- หน้าแรก
- การฟื้นคืนชีพของความลึกลับ
- บทที่ 30 พ่อค้าเจ้าเล่ห์
บทที่ 30 พ่อค้าเจ้าเล่ห์
บทที่ 30 พ่อค้าเจ้าเล่ห์
“ผีนั่นจะไม่กลับมาแล้วเหรอ?”
หยางเจี้ยนอยู่ในบ้านทั้งคืน ไม่ได้หลับตาเลย ดวงตาแดงก่ำ เขามองไปยังประตูอย่างเหนื่อยล้า
ประตูไม่ได้ปิด
เพราะเขาต้องการเห็นผีนั่นทันทีที่มันโผล่มา
แต่เรื่องราวก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้สักนิด
‘ถ้าจะนั่งรอต่อไปแบบนี้ แล้วผีนั่นไม่มา เราจะเสียเวลาไปเปล่า ๆ เวลาที่เหลืออยู่ก็ไม่มากแล้ว’
หยางเจี้ยนขยี้ดวงตาที่แดงก่ำ พยายามทำให้จิตใจสงบและผ่อนคลายลง
การที่ต้องมานั่งเครียดแบบนี้ทั้งคืน ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังเขาได้เป็นบ้าแน่
‘ถ้ายังหาผีนั่นไม่เจอในเวลาอันสั้นไม่ได้ ก็ต้องเตรียมแผนสองไว้ด้วย’ หยางเจี้ยนลุกจากโซฟา เขาอาบน้ำ เก็บของ แล้วเตรียมตัวออกจากบ้าน
สิ่งที่เรียกว่าแผนสองคือ หนึ่ง หากยังมีโอกาสรอด ก็ต้องหาวิธีรอดให้ได้ สอง หากสุดท้ายต้องตายจริง ๆ ก็จำเป็นต้องหาเงินก้อนหนึ่งไว้ให้แม่ใช้ในอนาคต
สะพายกระเป๋าสะพายใบหนึ่ง หยางเจี้ยนเดินออกจากตึกพักอาศัยเก่า ๆ แห่งนี้
เขาเงยหน้ามองแสงแดดด้านนอกที่ร้อนระอุ เขารู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย
“ดูเหมือนผีจะไม่ได้กลัวแสงแดด” หยางเจี้ยนแตะหลังมือของตัวเอง ไม่รู้สึกว่าดวงตาบนนั้นมีปฏิกิริยาอะไรผิดปกติ
พูดอีกอย่างคือ แม้จะเป็นเวลากลางวัน ผีก็อาจจะปรากฏตัวได้
ตำนานพื้นบ้านที่บอกว่าผีปรากฏตัวเฉพาะเวลากลางคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่จริง แสงสว่างในตอนกลางวัน… เพียงแค่ทำให้คนรู้สึกปลอดภัยขึ้นและกลัวน้อยลงก็เท่านั้นเอง
“เถ้าแก่รับซื้อโทรศัพท์ไหม?”
หยางเจี้ยนเดินมาถึงร้านซ่อมมือถือเล็ก ๆ ริมถนน
เจ้าของร้านดูแล้วพูดว่า
“มือถือรุ่นเก่าไม่รับนะ รับแค่สมาร์ตโฟนที่ออกในสองปีนี้เท่านั้น”
หยางเจี้ยนนั่งลง
“โทรศัพท์ของผมไม่ขาย สิ่งที่จะขายคือพวกนี้” เขาหยิบโทรศัพท์ของจางเว่ย หวังซานซาน จ้าวเหล่ย และคนอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการแล้วออกมาจากกระเป๋า
“เยอะขนาดนี้? ไปขโมยมาจากไหนน่ะ?”
เจ้าของร้านชะงักนิดหนึ่ง มองโทรศัพท์รุ่นต่าง ๆ ด้วยความสงสัย
“เพื่อนไม่เอาแล้ว ให้ผมมา อีกอย่าง ผมจะไปขโมยได้โทรศัพท์ใหม่ ๆ แบบนี้ได้เหรอ? เถ้าแก่ตีราคาได้เลย ราคาดีผมขายทั้งหมด”
เจ้าของร้านดู ๆ แล้วก็เห็นว่าเป็นของดี เครื่องใหม่ ตลาดราคาก็สองสามพัน บางเครื่องแพงถึงเจ็ดแปดพัน
“เครื่องนี้ไม่ค่อยมีราคา ฉันให้สามร้อย”
“เครื่องนี้ดีหน่อย รับหนึ่งพัน เครื่องนี้หนึ่งพันสาม”
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์เครื่องหนึ่งบนเคาน์เตอร์ก็ดังขึ้น
หยางเจี้ยนมองไปที่หน้าจอ ขึ้นว่า “พ่อ”
เป็นของใครกัน
“เจ้าของโทรมาตามของหรือไง” เจ้าของร้านหัวเราะ “เดี๋ยวถ้าตามมาหาฉัน แล้วฉันซวยขึ้นมาจะทำยังไง เครื่องนี้ฉันรับแค่ห้าร้อย” ว่าแล้วก็เตรียมจะปิดเครื่อง หยางเจี้ยนหยิบขึ้นมาแล้วกดรับ
“ไม่ใช่เจ้าของโทรมา เป็นพ่อของเพื่อน”
“ฮัลโหล”
ปลายสายเป็นเสียงชายวัยกลางคน
“หยางเจี้ยนใช่ไหม?”
“ใช่ครับ คุณเป็นใคร?” หยางเจี้ยนถาม
“มือถือของซานซานอยู่กับเธอจริงด้วย ฉันคือพ่อของหวังซานซาน หวังปิน ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ สะดวกไหม? ฉันอยากเจอหน้าเธอหน่อย”
“อ๋อ ลุงหวังเองเหรอครับ ช่วงนี้ผมมีธุระยุ่ง ๆ ไม่ค่อยสะดวกครับ” หยางเจี้ยนตอบ
หวังปินว่า
“ไม่เสียเวลามากหรอก เธออยู่ที่ไหน? ฉันจะขับรถไปรับเอง”
“ลุงมีอะไรก็พูดตรง ๆ เลยครับ ช่วงนี้ผมติดธุระจริง ๆ ไปไหนไม่ได้”
หวังปินเงียบไปสักพักก่อนพูดว่า “เป็นเรื่องของลูกสาวฉัน ซานซาน เธอรู้หรือเปล่าว่าวันนั้นที่โรงเรียนเกิดอะไรขึ้น?”
“หวังซานซานไม่ได้บอกเหรอครับ ว่าที่โรงเรียนมีผี?” หยางเจี้ยนถาม
โรงเรียนมีผี?
ปลายสายนิ่งไปทันที สมัยนี้ยังมีเรื่องเหลวไหลแบบนั้นอีกเหรอ?
“โรงเรียนมีผี? พวกนักเรียนยังเชื่อเรื่องแบบนี้กันอีกเหรอ?” เขาถามกลับด้วยความสงสัย
“ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่เชื่อ แต่ตอนนี้ผมเชื่อแล้ว” หยางเจี้ยนพูด “หวังซานซานเป็นอะไร? หรือว่าเจอผีอีกแล้ว?”
หวังปินตอบ “อาจจะแค่ประสาทอ่อน ขี้กลัว ถูกทำให้ตกใจ เธอบอกว่ามีอะไรบางอย่างตามเธอมา …แล้วซานซานก็บอกว่าเธอช่วยได้”
“มีอะไรตามเธอ?” หยางเจี้ยนขมวดคิ้ว คิดสักพัก “เป็นทารกหรือเปล่า?”
ทารก?
หวังปินนึกถึงรอยมือเล็ก ๆ เต็มห้องน้ำ…?
“เธอคิดว่าบ้านฉันมีผี?” หวังปินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันถามอย่างจริงใจ ช่วยอย่าพูดล้อเล่น ซานซานอาการไม่ดีเลย เธอรู้อะไรช่วยบอกตรง ๆ แน่นอนว่าฉันจะตอบแทนให้ ไม่ปล่อยให้เธอเสียเวลาเปล่า”
เขาเป็นคนมีฐานะ จะให้เชื่อเรื่องผีง่าย ๆ ได้ยังไง
หยางเจี้ยนเงียบคิด
จากน้ำเสียงและท่าทีของหวังปิน เห็นได้ชัดว่าหวังซานซานเจอผีจริง และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็น ผีทารก ที่หนีออกมาจากโรงเรียน
เพียงแต่มันไม่สมเหตุสมผล
ระดับความอันตรายของผีทารกแม้จะไม่เท่า ผีร้าย แบบชายเคาะประตู แต่หวังซานซานเป็นแค่คนธรรมดา ถ้าเจอจริง ป่านนี้ต้องตายไปแล้ว
ผีฆ่าคน ไม่ได้จำเป็นต้องรอ
“ฮัลโหล ได้ยินไหม?” หวังปินเห็นฝั่งนั้นเงียบ จึงถาม
หยางเจี้ยนได้สติ “เรื่องของหวังซานซาน ผมแก้ได้ แต่มันยุ่งยากมาก ครั้งก่อนผมช่วยฟรีเกือบเอาชีวิตไม่รอดออกมาจากโรงเรียน รอบนี้ผมไม่คิดจะช่วยฟรีอีกแล้ว ลุงหวังตั้งราคาได้เลย ให้ผมแก้ปัญหา ลุงจะให้เท่าไหร่?”
หวังปินชะงัก แต่ตอบกลับรวดเร็ว “ถ้าซานซานกลับมาเป็นปกติ ฉันจะให้เธอสองหมื่นหยวนเป็นค่าน้ำใจ ถ้าช่วยไม่ได้ ฉันจะไม่ได้เธอสักหยวน”
เขาไม่คิดเลยว่าแค่เด็กนักเรียนมัธยมจะทำงานแลกเงินแบบนี้เป็นด้วย
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปทันที
“สองหมื่น? ผมยังคิดว่าลุงจะบอกว่าสองร้อย สองหมื่นมันน้อยเกินไป เรื่องนี้อันตราย ไม่ง่ายอย่างที่ลุงคิด ถ้าผมไม่ช่วย ไม่ใช่แค่หวังซานซาน บางทีทั้งบ้านลุงอาจจะตายกันหมด ผีนั่นเวลาออกล่าไม่มองหน้าใครหรอก” หยางเจี้ยนพูด
ถ้าจะจัดการผีทารก เขาต้องใช้อำนาจของผีร้าย และนั่นจะเร่งเวลาที่ ผีร้ายในตัวเขาจะฟื้นคืน เร็วขึ้น
พูดง่าย ๆ ก็คือ เอาชีวิตเข้าแลก
ช่วยคนอื่นจนตัวเองตาย แบบนั้นน่ะคือเทียนไข
หยางเจี้ยนจำเป็นต้องหาเงินตอบแทนแม่ อีกอย่างครอบครัวหวังซานซานก็มีฐานะ ส่วนเขานั้น…จนมาก
“ห้าหมื่นได้ไหม?” หวังปินเสนอ
“ลุงหวังยังไม่เข้าใจราคาตลาดต่างประเทศนะครับ เคสแบบนี้ต่างประเทศเริ่มต้นที่ห้าแสนดอลลาร์ แต่ผมเป็นคนมีน้ำใจ คิดราคามิตรภาพ ห้าแสนหยวน” หยางเจี้ยนพูดจริงจัง
“ห้าแสน? เธอนี่อยากได้เงินจนเป็นบ้าแล้วหรือไง กล้าพูดว่าราคามิตรภาพอีก” หวังปินอารมณ์ขึ้นทันที
หยางเจี้ยนไม่โกรธ แค่หัวเราะ “ลุงหวังไม่ต้องโมโห ตามฐานะลุง ห้าแสนถึงจะเจ็บ แต่ก็จ่ายได้ บ้านหลังเดียวของลุงก็สี่ล้านกว่าแล้ว เอาล่ะ คุยเท่านี้ก่อน ลุงคิดให้ดีก่อนแล้วค่อยติดต่อผมมา เร็วหน่อยก็ดี”
“เพราะช้ากว่านี้ อาจไม่ใช่หวังซานซานที่ต้องตาย แต่เป็นผมที่ตาย ผมอยู่ได้อีกไม่นาน ยังต้องเลี้ยงแม่ เงินนี้คือเอาชีวิตแลก ไม่ง่ายนะครับ และถ้าช้าเกินไป ต่อให้มีเงินก็อาจหาคนช่วยไม่ได้แล้ว อีกอย่าง ต่อไปอย่าโทรมาที่เบอร์นี้อีก โทรหาเบอร์อีกเครื่อง เบอร์นั้นโทรฟรี”
พูดจบ เขาก็บอกหมายเลขดาวเทียมของโจวเจิ้งให้หวังปิน ก่อนจะวางสายทันที
จ้าของร้านพูดขึ้น
“โทรศัพท์พวกนี้รวมกัน ฉันให้ห้าพัน”
ห้าพัน?
หยางเจี้ยนขมวดคิ้ว
“น้อยขนาดนี้? เฮียล้อเล่นหรือเปล่า?”
“โทรศัพท์พวกนี้ไม่ค่อยมีราคา อย่างเครื่องนี้ รุ่นผลไม้ล่าสุด ของปลอม” เจ้าของร้านพูด “ไม่เชื่อเดี๋ยวฉันแกะให้ดู”
ว่าแล้วก็แกะเครื่องออก ของปลอมจริง ๆ
ปลอม?
พ่อค้าเจ้าเล่ห์นี่มัน…
โทรศัพท์ของจางเว่ยเป็นของจริงแน่นอน เขาจะไม่รู้เหรอ?
หยางเจี้ยนสีหน้าเย็นลง
“เฮีย ตอนที่ผมคุยโทรศัพท์ เฮียแอบสลับเครื่องใช่ไหม?”
“ร้านของฉันซื่อสัตย์ จะทำแบบนั้นได้ไง โทรศัพท์เครื่องนี้ปลอมชัด ๆ ถ้าไม่ขายก็ตามใจ เครื่องอื่นฉันก็ไม่รับแล้ว”
เจ้าของร้านทำท่ารำคาญ รีบไล่เขาออกไป
หยางเจี้ยนลุกขึ้น คว้าคอเสื้อเขาไว้ ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงค่อย ๆ สว่างเป็นสีแดงจาง ๆ แผ่ความเย็นเยียบน่าประหลาดออกมา “คิดจะโกงผมเหรอ เฮียอยากตายหรือไง? ถ้าอยากตายก็บอกมาคำเดียว เดี๋ยวผมจัดการให้!”
เจ้าของร้านตัวสั่นเทาเมื่อเห็นสายตาของเขา
นี่มันสายตาของมนุษย์งั้นเหรอ?
เย็นชา ไร้ความรู้สึก…ชวนขนลุกอย่างบอกไม่ถูก