เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 รอยประทับ

บทที่ 38 รอยประทับ

บทที่ 38 รอยประทับ


หลิวเสี่ยวอวี่กำลังจะเลิกงานกลับห้องพักไปพักผ่อน แต่กลับได้รับโทรศัพท์จากหยางเจี้ยน

เธอให้ความสำคัญทันที

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ใช้ผีจะไม่โทรศัพท์ติดตามตำแหน่งดาวเทียมส่งเดช และถ้าโทรมา ก็มักจะเจอเหตุผิดปกติ เกี่ยวข้องกับผีถึงเก้าส่วน

และเวลานี้ หน้าที่ของเจ้าหน้าที่รับสายจึงสำคัญอย่างยิ่ง ต้องเก็บข้อมูล จัดทำเอกสาร และประเมินระดับ นับเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขตพื้นที่ยังคงความสงบ

ดังนั้นแม้กำลังหลับอยู่ ถ้าโทรศัพท์ดังขึ้น ก็ต้องรีบกลับไปประจำตำแหน่งทันที

หลิวเสี่ยวอวี่ฟังคำอธิบายของหยางเจี้ยน

เธอเรียกแฟ้มประวัติของผีทารกโจวเจิ้งขึ้นมา ตรวจดูแล้วคิ้วขมวดแน่น สีหน้าเคร่งเครียด

“คุณบอกว่าผีทารกที่คลานออกมาจากท้องของโจวเจิ้งกำลังเติบโต? ไม่กี่วันก่อนยังเป็นแค่ทารก แต่ตอนนี้กลายเป็นเด็กไปแล้ว แถมยังมีแนวโน้มว่าจะใช้เขตแดนภูตผีได้?”

“ใช่ สถานการณ์ก็ประมาณนี้ อีกอย่างเพื่อนร่วมชั้นของผมถูกผีทารกทิ้งรอยมือสองรอยไว้ หลังจากนั้นผีทารกก็ดูเหมือนจะจ้องมองเธอมาตลอด ตั้งใจอยากจะกินเธอให้ได้ เหมือนโดนคำสาปคล้ายเสียงเคาะประตู คุณพอจะมีคดีคล้าย ๆ กันไหม? หรือมีวิธีแก้ไขอะไรบ้าง?” หยางเจี้ยนถาม

“ในเอกสารเหตุผิดปกติที่ผ่านมา เคยมีเคสคล้าย ๆ กันอยู่บ้าง ส่วนใหญ่ถ้าผีมีจุดประสงค์การฆ่าที่ชัดเจน ต้องมีเงื่อนไขสองข้อ เงื่อนไขแรกคือ ‘เงื่อนไขกระตุ้น’ เงื่อนไขที่สองคือ ‘รูปแบบการฆ่า’ คล้ายกับแรงจูงใจในการฆ่าและวิธีการลงมือของคนทั่วไป”

“ผีเคาะประตู เงื่อนไขกระตุ้นคือเสียงเคาะประตู รูปแบบการฆ่าคือการที่ผีเคาะประตู แต่ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าจะมีวิธีฆ่าอื่น ส่วนผีทารก รูปแบบการฆ่าน่าจะเป็น ‘การกิน’ ฆ่าคนด้วยการกิน ส่วนเงื่อนไขกระตุ้นน่าจะเป็น ‘การสัมผัส’”

“จากข้อมูลที่ฉันวิเคราะห์ ผีทารกน่าจะกินคนที่ถูกมันสัมผัสก่อนเป็นลำดับแรก หรือถ้าใครไปสัมผัสมัน ก็จะโดนเหมือนกัน ที่มันจ้องเพื่อนคุณ ก็เพราะเคยถูกมันสัมผัสเข้า”

หยางเจี้ยนพูดว่า “แต่ผมไม่เคยสัมผัสมันมาก่อน ทำไมมันถึงโจมตีผม?”

เขาเป็นคนแรกที่โดนผีเล่นงาน

“ผีส่วนใหญ่มีความสามารถฆ่าแบบไม่เลือกเป้าหมาย ถ้าไม่มีเงื่อนไขกระตุ้น ก็จะสุ่มโจมตีคนใกล้เคียง และตอนผีทารกออกจากร่างโจวเจิ้ง คนแรกที่มันเห็นคือคุณ จึงมองคุณเป็นเหยื่อ ผีประเภทนี้มีความสามารถในการเคลื่อนที่ได้เอง จะถูกจัดเป็นระดับ B”

“อย่าคิดว่าแค่ไม่เข้าเงื่อนไขแล้วจะปลอดภัย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการจับทางรูปแบบของผีเท่านั้น เพื่อเพิ่มโอกาสรอด” หลิวเสี่ยวอวี่กล่าว

เมื่อฟังถึงตรงนี้ หยางเจี้ยนก็รู้แล้วว่าทำไมฟางจิงถึงยอมสังเวยคนอื่นเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง

“เรื่องรอยมือของเพื่อนคุณ ฉันคิดว่าอาจเป็น ‘รอยประทับข้ารับใช้ผี’” หลิวเสี่ยวอวี่พูด

รอยประทับข้ารับใช้ผี?

หยางเจี้ยนถามทันที “มันคืออะไร? ต่างจากข้ารับใช้ผียังไง?”

“ผีที่สามารถใช้เขตแดนภูตผีได้ มักจะมีความสามารถหนึ่ง คือเปลี่ยนคนตายให้กลายเป็นข้ารับใช้ผี ข้ารับใช้ผีจะไม่มีสติ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตัวตนเดิม นอกจากรูปลักษณ์ภายนอก พวกมันก็ถือเป็นผีในอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะงั้นอย่าถูกหลอกด้วยรูปลักษณ์ของมัน ที่สำคัญ ข้ารับใช้ผีจะเชื่อฟังเจ้าของรอยประทับโดยไม่มีเงื่อนไข”

“คุณน่าจะเคยเจอแล้ว แต่เพราะผีเคาะประตูมีระดับสูงเกินไป จำนวนข้ารับใช้ผีที่มันควบคุมได้เกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ เราจึงจัดให้มันเป็นระดับ A”

ระดับ A

หัวใจของหยางเจี้ยนสั่นวาบ ไม่คิดว่าผีเคาะประตูจะน่ากลัวถึงขนาดนั้น

“ส่วนรอยประทับข้ารับใช้ผี ก็คือสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของผีร้าย คล้ายโลโก้ของบริษัท เพื่อนคุณยังไม่ตาย แต่ถือว่าอยู่ในรายชื่อข้ารับใช้ผีของมันแล้ว ถ้าเธอตาย ก็จะถูกควบคุมทันที ข้อมูลที่ฉันมีตอนนี้มีเท่านี้” หลิวเสี่ยวอวี่ยบอก

หยางเจี้ยนฟังแล้วหัวใจหนักอึ้ง  “งั้นผีน้อยตัวนั้นยังไม่ทันโต ก็วางแผนจะสร้างฮาเร็มแล้ว? นึกว่าจะเป็นผีเรียบร้อย ที่แท้ก็ลามกใช่ย่อย”

“...ผีไม่มีความต้องการอะไรแบบนั้น ไม่มีความสวยความงามในสายตามัน ตอนที่ผีทารกคลานออกมาจากท้องโจวเจิ้งา หลังที่โจมตีคุณล้มเหลว มันก็เลือกเหยื่อที่ดูอ่อนแอกว่าเท่านั้น” หลิวเสี่ยวอวี่ตอบ

“แล้วมีวิธีลบรอยประทับไหม?” หยางเจี้ยนถาม

“ไม่มี แต่มีวิธีหนึ่งที่อาจจะใช้ได้ แต่ในหมู่ผู้ใช้ผีไม่เคยมีใครทำสำเร็จ”

“ทำไม?” หยางเจี้ยนถาม

“เงื่อนไขมันยากเกินไป” หลิวเสี่ยวอวี่พูด

“เงื่อนไขอะไร?”

“พื้นฐานที่สุดคือ ผู้ใช้ผีต้องใช้เขตแดนภูตผีได้ มีอาจารย์คนหนึ่งคาดการณ์ว่า ถ้าผีสามารถมีข้ารับใช้ได้ ผู้ใช้ผีก็ควรมีได้เหมือนกัน ใช้รอยประทับของผู้ใช้ผีไปทับรอยของผีร้าย ทำให้หลุดพ้นจากการไล่ตามของมัน”

“นี่พูดเล่นหรือเปล่า? สุดท้ายรอยก็ยังอยู่บนร่างอยู่ดี” หยางเจี้ยนว่า

“ไม่เหมือนกัน ผีร้ายเป็นสิ่งตาย ผู้ใช้ผียังเป็นมนุษย์ ต่อให้กลายเป็นข้ารับใช้ของผู้ใช้ผี ก็ยังมีสติ ไม่เหมือนข้ารับใช้ของผีร้าย แน่นอน ถ้าคุณตายเพราะผีในตัวตื่นขึ้นเมื่อไหร่ ข้ารับใช้ผีที่คุณมีในชีวิตก็จะถูกผีในตัวคุณรับช่วงต่อ”

“...” หน้าหยางเจี้ยนมืดหม่นทันที

ผู้ใช้ผีอายุสั้นอยู่แล้ว แบบนี้ก็เหมือนกระโดดจากเหวหนึ่งไปอีกเหวหนึ่งเท่านั้น

สุดท้ายก็ต้องตายอยู่ดี

“ผมเข้าใจแล้ว ไว้คุยกันครั้งหน้า” หยางเจี้ยนพูด

“เดี๋ยวก่อน!” หลิวเสี่ยวอวี่เหมือนนึกอะไรขึ้นมา รีบเรียกไว้

“ยังมีอะไรอีก?” หยางเจี้ยนถาม

“ฉันต้องสร้างแฟ้มข้อมูลให้คุณ ขอความร่วมมือหน่อย คุณควรบอกข้อมูลเกี่ยวกับผีในตัวคุณ เช่น ความสามารถ ลักษณะ รูปแบบ ถ้าคุณไม่ร่วมมือ ครั้งหน้าฉันก็จะไม่ประสานงานช่วยคุณอีก”

“ก็ได้”

หยางเจี้ยนคิดว่าไม่เป็นไร จึงเล่าข้อมูลเกี่ยวกับดวงตาให้เธอฟัง

หลังหลิวเสี่ยวอวี่บันทึกจบ เธอพูดว่า “แม่ของคุณ เราได้จัดการให้ไปทำงานในบริษัทที่มั่นคงแล้ว อีกไม่นานจะกลับมาที่เมืองต้าเฉิง คุณสบายใจได้ แล้วเรื่องพ่อของคุณคราวก่อนเป็นยังไง? เล่าให้ละเอียดหน่อย”

“พ่อ? พ่อของผมตายไปตั้งแต่เด็กแล้ว คุณหมายถึงเรื่องอะไร?” หยางเจี้ยนงง

หลิวเสี่ยวอวี่นิ่งไปก่อนพูดว่า “ครั้งก่อนคุณไม่ได้บอกรึว่าในห้องเช่ามีพ่อของคุณยืนอยู่ ฉันสงสัยว่าเป็นผี เลยให้คุณออกจากที่นั่น”

“ผีก็คือผี จะไปเอาเรื่องพ่อผมมาเกี่ยวทำไม?” หยางเจี้ยนพูด “หรือคุณคิดว่าผีนั่นคือพ่อผม? อย่าตลกน่า”

“...” หลิวเสี่ยวอวี่ไม่ได้โกรธ แต่ขมวดคิ้วแน่น

จากน้ำเสียงของเขา ดูไม่เหมือนล้อเล่น

มีคำอธิบายเดียวคือ ความทรงจำของเขาถูกเปลี่ยนอีกครั้ง

ผีที่สามารถปลี่ยนแปลงความทรงจำของมนุษย์ได้? แถมเป้าหมายเองยังไม่รู้ตัว แม้แต่ผู้ใช้ผีก็ไม่รู้ แล้วทำไมความทรงจำของตัวเธอถึงไม่ถูกเปลี่ยน?

หลิวเสี่ยวอวี่รีบจดบันทึก เตรียมส่งให้กลุ่มวิเคราะห์ระดับสูงต่อไป นี่เกินหน้าที่ของเธอแล้ว

“เอาล่ะ ถ้าไม่มีอะไร ก็เท่านี้ ไว้คุยกันใหม่” หยางเจี้ยนพูด

“สุดท้ายถามหน่อย ช่วงนี้สภาพจิตใจคุณยังปกติดีอยู่ไหม?” หลิวเสี่ยวอวี่ถามขึ้น

“ปกติดี ไม่มีปัญหา” หยางเจี้ยนวางสาย

จากนั้นเขาหันไปมองหวังปินและหวังไห่เยี่ยน

“พวกคุณได้ยินแล้วใช่ไหม?”

“นี่คือศูนย์บัญชาการผู้ใช้ผี แผนกเอเชีย เจ้าหน้าที่รับสายของผม คำพูดของเธอมีน้ำหนักมากพอ”

ครอบครัวหวังปินเงียบไปทันที

ทุกคนสับสนและหวาดหวั่นในใจ

หยางเจี้ยนมองไปที่หวังซานซาน แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไป

เขาเห็นตรงข้อมือของหวังซานซานมีรอยสีแดงจาง ๆ ปรากฏขึ้นเมื่อไหร่ไม่รู้ รอยนั้นเหมือนดวงตาหนึ่งดวง แต่กำลังเลือนรางจนเกือบหายไปแล้ว

“รอยนี่เกิดขึ้นเมื่อไหร่?” หยางเจี้ยนคว้ามือหวังซานซานไว้ทันที

หวังซานซานหดมือเล็กน้อย แล้วพูดเบา ๆ “โดนนายจับทีหนึ่ง มันก็ขึ้นมาแล้ว”

นี่มัน รอยประทับข้ารับใช้ผี!

หยางเจี้ยนชะงัก เขานึกย้อนไป ตอนช่วยเธอ เขาจับข้อมือเธอไว้จริง รอยนี้เกิดตอนนั้นใช่ไหม? เขาเข้าใจแล้ว

เหตุที่หวังซานซานโดนผีทารกไล่ตามมาหลายวันแต่ยังไม่ตาย เพราะมีรอยประทับของเขาคอยคุ้มกัน

เพียงแต่ผีทารกเติบโตขึ้น กำลังกล้าแข็งขึ้น รอยประทับของเขาจึงเกือบจะเลือนหายไปหมดแล้ว “รอยนี้… ทั้งช่วยคนได้ และทำร้ายคนได้เหมือนกัน” สีหน้าหยางเจี้ยนแปรเปลี่ยน เขาจมอยู่ในความคิด

ไม่นานหลังจากที่หยางเจี้ยนวางสาย ที่ศูนย์บัญชาการ ฝ่ายเอกสาร มีแฟ้มใหม่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งแฟ้ม หน้าแรกเขียนไว้ว่า

ดวงตาผี หยางเจี้ยน (ยังไม่เข้าระบบ)

จบบทที่ บทที่ 38 รอยประทับ

คัดลอกลิงก์แล้ว