เจ้าเฮยทั่น มานี่!”

ฉินป๋อหยิบแผ่นแป้งข้าวโพดออกมาโยนให้มัน

ใครจะรู้ว่ามันเพียงแค่เหลือบมองแล้วก็หันหน้าหนี

ราวกับจะบอกว่า ของแค่นี้กล้าเอาออกมาได้อย่างไร!

“อ้าว เจ้าเฮยทั่น เลือกกินเพราะไม่มีเนื้อใช่ไหม?”

ฉินป๋อเลิกคิ้ว ยื่นมือไปบีบหูนุ่มนิ่มของเจ้าเฮยทั่น

“ได้เลยนะ หัดเลือกกินแล้วหรือ?”

“แต่ตอนนี้ไม่มีเนื้อ พรุ่งนี้ค่อยหาโอกาสไปล่าสัตว์ดู”

“แต่ว่าตอนนี้นะ...”

เขาลากเสียงยาว หักแผ่นแป้งข้าวโพดเป็นสองส่วน ยัดใส่ปากตัวเองชิ้นหนึ่งอย่างช้า ๆ

“ถ้าไม่กิน ก็อดนะ”

เจ้าเฮยทั่นได้ยินดังนั้น หูก็กระดิก ดวงตาใสแจ๋วของมันจ้องมองแผ่นแป้งข้าวโพดในมือฉินป๋อเขม็ง

ในลำคอส่งเสียงร้องอู้อี้อย่างไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ทนต่อความเย้ายวนของอาหารไม่ไหว

คาบแผ่นแป้งข้าวโพดบนพื้นขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ เคี้ยวไปพลางใช้หางปัดขากางเกงฉินป๋ออย่างฮึดฮัด

ฉินป๋อเคี้ยวแผ่นแป้งข้าวโพดไปพลาง ตรวจสอบค่าสถานะของตัวเองไปพลาง

[โฮสต์: ฉินป๋อ]

[ร่างกาย: เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย]

[ระดับพลัง: ขอบเขตขัดเกลากายา (ขัดเกลาอวัยวะภายใน)]

[ทักษะ: เพลงมีดฆ่าหมู (ขั้นคืนสู่สามัญ)]

[อายุขัยคงเหลือ: 9 ปี]

“คืนสู่สามัญ! แข็งแกร่งจริง ๆ”

“แล้วก็สิ่งลี้ลับระดับแค้น หมายความว่าผีสาวนี้อยู่ในระดับแค้น แปลว่าตอนนี้ถ้าเจอกับพวกระดับแค้นก็สามารถเอาชนะได้แล้ว”

“ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือต้องใช้เลือดเสริมพลัง ไม่อย่างนั้นก็สร้างความเสียหายที่แท้จริงไม่ได้”

“สิ่งลี้ลับระดับแค้นหนึ่งตนให้อายุขัยห้าปี ก็ไม่เลว!”

...

เช้าวันรุ่งขึ้น!

ฉินป๋อถูกปลุกด้วยเสียงเคาะประตู

“พี่ป๋อ! พี่ป๋อ!”

“อยู่หรือไม่? เปิดประตูหน่อย!”

“ใครกัน?”

เปิดประตูออกไปดู เป็นเจ้าหลี่เอ้อร์โก่วนั้นเอง

“มีอะไรหรือ?”

“เร็วเข้า ไปช่วยกันหน่อย!

บ้านท่านลุงหลี่เชิญนักพรตมาทำพิธี แต่จู่ ๆ ก็เกิดเรื่อง พี่หลี่กับภรรยาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย”

“นักพรตต้องการชายหนุ่มแปดคนไปช่วย ข้าเลยมาหาพี่นี่แหละ”

ฉินป๋อฟังจบ สีหน้าก็ตกใจอย่างยิ่ง

“อะไรนะ? หลี่ตงกับภรรยาเกิดเรื่องหรือ?”

แต่ในใจกลับประหลาดใจ

“ไม่น่าเป็นไปได้นี่? ผีสาวนั้นถูกฉันจัดการไปแล้วไม่ใช่เหรอไง?”

“หรือว่ายังมีภูตผีตนอื่นอีก?”

ไม่ทันได้คิดมาก ฉินป๋อบอกให้เขารอสักครู่ ตนจะไปหยิบของ

หันหลังกลับเข้าบ้าน เอาผ้าห่อมีดทำครัวเล่มนั้นไว้ เหน็บไว้ที่เอวด้านหลัง

ทั้งสองรีบเดินทาง ไม่นานก็มาถึงบ้านหลี่ตงทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน

มองแต่ไกล เห็นยันต์กระดาษที่แปะอยู่บนกำแพงรั้วปลิวไสวตามแรงลม แผ่กลิ่นอายสังหารอันน่าขนลุกออกมา

ยังไม่ทันก้าวเข้าประตู ก็ได้ยินเสียงนักพรตตะโกนด้วยเสียงแหบพร่ามาจากในบ้าน:

“กระบี่ไม้ท้อสะกดสี่ทิศ ฟ้าดินขอยืมพลังธรรมประกาศศักดา!

“ปีศาจร้ายตนใด รีบปรากฏกายออกมาเดี๋ยวนี้!”

ฉินป๋อก้าวข้ามธรณีประตู ภาพภายในบ้านทำเอารูม่านตาของเขาหดเกร็ง

บนโต๊ะแปดเซียนเต็มไปด้วยเลือดสุนัขดำและชาด กระบี่ไม้ท้อวางขวางอยู่ตรงกลาง ห้องโถงไว้อาลัยของตาเฒ่าหลี่กลับถูกทำลาย

นางหลาน ภรรยาของตาเฒ่าหลี่หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ

รองเท้าปักของลูกสะใภ้ถูกทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยวข้างโต๊ะบูชา เปื้อนคราบสีแดงคล้ำ

“ป้าหลี่! เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ?”

“พี่หลี่กับพี่สะใภ้ของข้าไปไหนกัน?”

ฉินป๋อรีบเข้าไปสอบถาม

“เสี่ยวป๋อเอ๋ย ตงเอ๋อร์กับเมียไม่รู้เป็นอะไร จู่ ๆ ก็หายตัวไปเมื่อกลางดึกเมื่อคืน”

“นี่ไง ท่านนักพรตท่านนี้กำลังหาวิธีตามหาทั้งสองคนอยู่!”

“เฮ้อ ตระกูลหลี่ของข้าทำเวรทำกรรมอะไรไว้นักหนา!”

“ตาเฒ่าตายไปอย่างไม่รู้สาเหตุ ทำไมลูกชายข้ายังต้องมารับเคราะห์กรรมอีก?!”

พูดถึงตรงนี้ ยายเฒ่าหลี่ก็ร้องห่มร้องไห้ ฉินป๋อทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะปลอบนางอย่างไร

ไม่นานอีกหกคนก็มาถึงครบ ล้วนเป็นชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเขา เลือดลมพลุ่งพล่าน

ต่างก็เป็นคนคุ้นเคยในหมู่บ้าน ทักทายกันพอเป็นพิธี

[จบบท]

จบบทที่ บทที่ 5 คืนสู่สามัญ หนึ่งมีดตัดผ่าจักรวาล

คัดลอกลิงก์แล้ว