- หน้าแรก
- กายาบรรลุอริยะ เจ้าน่ะหรือบัณฑิต
- บทที่ 4 พลังเลือดลมเสริมพลัง
บทที่ 4 พลังเลือดลมเสริมพลัง
บทที่ 4 พลังเลือดลมเสริมพลัง
นับตั้งแต่ทะลวงผ่าน เลือดลมก็เพิ่มพูนมหาศาล ประสาทสัมผัสต่อไอเย็นแบบนี้เลยเฉียบคมเหนือธรรมดา
ฉินป๋อใจหายวาบ กำแผ่นแป้งข้าวโพดในมือที่ยังไม่ทันได้วางลงแน่น กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง
“เป็นผู้ใด? ออกมา!”
ฉินป๋อตวาดเสียงดัง เสียงก้องกังวานไปทั่วห้องที่เงียบสงัด
พยายามใช้เสียงตะโกนนี้ขับไล่ความไม่สบายใจในจิตใจ
ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมา มีเพียงเสียงสะท้อนของตัวเขาเอง และไอเย็นที่ทวีความเข้มข้นขึ้น
ทันใดนั้น มีเสียง “แกรกกราก” เบา ๆ ดังมาจากมุมหนึ่ง ราวกับมีคนกำลังขยับเท้าอย่างช้า ๆ
ฉินป๋อหันขวับ สายตาดั่งคบเพลิงจ้องมองไปทางทิศนั้น
เห็นเพียงเงาเลือนลาง ปรากฏผลุบโผล่ในความมืด
รอบกายแผ่ซ่านไอเย็นยะเยือก ราวกับจะแช่แข็งอากาศรอบด้าน
เมื่อเงาร่างค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ฉินป๋อก็เห็นชัดว่านั่นคือสตรีที่มีใบหน้าขาวซีดดุจหิมะ
นางสวมชุดคลุมยาวสีขาว ผมปล่อยสยายคลุมไหล่ทั้งสองข้าง
ดวงตาว่างเปล่าไร้แวว แฝงไว้ด้วยความอาฆาตแค้นไร้ที่สิ้นสุด
เท้าทั้งสองข้างของนางไม่ได้แตะพื้น แต่ลอยอยู่กลางอากาศ ลอยเข้ามาหาฉินป๋ออย่างเงียบเชียบ
“แค้น... แค้น...”
ปากของสตรีผู้นั้นเปล่งเสียงแผ่วเบาแต่โหยหวน
ราวกับกำลังพร่ำบอกถึงความอยุติธรรมอันไม่มีที่สิ้นสุด
ฉินป๋อตกใจ หรือนี่จะเป็นสิ่งลี้ลับวิญญาณแค้นในตำนาน?
แต่เขาไม่เคยผูกพยาบาทกับใคร ทำไมวิญญาณแค้นตนนี้ถึงมาหาเขา?
“ข้ากับเจ้าไร้ความแค้นต่อกัน เหตุใดเจ้าจึงมาที่นี่?”
ฉินป๋อทำใจดีสู้เสือถามออกไป
แต่สตรีผู้นั้นยังคงพร่ำพูดคำว่า “แค้น” ที่โหยหวนซ้ำไปซ้ำมา
ความเร็วพลันเพิ่มขึ้น พุ่งกระโจนเข้าใส่ฉินป๋อ
ฉินป๋อมีสีหน้าเหี้ยมเกรียม
“มารดามันเถอะ ฉันเป็นลูกผู้ชายอกสามศอกจะถูกผีผู้หญิงรังแกได้อย่างไร?”
ฉินป๋อปลุกใจตัวเอง ตวาดลั่น แล้วยกหมัดซัดออกไปทันที
แต่ใครจะคาดคิด หมัดที่ทรงพลังหนักหน่วงจนสามารถต่อยโม่หินแตกได้เมื่อตอนกลางวัน
ในยามนี้กลับไร้ผลโดยสิ้นเชิง
หมัดนี้ราวกับต่อยลงในกองนุ่น พลังถูกผีสาวสลายไปอย่างง่ายดาย
ไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อนาง อย่างมากก็แค่ทำให้ความเร็วของนางชะงักไปเล็กน้อย
ผีสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ความเร็วไม่ลดลงแม้แต่น้อย พริบตาเดียวก็พุ่งมาถึงตรงหน้าฉินป๋อ
มือคู่หนึ่งที่ขาวซีดราวกับกรงเล็บอินทรีตะปบเข้าที่ลำคอของฉินป๋อ
ฉินป๋อหลบไม่ทัน ถูกผีสาวบีบคอไว้
ไอเย็นยะเยือกบาดกระดูกแผ่ซ่านไปตามลำคอ ราวกับมีเข็มน้ำแข็งนับไม่ถ้วนทิ่มแทง
พร้อมกันนั้น ความรู้สึกขาดอากาศหายใจก็ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์
ฉินป๋อตาเบิกโพลง สองมือพยายามแกะมือของผีสาวออก แต่มือคู่นั้นกลับแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ขาทั้งสองข้างของเขาดิ้นรนไม่หยุด พยายามเตะผีสาว แต่ก็เปล่าประโยชน์
ในขณะที่เขารู้สึกว่าสติค่อย ๆ เลือนราง ใกล้จะทนไม่ไหว
เสียงร้องแหลมสูงก็กรีดผ่านความมืด
เจ้าเฮยทั่นกระโดดลงมาจากกำแพงรั้ว
สิ่งลี้ลับตนนั้นเมื่อได้ยินเสียงร้อง ก็เผยแววตาหวาดกลัวออกมา
แม้ฉินป๋อจะมีสติเลือนราง แต่ก็จับสังเกตแววตาหวาดกลัวนั้นได้
เจ้าเฮยทั่นร่างไหววูบกลางอากาศ กลายเป็นเงาสีดำ พุ่งเข้าใส่ผีสาวราวกับลูกธนู
ผีสาวดูเหมือนจะเกรงกลัวเจ้าเฮยทั่น จำต้องปล่อยมือที่บีบคอฉินป๋อ แล้วถอยร่นไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว
ฉินป๋อไอโขลกอย่างรุนแรง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเฮือกใหญ่
ลำคอแสบร้อน แต่เขาไม่สนใจ สายตาจ้องเขม็งไปที่เจ้าเฮยทั่นและผีสาว
เจ้าเฮยทั่นเมื่อลงสู่พื้น ขนทั่วร่างลุกชัน
ปากส่งเสียง “ขู่ฟ่อ” จ้องมองผีสาวเขม็งท่าทางนั้นราวกับสัตว์ร้ายพิทักษ์เจ้าของ
ความหวาดกลัวบนใบหน้าของผีสาวฉายวูบขึ้นมาชั่วครู่ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยว
นางกรีดร้องเสียงแหลม ไอเย็นรอบกายปะทุขึ้นอีกครั้ง
อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงทันที บนหน้าต่างมีเกล็ดน้ำแข็งหนาเกาะตัวขึ้นในชั่วพริบตา
เจ้าเฮยทั่นกลับไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย สี่เท้าถีบตัวพุ่งเข้าใส่ผีสาว
ฉินป๋อมีสีหน้าประหลาดใจ เจ้าเฮยทั่นช่างกล้าหาญซะจริง
ดูท่าแมวดำตัวนี้คงเป็นสายพันธุ์พิเศษละมั่ง
เขาก็ไม่อยู่เฉย รีบวิ่งเข้าไปในครัวคว้ามีดทำครัวออกมา
เผื่อเหตุฉุกเฉิน!
เจ้าเฮยทั่นพุ่งเข้าใส่ผีสาวราวกับสายฟ้าสีดำ
ผีสาวสะบัดมือด้วยความโกรธ กรงเล็บผีสีดำก่อตัวขึ้นกลางอากาศ ตะปบเข้าใส่เจ้าเฮยทั่น
เจ้าเฮยทั่นบิดตัวอย่างคล่องแคล่ว พลิกตัวกลางอากาศ
หลบกรงเล็บผีได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับตะปบสวนเข้าที่ใบหน้าของผีสาว
ผีสาวเอียงศีรษะหลบเล็กน้อย กรงเล็บของเจ้าเฮยทั่นเฉียดแก้มของนางไป พาเอาไอวิญญาณหลุดออกมาเป็นริ้ว ๆ
ฉินป๋อกำมีดทำครัวแน่น มองหาจังหวะ ตวาดลั่นพุ่งเข้าใส่ผีสาว
“เพลงมีดฆ่าหมู ผ่าท้องคว้านไส้!”
มีดทำครัวในมือหมุนควงอย่างบ้าคลั่ง เล็งไปที่ท้องของผีสาวแล้วตวัดขึ้นจากล่าง
ฉับเดียวผ่านไป
แต่กลับทะลุผ่านร่างของผีสาวไปโดยตรง ไม่สร้างความเสียหายใด ๆ แม้แต่น้อย
ฉินป๋อชะงัก เงยหน้าขึ้นยิ้มให้ผีสาว
“สวัสดี! กินข้าวมาหรือยัง?”
ผีสาวงุนงงกับคำทักทายกะทันหันของฉินป๋อ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าทันที
ตบกรงเล็บเข้าใส่หน้าอกของฉินป๋อ
เขารู้สึกเพียงความเย็นวาบที่ร่างกาย แล้วทั้งร่างก็ปลิวลิ่วออกไป
ทรุดฮวบลงทันที
“ซู้ด... ผีสาวนี้กลืนกินเลือดลมของฉันได้!!”
“จริงสิ เลือดลม!”
ฉินป๋อนึกถึงภาพยนตร์ในชาติก่อนที่ใช้เลือดของตัวเองเสริมพลังให้อาวุธขึ้นมาได้ทันที!
กัดฟันแน่น ยกมีดทำครัวขึ้นกรีดฝ่ามือ
เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาทันที ฉินป๋อกำมีดทำครัวแน่น ปล่อยให้เลือดไหลอาบไปตามตัวมีดอย่างช้า ๆ
ชั่วพริบตา มีดทำครัวราวกับได้รับพลังลึกลับบางอย่าง เปล่งประกายแสงสีเลือดจาง ๆ ออกมา
ผีสาวเห็นดังนั้น แววตาฉายแววระแวดระวัง แต่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นความดูถูกเหยียดหยาม
ทันทีที่ผีสาวเข้ามาใกล้ ฉินป๋อก็ตวัดมีดทำครัวอย่างแรง ประกายมีดสีเลือดพุ่งหวีดหวิวออกไป
ผีสาวคิดไม่ถึงว่ามีดธรรมดานี้จะมีอานุภาพเช่นนี้
ประกายมีดเฉียดแขนของนางไป ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากบาดแผล
ผีสาวเจ็บปวด กรีดร้องเสียงแหลม แววตาโกรธแค้นยิ่งกว่าเดิม
“ได้ผล!”
มุมปากของฉินป๋อยกยิ้มเล็กน้อย
“ฮิฮิ... วางใจเถอะ ข้าจะทำให้เจ้าสบายตัวเอง”
“เพลงมีดฆ่าหมูท่าที่สอง: เลาะกระดูกแล่เนื้อ!”
มีดทำครัวในมือฉินป๋อพลิกแพลงไปมา
หนึ่งกรีด สองงัด สามหัก
กรีดผ่านร่างผีสาวทีละแผล
ไอวิญญาณสีดำพวยพุ่งออกมาจากร่างผีสาวไม่หยุด นางบิดกายอย่างบ้าคลั่ง พยายามหลบหลีกเพลงมีดที่แปลกประหลาดแต่เฉียบคมของฉินป๋อ
แต่ฉินป๋อในยามนี้ราวกับถูกผีซะเอง แววตามุ่งมั่น
มีดทำครัวในมือร่ายรำจนลมไม่อาจลอดผ่าน ทุกมีดล้วนจ้วกถูกร่างผีสาวอย่างแม่นยำ
ผีสาวส่งเสียงร้องโหยหวนระลอกแล้วระลอกเล่า เสียงก้องสะท้อนในลานบ้านแคบ ๆ น่าขนลุกยิ่งนัก
ผีสาวร้องโหยหวนพลางหลบหลีก
แต่ฉินป๋อไม่หวั่นไหว เขายังคงใช้ “เพลงมีดฆ่าหมู” ต่อไป
ทุกมีดล้วนแฝงไปด้วยความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดและความโกรธแค้นต่อสถานการณ์อันแปลกประหลาดนี้
ขณะที่ฉินป๋อโจมตีอย่างต่อเนื่อง ร่างของผีสาวก็ค่อย ๆ เลือนรางลง
แต่แววตาอาฆาตแค้นของนางกลับยิ่งเข้มข้นขึ้น
ทันใดนั้น ผีสาวก็รวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ไอวิญญาณรอบกายปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
[จบบท]