- หน้าแรก
- การฟื้นคืนชีพของความลึกลับ
- บทที่ 37 หลุดพ้น
บทที่ 37 หลุดพ้น
บทที่ 37 หลุดพ้น
“ถ้าพวกคุณไม่อยากเป็นอะไรไปล่ะก็ ควรออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เมื่อกี้ผีทารกตัวนั้นเหมือนจะจ้องหวังซานซานอยู่ อีกอย่างมันกำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ครั้งล่าสุดที่ผมเห็นมัน มันยังใช้เขตแดนภูตผีไม่ได้ แต่ตอนนี้มันเริ่มมีท่าทีว่าจะควบคุมเขตแดนภูตผีได้แล้ว ครั้งหน้าไม่รู้จะกลายเป็นแบบไหน”
“ผมรู้สึกได้เลยว่า ถ้าเจ้าสิ่งนั้นยังคงเติบโตต่อไป ระดับความน่ากลัวของมัน ต้องไม่อาจประเมินได้แน่!”
หยางเจี้ยนกลับเข้ามาในบ้านของหวังปิน รีบพูดขึ้นทันที
“เธอ… เธอเป็นคน หรือเป็นผี?” หวังปินถามด้วยความหวาดหวั่น
หยางเจี้ยนตอบว่า “ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเป็นคน อาจจะเป็นผีก็ได้ ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ แต่ช่วยชีวิตพวกคุณได้ก็พอแล้ว แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาคุยเรื่องพวกนี้”
“ใช่ ๆ ต้องออกไปจากที่นี่ก่อน เดี๋ยวฉันไปเก็บของก่อน” หวังปินได้สติขึ้นมา
“มันตายแล้วหรือยัง? มันจะไม่กลับมาอีกแล้วใช่ไหม?” หวังไห่เยี่ยนถามด้วยความตกใจ
หยางเจี้ยนพูดว่า “มันยังไม่ตาย มีโอกาสสูงมากที่มันจะกลับมา”
หวังไห่เยี่ยนเริ่มเสียงดังขึ้น “อะไรนะ? แล้วทำไมเธอถึงไม่ฆ่ามัน!? เราจ้างเธอมาก็เพื่อจัดการผีนั่น ตอนนี้เธอกลับปล่อยมันไป แล้วเราจะทำยังไงต่อไป? ถ้าเธอฆ่ามันไม่ได้ พวกเราไม่จ่ายเงินให้หรอกนะ ใครจะรู้ เธออาจจะตั้งใจปล่อยมันไปก็ได้”
“แม้ว่าผมกับหวังซานซานจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน แต่เรื่องส่วนตัวก็เรื่องหนึ่ง เรื่องธุรกิจก็อีกเรื่องหนึ่ง ฟังดูแล้วป้าหวังอยากเบี้ยวเงินผมสินะ?” หยางเจี้ยนมองเธอพลางพูด
“เรื่องยังไม่ทันจบ เธอก็จะเอาเงินแล้ว? คิดว่าห้าแสนมันหาได้ง่าย ๆ เหรอ?” หวังไห่เยี่ยนพูด
หยางเจี้ยนพูดอย่างจริงจังว่า “ป้าหวัง ป้าเข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่ห้าแสน แต่เป็นหนึ่งล้าน”
“ใครบอกว่าหนึ่งล้าน? ฉันได้ยินสามีพูดชัดเจนว่าเธอขอห้าแสน!” หวังไห่เยี่ยนเถียงทันที
หยางเจี้ยนลูบหัว นั่งลงบนโซฟา “ปวดหัวจริง ๆ ผมเองก็เป็นคนมีหลักการพอสมควร อะไรเป็นอะไรก็ว่ากันไป ถ้าป้าจะให้ผมเถียงเรื่องนี้ ผมก็ไม่ไหว ผมเรียนมาน้อย ประสบการณ์สังคมก็ไม่มี เถียงสู้คนมีประสบการณ์แบบคุญป้าไม่ไหว เพราะงั้น เห็นแก่หวังซานซาน งานนี้ถือว่าผมทำให้ฟรี”
“ว่าแต่… คุณป้าชอบดอกไม้แบบไหนครับ?”
“มะลิ… ถามทำไมเหรอ?” หวังไห่เยี่ยนงงเล็กน้อย
หยางเจี้ยนว่า “คราวหน้าเวลาไปไหว้หลุมศพ ผมจะเอาไปฝากสักช่อ ถ้าเจอผีนั่นอีก ป้าหวังก็ออกไปจัดการเองเลย คารมคมคายขนาดนี้ น่าจะพูดให้ผีทารกยอมไม่ฆ่าพวกคุณได้นะ ผมไปล่ะ หวังว่าคุณป้ายังจะเดินออกจากที่นี่ได้นะ”
เขาพูดจบก็ลุกขึ้นเตรียมเดินออกไป
เขาอยากรู้จริง ๆ ว่าแม่ของหวังซานซานจะเลือกเงิน หรือจะเลือกชีวิต
เขาไม่มีเวลามายืนโต้เถียงที่นี่
เห็นหยางเจี้ยนจะเดินออกไป สีหน้าของหวังไห่เยี่ยนก็เปลี่ยนทันที เธอรีบยิ้มประจบ “รอเดี๋ยว มีอะไรก็คุยกันได้ อย่าโกรธเลยนะ ป้าขอโทษก็ได้ อีกอย่างเธอกับซานซานก็เป็นเพื่อนกัน ช่วยเหลือกันเป็นเรื่องปกติ สองวันมานี้ซานซานเอาแต่พูดถึงเธอ”
“เป็นเพื่อนก็ใช่ ช่วยเหลือกันก็ใช่ แต่เมื่อกี้ผมก็ช่วยพวกคุณทั้งบ้านแล้ว ตอนนี้ผมยากจน และตกอับ คุณป้าไม่ควรช่วยผมสักหนึ่งล้านบ้างเหรอ? จะให้ผมพูดเรื่องน้ำใจ แต่พวกคุณพูดเรื่องเงิน พอผมพูดเรื่องเงิน พวกคุณพูดเรื่องน้ำใจ แบบนี้ผมเสียเปรียบฝ่ายเดียวไม่ใช่เหรอ? คนมีเงินอย่างพวกคุณได้แต่ผลประโยชน์”
“เพราะงั้นผมเลยเรียนรู้และฉลาดขึ้นนิดหน่อย หนึ่งล้าน ขาดไม่ได้แม้แต่หยวนเดียว” หยางเจี้ยนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เขายังไม่ได้โมโหต่อหน้าพวกเขา นั่นถือว่าควบคุมอารมณ์ได้ดีมากแล้ว
หวังไห่เยี่ยนอับอายขึ้นมา เพราะรู้ดีว่าหยางเจี้ยนหมายถึงเรื่องครั้งก่อนที่เธอให้เขาสองร้อยหยวนตอนส่งลูกสาวกลับบ้าน
หยางเจี้ยนพูดต่อ “คุณป่าอย่ามาทำตัวสนิทเลย ถึงผมกับหวังซานซานจะเป็นเพื่อนกัน แต่กับคุณป้า เราเจอกันแค่สองสามครั้งเอง
ดังนั้นเราควรให้ความสัมพันธ์ของเราเป็นไปในเชิงการเงินเท่านั้น ป้าจ่าย ผมช่วย นั่นยุติธรรมแล้ว ป้าใช้เงินเพื่อรักษาชีวิต ผมเสี่ยงชีวิตเพื่อหาเงิน นั่นก็ยุติธรรมแล้ว”
“ใช่ ๆ ถูกต้อง แต่… พอให้เงินแล้ว เธอก็ต้องหาทางแก้ปัญหาให้พวกเราด้วยไม่ใช่เหรอ? ทำไมเจ้าสิ่งนั้นถึงไม่ไปหาคนอื่น แต่กลับมาหาพวกเราล่ะ?” หวังไห่เยี่ยนถาม
หยางเจี้ยนตอบ “มันไม่ได้มาหาพวกคุณ แต่มาหาหวังซานซาน ตอนอยู่ที่โรงเรียนผมเองก็อยากบอกเธอ แต่ตอนนั้นมีสิ่งที่น่ากลัวกว่าอยู่ในโรงเรียนเลยไม่ได้พูด”
“ผมคิดว่าเป็นเพราะรอยมือสองรอยบนคอของหวังซานซาน ตอนนั้นเธอเคยถูกผีทารกทำร้ายครั้งหนึ่ง ผมช่วยเธอไว้ได้ แต่ดูเหมือนผีทารกจะจดจำเธอแล้ว ถึงได้มาหาอีก”
“แน่นอน นี่เป็นแค่การคาดเดา ผมต้องไปถามคนที่รู้จักก่อน”
หวังไห่เยี่ยนถาม “แล้วเธอแก้ไขเรื่องนี้ได้ไหม?”
“จ่ายเงินก่อน แล้วผมจะบอก” หยางเจี้ยนมองเธอ
ติ๊ง!
ทันใดนั้นมือถือของเขามีข้อความเด้งขึ้นมา
ระบุว่ามีเงินหนึ่งล้านหยวนถูกโอนเข้าบัญชีของเขา
“?”
หวังปินเดินออกมาจากห้องพอดี “ฉันโอนเงินไปให้แล้วนะ ยังไงก็ฝากเรื่องของซานซานด้วย ถ้ามีอะไรต้องการเพิ่มเติมก็บอกได้เลย เราจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือเธอ”
หยางเจี้ยนยิ้ม “ลุงหวังนี่ใจกว้างจริง ๆ ดูก็รู้ว่าเป็นคนทำงานเก่ง ทำอะไรฉับไว มีความรับผิดชอบ… แต่ลุงรู้เบอร์บัญชีผมได้ยังไง?”
“ฉันทำงานบริษัทสินเชื่อ เป็นสัญชาตญาณอาชีพ ตอนประชุมผู้ปกครองเคยถ่ายข้อมูลไว้ในมือถือ” หวังปินตอบ
“มิน่าล่ะ ข้างที่นั่งหวังซานซานถึงมีแต่เด็กฐานะดี ส่วเด็กจน ๆ อย่างพวกผมต้องนั่งไกล ๆ ลุงหวังเตรียมเส้นสายให้ลูกตั้งแต่เด็กเลยนะ” หยางเจี้ยนพูดอย่างชื่นชมเล็กน้อย
หวังปินยิ้มเก้อ ๆ ไม่พูดอะไรต่อ
สิ่งนี้ไม่ใช่ความคิดของเขาคนเดียว แต่เป็นกลุ่มผู้ปกครองฐานะดีที่ทำกันเอง เขาแค่ร่วมด้วยเท่านั้น
“เอาล่ะ เวลาใกล้หมดแล้ว ต้องไปได้แล้ว” หยางเจี้ยนดูเวลา
เขตแดนภูตผีเหลือไม่ถึงหนึ่งนาที
ไม่นาน ทุกคนก็ออกจากย่านที่อยู่อาศัย ขับรถออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางเพราะเขตแดนภูตผียังเปิดอยู่ จึงไม่เจอผีทารก เหมือนเขตแดนภูตผีสามารถตัดการค้นหาของผีตนอื่นได้
‘นี่เป็นเรื่องสำคัญ ต้องจำไว้’
หยางเจี้ยนคิดในใจ
“หยางเจี้ยน… ขะ… ขอโทษนะ” บนรถ หวังซานซานที่เริ่มตั้งสติได้แล้ว ดึงมือเสื้อหยางเจี้ยนเบา ๆ
“ไม่ต้องขอโทษ ฉันมาก็เพราะเงิน” หยางเจี้ยนตอบ
“ขอบคุณนะ” หวังซานซานตอบอย่างซาบซึ้ง
หวังปินถามขณะขับรถ “ตอนนี้พวกเราจะไปที่ไหน?”
“ไปไหนก็ได้ แค่ออกจากพื้นที่นั้นให้ไกลพอ เจ้าสิ่งนั้นจะตามมาก็ต้องใช้เวลา” หยางเจี้ยนพูด
“ถ้าไปต่างประเทศจะหลุดพ้นมันได้ไหม?” หวังไห่เยี่ยนถาม
หยางเจี้ยนตอบ “ถ้าหลุดไม่ได้ล่ะ? แล้วยังคิดว่าต่างประเทศไม่มีเหตุลี้ลับ? ที่นั่นเกิดเหตุการณ์มากกว่าที่นี่ พวกเขาไม่มีหน่วยงานจัดการเรื่องพวกนี้ ต้องจ้างคนทุกครั้ง ราคาก็หลักล้านดอลลาร์ต่อหนึ่งเคส ลุงหวังไม่เชื่อก็ลองหาข้อมูลดู ตอนที่ผมพูดไปตอนนั้นผมไม่ได้โกหกลุงหวังหรอกนะ”
“แล้วเรื่องรอยนิ้วมือบนคอซานซาน เธอช่วยได้ไหม?” หวังไห่เยี่ยนถามอย่างสุภาพขึ้น ไม่กล้าโมโหเหมือนก่อน
เงินจ่ายไปแล้ว ถ้าหยางเจี้ยนโมโหไม่ช่วยขึ้นมา ครอบครัวเขาจะทำยังไง?
หยางเจี้ยนคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ “ผมทำได้แค่ถาม ถ้าแก้ไม่ได้จริง ๆ ก็ช่วยอะไรไม่ได้ หวังซานซานคงต้องปล่อยไปตามชะตา”
เขาหยิบโทรศัพท์ติดตามตำแหน่งดาวเทียมขึ้นมาโทรหาเจ้าหน้าที่รับสายหลิวเสี่ยวอวี่
อาศัยเหตุการณ์นี้ของหวังซานซาน เขาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับผีมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาในอนาคต
ไม่นาน หลิวเสี่ยวอวี่ก็รับสาย
“หยางเจี้ยน ใช่คุณไหม?”
“ใช่ผมเอง” หยางเจี้ยนพูดต่อ “พวกคุณทำงานยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยเหรอ? โทรเมื่อไหร่ก็ติด?”
“นี่เป็นการดูแลแบบตัวต่อตัว ผู้ใช้ผีหนึ่งคนจะมีเจ้าหน้าที่รับสายหนึ่งคน ฉันเป็นเจ้าหน้าที่ประจำตัวของคุณ นอกจากประสานงานกับคุณแล้ว ไม่ได้รับผิดชอบงานอื่น” หลิวเสี่ยวอวี่ยตอบแบบเป็นทางการ
“พอแล้ว ผมไม่อยากคุยเรื่องแนวล่อแหลมพวกนั้น” หยางเจี้ยนพูด
“?” หลิวเสี่ยวอวี่อึ้ง
หยางเจี้ยนพูดต่อ “ตอนนี้ผมเจอปัญหา เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังคร่าว ๆ แล้วคุณช่วยดูว่ามีคำแนะนำอะไรบ้างไหม”