- หน้าแรก
- การฟื้นคืนชีพของความลึกลับ
- บทที่ 64 สอบถาม
บทที่ 64 สอบถาม
บทที่ 64 สอบถาม
“เถ้าแก่ ช่วยเชื่อมของชิ้นนี้ให้หน่อย แค่เชื่อมให้ปิดตายก็พอ งานหยาบหน่อยก็ไม่เป็นไรครับ”
หยางเจี้ยนจอดรถหน้าร้านประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมที่ยังไม่ปิดร้าน แล้วให้เถ้าแก่ช่วยเชื่อมกล่องทองคำใบนี้ให้ปิดสนิท
ตอนที่เถ้าแก่ใช้เครื่องเชื่อม แผ่นทองคำด้านบนที่ค่อย ๆ หลอมละลาย กลับเห็นคราบเลือดสีแดงฉานซึมออกมา
“นี่มันอะไรน่ะ ทำไมมีเลือดซึมออกมาด้วย?” เถ้าแก่ตกใจเอ่ยถาม
“เลือดไก่ ใช้สำหรับสะกดสิ่งไม่ดีครับ” หยางเจี้ยนแต่งเรื่องขึ้นมาอย่างลวก ๆ
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง”
เถ้าแก่ก็ไม่ได้ถามต่อ อย่างไรเสียมีเงินให้ก็พอแล้ว
‘จริงอย่างที่คิด ถ้าไม่เชื่อมให้ดี พลังของผีจะซึมออกมาได้ โชคดีที่มีเลือดผีของเหยียนลี่สะกดไว้ แต่การสะกดแบบนี้คงอยู่ได้ไม่นาน พอเลือดหมด ผีก็ต้องหลุดออกมาอีก มีแต่เชื่อมปิดรอยรั่วให้ตายสนิทเท่านั้น ถึงจะจบได้’ หยางเจี้ยนคิดในใจ
เขาค่อนข้างรอบคอบ จึงรีบมาเชื่อมกล่องใบนี้ทันที
ถ้าชักช้าไปแม้แต่นิดเดียว ผีตัวนี้คงจับไปเปล่า ๆ
จ่ายเงิน รับกล่องคืน หยางเจี้ยนก็กลับขึ้นรถ
“นี่มันอะไร สำคัญขนาดนั้น ดูเหมือนทองคำเลย” เจียงเยี่ยนถามอย่างสงสัย
“ของที่ไม่ควรถาม ก็อย่าถาม ของชิ้นนี้สำคัญกับผมมาก” หยางเจี้ยนพูด
เจียงเยี่ยนเป็นผู้หญิงฉลาด เห็นสีหน้าจริงจังของเขาแล้ว ก็รู้จักกาลเทศะ ไม่ถามต่อ
ไม่นาน รถก็ขับเข้าไปในเขตที่พักอาศัยแห่งหนึ่ง
“เข้ามาสิ ไม่ต้องเกรงใจ นี่อพาร์ตเมนต์ที่ฉันเช่าอยู่ ปกติก็อยู่คนเดียว ถ้านายอยากพักที่นี่สักสองสามวันก็ได้” เจียงเยี่ยนพูด
“ผมจะอยู่ไม่นาน อีกไม่กี่วันก็ไป แล้วก็อีกอย่าง เรื่องของผมต้องเก็บเป็นความลับ พูดออกไปไม่เป็นผลดีกับพี่เจียงหรอกนะ” หยางเจี้ยนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เขากลัวว่าเจียงเยี่ยนจะเผลอปล่อยข่าวเรื่องกล่องทองคำออกไป
ตอนนี้ สำหรับเขาแล้ว ของชิ้นนี้มีค่าที่สุด
“ผมไปอาบน้ำก่อน พี่จัดการตัวเองไปก็แล้วกัน” หยางเจี้ยนพูด
“?”
เจียงเยี่ยนชะงักไป
ประโยคนี้… ไม่ควรเป็นฉันที่พูดเหรอ?
“งั้นขอยืมรถของนายหน่อย ฉันจะออกไปซื้อของ ยังไม่ได้กินมื้อเย็นเลย” เจียงเยี่ยนพูด
“เอาไปเลย พอดีผมก็เริ่มหิวเหมือนกัน ฝากซื้อข้าวผัดไข่มาให้ผมจานหนึ่งก็พอ” หยางเจี้ยนตอบ
“ได้เลย งั้นนายอาบน้ำไปก่อนนะ รอฉันกลับมาล่ะ” เจียงเยี่ยนหัวเราะเบา ๆ หยิบกุญแจรถแล้วออกไป
หยางเจี้ยนมองผู้หญิงคนนี้จากไป คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วรู้สึกว่าการมีเธออยู่ใกล้ตัวช่วงสั้น ๆ ไม่ใช่เรื่องแย่ อีกทั้งก็ยืนยันแล้วว่าเธอไม่ใช่ผี
มีใครสักคนคอยดูแลเรื่องชีวิตประจำวัน ก็ช่วยให้เขาวางใจขึ้นได้บ้าง
แน่นอนว่า เป็นการแลกเปลี่ยนแบบเงียบ ๆ เขาต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของเจียงเยี่ยน อย่างน้อยก็ในช่วงที่เขาอาศัยอยู่กับเธอ
‘จริงสิ ถ้าทองคำสามารถกดผีได้ สำหรับแต่ละประเทศแล้ว ความต้องการทองคำน่าจะเพิ่มขึ้น ราคาทองคงพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนหน้านี้เหยียนลี่ก็พูดเหมือนกันว่าช่วงนี้ราคาทองขึ้นเร็ว ตอนนี้เรามีเงินสดอยู่กว่าสิบล้าน ถ้ายังไม่ใช้ ก็ลองเอาไปเล่นทองดูดีไหมนะ? ไม่ต้องหวังกำไรมาก ได้สักหนึ่งถึงสองล้านก็พอแล้ว’
‘เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยถามเจียงเยี่ยน เธอเป็นนักบัญชี น่าจะรู้เรื่องการเงิน’
ระหว่างอาบน้ำ หยางเจี้ยนมองกล่องทองคำที่ถูกเชื่อมปิดตายแล้ว พลางคิดแผนและการจัดการขั้นต่อไป
งเหยียนลี่ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะติดต่อผู้ซื้อได้ แต่ก่อนหน้านี้เขาเคยพูดถึงคลับที่มีแต่ผู้ใช้ผีเท่านั้นถึงจะเข้าได้ เรื่องนี้จำเป็นต้องไปสอบถามง
‘แต่ทางศูนย์บัญชาการผู้ใช้ผีกลับซับซ้อนกว่าที่คิด ต่อจากนี้ นอกจากจะวิธีรับมือการฟื้นคืนขีพของผีร้ายจะเป็นเป้าหมายหลักแล้ว เป้าหมายรองก็คือการยืนยันจุดยืนและสถานะของตัวเอง’
‘จะเป็นผู้ใช้ผีอิสระ เข้าคลับอะไรนั่น หรือจะยอมรับการดึงตัว กลายเป็นเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเมืองดี?’ แววตาของหยางเจี้ยนขยับไหว ‘ก้าวนี้สำคัญมาก การเลือกต้องดูทั้งความเสี่ยงและผลประโยชน์ ต้องเข้าใจสถานการณ์ เปรียบเทียบกันก่อน ถึงจะตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง’
คิดไปคิดมา
เขาก็ต่อสายไปยังศูนย์
เจ้าหน้าที่รับสายยังคงเป็นหลิวเสี่ยวอวี่
“ฮัลโหล ใช่หยางเจี้ยนหรือเปล่า?” เสียงของหลิวเสี่ยวอวี่ฟังดูอู้อี้เล็กน้อย เหมือนกำลังกินอะไรอยู่
“ใช่ ผมเอง” หยางเจี้ยนตอบ
“วันนี้ฉันได้รับรายงานการปฏิบัติการของคุณแล้ว ทีมเขตเมืองต้าเฉิงรายงานว่าคุณเจอเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่ห้างฟู่เหริน สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?”
หลิวเสี่ยวอวี่พลิกดูบันทึกแจ้งเหตุไปพลางพูดไปพลาง
“มีผีตัวใหม่ปรากฏขึ้นหรือเปล่า?”
หยางเจี้ยนพูด “ข่าวฝั่งคุณเร็วใช้ได้ ไม่ถึงสองชั่วโมงก็รู้เรื่องแล้ว”
“เหตุการณ์ครั้งนี้ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว ฝั่งคุณไม่ต้องกังวล โทรมาครั้งนี้ ผมอยากถามเรื่องผู้รับผิดชอบเมือง ว่าจริง ๆ แล้วมีสถานะยังไงกันแน่”
หลิวเสี่ยวอวี่คิดครู่หนึ่งก่อนตอบ “เท่าที่ฉันรู้ ผู้ใช้ผีจะรับผิดชอบจัดการเหตุการณ์เหนือธรรมชาติในหนึ่งเมือง”
“แค่นั้นเอง?”
“คุณอยากถามเรื่องสวัสดิการใช่ไหม” หลิวเสี่ยวอวี่อธิบาย “สวัสดิการของผู้รับผิดชอบแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน เอาแค่ของสำนักงานของเรา นอกจากตำแหน่งแล้ว ยังมีเงินสนับสนุน เข้าร่วมเหตุการณ์เหนือธรรมชาติหนึ่งครั้ง หนึ่งล้าน ก่อนหน้านี้ได้แค่ได้สองแสน หนึ่งล้านเป็นมาตรฐานล่าสุด
นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ใช้ทองคำหนึ่งร้อยกิโลกรัม หากสามารถกักขังหรือควบคุมผีได้สำเร็จ นอกจากบันทึกผลงานแล้ว ทางศูนย์บัญชาการจะมอบเงินรางวัลสิบล้าน พร้อมเพิ่มโควตาทองคำ ส่วนเรื่องบ้านพักฟรี การดูแลครอบครัว เป็นเรื่องระดับท้องถิ่น ฉันไม่ขอลงรายละเอียด”
“แล้วข้อมูลล่ะ?” หยางเจี้ยนถาม “ผีร้ายปรากฏทั่วโลก อย่าบอกนะว่าแต่ละประเทศไม่วิจัยหรือวิเคราะห์การมีอยู่ของพวกมันเลย”
“เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นทดลอง ฉันก็ไม่รู้รายละเอียด แต่ยืนยันได้ว่า ถ้ามีผลการวิจัยใด ๆ ออกมา พวกคุณจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับรู้”
หยางเจี้ยนครุ่นคิด
ดูเหมือนอย่างที่คาดไว้จริง ๆ แต่ละประเทศกำลังศึกษาสิ่งเหล่านี้อยู่ เพียงแต่ยังไม่เกิดความก้าวหน้าชัดเจน หรือไม่ก็มีผลแล้วแต่ยังไม่เปิดเผย
แต่สวัสดิการของผู้รับผิดชอบเมืองนั้นดีจริง แม้เงินจะไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอให้ใช้ชีวิตได้อย่างไม่ลำบาก
ที่สำคัญคือ อำนาจและสถานะของผู้รับผิดชอบเมืองสูงมาก
“ถ้ากลายเป็นผู้รับผิดชอบเมือง บอกผมเรื่องขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบหน่อยได้ไหม?”หยางเจี้ยนถาม
หลิวเสี่ยวอวี่ตอบ “ถ้าคุณสนใจ ฉันสามารถจัดให้มีคนไปคุยกับคุณ อธิบายทุกอย่างที่คุณอยากรู้ แต่การจะเป็นผู้รับผิดชอบเมืองอย่างเป็นทางการ ต้องผ่านการฝึกอบรม และการประเมินสภาพจิตใจ ไม่ใช่เรื่องง่าย”
“โดยเฉพาะการประเมินด้านจิตใจ สำคัญมาก ฉันเคยถามคุณหลายครั้ง เพราะโดยทั่วไป ผู้ที่ถูกผีครอบงำ จะค่อย ๆ ได้รับอิทธิพลจากผี ผลกระทบนี้จะย้อนกลับไม่ได้ บางคนได้รับผลรุนแรง จะเกิดอาการสับสนทางจิต มีแนวโน้มที่จะทำร้ายตัวเอง”
“บางคนรับแรงกดดันทางจิตใจไม่ไหว จนเกิดภาวะแยกตัวทางจิตใจ ทิ้งตัวเอง กลายเป็นคนเสียสติอย่างสมบูรณ์”
“คุณกำลังจะบอกว่า ผู้ใช้ผีส่วนใหญ่มีสภาพจิตใจไม่ปกติ?” หยางเจี้ยนขมวดคิ้ว
“ไม่ใช่ เราไม่ควรมองว่าพวกเขาไม่ปกติ บางทีในสายตาพวกเขา เราต่างหากที่ไม่ปกติ พวกเขาแค่ถูกอิทธิพลจากผี คุณเข้าใจใช่ไหม แม้แต่ตัวพวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะกลายเป็นแบบนั้น” หลิวเสี่ยวอวี่ตอบ “อีกอย่าง บันทึกการสนทนาระหว่างคุณกับฉัน จะถูกส่งให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์เพื่อประเมินสภาพจิตใจ จากการประเมิน คุณมีสภาพจิตใจที่ดีมาก ได้รับอิทธิพลจากผีไม่มาก ดังนั้นฉันหวังว่าคุณจะเข้าร่วมเป็นผู้ใช้ผี”
“เรื่องนี้ขอผมคิดดูก่อน วันนี้คุยแค่นี้ก่อน ถ้ามีอะไรค่อยติดต่ออีก”
หยางเจี้ยนพูดจบก็วางสาย
เมื่อได้ยินเสียงวางสาย
ฝั่งหลิวเสี่ยวอวี่ก็หยุดจดบันทึก เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย
“หลิวเสี่ยวอวี่ หยางเจี้ยนเป็นยังไงบ้าง? เขาเป็นคนที่มีศักยภาพสูง อย่าปล่อยให้หลุดล่ะ ต้องตามให้ติด เพิ่งเป็นผู้ใช้ผีไม่นาน ก็แก้เหตุการณ์เหนือธรรมชาติได้สำเร็จแล้ว รายงานนั่นผมอ่านแล้ว ทำได้ดีมาก ครึ่งชั่วโมงก็สามารถกักขังผีระดับจำกัดได้ ต่อให้เป็นผู้ใช้ผีมากประสบการณ์ก็ยังทำไม่ได้ง่าย ๆ”
เสียงหนึ่งดังขึ้น
หัวหน้าจ้าว หรือ จ้าวเจียนกั๋ว เดินเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
ในมือของเขามีรูปถ่ายหลายใบ เป็นภาพจากกล้องวงจรปิด หนึ่งในนั้นคือภาพหยางเจี้ยนลงจากรถไปเชื่อมกล่องทองคำ
“หัวหน้า เขาได้ติดต่อกับผู้ใช้ผีคนอื่นแล้ว เกรงว่าในใจเขาจะเริ่มลังเล อาจไม่เข้าร่วมกับเราก็ได้” หลิวเสี่ยวอวี่พูด
“แต่เขาไม่ได้ต่อต้านผู้ใช้ผีใช่ไหม? ชีวิตเขาถูกโจวเจิ้งช่วยไว้ เขามีความรู้สึกดีต่อผู้ใช้ผี ฉันสัมผัสได้ ถ้าเป็นคนอื่น อาจจะด่าพวกเรากลับ บางคนถึงขั้นอยากตามสายโทรศัพท์ไปบีบคอเจ้าหน้าที่รับสาย จนอีกฝ่ายตกใจวางสายไปเลย” จ้าวเจียนกั๋วยิ้ม
หลิวเสี่ยวอวี่ตอบ “หัวหน้าพูดถูกค่ะ ฉันจะดึงหยางเจี้ยนให้เข้าร่วมกับเราให้ได้”
“ระวังจังหวะให้ดี โดยเฉพาะเรื่องสภาพจิตใจ แรงกดดันของผู้ใช้ผีสูงมาก เมื่อรู้ว่าตัวเองใกล้จะตาย คนเราง่ายที่จะเดินไปผิดทาง คุณห้ามใช้คำว่า ‘หน้าที่’ หรือ ‘ความถูกต้อง’ ไปกดดันเขา ควรเริ่มจากความร่วมมือแบบต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ แบบตอนนี้จะถือว่าดีมาก”
“เขายังไม่ใช่ผู้ใช้ผี แต่กลับช่วยศูนย์จัดการเหตุการณ์เหนือธรรมชาติไปหนึ่งครั้ง ถ้าเขาไม่ได้เป็นภัย ความร่วมมือแบบนี้ก็สามารถดำเนินต่อไปได้ จนกว่าเขาจะเต็มใจเข้าร่วมเอง” จ้าวเจียนกั๋วพูด