เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 62 ความร่วมมือ

บทที่ 62 ความร่วมมือ

บทที่ 62 ความร่วมมือ


ผีถูกกักขังได้สำเร็จ ความร่วมมือระหว่างหยางเจี้ยนกับเหยียนลี่ก็สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้

ต่อจากนั้น ก็ถึงเวลาต่างคนต่างแสวงหาผลประโยชน์ของตนเอง

กล่องมีเพียงกล่องเดียว หยางเจี้ยนไม่มีเหตุผลใดที่จะปล่อยให้เหยียนลี่เป็นคนถือไว้

พอออกจากประตูไป ก็เป็นคนแปลกหน้ากันแล้ส ยุคนี้ คนที่ติดหนี้ต่างหากคือคนใหญ่คนโต

“หยางเจี้ยน คำพูดของคุณหมายความว่ายังไง? คุณคิดว่าผมจะฮุบของชิ้นนี้คนเดียวงั้นเหรอ?”

เหยียนลี่เลิกคิ้วขึ้น มองหยางเจี้ยนแล้วพูดว่า

“ของชิ้นนี้ฝากไว้ที่ผมก่อน เดี๋ยวผมจะไปปล่อยข่าวที่คลับ ไม่นานก็จะมีคนมาหาเรา พอถึงตอนนั้นเราค่อยไปทำธุรกรรมด้วยกัน เสร็จงานแล้วแบ่งเงินคนละครึ่ง ส่วนข้อมูลก็แชร์ร่วมกัน”

“ผมจะไม่เอาเปรียบคุณ และจะไม่ทำให้คุณเสียเปรียบด้วย”

หยางเจี้ยนพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น ทำไมคุณไม่วางใจฝากไว้กับผมล่ะ? คุณไปติดต่อผู้ซื้อ แล้วค่อยกลับมาหาผม ผมจะเอาของไปให้คุณเอง หรือว่าคุณกลัวว่าผมจะหนีไป?”

“งั้นก็คุยกันไม่ได้แล้ว?” เหยียนลี่พูด

เขาไม่คิดเลยว่า เด็กหนุ่มคนนี้หลังจากจัดการเหตุการณ์เหนือธรรมชาติไปได้ไม่นาน ก็เริ่มคุยเรื่องผลประโยชน์ในทันที

“ถ้าคุณทำให้ผมวางใจไม่ได้ ผมคิดว่าการคุยกันต่อไปก็ไม่มีความจำเป็นแล้ว”

หยางเจี้ยนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณไม่วางใจผม ก็เหมือนที่ผมไม่วางใจคุณ”

“พอได้แล้ว! เมื่อกี้ผมเป็นคนลงมือกักขังผีตัวนั้นเอง!” เหยียนลี่ตะโกน

“แต่…. ผมช่วยชีวิตคุณไว้ สองครั้ง” หยางเจี้ยนพูดอย่างสงบ

เหยียนลี่เริ่มโกรธ “คุณยังกล้าพูดเรื่องช่วยชีวิตอีกเหรอ? เมื่อกี้คุณให้ผมออกจากเขตแดนภูตผี ชัดเจนว่าเอาผมไปเป็นเหยื่อล่อ เพื่อดึงผีตัวนั้นออกมา คุณเองก็แยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าในกองศพมากมายพวกนั้น ตัวไหนคือผี ไม่อย่างนั้น ในเสี้ยววินาทีเมื่อกี้ คุณก็พาผมเข้าเขตแดนภูตผีไปแล้ว ไม่ปล่อยให้ผมค่อย ๆ ถอยออกมาแบบนั้นหรอก!”

“คุณรู้ไหมว่าที่คุณทำเมื่อกี้ เกือบทำให้ผมตายแล้ว!”

หยางเจี้ยนจ้องเขาแล้วพูดว่า “เพราะคุณเป็นได้แค่เหยื่อล่อ ไม่อย่างนั้นการจับกุมครั้งนี้จะล้มเหลว ผมคิดภาพรวม ไม่อย่างนั้นคุณจะยังมายืนเถียงผมอยู่ตรงนี้ได้เหรอ? และในเมื่อผมมีเขตแดนภูตผี การช่วยคุณก็ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีด้วยซ้ำ ผมมั่นใจว่าคุณจะไม่ตาย แต่กลับกัน คุณมั่นใจไหมว่าจะรับประกันชีวิตของผมได้?”

“ถ้าวันนี้ผมยืนยันจะเอากล่องนี้ไปล่ะ?” เหยียนลี่พูดด้วยสีหน้าเย็นชา

เขาไม่มีทางเอาของที่ได้มาอย่างยากลำบาก ไปฝากไว้กับหยางเจี้ยนแน่นอน

“งั้นคุณแน่ใจหรือว่า กล่องที่อยู่ในมือคุณตอนนี้ เป็นของจริง?” หยางเจี้ยนหรี่ตาลงเล็กน้อย “คุณเข้าใจเขตแดนภูตผีไหม?”

เปลือกตาเหยียนลี่กระตุก เขามองของในมือโดยไม่รู้ตัว

ในเสี้ยววินาที เขาสะดุ้งจนแทบผงะ

กล่องทองคำในมือ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร กลับกลายเป็นหัวเน่าเปื่อยไปแล้ว

แทบจะเป็นสัญชาตญาณ เขาเหวี่ยงหัวศพนั้นออกไปทันที

“คุณ… คุณสลับของไปตั้งแต่เมื่อไร?” เหยียนลี่ทั้งตกใจทั้งโกรธ

“เดาดูสิ” หยางเจี้ยนพูดว่า “ในเขตแดนภูตผี มีเพียงสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นของจริงเท่านั้น ถึงจะเป็นของจริง ไม่อย่างนั้น ทุกสิ่งที่คุณเห็นอาจเป็นของปลอมทั้งหมด งั้นสิ่งที่น่าสนใจคือ คุณคิดว่าสิ่งไหนคือของจริงกันแน่ล่ะ?”

“สิ่งที่เห็น? สัมผัส? หรือกลิ่น?”

“เมื่อทุกอย่างล้วนเป็นของปลอม คุณจะพบว่าโลกทั้งใบก็เป็นของปลอม และนั่นแหละคือภาพลวงตา”

“เป็นความสามารถที่น่าสนใจมากใช่ไหม”

“เป็นไปไม่ได้ เขตแดนภูตผีของคุณก็เป็นพลังของผีร้าย ไม่สามารถส่งผลต่อทองคำได้ นี่เป็นความจริงที่ผู้ใช้ผีทั่วโลกรู้กันดี” เหยียนลี่กัดฟันพูด

หยางเจี้ยนตอบว่า “ผมส่งผลต่อทองคำไม่ได้ แล้วผมจะส่งผลต่อดวงตาของคุณไม่ได้เหรอ? คุณคิดว่าของที่คุณเพิ่งโยนไป เป็นหัวศพจริง ๆ งั้นเหรอ?”

หรือว่า…

หัวใจเหยียนลี่สั่น เขารีบวิ่งไปเก็บศีระษะที่ถูกโยนออกไปไม่ไกล

“คุณแน่ใจหรือว่า หัวศพที่คุณเก็บขึ้นมาตอนนี้ เป็นหัวเดียวกับที่คุณโยนไปเมื่อกี้?”

หยางเจี้ยนพูดอีกครั้ง มุมปากของเขามีรอยยิ้มบาง ๆ “งานจบแล้ว แต่คุณไม่ยอมเชื่อใจผม ผมก็เองก็เชื่อใจคุณไม่ได้ กล่องแบ่งครึ่งไม่ได้ แม้ว่าคุณจะมีผลงานมาก แต่ผลงานของผมก็ไม่น้อย”

“คนที่ค้นพบรูปแบบของผีตัวนี้ก่อน และเป็นคนหาผีตัวนี้เจอ ก็คือผม”

คำพูดของเขาสิ้นสุดลง

ในมือของเขา ปรากฏกล่องสีทองขึ้นมาโดยไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร

เป็นกล่องเดียวกับที่เหยียนลี่ใช้กักขังผีไร้ศีรษะ

ถ้าในมือหยางเจี้ยนเป็นกล่อง งั้นในมือเหยียนลี่ ก็เป็นศีรษะของศพจริง ๆ

‘บ้าเอ๊ย’ เหยียนลี่ด่าในใจ

เขารีบโยนหัวศพในมือทิ้งอีกครั้ง

ตอนนี้จิตใจของเขาถูกหลอกลวงอย่างสิ้นเชิง เพราะเขาแยกไม่ออกแล้วว่าในเขตแดนภูตผีนี้ อะไรคือของจริง อะไรคือของปลอม และไม่รู้ทำไม จู่ ๆ ก็เกิดความรู้สึกโล่งใจขึ้นมา ราวกับดีใจที่หยางเจี้ยนไม่ใช่ผีจริง ๆ ไม่อย่างนั้น ผีแบบนี้จะจำกัดได้อย่างไร

คงถูกฆ่าทิ้งในพริบตา

“ผมยอมรับ ผมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคุณ เรื่องนี้ให้คุณตัดสินใจ คุณจะทำยังไง? คุณคงไม่คิดจะฮุบคนเดียวใช่ไหม” เหยียนลี่พูด

ถ้าหยางเจี้ยนเลือกจะฮุบคนเดียว เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น

หยางเจี้ยนพูดว่า “แม้เรื่องการแบ่งผลประโยชน์จะทำให้เราไม่พอใจกันบ้าง แต่ผมยังเป็นคนที่มีหลักการ ถ้าการเป็นคนไม่มีเส้นแบ่ง แล้วคนกับผีต่างกันตรงไหน? เพราะงั้น ความร่วมมือก่อนหน้านี้ยังคงอยู่ แต่กล่องนี้ให้ผมเก็บรักษา คุณไปติดต่อผู้ซื้อ แต่การเจรจาซื้อขายครั้งนี้ ต้องเป็นผมจัดการ คุณคิดว่ายังไง?”

“…ผมยังมีสิทธิ์ต่อรองอยู่อีกเหรอ?” เหยียนลี่พูด “ทำตามที่คุณพูดก็แล้วกัน”

แค่ยังรักษาความร่วมมือไว้ได้ เขาก็รู้สึกเหมือนขอบคุณฟ้าแล้ว ถ้าเป็นคนที่โหดเหี้ยมกว่านี้ วันนี้คงไม่มีที่ยืนสำหรับเขาแล้ว

“ดี! ตอนทำธุรกรรมให้โทรหาผม ปกติอย่าโทรมั่ว ผมยุ่งมาก… แล้วก็ ขอให้ความร่วมมือเป็นไปด้วยดี”

เขาหยิบปากกาออกมาจากกระเป๋า เขียนหมายเลขโทรศัพท์ แล้ววางไว้บนพื้น

พอทำทุกอย่างเสร็จ แสงสีแดงรอบตัวก็หายไป

และหยางเจี้ยนก็หายไปพร้อมกัน

ออกจากเขตแดนภูตผีแล้ว?

เหยียนลี่มองไปรอบ ๆ สายตาเหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งบนพื้น

หัวศพนั้น… แท้จริงแล้วไม่ใช่หัวศพ เป็นเพียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งห่อ แถมยังเป็นรสที่เขาเกลียดที่สุด

‘ราบรื่นบ้าอะไรกัน’ เหยียนลี่กำหมัดแน่น รู้สึกอ่อนแรงอย่างบอกไม่ถูก

ทั้งที่เป็นผู้ใช้ผีเหมือนกัน ทำไมหยางเจี้ยนถึงโชคดี ได้ความสามารถที่น่ากลัวขนาดนี้ มันไม่ยุติธรรมเลย

โชคดีงั้นเหรอ?

ถ้าหยางเจี้ยนรู้ความคิดของเขา คงได้แต่หัวเราะ

โชคแบบนี้ เขายอมไม่เอายังจะดีกว่า

ถ้าเขาไม่ได้กลายเป็นผู้ใช้ผี และไม่ได้รับคำเตือนจากกระดาษหนังมนุษย์ ตอนนั้นคงถูกฆ่าทิ้งทั้งหมด ไม่มีทางมีผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว

ถ้าเป็นเหยียนลี่ คิดว่าจะรอดได้หรือ?

หยางเจี้ยนไม่ได้ออกจากห้างทันที

เขายังไม่ลืมคนหนึ่ง

เจียงเยี่ยน

“พี่เจียง ยังไม่ตายใช่ไหม? เห็นในโทรศัพท์ก็เงียบไปแล้ว” หยางเจี้ยนปรากฏตัวขึ้นในห้องควบคุมกล้องวงจรปิด

เวลาของเขตแดนภูตผียังไม่หมด

ตอนนี้ เจียงเยี่ยนกำโทรศัพท์ที่ถูกตัดสัญญาณเพราะค้างชำระไว้ในมือ ตัวงออยู่มุมหนึ่ง ก้มหน้า ร้องสะอื้นเบา ๆ

ก่อนหน้านี้ เธอสิ้นหวังไปแล้ว

เพราะหลังจากหยางเจี้ยนกับเหยียนลี่เข้าไปในร้านเสื้อผ้า ก็ไม่ออกมาอีก เธอคิดว่าทั้งสองคนตายอยู่ข้างในแล้ว

เขตแดนภูตผีไม่สามารถถูกบันทึกด้วยกล้องได้

จิตใจของเจียงเยี่ยนในตอนนี้แทบพังทลาย ถ้าหยางเจี้ยนตาย เธอจะทำยังไง? ผีตัวนั้นยังอยู่ข้างนอก ถ้าเธอเดินออกไปแบบนี้ ต้องตายแน่

แต่เมื่อเสียงของหยางเจี้ยนดังขึ้น เสียงสะอื้นของเธอก็หยุดลง เธอรีบเงยหน้าขึ้น

เมื่อเห็นหยางเจี้ยนปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า เธอตื่นเต้นลุกขึ้น พุ่งเข้าไปหา

“ฉันนึกว่าคุณตายไปแล้ว คุณไม่เป็นไร ดีจริง ๆ”

“โอ๊ย!”

ตั้งใจจะกอดด้วยความดีใจ แต่เจียงเยี่ยนกลับทะลุผ่านร่างของหยางเจี้ยน ล้มลงกับพื้น เงยหน้าขึ้นมา เลือดกำเดาไหล

“พี่เจียง ใจร้อนอะไรขนาดนั้น ผมนึกว่าพี่จะตบผมซะอีก” หยางเจี้ยนมองเธออย่างสงสัย

“คะ… คุณเป็นคน หรือเป็นผี?” เจียงเยี่ยนเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความหวาดกลัว

เธอมั่นใจว่าตัวเองทะลุผ่านเขาไปจริง ๆ

ใช่แล้ว ทะลุผ่านตรงหน้าแบบนั้นเลย

“ไม่อยากอธิบายเรื่องที่คุณฟังแล้วไม่เข้าใจ งานของคุณเสร็จแล้ว ถึงเวลาไปได้แล้ว” หยางเจี้ยนจับข้อมือของเธอ

ทั้งสองหายไปจากที่เดิมในพริบตา

จบบทที่ บทที่ 62 ความร่วมมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว