เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65 ทางผ่าน

บทที่ 65 ทางผ่าน

บทที่ 65 ทางผ่าน


บทที่ 65 ทางผ่าน

‘กระดาษสีแดงแผ่นนี้เริ่มกดดวงตาข้างนี้เอาไว้ไม่อยู่แล้ว จริงอย่างที่คิด…ขีดจำกัดของกระดาษแดงใกล้จะมาถึงแล้ว’

หยางเจี้ยนเช็ดน้ำmujหน้ากระจก เขาเห็นว่ากระดาษสีแดงที่แปะอยู่บนหลังมือเกิดรอยปริขึ้น

ใช่แล้ว เป็นรอยปริที่เห็นได้ชัดเจนมาก

ต้องรู้ไว้ว่า กระดาษแดงแผ่นนี้พิเศษมาก เป็นวัตถุที่อยู่ในมือผีร้าย ปกติเขาเคยลองฉีกแล้ว ต่อให้ใช้แรงอย่างเดียวก็ฉีกไม่ขาด มีเพียงการใช้พลังของผีเท่านั้นถึงจะทำลายมันได้

‘เป็นเพราะวันนี้ใช้เขตแดนภูตผีหรือเปล่านะ? หรือพอเวลาผ่านไป ประสิทธิภาพของกระดาษแดงจะยิ่งลดลงเรื่อย ๆ กันแน่’ หยางเจี้ยนลูบหลังมือ

ดวงตาที่อยู่ใต้ผิวหนังเริ่มขยับอย่างกระวนกระวาย

แม้จะยังไม่เกิดความผิดปกติภายนอก แต่เขารู้สึกได้ชัดว่าดวงตาผีกำลังเริ่มฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

ร่างกายของเขาราวกับกลายเป็นที่อาศัยของดวงตาผี มีนกำลังเติบโตขึ้น ขณะที่ตัวเขาเองกำลังเดินเข้าใกล้ความตาย

‘แต่ไม่เป็นไร ขอแค่หาวิธียับยั้งการฟื้นคืนของผีร้ายได้ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง’ หยางเจี้ยนคิดในใจ

ผ่านเหตุการณ์เหนือธรรมชาติมาหลายครั้ง เขาไม่ได้หวาดกลัวความตายเหมือนก่อนแล้ว

ทว่าเมื่อสายตาไปเห็น กระดาษหนังสีน้ำตาลเข้มที่วางอยู่ข้าง ๆ เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย

กระดาษหนังมนุษย์!

ในสายตาของหยางเจี้ยน นี่คือสิ่งที่แปลกประหลาดและชั่วร้ายที่สุด

ด้วยความไม่สบายใจ เขาจึงหยิบขึ้นมาเปิดดู ตรวจสอบว่าช่วงนี้มีความเปลี่ยนแปลงผิดปกติหรือไม่

‘เพื่อความปลอดภัย ควรไปหาร้านทอง ทำกล่องใส่มันไว้ ป้องกันล่วงหน้า ถ้าหนังคนแผ่นนี้ไม่ใช่วัตถุธรรมดา…แต่เป็นผีจริง ๆ สักวันเราได้ตายเพราะมันแน่’

หยางเจี้ยนเริ่มวางแผนในใจ

ทว่าขณะตรวจดูแผ่นหนัง เขากลับเห็นว่าบนแผ่นหนังนั้น ปรากฏตัวอักษรขึ้นมาแล้วหนึ่งบรรทัด

วันนี้หลังอาบน้ำ ฉันตรวจดูแผ่นหนัง และพบว่ามันมีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่ง ดูเหมือนมันจะผนึกผีตัวอื่นได้ และหลังจากผนึกผีแล้ว ฉันก็ได้รับความลับที่น่าตกใจ

ฉันได้รู้ความลับการเอาชีวิตรอดจากกระดาษหนังแผ่นนี้

มันเหมือนการทำข้อตกลง ฉันกำคิดว่าจะยอมทำตามข้อตกลงนี้ดีหรือไม่ เมือมองดูหนังประหลาดแผ่นนี้ ฉันก็เริ่มรู้สึกลังเลขึ้นมา

“ลังเลบ้าอะไรกัน! มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเชื่อแก ฟางจิงก็ถูกแกหลอกจนตาย คำว่า ลวงโลก คงถูกสร้างมาแกโดยเฉพาะ” หยางเจี้ยนพูดอย่างไม่พอใจ พับหนังกระดาษหนังเก็บ แล้วไม่ดูมันอีก

ดูเหมือนว่า กระดาษหนังแผ่นนี้จะสามารถจับความปรารถนาที่ลึกที่สุดในใจคนได้ รู้ว่าคุณต้องการอะไรมากที่สุด

แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เหมือนกำลังใช้ความปรารถนานั้น ค่อย ๆ ชักนำคุณไปทำบางอย่างทีละเล็กทีละน้อย

อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่หยางเจี้ยนไม่เคยทิ้งกระดาษหนังแผ่นนี้ ก็เพราะสิ่งที่มันบอก ล้วนเป็นความจริง

ตอนอยู่โรงเรียน หากไม่มีการเตือนจากกระดาษหนังคนแผ่นนี้ ต่อให้เขากลายเป็นผู้ใช้ผี ก็คงตายไปแล้ว

ดังนั้น ในใจของหยางเจี้ยน แม้จะรู้ว่าสิ่งนี้แปลกประหลาดและชั่วร้ายเพียงใด แต่ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าควรเก็บมันไว้ อาจช่วยรักษาชีวิตได้

คว้าโอกาสมีชีวิตรอดไว้แม้เพียงเส้นเดียว

เหมือนคนกำลังจมน้ำที่ไม่อาจปล่อยฟางเส้นสุดท้ายไปได้

“ฉันกลับมาแล้วนะ หยางเจี้ยน นายยังอยู่ใช่ไหม?”

เมื่อหยางเจี้ยนออกจากห้องน้ำ ประตูห้องก็ถูกเปิดออก เห็นเจียงเยี่ยนหิ้วถุงของขนาดใหญ่ เดินเข้ามาด้วยท่าทางหอบเล็กน้อย

“ไปซื้อของ ทำไมกลับมาเร็วขนาดนี้?” หยางเจี้ยนถามอย่างสงสัย

ด้วยสัญชาตญาณของผู้ชาย เขาเดินเข้าไปรับถุงที่หนักอึ้งนั้นมา

เจียงเยี่ยนพูดอย่างหวาดกลัว “ดึกขนาดนี้ ฉันไม่กล้าอยู่ข้างนอกคนเดียว กลัวจะไปเจอผีเข้าอีก ตอนออกจากลิฟต์ ฉันวิ่งกลับมาทั้งทางเลย”

“ผีมันไม่เลือกกลางวันกลางคืนหรอก ถ้าซวย กลางวันก็เจอได้” หยางเจี้ยนพูด

“อืม จริงด้วย แต่ถึงตอนนั้นนายต้องช่วยฉันนะ” เจียงเยี่ยนหัวเราะเบา ๆ เธอรู้สึกสบายใจเป็นพิเศษเมื่ออยู่ต่อหน้าหยางเจี้ยน ความตึงเครียดและความกลัวหายไปหมด

นี่คงเป็นสิ่งที่เรียกว่า ความรู้สึกปลอดภัย

กลายเป็นว่าของแบบนี้…มีอยู่จริง

“เข้ามาสิ?” จู่ ๆ หยางเจี้ยนก็รู้สึกว่าร่างกายมีบางอย่างผิดปกติ ไม่ใช่ตัวเขาเอง แต่เป็นดวงตาผีภายในร่าง

เหมือนว่าดวงตาผีจะไม่อยู่ภายใต้การควบคุมในขณะนี้ ยังไม่ทันทีหยางเจี้ยนจะได้ตัดสินใจ ดวงตาหลายดวงก็แหวกผิวหนัง ลืมตาขึ้นพร้อมกัน

หลังมือ ท้ายทอย ตามร่างกาย… รวมทั้งหมด หกดวง

ถึงขีดจำกัดที่เขาจะทำได้ในตอนนี้

‘เกิดอะไรขึ้น? ทำไมดวงตาผีถึงผิดปกติ เหมือนตอนที่ถูกผีทารกกัดครั้งนั้น’ สีหน้าของหยางเจี้ยนเปลี่ยนไปทันที

ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกะทันหันแบบนี้ เขาไม่เคยเจอมาก่อน นอกจากครั้งเดียวตอนอยู่โรงเรียน ที่ถูกผีทารกโจมตี จนดวงตาผีถูกกระตุ้นให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา

แต่ครั้งนี้…มันมาอีกแล้ว

“เข้ามา ปิดประตู”

หยางเจี้ยนดึงเจียงเยี่ยนเข้ามา แล้วปิดประตูทันที

“ฉันยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ อย่าใจร้อนสิ” เจียงเยี่ยนพูดอย่างเขิน ๆ

หยางเจี้ยนเอามือปิดปากเธอ ให้เธอเงียบ

เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดจริงจังของเขา เจียงเยี่ยนก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่ปกติ หัวใจเธอสั่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว “มะ…ไม่น่าจะซวยขนาดนั้นนะ? เจอผีอีกแล้วเหรอ?”

“ไม่ใช่ที่นี่ อยู่ข้างนอกอพาร์ตเมนต์”

ดวงตาผีที่ท้ายทอยของหยางเจี้ยน มองเห็นแสงไฟด้านนอกกระพริบดับไม่เป็นจังหวะ อยู่ไม่ไกลนัก เขารีบวิ่งไปที่หน้าต่าง มองออกไปข้างนอก

บนถนนสายเล็ก ๆ นอกคอมอพาร์ตเมนต์ โลกทั้งใบกลายเป็นสีเทาหม่น แสงไฟบนถนนไม่อาจส่องเข้าไปได้ ทุกสิ่งที่สัมผัสกับโลกสีเทานั้น ราวกับถูกกลืนรวมกลายเป็นส่วนหนึ่งของมัน มืดหม่นลงทั้งหมด

‘มันคืออะไรกัน…’ สีหน้าของหยางเจี้ยนขยับไหว ดวงตาหลายดวงบนร่างกายต่างหันไปมอง

แต่ยังไม่ทันถึงสองวินาที

ดวงตาผีทั้งหมดที่มองไปทางนั้น ก็ปิดลงพร้อมกัน

ใช่แล้ว ปิดลงเองโดยไม่อยู่ในการควบคุมของหยางเจี้ยน ไม่มีท่าทีจะฟื้นคืน ราวกับถูกกระดาษแดงแปะไว้ เงียบสงบอย่างผิดปกติ

‘ดวงตาผี…ไม่กล้ามองงั้นเหรอ?’

หัวใจของเขาเย็นวาบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองด้วยตาเปล่า หยางเจี้ยนก็สามารถยืนยันได้ว่า โลกสีเทานั้นคือ เขตแดนภูตผี แต่ขอบเขตที่มันครอบคลุม…ใหญ่เกินไปแล้ว

จากทิศตะวันตกไปทางทิศใต้ เป็นแถบสีเทายาวสุดลูกหูลูกตา ราวกับเส้นแบ่งแห่งความตาย ที่ผ่าทั้งเมืองออกเป็นสองส่วน

หากนี่คือเขตแดนภูตผีของผีตัวหนึ่ง ระดับความน่ากลัวของมันแทบไม่อาจประเมินได้

ถ้าจะจัดระดับ อย่างน้อยก็ต้อง ระดับ S ระดับทำลายล้าง

“โชคยังดี เขตแดนภูตผีนั้นแค่ผ่านกลางถนน อพาร์ตเมนต์ซ์แห่งนี้ไม่ได้ถูกรวมเข้าไปด้วย ดวงตาผีน่าจะตรวจจับความเคลื่อนไหวใหญ่โตนี้ได้ล่วงหน้าเท่านั้น” หยางเจี้ยนไม่เพียงไม่กลัว กลับถอนหายใจโล่งอก

ถ้าเขตแดนภูตผีตัดผ่านอาคารนี้โดยตรง

คืนนี้เขาคงตายแน่นอน

“กะ…เกิดอะไรขึ้นเหรอ? มีผีอีกแล้วใช่ไหม?” เจียงเยี่ยนแทบไม่กล้าหายใจ ค่อย ๆ ขยับเข้ามา กระซิบถาม

“ไม่เกี่ยวกับเรา แค่ผีที่ผ่านทาง มันน่าจะไปในไม่ช้า”

หยางเจี้ยนเห็นว่า เขตแดนภูตผีเริ่มสลาย

โลกสีเทาหม่นค่อย ๆ กลับมาชัดเจน

จากความเข้าใจเกี่ยวกับเขตแดนภูตผี เขารู้ดีว่า ผีตัวนั้นได้ไปแล้ว ต่อให้ยังเห็นเขตแดนอยู่ ก็ไม่รู้ว่าผีไปถึงที่ไหนแล้ว

เพราะภายในเขตแดนภูตผี ผีสามารถปรากฏตัวที่ใดก็ได้

ทว่า ในวินาทีก่อนที่เขตแดนภูตผีจะหายไปอย่างสมบูรณ์

หยางเจี้ยนกลับเห็นภาพเลือนรางหนึ่ง

เหมือนภาพลวงตา ปรากฏเศษเสี้ยวของโลกสีเทานั้น

แสงเทียนหนึ่งดวง สั่นไหวอยู่ในโลกสีเทา

เปลวไฟสีเขียวประหลาดลุกโชน

ใต้เทียนสีขาว คือเชิงเทียนสีทอง ดูไม่ใช่งานโบราณ เป็นสไตล์ยุโรปยุคใหม่

ใต้แสงเทียน สะท้อนให้เห็นมือคู่หนึ่ง เรียบเนียน ขาวผ่อง ไร้ตำหนิ มือคู่นั้นถูกปลายอีกด้านของเชิงเทียนแทงทะลุ แต่กลับไม่มีเลือดไหลออกมา

เมื่อแสงเทียนสั่นไหว หยางเจี้ยนก็เห็นว่ามือนั้นเป็นของผู้หญิงคนหนึ่ง ทว่าเห็นเพียงเงาร่าง ไม่มีใบหน้า ไม่มีลักษณะใด ๆ

ลึกลับ ไม่อาจรู้ และน่าสะพรึง

จากนั้นภาพก็หายไป เขตแดนภูตผีสลายสิ้น

‘ทองคำใช้สำหรับผนึกผีเท่านั้น มือคู่นั้น ผู้หญิงคนนั้น…ผู้ใช้ผีเคยปะทะกับมันมาแล้ว? แต่ดูเหมือนผลลัพธ์จะจบลงด้วยความล้มเหลว’

‘ผีระดับนี้ ไม่มีทางเป็นการออกปฏิบัติการของผู้ใช้ผีเพียงคนเดียว อย่างน้อยต้องเป็นทีม’

‘แต่ผีตัวนี้ไม่ได้ถูกควบคุมหรือกักขัง นั่นหมายความว่า…ผู้ใช้ผีเหล่านั้คงถูกกวาดล้างหมดทั้งหมด’

หยางเจี้ยนสูดลมหายใจเข้าเบา ๆ

ใครกัน ที่วางแผนปฏิบัติใหญ่ขนาดนี้

ผีระดับนี้ยังกล้าไปจับ…

ใจกล้าจริง ๆ

จบบทที่ บทที่ 65 ทางผ่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว