เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 พ่อของนายมาจากไหนกัน?

บทที่ 25 พ่อของนายมาจากไหนกัน?

บทที่ 25 พ่อของนายมาจากไหนกัน?


หยางเจี้ยนค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์ ไม่นานก็พบการแบ่งระดับของผีร้าย

เมื่อเปิดดู ข้างบนมีประโยคหนึ่งเตือน

ตามระดับความอันตรายที่ผีร้ายก่อให้กับโลก รัฐบาลแต่ละประเทศได้แบ่งผีออกเป็นระดับต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

หมายเหตุ: ไม่สามารถใช้แทนระดับความน่ากลัวของผีร้ายได้

ระดับ C: จำกัด

ผีร้ายที่ถูกจำกัดอยู่ภายในพื้นที่หนึ่ง ก่อให้เกิดอันตรายน้อยกว่าหนึ่งร้อยคน สามารถถูกผู้ใช้ผีควบคุมและกักเก็บไว้ได้ ไม่มีความสามารถในการแพร่กระจาย

ระดับ B: อันตราย

ผีร้ายที่สามารถเคลื่อนที่ได้เอง อันตรายอย่างยิ่ง ก่อให้เกิดอันตรายน้อยกว่าหนึ่งหมื่นคน ไม่สามารถกักเก็บได้ แต่ยังสามารถควบคุมได้โดยผู้ใช้ผี มีการแพร่กระจายระดับหนึ่ง

ระดับ A: ภัยพิบัติ

หากปล่อยทิ้งไว้ ในระยะเวลาหนึ่งสามารถสังหารประชากรทั้งเมืองได้ อันตรายสูงยิ่ง ปัจจุบันไม่สามารถควบคุมหรือกักเก็บได้ มีการแพร่กระจายที่สูงมาก

ระดับ S: ทำลายล้าง

มีความสามารถในการทำลายประชากรหลายเมือง หากควบคุมไม่ทัน อาจทำลายล้างได้ทั้งประเทศ

“แบ่งระดับผีร้ายตามความอันตรายต่อมนุษย์ ไม่ได้แทนความน่ากลัวของผีร้ายจริง ๆ” ในที่สุดหยางเจี้ยก็เข้าใจความหมายของระดับ

ไม่ว่าจะระดับ C หรือระดับ A ความน่ากลัวอาจไม่ต่างกันมาก เพียงแต่ผีระดับ C ทำอันตรายต่อมนุษย์ไม่มากนัก ระดับจึงไม่สูง

“ระดับพวกนี้ดูได้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้เท่านั้น ไม่มีประโยชน์จริง ๆ”

หยางเจี้ยนส่ายหัว เขาไม่ได้ใส่ใจกับระดับเหล่านี้มากนัก นี่เป็นเพียงระดับภัยพิบัติที่แต่ละประเทศใช้แบ่ง แต่เมื่อเจอผีจริง ๆ ก็ยังคงเป็นตายเท่ากัน

ตายไปคนเดียวหรือร้อยคน…ต่างกันตรงไหน?

ยังไงก็ตายเหมือนกัน

หยางเจี้ยนยังคงไล่ดูข้อมูลอื่นต่อไป

อยู่ ๆ เขาก็เห็นรายชื่อพิเศษหนึ่ง ทำให้สนใจขึ้นมา

อันดับความน่ากลัวของผีร้ายทั่วโลก

“ถึงขั้นทำอันดับออกมาด้วย พวกชาวต่างชาตินี่ช่างว่างงานจริง ๆ ทำไมไม่ทำอันดับผีสาวบ้างล่ะ? ดูสิว่าผีสาวคนไหนสวยกว่า เซ็กซี่กว่า ถ้าทำเดินแบบบิกินีก็คงจะดี” หยางเจี้ยนพึมพำ ก่อนเปิดดู แล้วเปลือกตาก็กระตุกขึ้นมาในทันที

สีหน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้นมาทันที

อันดับหนึ่ง

รหัส: สายเรียกมรณะ

ลักษณะ:

ตราบใดที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ต้องตายอย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณจะรับหรือไม่รับ ได้ยินหรือไม่ได้ยิน มีโทรศัพท์อยู่ข้างตัวหรือไม่ก็ตาม ฆ่าคนไปทั่วโลก ไม่มีการแบ่งแยก ไม่มีรูปแบบตายตัว ไม่มีรูปร่าง คล้ายเป็นการโจมตีแบบเหตุและผล ปัจจุบันไร้ทางแก้ 

โชคดีที่สายเรียกผีแต่ละครั้งฆ่าได้เพียงหนึ่งคน ปัจจุบันจัดอยู่ในระดับ B

หมายเหตุ: ประธานาธิบดีของประเทศหนึ่งเคยตายเพราะสายเรียกมรณะ

“แบบนี้ก็ได้ด้วย?” หยางเจี้ยนถึงกับอึ้ง

นี่มันไร้ทางรอดเกินไป เสียงโทรศัพท์ดังเท่ากับคำสั่งตาย แม้ไม่มีโทรศัพท์อยู่ใกล้ ๆ ก็ยังต้องตาย ต่อให้เป็นคนหูหนวกก็ไม่รอด

อันดับสอง:

รหัส: ฝันร้าย

ลักษณะ:

ตายในยามหลับ ปัจจุบันไม่ทราบรูปแบบการสังหาร ไม่ทราบการแพร่กระจาย ไม่มีรูปร่าง ฆ่าแบบไร้ความแตกต่างทั่วโลก

มีบันทึกครั้งหนึ่งฆ่าคน 351 รายในคราวเดียว ปัจจุบันจัดอยู่ในระดับ A

หมายเหตุ: การไม่หลับสามารถเลี่ยงฝันร้ายได้

อันดับสาม:

รหัส: ผีกินคน

ลักษณะ: …..

หยางเจี้ยนมองอันดับผีร้ายเหล่านั้นแล้วรู้สึกสิ้นหวังไปชั่วครู่

ฆ่าคนทั่วโลกแบบไม่เลือกหน้า

คำนี้ทำให้หนาวสั่นไปทั้งตัว

ไม่สามารถป้องกัน ไม่สามารถหลบหนี ไม่สามารถคาดเดา เมื่อเจอก็ต้องตาย ต่อให้เป็นมหาเศรษฐี หรือขอทาน หรือแม้แต่ประธานาธิบดี ทุกคนล้วนอยู่ในอันตรายนี้ไม่ต่างกัน

คนที่รู้ว่ามีสิ่งพวกนี้อยู่บนโลก ต้องหวาดผวาแน่นอน

“แต่ประชากรโลกตั้งมากมาย โอกาสจะเจอผีระดับนี้ก็น้อยจริง ๆ ถ้าโชคร้ายเจอเข้าก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากโทษว่าตัวเองดวงไม่ดี” หลังจากตกใจไม่นาน หยางเจี้ยนก็กลับมาตั้งสติได้เร็ว

“ไปเข้าห้องน้ำก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาดูต่อ”

หยางเจี้ยนดูข้อมูลอยู่นานเกือบหนึ่งชั่วโมง ก่อนลุกออกจากหน้าคอมพิวเตอร์

“พ่อ อ่านหนังสือพิมพ์ทำไมไม่เปิดไฟล่ะ? เดี๋ยวสายตาเสียหรอก”

ขาเดินมาถึงห้องนั่งเล่น เห็นว่าไฟยังไม่เปิดจึงเอ่ยขึ้น

ชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟา ถือหนังสือพิมพ์บังหน้า ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดรอบตัว กำลังอ่านข่าวเงียบ ๆ อย่างตั้งใจ ไม่มีเสียงตอบกลับใด ๆ

หยางเจี้ยนก็ไม่ได้สนใจ เข้าไปเข้าห้องน้ำเสร็จก็กลับมาเล่นคอมต่อ

เขาต้องทำความเข้าใจว่าบนโลกนี้เกิดอะไรขึ้นในเวลาสั้นที่สุด เพื่อที่จะหาวิธีเอาตัวรอด

ตามที่แผ่นหนังบอกไว้ เขาจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินสามเดือน แต่เขาไม่เชื่อว่ากลายเป็นผู้ใช้ผีแล้วจะไม่มีทางรอด

ก่อนหน้านี้ที่โรงเรียน ฟางจิงเคยบอกว่า เขามีวิธีทำให้ผู้ใช้ผีไม่ต้องตายเพราะการฟื้นคืนของผีร้าย

เพียงแต่ว่าฟางจิงตายไปแล้ว

เนื้อหาในแผ่นหนังแกะก็ถูกเปลี่ยนไป หยางเจี้ยนไม่รู้ว่าวิธีนั้นคืออะไร แต่เขาเชื่อว่ามีวิธีรอด

“ระหว่างที่หาวิธีเอาตัวรอด ก็ต้องเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดด้วย” หยางเจี้ยนคิดในใจ

พลังของผีสามารถส่งผลต่อสสารทั้งหมด มีเพียงสิ่งเดียวที่เป็นข้อยกเว้น ทองคำ

ผู้เขียน: บรูซ·พี

เขาเปิดอ่านงานวิจัยชิ้นนั้นต่อ แต่ในขณะเดียวกัน โทรศัพท์เครื่องหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็ดังขึ้น

เขามองไป

ปรากฏว่าเป็นโทรศัพท์ติดตามตำแหน่งดาวเทียมของโจวเจิ้ง

“ฮัลโหล ใคร?”

หยางเจี้ยนรับสาย พร้อมอ่านงานวิจัยไปด้วย

“นายกล้าหลอกฉัน นายไม่ได้ชื่อจางเว่ย นายชื่อหยางเจี้ยน เป็นคนหมู่บ้านเหมยซาน ตำบลหยางเจิ้น เมืองต้าชาง มณฑลหนึ่ง เกิดวันที่หนึ่งมกราคม ตอนนี้อายุสิบเก้า เต็มยี่สิบตามอายุจีน!”

เสียงกัดฟันของหลิวเสี่ยวอวี่ดังออกมาจากปลายสาย

หยางเจี้ยนไม่รู้สึกประหลาดใจนัก เขาพูดว่า  “แปลว่าพวกเธอไปสืบจางเว่ยแล้ว? ประสิทธิภาพทำงานธรรมดานี่นา ฉันนึกว่าเธอจะพบตั้งแต่หกชั่วโมงก่อนแล้ว อย่าเข้าใจผิดนะ ตอนแรกฉันยังเชื่อโทรศัพท์ของคนแปลกหน้าไม่ได้หรอก ถ้าเป็นมิจฉาชีพล่ะ? ให้ข้อมูลเท็จก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง”

“เพราะคำโกหกประโยคเดียวของนาย ทำให้เราสูญเสียเวลาและกำลังไปเท่าไหร่รู้ไหม?”

หลิวเสี่ยวอวี่พูดขึ้น “ฉันขอเตือนนายอย่างจริงจัง ห้ามทำแบบนี้อีกเด็ดขาด พวกเราต้องจัดการเหตุการณ์มากมาย งานหนักมาก ถ้าทุกคนทำแบบนาย เราจะทำงานกันยังไง?”

“ก็จริง แต่ฉันไม่ได้เป็นคนของศูนย์นี่ ไม่ได้อยู่ภายใต้คำสั่งของพวกเธอ” หยางเจี้ยนพูดอย่างไม่ใส่ใจ

ตอนนั้น ชายวัยกลางคนในห้องนั่งเล่นเดินเข้ามา นั่งลงบนขอบเตียงข้างหยางเจี้ยน เขาไม่พูดสักคำ มือยังถือหนังสือพิมพ์ ก้มหน้าอ่านต่อ

“พ่อ มีอะไรหรือเปล่า?” หยางเจี้ยนถาม

ชายคนนั้นไม่ตอบ แต่หลิวเสี่ยวอวี่ในสายกลับถามว่า “นายกำลังคุยกับใคร? เรื่องพวกนี้นายควรเก็บเป็นความลับ ไม่ควรบอกคนที่ไม่เกี่ยวข้อง จะทำให้เกิดความตื่นตระหนก ฉันควรอธิบายกฎการเก็บความลับให้นายฟังนะ”

“ฉันคุยกับพ่อ วันนี้แค่นี้ก่อนนะ ไว้คุยกันใหม่ ฉันยุ่งอยู่” หยางเจี้ยนกำลังจะตัดสาย

“เดี๋ยว ๆ ๆ”

จู่ ๆ หลิวเสี่ยวอวี่ก็ขึ้นเสียงด้วยความตกใจ “พ่อของนาย? ที่นั่นเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ฉันมีแฟ้มข้อมูลของนายอยู่ตรงหน้า ตั้งแต่เกิดจนถึงมัธยมฉันดูได้หมด นายจะมีพ่อได้ยังไง? พ่อนายเสียไปตั้งแต่ประถมปีห้าแล้ว! ผู้ปกครองของนายคือแม่”

“และไม่มีข้อมูลว่าแม่ของานายแต่งงานใหม่ด้วย”

“พูดง่าย ๆ ตั้งแต่เด็ก นายเป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวมาตลอด”

หยางเจี้ยนพูดว่า “เธอพูดอะไรน่ะ พ่อฉันก็นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ข้างฉันนี่ไง”

เขาหันไปมองอีกครั้ง

ชายวัยกลางคนยังคงนิ่งไม่ขยับ ยกหนังสือพิมพ์บังหน้า มองไม่เห็นใบหน้า ห้องนั่งเล่นและห้องนอนก็ไม่มีการเปิดไฟ นอกจากแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่เหลือมืดสนิททั้งหมด ในความมืดแบบนี้ ต่อให้สายตาดีก็อ่านหนังสือพิมพ์ไม่ได้แน่นอน

“พ่อ เป็นอะไรไปครับ?” หยางเจี้ยนยื่นมือออกไปจะดึงหนังสือพิมพ์ออก

แต่ทันใดนั้น เขากลับเห็นบนตู้ในห้อง มีกรอบรูปสีขาวดำของชายวัยกลางคนตั้งอยู่…

มือของเขาก็หยุดค้างทันที

“หยางเจี้ยน ตรงนั้นต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นแน่ รีบ…รีบออกจากบ้านเดี๋ยวนี้!”

เสียงหลิวเสี่ยวอวี่ดังเร่งร้อนออกมาจากปลายสาย

จบบทที่ บทที่ 25 พ่อของนายมาจากไหนกัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว