เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ถนนคนเดิน

บทที่ 20 ถนนคนเดิน

บทที่ 20 ถนนคนเดิน


บนถนนคนเดินของเมืองต้าชาง

เวลาราวตีห้าครึ่ง ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเล็กน้อย

ตอนนี้ยังเช้าเกินไป ถนนการค้าซึ่งปกติคึกคักกลับว่างเปล่าไร้ผู้คน ร้านค้าทุกแห่งยังไม่ถึงเวลาเปิดทำการ

ไฟถนนยังคงสว่างอยู่ เปล่งแสงเรืองรอง

แต่ในจังหวะนั้นเอง

ไฟถนนที่เรียงรายบนถนนคนเดิน ซึ่งเดิมทีเปร่งแสงสีขาว กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงสดอย่างน่าขนลุก และบนหลอดไฟทรงกลม ภายในกลับสะท้อนเป็นดวงตาสีแดง ราวกับถูกพิมพ์ลงไปบนพื้นผิว แต่สิ่งที่ผิดปกติที่สุดคือ ดวงตาเหล่านั้น เหมือนจะมีชีวิต ขยับไปมาเล็กน้อย

ทว่าภาพที่ปรากฏขึ้นกระทันหันนี้ ก็หายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

เมื่อแสงไฟบนถนนกระพริบขึ้นหนึ่งครั้ง

ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม

แต่สิ่งที่ประหลาดคือ ถนนคนเดินที่เคยว่างเปล่าเมื่อครู่ กลับมีคนเพิ่มขึ้นมาถึงเจ็ดคน ทุกคนล้วนมีท่าทีผิดปกติ ใบหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทา ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ราวกับเพิ่งถูกอะไรบางอย่างทำให้หวาดผวาอย่างหนัก

“ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียน…ที่นี่ที่ไหน?”

ความเจ็บปวดแสนสาหัสในร่างกายของหยางเจี้ยนค่อยๆ บรรเทาลง เขาทรุดลงกับพื้น พิงประตูกระจกชของร้านค้า หอบหายใจอย่างหนัก

เมื่อครู่นี้อันตรายเกินไป ถ้าช้ากว่านี้อีกนิด ทุกคนคงต้องตายในเขตแดนภูตผีนั่นแล้ว

โชคดีที่ในจังหวะสำคัญ เขาสามารถเปิดใช้เขตแดนภูตผีได้

คนอื่น ๆ ยังอยู่ในอาการตื่นตระหนก มองหน้ากันด้วยความสับสน ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของพวกเขากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างลนลาน เกรงว่าความมืดเมื่อครู่จะกลับมาครอบงำอีกครั้ง แต่เมื่อมองเห็นไฟถนนที่สว่างจ้า และดวงอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้าอย่างช้า ๆ ความรู้สึกเหมือนรอดพ้นจากความตายก็เอ่อล้นขึ้นมาในใจ

ความดีใจนั้นค่อย ๆ กลบความหวาดกลัว ทำให้พวกเขาสงบลงอย่างรวดเร็ว

“เห…เหมือนจะเป็นถนนคนเดินนะ…”

เหมียวเสี่ยวซานนั่งยอง ๆ อยู่กับพื้น เธอเงยหน้าขึ้นมองรอบด้านอย่างระมัดระวัง แล้วเอ่ยออกมาอย่างไม่ค่อยมั่นใจ

“ใช่ถนนคนเดินแน่นอน ฉันโตมากับที่นี่ จะจำผิดได้ยังไง บ้านของฉันก็อยู่แถวนี้”

จางเว่ยรีบพูดขึ้นทันที

“พวกเรารอดแล้ว เราออกจากโรงเรียนมาได้แล้ว ดูสิ ไฟถนนก็สว่าง ฟ้าก็สว่าง รถตรงนั้นก็วิ่งอยู่ ฉันได้ยินเสียงบีบแตรด้วย”

เขาดูตื่นเต้นมาก ไม่เคยมีสักครั้งในชีวิตที่สิ่งธรรมดาเหล่านี้จะดูงดงามได้มากขนาดนี้

“จริงด้วย…เป็นถนนคนเดินจริง ๆ เราออกมาจากโรงเรียนแล้ว”

จ้าวเหล่ยยังคงตัวสั่น เขาไม่อาจเชื่อสิ่งที่เห็นตรงหน้าได้เลย

เมื่อวินาทีก่อน พวกเขายังอยู่ในโรงเรียนที่ถูกความมืดกลืนกินอยู่เลย เพียงพริบตาที่แสงดับลงและสว่างขึ้นอีกครั้ง พวกเขามาโผล่บนถนนคนเดินได้อย่างไร?

หยางเจี้ยนยังคงมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง หลังจากตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็มั่นใจแล้วว่าตนออกมาจากโรงเรียน และออกมาจากเขตแดนภูตผีแล้ว ส่วนทำไมถึงไม่โผล่นอกโรงเรียน แต่กลับมาอยู่ที่ถนนคนเดินนั้น ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องคิดให้ปวดหัวอีกต่อไป

รอดตายมาได้ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว

ทุกคนนั่งอยู่บนถนนนานถึงสองชั่วโมงเต็ม กว่าจะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น

แม้ความกลัวจะเริ่มสงบลง แต่จากสีหน้าของแต่ละคนก็ดูออกว่า เหตุการณ์ในโรงเรียนครั้งนี้ได้ฝากรอยแผลไว้ในใจของพวกเขาแล้ว

“คนอื่น ๆ…น่าจะตายหมดแล้วใช่ไหม”

หลังจากเงียบไปนาน จางเว่ยซึ่งกำลังพักอยู่บนเก้าอี้ก็พูดออกมาเบา ๆ

ไม่มีใครตอบ ทุกคนยังทำใจยอมรับไม่ได้

หวังซานซานมองไปที่หยางเจี้ยนอย่างกังวล

“หยางเจี้ยน แล้วตอนนี้พวกเราควรทำยังไงต่อดี?”

ตอนนี้หยางเจี้ยนคือหลักยึดเหนี่ยวของทุกคน ทุกคนต่างพร้อมที่จะเชื่อฟังเขาโดยไม่มีเงื่อนไข

เพราะ…หยางเจี้ยนคือผู้ที่ช่วยพวกเขาไว้

หยางเจี้ยนสัมผัสแผลที่แขน ซึ่งตอนนี้หายสนิทแล้ว แต่กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างคล้ายดวงตาซ่อนอยู่ใต้ผิวหนัง พร้อมที่จะโผล่ออกมาได้ทุกเมื่อ

ความรู้สึกประหลาดนี้ยืนยันกับเขาว่า เหตุการณ์เมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน แต่มันเกิดขึ้นจริงทั้งหมด

“จะให้ทำยังไงล่ะ ในเมื่อทุกคนยังมีชีวิตอยู่ ออกมาจากโรงเรียนได้แล้ว แถมไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ก็กลับบ้านไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวพ่อแม่จะเป็นห่วง”

“หยางเจี้ยน พวกเราจะกลับไปนอนเฉยๆ แบบนี้เลยเหรอ?” จ้าวเหล่ยพูดพลางลุกขึ้นด้วยความตื่นตัว หยางเจี้ยนเหลือบตามองเขา

“ไม่งั้น…นายคิดว่าจะทำอะไรได้อีกล่ะ?”

จ้าวเหล่ยสะดุ้งเมื่อเจอสายตานั้น ความหวาดกลัวแล่นขึ้นมาทันที เขาก้มหน้าลง ไม่กล้าพูดอะไรต่อ

“หยางเจี้ยนพูดถูก เรื่องนี้เราไปยุ่งไม่ได้ หายใจรอดกลับมาได้ก็บุญมากแล้ว” เหมียวเสี่ยวซานพูดเสริม

“งั้น…เราจะกลับไปนอนจริง ๆ น่ะเหรอ?”

จางเว่ยถึงกับอึ้ง

เหตุการณ์ใหญ่ขนาดนี้ แล้วจะให้กลับไปนอนเฉย ๆ เนี่ยนะ มันจะไม่ใจเย็นเกินไปหน่อยเหรอ?

หยางเจี้ยนพูดว่า “ถ้าไม่กลับบ้าน หรือว่านายคิดจะกลับไปเรียนต่อตอนเช้า?”

กลับโรงเรียนงั้นเหรอ?

ความเย็นยะเยือกแล่นผ่านหัวใจทุกคน พวกเขาตัดสินใจแน่วแน่ว่า ทั้งชีวิตนี้จะไม่กลับไปที่โรงเรียนนั้นอีก แม้จะเดินผ่านใกล้ ๆ ก็ไม่อยากทำ

บางคนถึงขั้นคิดจะย้ายโรงเรียน ออกจากเมืองต้าชางให้ไกลที่สุด

อะไรอย่างการสอบเข้ามหาวิทยาลัยน่ะเหรอ? ช่างมันเถอะ

ใช้เป็นปลาเค็มยังดีกว่าต้องกลับไปเจอเรื่องแบบนั้นอีก

“ฉันง่วงมากแล้ว จะกลับไปนอนก่อน ถ้ามีอะไรโทรหาฉันก็แล้วกัน”

หยางเจี้ยนหาวหนึ่งที รู้สึกทั้งร่างกายและใจล้าเต็มที่ เหมือนแค่ล้มลงตรงนี้ก็จะหลับไปเลย

“จริงสิ มีเรื่องที่ต้องบอกพวกนายให้รู้ไว้ เกี่ยวกับ ชายชรา ในโรงเรียน วันสองวันนี้พวกนายควรเล่นอินเทอร์เน็ตให้น้อยลง โดยเฉพาะอย่าเข้าไปอ่านกระทู้เล่าเรื่องผีในบอร์ดนี้เด็ดขาด”

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดโพสต์ให้ทุกคนดู

“เห็นไฟล์เสียงนี่ไหม? จำไว้ ห้ามกดเปิดเด็ดขาด ไฟล์เสียงนี้เป็นเสียงเคาะประตู เหมือนกับที่เฉียนวั่นหาวเคยได้ยินจากมือถือก่อนหน้านั้น ถ้าใครฟังเข้าชายชราจะตามหาพวกนายทันที”

พูดจบ เขาก็เลื่อนขึ้น ซึ่งเป็นรูปของชายชราคนนั้น

“เอาออกไป เอาออกไป!”

ทันทีที่เห็นภาพถ่าย ทุกคนต่างผงะถอยด้วยความหวาดกลัว

หยางเจี้ยนพูดต่อ

“รูปไม่เป็นไร ฉันทดสอบแล้ว ปัญหาอยู่ที่ไฟล์เสียง ที่แปลกคือโพสต์นี้ยังไม่ถูกลบ คนที่อ่านเรื่องนี้แล้วกดฟังไฟล์เสียง คงมีเป็นหมื่นทั่วประเทศ ถ้าฉันเดาไม่ผิด ไม่นานจากนี้ ชายชราคนนั้นจะเริ่มเดินทางไปตามเมืองต่าง ๆ แล้วเริ่มเคาะประตูทีละคน”

“พูดอีกอย่างก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน…จะเกิดขึ้นทั่วประเทศ ครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงแต่คราวนี้คนที่เจอ…ไม่ใช่พวกเราแล้ว”

“นายช่วยอย่าพูดอะไรน่ากลัวแบบนั้นได้ไหม ฉันยังเด็กอยู่นะ” จางเว่ยมองเขาด้วยสีหน้าหวาดผวา

หยางเจี้ยนพูดเรียบๆ

“ก็ได้ งั้นไม่พูดแล้ว มือถือคืนเธอ”

จางเว่ยรีบส่ายหัว ถอยหลังไปหลายก้าว “ไม่เอาแล้ว นายรีบเอาไปทิ้งเถอะ สมมติว่าเบอร์ 138 นั่นโทรมาอีกล่ะ จะทำยังไง!”

“แต่นี่มันมือถือรุ่นใหม่เพิ่งออกมาไม่ใช่เหรอ? ตอนนั้นนายบอกว่าซื้อตั้งเก้าพันกว่า” หยางเจี้ยนถาม

จางเว่ยสูดหายใจลึก ก่อนพูดจริงจัง

“เพื่อนรัก เอาล่ะ ตอนนี้ฉันจะไม่ปิดบังแล้ว จริง ๆ แล้วฉันเป็นทายาทเจ้าของกิจการที่ไม่อยากเปิดเผยตัว เห็นร้านรวงริมถนนคนเดินนี่ไหม? ทั้งหมดนี่เป็นของบ้านฉันทั้งหมด ฉันไม่เดือดร้อนเรื่องเงินหรอก เดี๋ยวให้พ่อซื้อโนเกียให้ ไม่สิ ซื้อเพจเจอร์น่าจะปลอดภัยกว่า เบอร์พวกนั้นจะได้โทรเข้ามาไม่ได้”

หยางเจี้ยนมองหน้าเขา

“ถ้าบ้านรวยขนาดนั้น ทำไมไม่พกวิทยุสื่อสารประจำตัวไปเลยล่ะ”

“นั่นก็เป็นความคิดที่ดีนะ เดี๋ยวจะลองคิดดู”

คนอื่น ๆ พอได้ยินจางเว่ยพูดถึงเบอร์โทรศัพท์ ก็พากันกลัวจนไม่กล้าเก็บมือถือไว้เองเช่นกัน รีบโยนทิ้งเหมือนของต้องสาป

“อย่าโยนมาทางฉันสิ เสียดายของ” หยางเจี้ยนพูด

“นี่…นายยังจะเก็บไว้อีกเหรอ ถ้ามันโทรมาอีกจะทำยังไง?” เหมียวเสี่ยวซานมองเขาตาโต

“ความจนทำให้ฉันไม่กลัวอะไรแล้ว อีกอย่าง มือถือไม่ใช้ ก็ขายได้ไม่ใช่เหรอ?”

พูดจบ หยางเจี้ยนก็เก็บมือถือทั้งหมดกลับมา แล้วถาม

“ไม่เอากันแล้วจริง ๆ ใช่ไหม?”

“ไม่เอา!” ทุกคนตอบพร้อมกัน

หยางเจี้ยนพยักหน้า

“โอเค งั้นพวกเศรษฐีทั้งหลาย เดี๋ยวฉันจะขายเป็นมือสองทั้งหมด ได้เงินเท่าไหร่ก็ไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่ให้พวกนายสักหยวน…”

“……”

“งั้นฉันไปล่ะ”

เขาหิ้วโทรศัพท์เจ็ด แปดเครื่อง เดินจากไปทันที

“เดี๋ยว…พาฉันไปด้วย” หวังซานซานยังคงมีสีหน้าหวาดกลัว อยากเดินตามหยางเจี้ยนไป

“ฉันจะกลับไปนอน เธอจะตามกลับฉันบ้านไปนอนด้วยกันเหรอ?” หยางเจี้ยนถาม

หวังซานซานพูดเสียงเบา

“ฉันไม่ว่าอะไรนะ ถ้าจะให้ไปอยู่บ้านนายสักสองสามวัน”

“หืม?”

ทุกคนรวมถึงหยางเจี้ยนต่างตาโต

หวังซานซานแม้ไม่ใช่ดาวประจำห้อง แต่หน้าตาก็ดีไม่น้อย อีกทั้งเคยฝึกเต้นมาก่อน หุ่นดีมาก เอวบาง ขายาว และรูปร่างโดดเด่น… เพียงแต่ก่อนหน้านี้เธอกับหยางเจี้ยนไม่สนิทกันเท่าไร

ทำไมผ่านไปคืนเดียว ถึงได้มาขอไปอยู่บ้านเขา?

คนอื่นไม่เข้าใจ แต่หยางเจี้ยนรู้ดี

แน่นอนว่าหวังซานซานไม่ได้รู้สึกดีต่อเขาแบบนั้น แต่เป็นเพราะ เหตุการณ์ผีทารก ทำให้เธอยังกลัวจนไม่กล้าอยู่คนเดียวต่างหาก

จบบทที่ บทที่ 20 ถนนคนเดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว