- หน้าแรก
- การฟื้นคืนชีพของความลึกลับ
- บทที่ 31 ขอมอบเพลงนี้ให้คุณ
บทที่ 31 ขอมอบเพลงนี้ให้คุณ
บทที่ 31 ขอมอบเพลงนี้ให้คุณ
เจ้าของร้านมือถือถูกสายตาเยียบเย็นจนน่าขนลุกของหยางเจี้ยนทำให้ตกใจกลัว
แต่ไม่นาน เขากลับแกล้งทำเสียงแข็งทั้งที่ยังกลัว ผลักหยางเจี้ยนออกไปพลางตะโกนว่า
“ทำไม จะตีฉันเหรอ? เชื่อไหมว่าฉันจะแจ้งความเดี๋ยวนี้ ว่าแกเป็นขโมย เอาของโจรมาขาย พอขายไม่ได้จะทำร้ายคนอีก ถ้าไม่อยากมีเรื่องก็รีบเอาของพวกนี้แล้วไปให้พ้น ไม่งั้นจะโดนจับเข้าคุก คิดว่าฉันกลัวแกเหรอ”
“ทุกคนมาดูเร็ว เด็กคนนี้เอาของโจรมาขาย รีบแจ้งความจับเขาเลย!”
ไม่เพียงจะโกงมือถือของหยางเจี้ยน ยังจะใส่ร้ายกลับเสียด้วย คนข้าง ๆ ได้ยินเสียงตะโกนก็เริ่มหันมามอง
หยางเจี้ยนเข้าใจทันทีว่าเจ้าพ่อค้าคนนี้เลวแค่ไหน
“ไหน ๆ เฮียก็หาทางตายเอง ก็อย่าโทษผมว่าหนักมือเลย เฮียชอบโทรศัพท์มากใช่ไหม งั้นผมแถมให้อีกเครื่องแล้วกัน”
เขายิ้มอย่างเย็นชา
ไม่พูดพร่ำ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหนึ่งเครื่องแล้วฟาดลงไปที่หัวของพ่อค้าคนนั้น มือของเขาแผ่ออกมาด้วยแสงแดงอ่อน ๆ และดวงตาบนหลังมือก็เปิดขึ้นในทันที
เพียะ!
หยางเจี้ยนตบลงไปที่หน้าผากของพ่อค้า แต่ทันทีที่เขายกมือกลับ โทรศัพท์ที่ถืออยู่กลับ…หายไป
“แกกล้าตีฉันจริง ๆ เหรอ? ฉันจะแจ้งความเดี๋ยวนี้ แกอย่าหนีนะ!” พ่อค้าตะโกนลั่น คว้าโทรศัพท์จะกดโทรแจ้งตำรวจ
แต่เขายังมีพิรุธอยู่ ไม่กล้ากดโทรจริง จิ้มแต่ปุ่มไปมา
เพราะถ้าตรวจกล้องวงจรปิดแล้วเห็นว่าเขาแอบสลับเครื่องเอง คนที่จะติดคุกจะไม่ใช่เด็กตรงหน้า แต่เป็นเขา
หยางเจี้ยนพูดว่า
“ตามสบายครับ พอดีผมก็มีเรื่องต้องโทรพอดี”
พูดจบ เขากดโทรออกไปยังเบอร์หนึ่ง
ไม่นานสายก็เชื่อมต่อได้
ทันใดนั้น
“ท้องฟ้ายามค่ำคืนอันเย็นสบาย ความปรารถนาของฉันที่มีต่อเธอไหลดุจสายน้ำ” เสียงริงโทนเพลงดังขึ้นก้องไปทั่วร้านเล็ก ๆ
แต่เสียงนั้น… ไม่ได้ดังมาจากตัวหยางเจี้ยน ไม่ได้ดังมาจากเคาน์เตอร์
แต่มันดังขึ้นจากในหัวของพ่อค้าคนนั้นเอง
“อ๊ากกก!”
พ่อค้ากรีดร้องล้มลงไปดิ้นอย่างทรมานบนพื้น ทั้งตัวชักเกร็ง เลือดทะลักออกจากจมูก ปาก และดวงตา เขารู้สึกว่าหัวของตัวเองกำลังจะระเบิด
หยางเจี้ยนกดวางสาย แล้วหยิบปากกาขึ้นมาเขียนตัวเลขบัญชีบนกระดาษใกล้ ๆ “โทรศัพท์เครื่องนั้น ผมตีราคาให้หนึ่งหมื่น ภายในสิบนาทีโอนเงินมาให้ผม ถ้าเงินไม่เข้าระบบ เสียงริงโทนในหัวเฮียจะดังขึ้นอีก นี่เบอร์ของผม อยากให้ผมเอาโทรศัพท์ออกจากหัว…ค่อยติดต่อมา”
พูดจบ เขาก็เก็บโทรศัพท์เครื่องอื่น ๆ ใส่กระเป๋าสะพายและเดินออกจากร้านไป
กล้าโกงเหรอ? เดี๋ยวจะทำให้จำไปจนตายเอง!
หลังหยางเจี้ยนเดินไปพักใหญ่ พ่อค้าคนนั้นที่นอนดิ้นเลือดท่วมหน้าก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
เขาลูบหัวของตัวเอง รู้สึกเหมือนในกะโหลกมี “ของบางอย่าง” ถูกยัดเข้าไป เจ็บปวด หนัก และอึดอัดราวกับอยากผ่าหัวตัวเองเอามันออกมา
เขามองออกไปนอกร้าน แต่เด็กหนุ่มสะพายกระเป๋าคนนั้นหายไปแล้ว
บนโต๊ะมีเพียงกระดาษหนึ่งใบ พร้อมเบอร์โทรและเลขบัญชี
หนึ่งหมื่น? ถ้าไม่โอน…เพลงนั่นจะดังขึ้นอีก?
เขาไม่อยากเจอความทรมานเหมือนเมื่อกี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว รีบเปิดแอปและโอนเงินตามบัญชีทันที แต่ตอนจะกด “ยืนยัน” เขากลับลังเล
ถ้าไอ้หนุ่มนั่นหลอกฉันอีกล่ะ?
เมื่อกี้อาจเป็นแค่บังเอิญ?
ถ้าโอนไป หมื่นหนึ่งก็เท่ากับขาดทุนทั้งวัน ไม่ได้ ต้องไม่โอน พ่อค้าเอาน้ำดื่มขึ้นมาจิบ รู้สึกหัวยังปวด หนัก เหมือนมีอะไรฝังอยู่ แต่ก็ยังดีกว่าเมื่อครู่
เขาคิดว่าเดี๋ยวควรไปโรงพยาบาล
แต่แล้ว สิบนาทีผ่านไป
หยางเจี้ยนที่กำลังเดินริมถนน เห็นว่าไม่มีเงินเข้ามา จึงกดโทรออกอีกครั้ง
“ท้องฟ้ายามค่ำคืนอันเย็นสบาย ความปรารถนาของฉันที่มีต่อเธอไหลดุจสายน้ำ” เสียงริงโทนดังขึ้นอีกครั้งในกะโหลกของพ่อค้า ความทรมานกลับมาหนักกว่าเดิม เขาล้มลง ทั่วตัวชัก น้ำลายฟูมปาก เลือดไหลจากตาและจมูก
“อ๊ากกก!”
สิบวินาทีต่อมา หยางเจี้ยนตัดสาย
แล้วเดินต่ออย่างไร้ความรู้สึก
ชีวิตของพ่อค้าคนนี้ ถูกเขาถือไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว กล้าโกงเขา? เขาก็จะ “เล่นด้วย” ช้า ๆ เอง
ไม่นาน ก็มีเสียงแจ้งเตือนว่าเงินโอนเข้าบัญชี
หนึ่งหมื่นหยวน!
พร้อมกันนั้น โทรศัพท์อีกเครื่องของหยางเจี้ยนก็ดังขึ้น
ทันทีที่เขารับ ก็ได้ยินเสียงร้องขอชีวิตอันสั่นเครือ “พะ….พี่ใหญ่ ปล่อยฉันไปเถอะ เงินฉันโอนไปแล้ว ปล่อยฉันด้วย”
“เงิน? เงินอะไร? ผมยังไม่ได้รับนะ เฮียคงโอนผิดบัญชี แต่ว่า…ยังเหลืออีกสามนาที เดี๋ยวผมจะโทรไปอีก แต่คราวนี้ไม่ใช่หนึางหมื่น แต่เป็นสองหมื่น” หยางเจี้ยนพูดหน้าตาเฉย ก่อนกดวางสาย
หลอกมาก็หลอกกลับ
พ่อค้าตัวสั่นไม่กล้าฝืน โอนมาอีกสองหมื่นทันที
เสียงแจ้งเตือนเงินเข้าดังขึ้นอีกครั้ง
“พะ….พี่ใหญ่ คราวนี้ฉันเช็กตั้งสามรอบ พี่ได้แล้วใช่ไหม?”
หยางเจี้ยนพูดว่า
“ได้แล้ว ในสิบนาทีนี้ผมไม่โทร แต่สิบนาทีถัดไป… หมื่นหนึ่งเหมือนเดิม!”
เขาวางสายอีกครั้ง
“อะไรนะ?”
สิบนาทีถัดไปอีกเหรอ? ถ้ายังมีอีก รอบนี้เขาได้ตายจริง ๆ แน่…
พ่อค้าร้านมือถือแทบจะร้องไห้ เขาตบหน้าตัวเองหลายครั้ง
ไม่น่าเลย
ไม่น่าจะแตะต้องของของเด็กคนนั้นเลย
ครั้งก่อน ๆ ไม่เคยเจอเรื่องใหญ่
ครั้งนี้ดันโคตรซวย
เขาพยายามโทรกลับไป ขอร้องให้หยางเจี้ยนหยุด แต่หยางเจี้ยนไม่รับสาย สุดท้าย พ่อค้าทนไม่ไหว รีบโอนเพิ่มอีกหนึ่งหมื่น แล้วโทรกลับไปอีกครั้ง คราวนี้เชื่อมต่อสำเร็จ
เป็นราคาโทรที่แพงที่สุดในชีวิต
“พี่ใหญ่ ยกโทษให้ฉันเถอะ กลับมาก่อน ฉันจะคืนมือถือให้ อย่าทรมานกันอีกเลย ฉันโอนให้พี่ไปสี่หมื่นแล้วนะ”
หยางเจี้ยนบอกว่า “ตอนแรกเฮียอวดดี จะโทรแจ้งตำรวจ ถ้าเฮียคิดว่าผมขู่ เฮียแจ้งตำรวจได้เลย ผมอยู่แถวนี้แหละ เอาล่ะ รอบต่อไปอีกสิบนาที…หนึ่งหมื่น”
วางสายอีกครั้ง
เจ็ดแปดนาทีต่อมา เงินเข้ามาอีกหนึ่งหมื่น
พ่อค้าร้องไห้หนักกว่าเดิม
“พี่ใหญ่ ฉันขอร้องล่ะ ให้คุกเข่าก็ได้ พี่ใหญ่เป็นคนดี เมตตาฉันเถอะ ฉันผิดเอง ฉันไม่น่าหลอกพี่เลย เดี๋ยวฉันจะไปมอบตัว ยอมเข้าคุกเอง แบบนี้ได้ไหม”
หยางเจี้ยนตอบ “จะเข้าคุกก็เรื่องของเฮีย ไม่เกี่ยวกับผม ผมก็แค่ทำธุรกิจ ไม่ได้บังคับให้เฮียโอนเงิน รอบต่อไป หนึ่งหมื่น”
“แต่…แต่บัญชีของฉันเงินหมดแล้ว ฉันโอนไปให้พี่ห้าหมื่นแล้ว…” พ่อค้าพูดอย่างสิ้นหวัง
หยางเจี้ยนพูดนิ่ง ๆ ว่า “เงินไม่มีก็ไม่เป็นไร ผมรู้จักแพลตฟอร์มกู้เงินออนไลน์ดอกเบี้ยอาจจะสูงหน่อย แต่ได้เงินเร็วและเชื่อถือได้ เหมาะกับเฮีย…ถ้าภายในสิบ นาทีเงินไม่เข้า ผมจะให้เพลงเหลียงเหลียงดังในหัวเฮียอีก”
“นี่มันปล้นกันชัด ๆ…” พ่อค้าพูดเสียงสั่นกลัว
“อย่าพูดเหลวไหล ปล้นที่ไหนจะเร็วขนาดนี้ เอาล่ะ เดี๋ยวค่าโทรผมจจะหมด”
ตู๊ด….