- หน้าแรก
- การฟื้นคืนชีพของความลึกลับ
- บทที่ 63 ออกเดินทาง
บทที่ 63 ออกเดินทาง
บทที่ 63 ออกเดินทาง
หยางเจี้ยนและเหยียนลี่ร่วมมือกัน จนสามารถควบคุมและกักขังผีที่วนเวียนอยู่ในห้างได้สำเร็จ
แม้ระดับความอันตรายของผีตัวนี้จะถูกจัดอยู่แค่ระดับจำกัด C แต่กลับรับมือยากกว่าที่คิดมาก ไม่เพียงต้องมองทะลุรูปแบบการเคลื่อนไหวของผี หาให้เจอว่าร่างจริงอยู่ที่ไหน ยังต้องมีวิธีและมาตรการจำกัดมันด้วย ระหว่างนั้นหากพลาดเพียงเล็กน้อย ก็อาจตายอย่างน่าอนาถได้ทันที
โดยเฉพาะตอนที่ผีตัวนั้นเกือบจะเปลี่ยนมาใช้แขนของเหยียนลี่ ทำเอาหยางเจี้ยนในตอนนั้นเหงื่อแตกเลยทีเดียว
ถ้าไม่ได้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้า และตอบสนองได้ทันท่วงที ช้ากว่านั้นอีกนิด เขากับเหยียนลี่คงตายไปแล้ว
“ยังยุ่งอยู่อีกเหรอ? ผมนึกว่าคุณกลับไปแล้วซะอีก”
หยางเจี้ยนเดินออกมาจากห้าง เห็นเจ้าหน้าที่หลายคนยืนอยู่ด้านนอก
หนึ่งในนั้นเดินเข้ามาถาม
“เป็นหน้าที่ครับ จะกล้าละเลยได้ยังไง แล้วสถานการณ์ข้างในเป็นอย่างไรบ้างครับ?”
หยางเจี้ยนตอบ “เหตุการณ์ครั้งนี้จัดการเรียบร้อยแล้ว ต่อไปห้างนี้จะไม่เกิดเหตุผิดปกติอีก”
สีหน้าของเขาเคร่งขรึมลงเล็กน้อย “เจอคนหายอีกคน ส่วนที่เหลือคุณก็น่าจะเข้าใจ”
เขาชี้ไปทางเจียงเยี่ยนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
เจียงเยี่ยนผมเผ้ายุ่งเหยิง สีหน้าดูอิดโรย แต่ตอนนี้เมื่อเดินออกมากับหยางเจี้ยน ดวงตาของเธอกลับฉายแววดีใจที่รอดพ้นจากเหตุการณ์นี้มาได้
หยางเจี้ยนพูดต่อ “ข้างในไม่มีอันตรายแล้ว อย่างน้อยผมคิดว่าเป็นแบบนั้น เรื่องต่อจากนี้ฝากคุณด้วย ตอนนี้ผมมีเรื่องต้องไปจัดการต่อ ไม่สะดวกอยู่ต่อ ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือในการสืบสวน โทรมาหาผมได้”
“ได้ครับ ขอบคุณที่เสียสละเวลา เรื่องต่อจากนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง”
หยางเจี้ยนพยักหน้า ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ แล้วเดินจากไป
“คะ… คุณจะไปไหน?” เจียงเยี่ยนรีบวิ่งตามมา
“พี่เจียงจะตามผมทำไม? คุณออกมาจากห้างแล้ว ตอนนี้ถ้าไม่มีอะไรก็รีบกลับบ้านเถอะ หายไปตั้งหลายวัน ครอบครัวคุณคงเป็นห่วง อย่ามาตามผมเลย” หยางเจี้ยนพูด
เจียงเยี่ยนพูดอย่างน้อยใจ “อย่าพูดแบบนั้นสิ ฉันก็ตกลงจะเป็นแฟนคุณแล้ว คุณจะทิ้งฉันไปแบบนี้ได้ยังไง”
“พี่อยากเอาเปรียบผมเหรอ? ใครให้พี่เป็นแฟนผมกัน” หยางเจี้ยนเปลือกตากระตุก
“ก่อนหน้านี้ในห้องน้ำ เราก็ตกลงกันดีไม่ใช่เหรอ? แล้วก็อย่าเรียกฉันว่าพี่ ฉันยังเด็กอยู่นะ” เจียงเยี่ยนพูด
หยางเจี้ยนมองเธอ “คุณอายุเท่าไหร่?”
“ยี่สิบห้า… ไม่สิ จริง ๆ ยี่สิบสี่ ยี่สิบห้าเป็นอายุจีน เป็นไง ยังเด็กอยู่ใช่ไหมล่ะ”
พูดจบเธอก็เชิดหน้าอย่างภูมิใจ ราวกับบอกว่าได้เป็นแฟนเธอคือกำไรแล้ว
“ขอโทษด้วยนะ ผมอายุสิบแปด อายุจีนมากสุดก็สิบเก้า”
หยางเจี้ยนพูดต่อ “เพราะงั้นก็ยอมรับเถอะว่าคุณเป็นพี่ เรียกพี่วยังถือว่าให้เกียรติแล้วนะ ผมยังไม่ได้เรียกป้าด้วยซ้ำ จริง ๆ ผมก็สุภาพพอสมควร คุณว่าไหม พี่เจียงเยี่ยน?”
“…”
เจียงเยี่ยนรู้สึกชาไปทั่งหนังศีรษะ เรื่องอายุแพ้อย่างราบคาบ เธอคิดว่าหยางเจี้ยนอายุยี่สิบห้าหรือยี่สิบหกเสียอีก
ไม่น่าถึงได้เรียกเธอว่าพี่ตั้งแต่แรก
เมื่อเทียบกันแล้ว เธอก็เป็นพี่จริง ๆ
“น้องชาย วันนี้ต้องขอบคุณมากจริง ๆ ถ้าไม่ได้เธอช่วยไว้ ฉันคงแย่แน่” ทันใดนั้น เถ้าแก่ถังเห็นหยางเจี้ยนกำลังจะไป ก็รีบวิ่งเข้ามา คว้ามือเขาไว้ สีหน้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
หยางเจี้ยนยิ้ม “ในเมื่อรับเงินมาแล้วก็ถือว่าเป็นหน้าที่ครับ เถ้าแก่พูดเกินไปแล้ว”
“ไม่เกินเลย ชีวิตของฉันเธอช่วยไว้จริง ๆ นี่เบอร์โทร ถ้ามีอะไรให้ช่วย น้องชายบอกได้เลย”
เถ้าแก่ถังหยิบนามบัตรยัดใส่มือหยางเจี้ยน
“เถ้าแก่ถัง! เรื่องทางนี้ยังไม่จบ เดี๋ยวต้องไปให้การกับพวกต่อ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตะโกนเรียก
“ขอโทษ ๆ ขอพูดอีกไม่กี่คำ” เถ้าแก่ถังขอโทษ ก่อนจะหันกลับมาพูด “น้องชาย ต่อไปฝากเนื้อฝากตัวด้วย ฉัน ถังอัน ว่าง ๆ แวะมาที่บริษัทของฉันได้ อยู่แถวนี้เอง คราวหน้าให้ฉันเลี้ยงข้าวเธอเป็นการส่วนตัวก็แล้วกัน”
หยางเจี้ยนรู้สึกสะท้อนใจเล็กน้อย
เถ้าแก่ถังสมกับเป็นนักธุรกิจ รู้จักผูกมิตร สายตายาวไกลกว่าคนอื่นมาก
ไม่แปลกที่เขาจะเป็นเถ้าแก่ ส่วนแซ่หลี่นั่นก็เป็นได้แค่ผู้จัดการ
“ได้ครับ ถ้ามีโอกาสจะไปนั่งคุยด้วย” หยางเจี้ยนรับนามบัตรไว้ คิดว่าการมีเส้นสายเพิ่มอาจมีประโยชน์ในอนาคต
อย่างน้อยเถ้าแก่ถังก็เป็นคนมีเงิน ถ้าวันไหนขัดสน ยืมสักหน่อย น่าจะยินดีให้
‘แต่ว่า…. เราจะไปไหนดีล่ะ?’
หยางเจี้ยนมายืนที่แยกถนน จู่ ๆ ก็รู้สึกสับสน
กลับบ้าน?
อย่าล้อเล่นเลย บ้านมีผี ต่อให้ใจกล้าขนาดไหน เขาก็ไม่กล้าอยู่
มันอันตรายจริง ๆ
‘ดูท่าจะต้องหาที่พักชั่วคราวก่อน รอเหยียนลี่หาผู้ซื้อได้แล้วค่อยไปจัดการเรื่องซื้อขาย แต่ก่อนหน้านั้น… ต้องเชื่อมกล่องนี้ให้แน่น หลอมมันให้ตายสนิท’
หยางเจี้ยนหยิบกล่องที่ห่อด้วยแผ่นสีทองออกมา
นั่นไม่ใช่ฟอยล์ แต่เป็นแผ่นทองคำ
กล่องไม่ใหญ่ แต่หนักอึ้ง หลายกิโลกรัม
ใครจะคิดว่ากล่องทองคำบริสุทธิ์ใบนี้ จะกักขังผีไว้ข้างใน
“คุณจะไปไหน คุณมีรถไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ขับรถล่ะ?” เจียงเยี่ยนยังตามมา เธอพูดขึ้น
“ผมก็แค่คนธรรมดา จะเอารถมาจากไหน จักรยานยังไม่มีเลย” หยางเจี้ยนตอบ
“ว่าแต่พี่จะตามผมมาอีกทำไม?”
เจียงเยี่ยนหรี่ตายิ้ม
“ก่อนหน้านี้คุณไม่มีรถ แต่ตอนนี้มีแล้วไง ลืมเหรอว่าคุณหาเงินจากอาจารย์หลัวได้ตั้งแปดล้าน เขาเงินไม่พอ ก็เอารถมาค้ำให้คุณ ยังมีหยก นาฬิกาอะไรอีก ฉันดูจากห้องควบคุมอยู่”
“พอพี่เตือน ผมก็นึกออก ผมได้รถมาคันหนึ่งจริง ๆ”
หยางเจี้ยนล้วงกระเป๋า ของจุกจิกเต็มไปหมด และมีพวงกุญแจรถอยู่จริง ๆ
เขากดปุ่ม
รถที่จอดเรียงรายอยู่ข้างถนน คันหนึ่งซึ่งเป็นรถออฟโรด ก็กระพริบไฟขึ้น
“คุณได้กำไรเต็ม ๆ นี่เป็นรถนำเข้า ราคาตลาดเกือบห้าล้าน อาจารย์หลัวขาดทุนยับแน่” เจียงเยี่ยนตาเป็นประกาย
หยางเจี้ยนพูด “ผมอยากขายรถเอาเงินมากกว่า ไม่งั้นวันหลังยังต้องคืนให้อาจารย์หลัว”
“ไปเถอะ รถยังไม่โอน คุณขายไม่ได้หรอก”
เจียงเยี่ยนเดินเข้าไปคล้องแขนหยางเจี้ยน ลากเขาไปข้างหน้า
“พี่สาว เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นนะ” หยางเจี้ยนถาม
“เอาอย่างงี้ไม่ต้องสุภาพกันแล้ว นายช่วยชีวิตฉัน แค่นี้ก็พอแล้ว จะไปกินข้าวที่บ้านฉันไหม อพาร์ตเมนต์อยู่ใกล้ ๆ” เจียงเยี่ยนยิ้ม
“ทำไมผมรู้สึกว่าสายตาพี่แปลก ๆ ไม่เหมือนจะชวนกินข้าว แต่เหมือนจะกินผมมากกว่า ถ้าพี่ยอมให้ผมพักอาศัยสักระยะ ผมก็ไปนะ แต่ขอพูดไว้ก่อน ผมไม่จ่ายค่าเช่า ไม่จ่ายค่าอาหาร” หยางเจี้ยนพูด
“ได้ ๆ ตกลง รีบไปเถอะ” เจียงเยี่ยนดูเหมือนจะปักหลักกับเขาแล้ว ท่าทีร้อนแรงขึ้นทันที
เธอไม่เหมือนเด็กสาวทั่วไป เธอเป็นผู้หญิงทำงาน เป็นนักบัญชีบริษัท
ทั้งอาชีพและสัญชาตญาณของผู้หญิง ทำให้เจียงเยี่ยนรู้ดีว่าตัวเองต้องการแฟนแบบไหน และหลังผ่านเหตุการณ์เหนือธรรมชาติครั้งนี้ เธอรู้สึกว่ามีแต่ต้องเกาะหยางเจี้ยนให้แน่น ถึงจะมีอนาคตให้พูดถึง
ไม่อย่างนั้น ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกครั้ง เธอไม่คิดว่าตัวเองจะรอดได้
โลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
เจียงเยี่ยนกอดแขนหยางเจี้ยนแน่น เธอไม่เชื่อว่าอยู่ใกล้ชิดกันไป เด็กคนนี้จะไม่หวั่นไหว
ไม่นานนัก
หยางเจี้ยนขับรถออฟโรดออกไปบนถนน
ที่นั่งข้างคนขับ เจียงเยี่ยนเอนตัวพิงกระจก มุมปากมีรอยยิ้มบาง ๆ
ผ่านกระจก เธอมองเห็นหยางเจี้ยนที่กำลังขับรถ
‘อายุน้อยไปหน่อย แล้วจะเป็นอะไรล่ะ?’ เธอคิดในใจ
แต่ในวินาทีถัดมา
จู่ ๆ หยางเจี้ยนก็ยกมือขึ้น คว้าลำคอเจียงเยี่ยน แรงมากจนเธอแทบหายใจไม่ออก
“แค่ก ๆ นายจะทำอะไร?” เจียงเยี่ยนดิ้นโดยไม่รู้ตัว
หยางเจี้ยนที่ยังขับรถอยู่ หันมามองเธอ “ผมลืมเรื่องหนึ่งไป ผีในห้างตัวนั้น สรุปแล้วมีหัวหรือไม่มีหัว? ถ้าไม่มี ทุกอย่างก็โอเค แต่ถ้ามี หัวของมันจะอยู่ที่ไหน?”
“ฉัน… ฉันจะไปรู้ได้ยังไง นายจะอ่อนโยนกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง” เจียงเยี่ยนพูด
“ขอโทษ ผมแค่ระแวงไปหน่อย แต่ต้องยืนยันอีกครั้ง ผมไม่อยากโดนมันพลิกเกมตอนสุดท้าย” หยางเจี้ยนพูด
แรงมือเขาผ่อนลงเล็กน้อย ฝ่ามือลูบตรวจที่ลำคอของเธออย่างจริงจัง
ยืนยันอีกครั้งว่าเธอไม่ได้ถูกสลับหัว
“คราวหน้าจะตรวจสอบ บอกล่วงหน้าได้ไหม ฉันไม่ได้ไม่ให้ความร่วมมือสักหน่อย” เจียงเยี่ยนบ่นเบา ๆ แต่เธอไม่กล้าขัดขืนการตรวจสอบของหยางเจี้ยน
เพราะมีเพียงเขาเท่านั้นที่จัดการกับผีได้ ตราบใดที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ เธอจะให้ความร่วมมืออย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะเธอเองก็ไม่อยากเป็นอะไร
หยางเจี้ยนตรวจลำคอของเธอซ้ำ ๆ นอกจากสัมผัสได้ถึงผิวที่เรียบเนียน ก็ไม่พบหลักฐานของการถูกสลับศีรษะ
นั่นหมายความว่า ในช่วงเวลาที่เขาออกจากห้องควบคุม เจียงเยี่ยนไม่ได้เกิดปัญหาอะไร
“ไม่ใช่พี่จริง ๆ ผมอาจจะคิดมากไปเอง” หยางเจี้ยนพูด
เจียงเยี่ยนเม้มปาก
“นายอย่าหยาบคายขนาดนี้ได้ไหม?”