เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 ห้องควบคุมกล้องวงจร (สวัสดีปีใหม่นะคะ)

บทที่ 48 ห้องควบคุมกล้องวงจร (สวัสดีปีใหม่นะคะ)

บทที่ 48 ห้องควบคุมกล้องวงจร (สวัสดีปีใหม่นะคะ)


ภายในห้องเก็บของเล็ก ๆ ที่ไม่สะดุดตาแห่งหนึ่งในห้าง

แสงไฟจากโทรศัพท์มือถือหลายดวงส่องสว่างอยู่ภายใน ทุกคนที่อยู่ข้างในต่างกลั้นหายใจ ใบหน้าซีดเผือด เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

คนเหล่านั้นคือ เถ้าแก่ถัง อาจารย์หลัว ผู้จัดการหลี่ พี่ลี่ และคนอื่น ๆ นอกจากพวกเขาแล้ว ยังมีอีกหนึ่งคนที่ดูพิเศษเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ เหยียนลี่

ตอนนี้สีหน้าของเหยียนลี่ดูย่ำแย่เป็นพิเศษ เขาจ้องมองไปที่ประตูตรงหน้า ซึ่งถูกเขาทาด้วยเลือดสีแดงฉาน เลือดเหล่านั้นจับตัวแน่น ไม่กระจายหาย ราวกับซึมออกมาจากเนื้อไม้ของบานประตูเอง หยดลงมาเป็นจังหวะไม่หยุด

เลือดหยดลงสู่พื้น จนรวมกันเป็นแอ่งเลือดหนึ่งแอ่ง

“ไม่มีเสียงแล้ว ดูเหมือนว่าผีตัวนั้นจะยังเข้ามาไม่ได้ชั่วคราว”

เหยียนลี่ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เขามองมือทั้งสองข้างของตนที่เปื้อนเลือด สีหน้าก็ยังไม่ดีขึ้นนัก

“อ…อาจารย์ น่าจะไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมครับ?” เถ้าแก่ถังถามด้วยอาการขวัญผวา

ก่อนหน้านี้พวกเขามาถึงชั้นห้าได้อย่างราบรื่น ตั้งใจจะหนีออกไปทางบันไดหนีไฟ แต่พอขึ้นมาถึงชั้นห้า กลับพบว่าประตูทุกบานไม่รู้ว่าใครเป็นคนล็อกไว้หมด

พวกเขาคิดจะทุบกุญแจออกไป

แต่ในตอนที่กำลังทุบอยู่นั้น เรื่องประหลาดก็เกิดขึ้น

มีใครบางคนล้มลงกับพื้นกะทันหัน…โดยไม่มีหัว

ตอนนั้นทุกคนตกใจจนไม่สนใจจะทุบประตูหนีอีกต่อไป ต่างคนต่างวิ่งหนีกระจัดกระจาย โชคดีที่ได้เจอกับเหยียนลี่ และถูกเขาพาเข้ามาหลบในห้องเก็บของนี้ ปิดประตูไว้ ถึงได้รอดมาได้

แต่สถานการณ์ก็ยังไม่สงบลง

เมื่อครู่ ภายนอกประตูมีเสียงกระแทกดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

ราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามพังประตูเข้ามา แม้แต่กลอนก็ถูกชนจนพัง

แรงแบบนั้น…ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ควรจะมีได้

ทุกคนเห็นเลือดไหลออกมาจากมือของเหยียนลี่ เขานำเลือดนั้นไปทาลงบนประตู หลังจากนั้นเสียงทั้งหมดจึงค่อย ๆ เงียบลง

“สภาพแบบนี้อยู่ได้ไม่นาน ผีตัวนั้จับตามองพวกเราไว้แล้ว รู้ว่าเราซ่อนอยู่ที่นี่ มันจะกลับมาแน่นอน… ผมรู้สึกได้ว่ามันกำลังรอพวกเราอยู่ข้างนอก” เหยียนลี่พูด

สถานการณ์ของเขาในตอนนี้ แทบจะเหมือนกับที่หยางเจี้ยนเคยเจอมาก่อนทุกอย่าง

เพียงแต่เขายังไม่รู้ว่า ผีตัวนี้แท้จริงแล้วเป็นการดำรงอยู่แบบไหน

“ง…งั้นตอนนี้จะทำยังไงดี ผมจะตายไหม?” ผู้จัดการหลี่ถามอย่างหวาดกลัว

เหยียนลี่แค่นหัวเราะเบา ๆ

“คุณไม่ได้ตายคนเดียวหรอก จะกลัวอะไรนักหนา ก่อนหน้านี้ผมก็บอกพวกคุณแล้ว พวกนักต้มตุ๋นเชื่อไม่ได้ ไปเชิญซินแสฮวงจุ้ยอะไรนั่นมาทำพิธี พอเจอผีจริง ๆ กลับหนีเร็วกว่าคนอื่น”

พูดจบ เขาก็เหลือบมองไปที่มุมห้อง

อาจารย์หลัวที่ก่อนหน้านี้ยังดูสุขุม มั่นใจ ตอนนี้กลับซ่อนตัวอยู่ตรงนั้น ตัวสั่นเทา ไม่มีเค้าเดิมของพวกหมอดูที่ทำท่าสูงส่งแม้แต่น้อย

“อาจารย์เหยียน งั้นคุณรีบคิดวิธีหน่อยสิ หลบอยู่แบบนี้ก็ไม่ใช่ทางออก ขอแค่ได้ออกไปจากที่นี่ เรื่องเงินเราตกลงคุยกันได้หมด” เถ้าแก่ถังเริ่มร้อนรน

เขารู้สึกว่าอยู่ที่นี่นานขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น

มีแต่ต้องออกไปจากที่นี่ ออกไปจากห้างนี้ ถึงจะปลอดภัย

“เงียบหน่อย ตอนนี้ใช่เวลามาพูดเรื่องเงินเหรอ?” เหยียนลี่ตะคอกเสียงต่ำ สีหน้าก็เต็มไปด้วยความหงุดหงิด

เพราะเขาเองก็ไม่มีทางออกที่ดีนัก

ผีในห้างแห่งนี้รับมือยากกว่าที่เขาประเมินไว้มาก เขาเองก็ใกล้จะถึงขึดจำกัดแล้ว

….

ในขณะที่ทุกคนกำลังทำอะไรไม่ถูก

หยางเจี้ยนกลับเดินขึ้นมาทางลิฟต์อย่างไม่รีบร้อน เปิดไฟฉาย ส่องทางขึ้นมา

“คุณ…ไม่กลัวเหรอ?”

เจียงเยี่ยนที่อยู่ข้าง ๆ จับชายเสื้อของเขาไว้ หดคอ มองซ้ายมองขวาอย่างระแวง กลัวว่าจากมุมมืดสักแห่งจะมีผีโผล่ออกมา

“กลัวสิ” หยางเจี้ยนตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“แต่กลัวแล้วมันช่วยอะไรได้ล่ะ? กลัวแล้วจะไม่ตายงั้นเหรอ? เวลาเจอผี ยิ่งกลัวก็ยิ่งตายง่าย ที่คุณซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำได้สี่วันโดยไม่โดนผีเล่นงาน ก็แค่โชคช่วยเท่านั้นเอง”

“แต่ถ้าอยากมีชีวิตรอด พึ่งแค่โชคอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องลงมือทำด้วย”

“นั่งรออยู่เฉย ๆ ก็เหมือนนั่งรอความตาย” พูดยังไม่ทันขาดคำ ก็มาถึงชั้นห้าแล้ว

ตลอดทางเงียบสงบ ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เลย

หยางเจี้ยนถือไฟฉายส่องไปรอบ ๆ พบว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลย

มีเพียงที่หน้าประตูทางหนีไฟ เขาเห็นศีรษะมนุษย์หนึ่งหัว

ใบหน้าซีดขาว ดวงตาปิดสนิท บริเวณลำคอเหมือนถูกตัดขาด ไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว หากไม่นับว่าไม่มีร่างกาย ศีรษะนั้นก็ดูราวกับคนนอนหลับ สีหน้าสงบอย่างผิดปกติ

“เป็นคนในกลุ่มของอาจารย์หลัว” หยางเจี้ยนขยับสีหน้าเล็กน้อย “แต่เขาถูกผีฆ่า”

เจียงเยี่ยนเห็นศีรษะนั้น ก็รีบเอามือปิดปาก กลัวจะเผลอร้องออกมา ก่อนหน้านี้หยางเจี้ยนกำชับไว้แล้ว ไม่ว่าเห็นอะไรห้ามร้องเสียงดัง

“ห้องควบคุมกล้องอยู่ไหน?” หยางเจี้ยนถาม

“อยู่ทางนั้น” เจียงเยี่ยนชี้ไปข้างหน้า

หยางเจี้ยนเดินตามทิศทางที่เธอชี้ ไม่นานก็มาถึงห้องควบคุม

ตอนนี้ประตูห้องเปิดอยู่ ที่กลอนมีพวงกุญแจเสียบคาไว้ ด้านในมีแสงไฟสว่าง เหมือนมีคนเข้าไปอยู่ข้างในแล้ว

“ไม่ใช่ว่าไฟดับเหรอ ทำไมข้างในยังเปิดไฟอยู่?” เจียงเยี่ยนถามอย่างสงสัย

หยางเจี้ยนหรี่ตา

ไม่ใช่ไฟดับ แต่มีคนตั้งใจปิดไฟของห้าง ปกติห้างจะไฟดับได้ยังไง ถ้าไฟดับจริง เขาก็คงไม่มาที่ห้องควบคุมกล้องหรอก

แต่พอเขาเดินเข้าไป ก็ชะงักทันที

หน้าคอนโซลกล้องวงจรปิด มีคนคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น ท่าทางแข็งทื่อ ไม่ขยับเลย

เขาคนนั้นสวมชุด รปภ. และข้างที่นั่งยังมีคราบน้ำอยู่ ดูเหมือนปลายกางเกงจะเปียก ราวกับเพิ่งออกมาจากห้องน้ำ

“เป็นเพื่อนร่วมงาน…!”

เจียงเยี่ยนไม่เคยเห็นภาพในโทรศัพท์ของหยางเจี้ยน จึงเผลออุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว

เมื่อได้ยินเสียง คนคนนั้นก็หันกลับมามอง แล้วพูดขึ้นว่า

“หยางเจี้ยน นายมาทำอะไรที่นี่?”

“พี่หลิว…”

สีหน้าของหยางเจี้ยนหม่นลงทันที

ในอัลบั้มโทรศัพท์ของเขา ยังมีภาพที่ถ่ายได้ในห้องน้ำ และทั้งห้างนี้ นอกจากเขาแล้ว ก็มีแค่หลิวเฉียงเท่านั้นที่สวมชุด รปภ.

“ดีจัง พวกคุณรู้จักกันนี่เอง”

เจียงเยี่ยนดีใจขึ้นมาทันที เพราะได้เจอคนเป็นอีกคน ความรู้สึกปลอดภัยเพิ่มขึ้นมาบ้าง

“ฉันเป็นนักบัญชีของบริษัท ชื่อเจียงเยี่ยน ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

เธอกำลังจะเดินเข้าไปทัก แต่ถูกหยางเจี้ยนห้ามไว้

หยางเจี้ยนยื่นโทรศัพท์ให้เธอดู

“ดูก่อน ภาพนี้ถ่ายไว้ก่อนหน้านี้ ในห้องน้ำ”

เจียงเยี่ยนมองภาพนั้น

ในห้องน้ำที่มืดสลัว มีคนสวมชุด รปภ. คนหนึ่ง เหมือนเพิ่งเดินออกไป ภาพถ่ายติดมาได้เพียงครึ่งตัว

เธอมองภาพนั้น แล้วหันไปมองหลิวเฉียง ดวงตาเบิกกว้าง ความหวาดกลัวถาโถมเข้ามา มือที่ยื่นออกไปเล็กน้อยรีบหดกลับเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต จากนั้นก็ปิดปากแล้วรีบหลบไปอยู่ด้านหลังหยางเจี้ยน

“ยืนชิดกำแพง อย่าขยับ”

หยางเจี้ยนเอื้อมมือดึงเธอไปพิงผนัง

เจียงเยี่ยนรีบแนบตัวกับกำแพงทันที ไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว

ผู้หญิงคนนี้ฉลาดจริง ๆ รู้ว่าควรทำอะไรในเวลาไหน

“พวกนายเป็นอะไรกัน?”

หลิวเฉียงเดินเข้ามาอย่างงง ๆ

หยางเจี้ยนมองเขาแล้วพูด

“ไม่มีอะไร ห้างมีผี คนแยกย้ายกันไป เลยแวะมาดูกล้องวงจรปิด ว่าแต่พี่มาทำอะไรที่นี่?”

เขาพูดคุยกับหลิวเฉียงเหมือนปกติ

แต่ในใจ เขานิยามหลิวเฉียงว่าเป็นผีไปแล้ว

หลิวเฉียงตอบว่า

“ห้างมีผี? ที่ไหน ฉันไม่เห็นอะไรเลย ก่อนหน้านี้เห็นไฟห้างดับ เลยไปดูสายไฟ พอเห็นว่าห้องนี้ยังมีไฟอยู่ ก็เลยเข้ามาดู นั่งได้ไม่นานพวกนายก็มา”

“งั้นเหรอ?”

หยางเจี้ยนมองเขาอย่างระแวดระวัง

“นอกจากพวกเราแล้ว พี่เห็นคนอื่นอีกไหม?”

“ไม่เห็น หาไม่เจอเลย” หลิวเฉียงส่ายหน้า

“งั้นช่วยผมเปิดกล้องวงจรปิดย้อนหลังได้ไหม?” หยางเจี้ยนพูด

“ได้สิ เรื่องนี้ฉันถนัด” หลิวเฉียงตอบ

พูดจบ เขาก็นั่งลง เริ่มเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดก่อนหน้า

หยางเจี้ยนเดินเข้าไป มองปลายกางเกงที่เปียกของเขา

“เมื่อกี้พี่ไปห้องน้ำมาเหรอ?”

“ไม่ได้ไปนะ นายถามทำไม?” หลิวเฉียงตอบ

“ไม่มีอะไร แค่ถามเฉย ๆ”

หยางเจี้ยนพูดจบก็เงียบไป

จบบทที่ บทที่ 48 ห้องควบคุมกล้องวงจร (สวัสดีปีใหม่นะคะ)

คัดลอกลิงก์แล้ว