เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 เจ้าหน้าที่รับสาย

บทที่ 21 เจ้าหน้าที่รับสาย

บทที่ 21 เจ้าหน้าที่รับสาย


หลังจากที่หยางเจี้ยนจากไป

คนที่เหลือจึงค่อย ๆ ตั้งสติได้

“จริงสิ…หยางเจี้ยนช่วยเราเอาไว้ แต่เรายังไม่ได้ขอบคุณเขาเลย?” เหมียวเสี่ยวซานพูดขึ้น

จ้าวเหล่ยเอ่ยว่า “หรืออีกสักสองสามวัน เราค่อยหาโอกาสเลี้ยงข้าวหยางเจี้ยนดีไหม?”

“ปิ้งย่าง?”

จางเว่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ “ปิ้งย่างเหรอ? นี่พวกนายพูดออกมาได้ยังไงกัน ฉันจะเลี้ยงเขาที่โรงแรมดี ๆ สักมื้อ พาไปร้องเพลงที่บาร์ แล้วก็พาไปทำสปาแบบครบชุด อีกหน่อยฉันจะคุยกับพ่อดูว่าพอจะซื้อห้องพักแถวบ้านให้เขาได้ไหม ได้ข่าวว่าบ้านเขายังเป็นบ้านเช่า สภาพก็ไม่ค่อยดี”

“ยังไงก็เถอะ ขาหนา ๆ ของหมอนั่น ฉันจะเกาะเอาไว้ให้แน่นเอง ไม่ให้ใครแย่งไปได้ โดยเฉพาะเธอ เหมียวเสี่ยวซาน ได้ยินมาว่าเธอกับหยางเจี้ยนเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมต้นด้วย” พูดจบ เขาก็มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ห้ามคิดใช้เสน่ห์ล่อลวงเขาเชียวนะ”

“จางเว่ย! พูดอะไรของนาย!” เหมียวเสี่ยวซานหน้าแดง

“นายจะพูดเว่อร์เกินไปแล้วนะ” จ้าวเหล่ยอุทาน

แต่จางเว่ยกลับยิ้มเย็น

“เว่อร์เหรอ? ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากนอนเตียงเดียวกับหยางเจี้ยนทุกวันด้วยซ้ำ”

“…”

ทุกคนรอบข้างถึงกับขนลุก ถอนตัวออกห่างจากเขาโดยอัตโนมัติ

บรรดาเด็กผู้หญิงก็จ้องจางเว่ยด้วยสายตาประหลาด

ทุกคนรู้ว่าจางเว่ยโดดเด่นมาตลอด แต่นี่มันเด่นเกินไปหรือเปล่า?

“ทำไมล่ะ? ไม่เชื่อเหรอ?” จางเว่ยพูดต่อ “งั้นฉันถามพวกนายหน่อย ระหว่างเจอผีกับนอนข้างหยางเจี้ยนทุกวัน?”

เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ทุกคนต่างหน้าเปลี่ยนสี

จ้าวเหล่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดเบาๆ

“…นอนด้วยน่าจะดีกว่า”

ไม่รู้เพราะอะไร เมื่ออยู่ต่อหน้าสองตัวเลือกนั้น ใจของพวกเขากลับเอนเอียงไปทางอย่างหลังโดยไม่รู้ตัว แม้แต่เด็กผู้หญิงเองก็หน้าแดง เพราะยังจำเรื่องที่หยางเจี้ยนช่วยหวังซานซานแล้วพูดล้อเล่น เรื่องตอบแทนด้วยร่างกายได้

ต้องยอมรับว่า มีหยางเจี้ยนอยู่ใกล้ ๆ ทำให้รู้สึกปลอดภัยจริง ๆ

จางเว่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น

“โจวเจิ้งเคยบอกไว้ว่า เรื่องลึกลับแบบนี้จะเกิดขึ้นอีก แล้วมันจะค่อย ๆ พัฒนาขึ้นจนกลายเป็นภัยระดับโลก วันนี้เราเจอผีแล้วยังรอดมาได้ แต่ครั้งต่อไปล่ะ? คนธรรมดาไม่มีทางรับมือได้ มีแต่คนแบบโจวเจิ้งเท่านั้น…และหยางเจี้ยนก็คงเป็นหนึ่งในพวกเขาแล้ว”

“เราควรดีใจด้วยซ้ำที่รู้จักหยางเจี้ยน เพราะต่อไป…คนที่จะช่วยชีวิตเราได้ก็มีแค่เขา”

พูดจบ เขาก็เงียบไป

จางเว่ยรู้ดีว่า ตอนนี้หยางเจี้ยนพิเศษและสำคัญแค่ไหน

เหตุการณ์เมื่อคืนมันเหมือนฝันร้าย เขาไม่อยากเจออีกตลอดชีวิต ถ้าเขาเป็นผู้หญิง ป่านนี้คงตามติดหยางเจี้ยนไปแล้ว

ในเรื่องนี้  หวังซานซานถือว่าทำได้ดีมาก

เขามองไปทางป้ายรถเมล์

ก่อนหน้านี้ หวังซานซานก็เกาะติดหยางเจี้ยน ขอให้เขาส่งกลับบ้านด้วย

….

บนรถเมล์

หยางเจี้ยนที่อ่อนล้าถึงที่สุดนั่งอยู่บนเบาะ มองถนน อาคาร และผู้คนที่คุ้นตาผ่านหน้าต่างไป

เสียงคนพลุกพล่าน แม้จะดังแต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นใจ

อย่างน้อย…ก็ไม่มีผีแล้ว

หวังซานซานติดหยางเจี้ยนแทบไม่ยอมปล่อย ถ้าสนิทสนมกันมากกว่านี้อีกนิด เธอคงอ้อนวอนขอไปพักที่บ้านเขาแล้ว ตอนนี้เธอแค่ขอให้หยางเจี้ยนไปส่งที่บ้านเท่านั้น

“หยางเจี้ยน ต่อไป…เราจะเจอเรื่องแบบนี้อีกไหม?”

หวังซานซานกอดแขนเขาแน่น ไม่ยอมปล่อย กว่าจะถามออกมาได้

หยางเจี้ยนตอบ

“ไม่รู้สิ แต่มีโอกาสมากว่าจะเกิดขึ้นอีก อยู่ที่ดวงแล้วล่ะ โลกใหญ่โตขนาดนี้ ถ้าโชคดีคงไม่เจออีก อีกอย่าง เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดถี่เหมือนแผ่นดินไหวหรือภัยธรรมชาติอะไรแบบนั้น”

หยางเจี้ยนหันศีรษะมามองเธอขณะพูด

แน่นอน นั่นแค่คำปลอบใจ ถ้าจะเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ ก็คงต้องรอดูต่อไป

ทันใดนั้น

ตอนที่หวังซานซานเอียงคออยู่ หยางเจี้ยนก็เห็นที่ด้านหลังคอของเธอ มีรอยฝ่ามือทารกสีคล้ำสองรอย ติดอยู่ราวกับรอยสัก จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่จางหาย

‘ไม่เหมือนรอยช้ำที่โดนผีทารกทำไว้ แต่… เหมือนเป็นตราประทับมากกว่า’

หยางเจี้ยนใจหายวาบ ไม่รู้ว่าควรเตือนหรือไม่ควรเตือนดี

แต่เมื่อพิจารณาถึงสภาพจิตใจที่ของเธอ เขาก็เลือกที่จะไม่พูด

“ช่วงนี้ระวังตัวหน่อยนะ ถ้ามีอะไร โทรหาฉันได้”

หยางเจี้ยนยังคงเตือนด้วยความหวังดี

“ขะ…ขอบคุณนะ” หวังซานซานเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง

ทันใดนั้น

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง

มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากโทรศัพท์เครื่องหนึ่งในกระเป๋าของหยางเจี้ยน

“วะ…ว้าย!”

หวังซานซานหน้าซีดเผือด ร้องออกมาทันทีโดยไม่คิด

หยางเจี้ยนรีบปลอบ

“ไม่ต้องกลัว น่าจะเป็นสายธรรมดา”

เขาคุ้ยหาในกองมือถือที่เก็บมาจากทุกคน

ในที่สุดก็หยิบเจอเครื่องหนึ่ง เป็นมือถือทรงวิทยุสื่อสาร

เป็นโทรศัพท์ติดตามตำแหน่งดาวเทียมของโจวเจิ้ง

โทรศัพท์นี้เข้าอินเทอร์เน็ตไม่ได้ ใช้โทรได้อย่างเดียว หนักราวก้อนอิฐ หยางเจี้ยนยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงต้องพกของแบบนี้

คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจรับสาย

“ฮัลโหล โจวเจิ้ง รายงานสถานการณ์ด้วยค่ะ” เสียงของเจ้าหน้าที่หญิงดังขึ้นจากปลายสาย

หยางเจี้ยนตอบ

“โจวเจิ้งตายแล้ว”

“ตายแล้ว? ตายยังไง?”

“คลอดลูกแล้วตาย”

“คลอดลูก…?” อีกฝั่งนิ่งไปทันที

“ใช่ คลอดลูก ผ่าคลอดไม่ทัน เด็กน่าจะรอไม่ไหวเลยแหวกท้องออกมาเอง ผมเห็นกับตา แต่เด็กไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ อาจเพราะโกรธที่ผมไม่ช่วยทำคลอด ก็เลยไล่งับผมตั้งแต่ออกมา เกือบโดนกัดตายอยู่เหมือนกัน”

หยางเจี้ยนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

เจ้าหน้าที่รับสาย หลิวเซี่ยวอวี่ แทบจะกรี๊ดออกมา

“พูดอะไรของคุณ!? คุณเป็นใครกันแน่? แล้วทำไมโทรศัพท์ติดตามตำแหน่งดาวเทียมของโจวเจิ้งถึงอยู่กับคุณ? คุณรู้ไหมว่ากำลังข้องเกี่ยวกับคดีพิเศษอยู่! ฉันคือเจ้าหน้าที่รับสายประจำตัวของโจวเจิ้ง ฉันมีสิทธิ์ขอให้คุณรายงานความจริงเดี๋ยวนี้!”

หยางเจี้ยนตอบ

“ผมบอกแล้วว่าโจวเจิ้งตายแล้ว ถ้าอยากรู้ความจริงก็ส่งคนไปตรวจสอบสิ หรืออยากให้ผมบอกว่าเขาตายเพราะผีฟื้นคืนชีพ แล้วให้ทุกคนบนรถเมล์ตื่นตระหนกเหรอ? ไม่ได้เรียนการอ่านจับใจความตอนประถมใช่ไหม? รู้จักคำว่า ‘ใจความสำคัญ’ ไหมเนี่ย? ความเข้าใจของคุณทำให้ผมสงสัยว่าคุณมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นเจ้าหน้าที่รับสายหรือเปล่า?!

“ผมไม่อยากคุยกับคุณแล้ว เอาคนที่มีประสบการณ์จริง ๆ มารับสายแทนเถอะ”

….

ด้านในศูนย์ผู้ใช้ผี เขตเอเชีย

ในสำนักงานของหน่วยงานหนึ่ง

หลิวเซี่ยวอวี่ยในชุดเครื่องแบบกัดฟันแน่น ดินสอ 2B ในมือถูกเหลาจนแหลม เธอระบายอารมณ์ด้วยการขีดลงบนกระดาษแรง ๆ เธออยากจะแทงเด็กหนุ่มปลายสายนั่นให้จบเรื่อง

“ไม่โกรธ…ไม่โกรธ…เมื่อเทียบกับผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า เจอแค่นี้ยังถือว่าเล็กน้อย…”

เธอสูดหายใจลึก ก่อนแสดงท่าทีจริงจัง

“คุณคะ รบกวนให้ความร่วมมือในการสอบสวนด้วยค่ะ”

“หึ” ปลายสายตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะสั้นๆ

“คุณคะ ได้โปรดร่วมมือด้วยค่ะ”

“ฮ่า ๆ”

“คุณคะ ฉันรู้ว่าคุณรู้อะไรบางอย่าง ถ้าตอนนี้ไม่สะดวกเพราะอยู่ในที่สาธารณะ ฉันให้เวลาคุณห้านาที หาที่เงียบ ๆ แล้วแจ้งข้อมูลจริงเกี่ยวกับโจวเจิ้งค่ะ” เธอพยายามใจเย็นสุดชีวิต

“ฮ่า ๆ…”

‘จะหัวเราะทำไม!?’

หลิวเซี่ยวอวี่เริ่มจะหมดความอดทน เธอกัดฟันแน่น ครู่หนึ่งจึงสะกดอารมณ์แล้วถามอีกครั้ง

“ถ้าไม่สะดวกพูด งั้นบอกชื่อของคุณได้ไหมคะ? เราจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบภายหลัง”

ปลายสายตอบอย่างหน้าตาเฉย

“อยากสืบเรื่องของผมเหรอ? ก็ได้ ผมไม่กลัวหรอก ผมชื่อจางเว่ย…ใช่ จางเว่ยนั่นแหละ ถ้ามีความกล้าก็มาหาเลย ถ้าไม่มาก็แปลว่าหนี”

“ดี! งั้นรอฉันก่อนเถอะ!”

หลิวเซี่ยวอวี่หมดความอดทนจนลืมมารยาทและกฎระเบียบทุกอย่าง ตะโกนออกมาดังลั่น

จบบทที่ บทที่ 21 เจ้าหน้าที่รับสาย

คัดลอกลิงก์แล้ว