- หน้าแรก
- การฟื้นคืนชีพของความลึกลับ
- บทที่ 27 กระดาษแดงปกปิดดวงตา
บทที่ 27 กระดาษแดงปกปิดดวงตา
บทที่ 27 กระดาษแดงปกปิดดวงตา
ภายในห้องน้ำสาธารณะแห่งหนึ่ง
เสียงน้ำไหลดังซ่าไม่หยุด หยางเจี้ยนกำลังล้างคราบเลือดคาวเหม็นบนใบหน้าของตัวเอง
เมื่อสัมผัสถึงความเย็นของน้ำประปา เขารู้สึกว่าตัวเองใจเย็นลงมาก
“สุดท้ายก็เป็นตัวเราเองที่มีปัญหา… ผีตัวนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงความทรงจำของคนได้ ยัดเยียดคนที่ไม่มีอยู่จริงเข้ามาในสมองของเรา ทำให้เราไม่รู้สึกถึงความผิดปกติเลย ต่อให้มีดวงตานี้ก็ยังไม่ทันสังเกตเห็น”
“ถ้าไม่ใช่เพราะหลิวเสี่ยวอวี่เตือน….”
เขาเงยหน้ามองกระจกตรงหน้า
ดวงตาทั้งหมดบนใบหน้าของหยางเจี้ยนหายไปแล้ว เขากลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
“ฮัลโหล หยางเจี้ยนนายยังอยู่ไหม ได้ยินแล้วตอบด้วย ได้ยินแล้วตอบด้วย ฉันหลิวเสี่ยวอวี่” ทันใดนั้น โทรศัพท์ติดตามตำแหน่งดาวเทียมข้างอ่างล้างมือก็ดังขึ้น
ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ สายก็ยังไม่ถูกตัดไป
“ผมเอง” หยางเจี้ยนหยิบโทรศัพท์ขึ้นตอบ
“ที่นั่นเกิดอะไรขึ้น?” หลิวเสี่ยวอวี่ถาม
หยางเจี้ยนตอบว่า
“เธอเดาถูก พ่อของผมตายเพราะอุบัติเหตุรถตั้งแต่ตอนผมอยู่ประถมจริง ๆ คนที่อยู่ในห้องเมื่อกี้ไม่ใช่คน แต่เป็นผี”
“นายหนีออกมาแล้ว?”
“ใช่” หยางเจี้ยนเช็ดหยดน้ำบนหน้า แล้วทันใดนั้นก็เห็นว่า บนหลังมือของตัวเองติดอยู่กับกระดาษสีแดงแผ่นหนึ่ง
เป็นเศษจากหนังสือพิมพ์ที่เปื้อนเลือดนั่นเอง
“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว นายพอจะบอกลักษณะของผีตัวนั้นได้ไหม?” หลิวเสี่ยวอวี่ถามอีก
หยางเจี้ยนตอบ “ผีตัวนั้นสามารถเปลี่ยนความทรงจำของคนได้ ไม่รู้รูปแบบการเคลื่อนไหว ไม่รู้วิธีฆ่า แต่เมื่อกี้ผมเกือบตายเพราะถูกหนังสือพิมพ์ชุ่มเลือดคลุมหน้าไว้จนหายใจไม่ออก ตอนนี้ผมรู้ข้อมูลเท่านี้”
“รับทราบ” หลิวเสี่ยวอวี่รีบจดบันทึกทันที
“แล้วแม่ผมล่ะ? เธออยู่ไหน? แล้วผีตัวนั้นเริ่มปรากฏในบ้านผมตั้งแต่เมื่อไหร่? พวกคุณสามารถดึงกล้องวงจรปิดแถวนั้นมาดูได้ไหท ช่วยผมตรวจสอบที” หยางเจี้ยนพูด
หลิวเสี่ยวอวี่ตอบว่า “ฉันจะตรวจสอบให้ แต่ต่อไปนายต้องให้ความร่วมมือกับศูนย์บัญชาการในการทำงาน”
“งานอะไร?” หยางเจี้ยนถาม
“ตอนนี้ก็รวบรวมข้อมูลง่าย ๆ หากนายพบผีร้ายตัวไหน ต้องรายงานทันที” หลิวเสี่ยวอวี่ตอบ
“มีผลประโยชน์อะไร?” หยางเจี้ยนถามต่อ “ไม่มีแม้แต่เงินเดือนแล้วจะให้ผมทำงานถวายชีวิต? ผมดูเว็บไซต์ของพวกคุณแล้ว ถ้าไม่มีผลประโยชน์จริง ผมไม่ทำงานให้แน่นอน” หยางเจี้ยนตอบอย่างจริงจัง
“เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกัรทีหลัง ฉันยังมีเรื่องอื่น เอาไว้ติดต่ออีกครั้ง” หยางเจี้ยนไม่รอให้เธอตอบ เขาตัดสายทันที
ตู๊ด…..
เสียงปลายสายถูกตัดทำเอาหลิวเสี่ยวอวี่โมโหจนพูดไม่ออก
หยางเจี้ยนตัดสายไม่ใช่เพราะหลบ แต่เพราะตอนนี้เขาต้องจัดการ “กระดาษแดง” ที่ติดอยู่ที่หลังมือก่อน
เขาดึงกระดาษแดงขนาดเท่าฝ่ามือออกมา เตรียมจะโยนทิ้ง
สิ่งนี้เป็นของผีตนนั้น แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายน่าขนลุกและความอาฆาตพยาบาท พกติดตัวไว้ไม่น่าจะใช่เรื่องดี
แต่ทันทีที่กระชากแผ่นกระดาษออก
ผิวหนังบริเวณนั้นก็เจ็บแปลบขึ้นมาทันมี
เกิดรอยปริแตกขึ้น!
ดวงตาสีแดงดวงหนึ่งโผล่ออกมาอีกครั้ง
พร้อมกันนั้นทั่วร่างก็เกิดความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวแปลก ๆ ทั่วร่างกาย ดวงตาอื่น ๆ ภายในร่างของเขาเริ่มไม่สงบ เพราะการใช้พลังเมื่อกี้ปลุกให้พวกมันตื่นขึ้นมา
“หรือว่า…”
หยางเจี้ยนมองกระดาษแดงในมือ และแทนที่จะทิ้ง เขาก็แปะมันกลับไปยังหลังมือ ปิดทับดวงตานั้น
ดวงตาสีแดงปิดลงในทันที การเคลื่อนไหวแปลก ๆ นั่นก็หายไป
ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะกลับสู่ความสงบอีกครั้ง
“จริงด้วย… กระดาษแดงนี่สามารถกดพลังของดวงตาได้ แม้จะไม่ทั่งหมด แต่ชะลอการฟื้นคืนของมันได้” เมื่อหยางเจี้ยนเห็นสิ่งนี้เข้าก็รู้สึกโล่งใจอย่างมาก
จากนั้นเขานึกถึงประโยคหนึ่ง
มีเพียงผีเท่านั้นที่จัดการกับผีได้
ถ้าดวงตาผีในร่างเขานับเป็นผีตนหนึ่ง งั้นหนังสือพิมพ์สีแดง ก็เป็นผีอีกตนหนึ่ง เมื่อพลังผีทั้งสองตีกัน ทำให้พวกมันยับยั้งกันเอง
บางทีนี่อาจเป็นกุญแจสำคัญสู่การเอาชีวิตรอด
แต่…ไม่ถูกทั้งหมด
หยางเจี้ยนขมวดคิ้ว
“ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ทำไมตอนเราถูกผีทารกกัดในอาคารเรียน ดวงตาในร่างถึงไม่ถูกกด แต่กลับฟื้นคืนเร็วขึ้น?”
กระดาษแดง…
ผีทารก…
ทั้งสองอย่างแตกต่างกันอย่างไร?
หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เขาก็สรุปได้ว่า…. เรื่องนี้ค่อยคิดทีหลังก็ได้ ตอนนี้สิ่งสำคัญคือ ต้องกลับไปเอาหนังสือพิมพ์สีแดงมาให้ได้
เพราะนั่นคือโอกาสรอดชีวิตของเขา
“ต้องกลับบ้านอีกครั้ง…”
หยางเจี้ยนสูดลมหายใจลึก ก้าวออกจากห้องน้ำเตรียมกลับไปเสี่ยงอีกครั้ง
แต่ทันทีที่ออกจากประตูห้องน้ำ
มีวัยรุ่นสี่ห้าคนเดินสวนเข้ามา ดูท่าทางเหมือนพวกอันธพาล
“ไงเพื่อน มาห้องน้ำเหรอ? อย่าเพิ่งไปสิ เจอกันก็ถือว่ามีวาสนา มาคุยกันหน่อยเป็นไง?” ชายหนุ่มคนหนึ่งเห็นเขาก็ตาเป็นประกาย รีบเดินเข้ามาแล้ววางมือบนไหล่เขา
“มีอะไร?” หยางเจี้ยนมองแล้วถาม
“ไม่มีอะไร อยากรู้จักเฉย ๆ ฉันชื่ออาเฟย แล้วนายล่ะชื่ออะไร?”
ชายคนนั้นพูด
“หยางเจี้ยน”
อาเฟยยิ้ม “งั้นเราก็เป็นเพื่อนกันแล้ว เพื่อนมีปัญหา นายก็ช่วยใช่ไหม? วันนี้ฉันลำบากหน่อย หยางเจี้ยน นายช่วยให้ฉันยืมเงินหน่อยสิ ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้ฉันจะคืนให้เต็มจำนวน”
หยางเจี้ยนเอียงหัวมองเขานิ่ง ๆ
“ยืมเงิน? พวกนายคงอยากปล้นผมมากกว่ามั้ง แต่ถ้าจะปล้นจริง ๆ ช่วยเลือกเหยื่อปกติหน่อยไหม? ระยะนี้ผมไม่ค่อยปกติ พวกนายอยู่ใกล้ผมไม่ดีหรอก ผมกลัวว่าควบคุมตัวเองไม่ได้ แล้วเผลอทำอะไรขึ้นมา”
“ไอ้เด็กนี่ ปากดีชะมัด! อาเฟยขอยืมเงินถือว่าให้เกียรตินายแล้ว อย่าทำเป็นไม่รู้ดีชั่ว อยากตายก็พูดมา เดี๋ยวจัดให้” ชายอีกคนหยิบมีดพกขึ้นมาตบที่หน้าเขา
หยางเจี้ยนพูดอย่างใจเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย เกิดเรื่องขึ้นจะยุ่งกันหมด ให้ผมไปเถอะ ถือว่าเรื่องวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ตกลงไหม?”
“ไม่ตกลง วันนี้แกไม่ควักเงินออกมา ก็อย่าหวังจะเดินออกไปจากที่นี่เลย!” คนถือมีดหัวเราะ อาเฟยหัวเราะตาม “ใช่ ให้ยืมตอนนี้ เดี๋ยวเจอกันครั้งหน้าจะคืนให้ อย่าตัดสัมพันธ์เพื่อนกันสิ”
หยางเจี้ยนพูดว่า “ในเมื่อพวกนายว่าแบบนั้น งั้นก็ช่วยไม่ได้ เงินอยู่ในกระเป๋ากางเกงผม หยิบเอาเองก็แล้วกัน”
“ฉลาดดีนี่”
ชายถือมีดสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของหยางเจี้ยนอย่างตื่นเต้น แต่ทันทีที่มือสอดเข้าไปเขากลับสัมผัสถึงวัตถุเย็น ๆ คล้ายลูกแก้ว เขาหยิบมันออกมาโดยสัญชาตญาณ แล้วสิ่งที่เห็นทำให้หน้าเขาถึงกับซีดเผือด
บนมือเต็มไปด้วยเลือด และในมือของเขา…
มีดวงตาสีแดงดวงหนึ่งกำลังมองตอบเขาอยู่!
“อ๊ากกกก!!”
ชายถือมีดกรีดร้องเสียงดัง ถอยหลังอย่างลนลาน สีหน้าซีดขาว
แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
ในเสี้ยววินาที โลกทั้งใบรอบตัวพวกเขากลับถูกย้อมเป็นสีแดงฉาน
อาคารที่พักอาศัย
ไฟถนน
ดวงจันทร์บนฟ้า
แม้แต่พื้นดิน
ทุกอย่างปกคลุมด้วยแสงสีเลือด
หยางเจี้ยนเดินออกมาจากห้องน้ำช้า ๆ
“ในเมื่อเราเป็นเพื่อนกัน ก็ให้ช่วยทดสอบเขตแดนภูตผีให้ผมหน่อยคงไม่เป็นไรนะ”
อาเฟยเบิกตากว้าง
ชายที่เดินออกมาจากห้องน้ำคือหยางเจี้ยน แล้วคนที่เขาวางมือบนไหล่เมื่อกี้…คือใคร?
“ผะ…ผี!”
อาเฟยหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต พวกอีกสี่คนก็แตกกระเจิงหนีไปเหมือนกัน
หยางเจี้ยนก้มมองหลังมือตัวเอง
ดวงตาที่ถูกกระดาษแดงทับอยู่นั้น พยายามจะดันขึ้นมา แต่กระดาษแดงก็กดทับลงไปอีก ทั้งสองต่างกำลังต่อสู้กัน
“ตอนนั้นใช้ดวงตาหกดวง ถึงจะใช้เขตแดนภูตผีได้ แต่ตอนนี้มีดวงหนึ้งถูกปิดไว้กับกระดาษแดง งั้นตอนนี้ก็มีเพียงห้าดวง ถึงจะมีแค่ห้าดวงก็ยังสามารถใช้เขตแดนภูตผีได้”
เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดจากห้าจุดที่แตกต่างกันบนร่างกาย
ภาพจากมุมมองต่าง ๆ ห้าภาพถูดถ่ายเข้าสู่สมอง
ทุกสิ่งรอบตัวชัดเจนหมดสิ้น
“หกดวงคือขีดสุดที่ร่างของเราจะรับไหว ส่วนห้าดวง…. แม้จะมีผลข้างเคียงอยู่บ้าง แต่ก็ลดลงมาก” หยางเจี้ยนเริ่มเข้าใจขีดจำกัดของตัวเอง
“ถ้าได้หนังสือพิมพ์สีแดงมาทั้งแผ่น กดทับครบทั้งหกดวง… เราอาจจะใช้พลังของผีร้ายได้โดยไร้ผลข้างเคียง ไม่ต้องกลัวการฟื้นคืนอีกต่อไป”
“ก่อนอื่น ต้องควบคุมเขตแดนภูตผีให้ได้ก่อน”
เขามองพวกอันธพาลที่กำลังวิ่งหนีไป
ไม่มีใครเหมาะสมสำหรับการทดสอบไปมากกว่าคนพวกนี้แล้ว
เพราะเขตแดนภูตผี…จะเป็นต้นทุนที่จำเป็นที่สุดในการรับมือผีร้ายครั้งต่อไป นี่ไม่ใช่การสิ้นเปลือง แต่เป็นความจำเป็น