- หน้าแรก
- บลีช เมื่อบอสใหญ่ไอเซ็นเล็งเป้าผม
- บทที่ 12 ให้ตายเถอะ เหมาเตี๋ย!
บทที่ 12 ให้ตายเถอะ เหมาเตี๋ย!
บทที่ 12 ให้ตายเถอะ เหมาเตี๋ย!
บทที่ 12: ให้ตายเถอะ เหมาเตี๋ย!
"โยรุอิจิ จงมากราบไหว้ในความอัจฉริยะของข้าซะ!"
เจี๋ยเฉิงเซี่ยนผู้ตื่นแต่เช้ามืดและมาถึงลานฝึกซ้อมของตระกูลชิโฮอินก่อนเวลา ยืนกอดอกพลางทำท่าทางวางมาดเหนือชั้นขณะมองไปยังโยรุอิจิ
โยรุอิจิมองดูเจี๋ยเฉิงเซี่ยนที่กำลังปล่อยพลังเบียวออกมาด้วยสายตาประหลาดใจ นางสงสัยว่าการฝึกเมื่อวานมันหนักหนาสาหัสจนทำให้เด็กนี่สติเลอะเลือนไปแล้วหรืออย่างไร โยรุอิจิพยายามจะเอามือลูบหน้าผากเขาแต่ก็ถูกเจี๋ยปัดออก ก่อนที่เขาจะเริ่มสาธยายสมมติฐานที่เขาคิดค้นขึ้นมาเมื่อคืนนี้
"อ้อ เรื่องนั้นเองเหรอ ข้าเองก็เคยมีความคิดแบบเดียวกันนั่นแหละ แต่ตอนนี้มันยังอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์น่ะ"
"ทำไมเจ้าไม่รีบบอกให้เร็วกว่านี้เล่า!"
เจี๋ยเฉิงเซี่ยนเหี่ยวฟัดลงทันที เขาอุตส่าห์หวังว่าโยรุอิจิจะตกตะลึงในสติปัญญาอันไร้เทียมทานของเขาจนต้องก้มกราบด้วยความเลื่อมใส ที่ไหนได้มันกลับเป็นเพียงแค่ฝันกลางวัน
"ข้าก็ไม่นึกว่าเจ้าจะคิดออกเองนี่นา กะว่าจะรอให้มันสมบูรณ์แบบกว่านี้ก่อนค่อยสอน"
โยรุอิจิไหวไหล่พลางทำท่าทางประกอบว่านางไม่ผิด ใครจะไปรู้ล่ะว่าเพียงแค่คืนเดียว เจี๋ยเฉิงเซี่ยนจะสามารถนึกถึงต้นแบบของทักษะการต่อสู้มือเปล่าขั้นสูงที่ตระกูลของนางใช้เวลาฝึกฝนลองผิดลองถูกมานานหลายปีได้ ถ้าจะโทษใครสักคน ก็ต้องโทษที่เจี๋ยเฉิงเซี่ยนดันเกิดมาเป็นอัจฉริยะที่ผิดมนุษย์มนาเกินไปนั่นแหละ
"เอาเถอะ วันนี้ข้าจะสอนอะไรสนุกๆ ให้เจ้าแล้วกัน"
ไม่ใช่ว่าโยรุอิจิไม่อยากจะสอนทักษะการต่อสู้มือเปล่าหรือก้าวพริบตาให้เจี๋ยต่อหรอกนะ แต่เด็กนี่เรียนรู้เร็วเกินไปจนนางกลัวว่าจะถูกรีดวิชาจนหมดตัวภายในไม่กี่วัน โยรุอิจิยังอยากจะใช้การสอนเจี๋ยเป็นข้ออ้างในการพักผ่อนต่ออีกสักหน่อย จะได้ไม่ต้องโดนบ่นกรอกหูทุกวันเรื่องการเตรียมตัวสำหรับการทดสอบของตระกูลชิโฮอิน
"ดูให้ดีๆ ล่ะ"
เจี๋ยเฉิงเซี่ยนมองดูด้วยความตกตะลึง เมื่อร่างของโยรุอิจิอันตรธานหายไปจากสายตา เหลือเพียงชุดรัดรูปสีดำที่นางสวมใส่กองอยู่บนพื้น จากนั้นก็มีเสียง "เมี๊ยว" ดังมาจากใต้กองเสื้อผ้านั้น
แมวดำตัวหนึ่งคลานออกมาจากเสื้อผ้าและเลียอุ้งเท้าของมันอย่างสง่างาม
"เป็นไง? น่าทึ่งใช่ไหมล่ะ?"
"ให้ตายเถอะ เหมาเตี๋ย!"
โยรุอิจินึกว่าเจี๋ยเฉิงเซี่ยนจะสนใจใคร่รู้ในวิชาแปลงร่างของนางจนต้องตาเป็นประกายอ้อนวอนให้สอนให้ แต่ที่ไหนได้ นางกลับได้ยินคำศัพท์ประหลาดหลุดออกมาจากปากเขาแทน
"เหมาเตี๋ย คืออะไรน่ะ?"
"เอ่อ... มันเป็นคำที่ใช้เรียกแมวที่น่ารักและอ่อนโยนน่ะ วิชาแปลงร่างนี้คือการเปลี่ยนร่างเป็นแมวโดยสมบูรณ์เลยเหรอ?"
เจี๋ยเฉิงเซี่ยนไม่อยากเสียเวลาอธิบายคำศัพท์นั้น มันหลุดออกมาเพราะเขาเผลอตัวไปหน่อย เขาคว้าตัวแมวโยรุอิจิขึ้นมาจากพื้นด้วยสองมือแล้วชูขึ้นเหนือหัว
"การแปลงร่างเป็นแมวนี่มันดูสมบูรณ์แบบมากเลยนะ... อ๊าก!"
พอรู้ตัวว่าเจี๋ยเฉิงเซี่ยนกำลังมองไปที่จุดไหน โยรุอิจิก็ถีบเข้าที่หน้าเขาเต็มรัก ถึงแม้จะอยู่ในร่างแมวตัวเล็กๆ แต่พละกำลังของโยรุอิจิก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย นางใช้ขาหน้าถีบแก้มของเจี๋ยเฉิงเซี่ยนอย่างแรงแล้วอาศัยแรงส่งม้วนตัวกลางอากาศอย่างงดงามก่อนจะร่อนลงสู่พื้น
ปุ้ง—
กลุ่มควันสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่ว โยรุอิจิในร่างมนุษย์เดินออกมาพลางมองเจี๋ยเฉิงเซี่ยนที่กำลังลูบหน้าตัวเองอยู่อย่างผู้ชนะ
"เป็นไงล่ะ? ท่าของข้ามันสุดยอดไปเลยใช่ไหม?"
เมื่อมองไปยังโยรุอิจิที่เปลือยเปล่าทั้งตัว เจี๋ยเฉิงเซี่ยนก็พยักหน้าเห็นด้วย ท่านี้มัน "สุดยอด" ในบางความหมายจริงๆ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปหาโยรุอิจิแล้วเอาเสื้อคลุมตัวนอกของเขาห่มร่างให้นาง
"อย่าเอาตัวไปเที่ยวโชว์ให้คนอื่นดูซี้ซั้วสิ"
โยรุอิจยืนอึ้งอยู่กับที่ด้วยความประหลาดใจ นางรู้สึกได้ถึงความเอาใจใส่ของเจี๋ยขณะที่เขาบรรจงสวมเสื้อให้ ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกผุดขึ้นมาในหัวใจ
"ฮิๆ นี่เจ้าเริ่มหลงเสน่ห์ในความสวยของพี่สาวคนนี้จนตกหลุมรักข้าแล้วเหรอ?"
เพื่อทำลายความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นในใจ โยรุอิจิจึงแสร้งทำเป็นหยอกล้ออย่างไม่ใส่ใจเพื่อปรับบรรยากาศที่น่าอึดอัดให้กลับมาเป็นปกติ ทว่านางกลับเห็นเจี๋ยเฉิงเซี่ยนนิ่งคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวแล้วกลับมาพยักหน้าอีกครั้ง
"มันยังไม่ถึงขั้นรักหรอก แต่ถ้าเกิดวันข้างหน้าข้าเกิดรักเจ้าขึ้นมาจริงๆ ล่ะ? ถึงตอนนั้นมันจะไม่สายเกินไปเหรอ?"
"เจ้า—"
เป็นครั้งแรกที่เด็กสาวผู้ร่าเริงและห้าวหาญผู้นี้รู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ หากไม่ใช่เพราะผิวสีน้ำผึ้งของโยรุอิจิช่วยพรางรอยแดงจางๆ ที่พาดผ่านใบหน้าเอาไว้ เจี๋ยเฉิงเซี่ยนก็คงจะได้ล้อนางไปอีกนานแสนนาน
นางกระโดดขึ้นด้วยความเขินอายปนโมโหพลางเขกหัวเจี๋ยเฉิงเซี่ยนไปหนึ่งที โยรุอิจิสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
"เจ้าเริ่มจะกล้าดีเกินไปแล้วนะ บังอาจมาบริหารเสน่ห์ใส่ครูบาอาจารย์! ยังอยากจะเรียนวิชาแปลงร่างอยู่ไหม?"
เจี๋ยเฉิงเซี่ยนรีบพยักหน้าหงึกๆ วิชาแปลงร่างนี่มันของดีชัดๆ สะดวกที่สุดสำหรับการแอบไปทำเรื่องไม่ดี ใครจะไปนึกล่ะว่าคนเราจะแปลงร่างเป็นแมวได้?
"เจ้าต้องรู้ก่อนว่ายมทูตคือสิ่งมีชีวิตที่ประกอบขึ้นจากอณูวิญญาณที่มีความเข้มข้นสูง ดังนั้น แก่นแท้ของการแปลงร่างก็คือการเปลี่ยนโครงสร้างอณูวิญญาณของตัวเอง ลองจินตนาการว่าตัวเจ้าคือก้อนดินน้ำมันนิ่มๆ และรูปร่างที่เจ้าอยากจะเปลี่ยนไปก็คือแม่พิมพ์ แค่ปรับเปลี่ยนร่างกายของเจ้าให้เข้ากับแม่พิมพ์นั้นก็พอ"
เจี๋ยเฉิงเซี่ยนมองดูโยรุอิจิพลางขมวดคิ้วขณะที่นางสาธยายเคล็ดลับต่างๆ เขาเกือบจะรู้สึกว่านางกำลังแอบด่าเขาอ้อมๆ อยู่หรือเปล่า แต่อย่างไรก็ตาม เจี๋ยเฉิงเซี่ยนก็รีบจดจ่ออยู่กับวิชาแปลงร่างทันที เขาหลับตาลงเพื่อสัมผัสถึงการไหลเวียนของอณูวิญญาณในร่างกาย โยรุอิจิที่กำลังอธิบายอยู่ชะงักไปและกำลังจะเอ่ยถามว่ามีตรงไหนไม่เข้าใจไหม แต่นางกลับต้องยืนตะลึงเมื่อเห็นมือของเจี๋ยเฉิงเซี่ยนเริ่มสั้นลงและกลมขึ้นท่ามกลางแสงสว่างจางๆ เล็บที่โค้งคมงอกออกมาจากระหว่างนิ้ว ก่อนจะถูกปกคลุมด้วยขนสีส้ม
ชั่วขณะหนึ่ง โยรุอิจิถึงกับสับสนว่าใครกันแน่ที่เป็นทายาทตระกูลชิโฮอินตัวจริง นี่มันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
ตอนที่นางฝึกวิชานี้ นางต้องใช้เวลาตั้งหลายเดือน ขนาดว่าตัวนางเองก็มีพรสวรรค์สูงส่งแล้วนะ ขั้นตอนการทำให้ยมทูตสัมผัสถึงอณูวิญญาณที่เป็นองค์ประกอบของตัวเองนั้นก็ยากลำบากจนคนส่วนใหญ่ต้องยอมถอดใจไปแล้ว แต่นี่เขากลับสลายและจัดระเบียบอณูวิญญาณพวกนั้นได้ในทันที
โยรุอิจิทำได้เพียงยืนมองเจี๋ยเฉิงเซี่ยนค่อยๆ กลายร่างเป็นแมวไปทั้งตัวพลางทอดถอนใจให้กับความแตกต่างระหว่างบุคคล ไม่กี่วินาทีต่อมา เจี๋ยเฉิงเซี่ยนในร่างแมวสีส้มก็นอนอยู่บนกองเสื้อผ้า ดูเหมือนเขาจะยังไม่ชินกับร่างกายแมวเท่าไหร่ เดินโซเซไปมาเสียหลักซ้ายทีขวาที
"โยรุอิจิ สภาพของข้านี่มันปกติไหม?"
"ปกติจ๊ะ เป็นเรื่องธรรมดาน่ะ เดี๋ยวพอชินแล้วก็ดีขึ้นเอง"
โยรุอิจิตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนระอา เมื่อเห็นท่วงท่าของเจี๋ยเริ่มคล่องแคล่วขึ้นตามสัญชาตญาณแมว นางก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมาเฉยๆ นางมองดูเจี๋ยเฉิงเซี่ยนที่กำลังกระโดดโลดเต้นอย่างเซื่องซึม และเมื่อนึกถึงสิ่งที่นางเคยทำกับเขาในร่างแมวเมื่อครู่ โยรุอิจิจึงคว้าคอเจี๋ยเฉิงเซี่ยนที่กำลังวิ่งไล่จับหางตัวเองขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว
"มาให้พี่สาวดูให้ชัดๆ หน่อยสิ"
เจี๋ยเฉิงเซี่ยนมองไปยังโยรุอิจิที่ยิ้มกริ่มเหมือนพวกอันธพาลหญิงแล้วรู้สึกว่าความบริสุทธิ์ของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย อย่างที่คิดไว้เลย เด็กหนุ่มหน้าตาดีควรจะระวังตัวให้ดีเวลาอยู่นอกบ้าน... โยรุอิจิหัวเราะร่าพลางหยอกล้อเจี๋ยเฉิงเซี่ยนในร่างแมวอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะอันสดใสของนางแฝงไปด้วยความขี้เล่นแกมหยอก ราวกับว่านี่คือวิธีเดียวที่จะระบายความหงุดหงิดเล็กๆ ในใจของนางได้
เจี๋ยเฉิงเซี่ยนที่อยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา ทำได้เพียงพยายามดิ้นรนให้หลุดจาก "มือปีศาจ" ของโยรุอิจิที่กำลังรังแกเขาอยู่ แต่ในร่างแมวแบบนี้ เขาจะไปต้านทานแรงของนางได้อย่างไร? เขาจึงต้องลองคลายวิชาแปลงร่างดู ซึ่งมันก็ง่ายพอสมควร แค่สลายและจัดระเบียบกลับมาเป็นร่างมนุษย์เหมือนเดิม
เมื่อสังเกตเห็นกลุ่มควันสีขาวเริ่มแผ่ออกมาจากตัวเจี๋ยเฉิงเซี่ยน โยรุอิจิจึงรีบวางเขาลงบนพื้นใกล้ๆ เพราะเกรงว่าถ้านางยังอุ้มเขาอยู่ตอนที่เขากลายเป็นมนุษย์ มันคงจะเกิดภาพที่ไม่ค่อยเหมาะสมนัก
โยรุอิจิมองดูเจี๋ยเฉิงเซี่ยนที่รีบกุลีกุจอใส่เสื้อผ้าหลังจากคืนร่างเดิมพลางคิดในใจว่า เด็กคนนี้มีพัฒนาการทางร่างกายที่ค่อนข้างดีทีเดียว จากนั้นนางก็รีบสลัดภาพที่ไม่ดีไม่งามออกไปจากหัวพลางรู้สึกว่าวันนี้ตัวเองช่างดูผิดปกติไปเสียจริงๆ