- หน้าแรก
- การฟื้นคืนชีพของความลึกลับ
- บทที่ 11 ค่อย ๆ ฟื้นคืน
บทที่ 11 ค่อย ๆ ฟื้นคืน
บทที่ 11 ค่อย ๆ ฟื้นคืน
ใต้แสงไฟสลัว เมื่อมองเห็นชัดขึ้น ก็พบว่ามีทารกที่ทั้งร่างเป็นสีเขียวคล้ำกำลังนอนคว่ำอยู่ข้างตัวของหวังซานซาน ดวงตาสีดำสนิทคู่หนึ่งกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่ ในชั่วขณะนั้น หัวใจของทุกคนแทบจะพังทลายด้วยความหวาดกลัว
“อ๊า~!”
เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกัน ความหวาดผวาปะทุขึ้น ทุกคนต่างเผลอถอยหนีออกห่างจากหวังซานซานทันที
‘แย่แล้ว... ผีทารกตัวนี้ทำร้ายเราไม่ได้ ก็เลยหันไปทำร้ายคนอื่นงั้นเหรอ?’ หยางเจี้ยนกำหมัดแน่น รู้สึกถึงความสิ้นหวังอย่างรุนแรง
เขาอยากช่วยเธอ แต่กลับไม่กล้าเข้าไปใกล้
ดวงตาบนตัวเขาทำได้เพียงมองทะลุความมืดภายในเขตแดนภูตผีเท่านั้น แม้แต่ปกป้องตัวเองก็ยังเป็นเพียงสัญชาตญาณ ไม่มีวิธีใดจัดการกับผีทารกตัวนี้ได้เลย
“วิ่งต่อ”
เขากัดฟันแน่น
“กะ...ก็ก... ช่ะ…ช่วยฉันด้วย…”
หวังซานซานมีสีหน้าเจ็บปวดสุดขีด ราวกับปลาที่กำลังจะตาย เธออ้าปากค้าง มือค่อย ๆ เอื้อมไปทางหยางเจี้ยนอย่างยากลำบาก ราวกับนั่นเป็นความหวังสุดท้ายของเธอ เสียงร้องขอความช่วยเหลือแผ่วเบาอย่างสิ้นหวัง
แม้หยางเจี้ยนจะไม่หันกลับ แต่ดวงตาบนหลังศีรษะของเขากลับมองเห็นภาพนั้นทั้งหมด
เห็นเพื่อนร่วมชั้นอย่างหวังซานซานร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด เขาจึงหยุดเท้าทันทีโดยไม่รู้ตัว
ภาพนี้เหมือนกับตอนที่ฟางจิงผลักเขาเข้าไปในห้องน้ำไม่มีผิด
ตอนนี้หวังซันซันยังไม่หมดสติ แม้ในใจจะหวาดกลัวสุดขีด แต่ในวินาทีแห่งความสิ้นหวัง เธอปรารถนาอย่างยิ่งให้มีใครสักคนช่วยเธอไว้
‘ถ้าตอนนี้เราหนีไป เราจะต่างกับฟางจิงตรงไหน ใช้ชีวิตของเพื่อนมาถ่วงผีไว้เพื่อเอาตัวรอด?’
หยางเจี้ยนรู้สึกสับสนในใจ ‘หวังซานซานไม่เหมือนกับต้วนเผิงหรือเจิ้งเฟย พวกนั้นสมควรตาย ใครใช้ให้พวกมันพยายามฆ่าเราก่อนล่ะ’
‘แถมตอนนี้เราก็น่าจะถือว่าเป็นผู้ใช้ผีแล้ว มีพลังของผีอยู่ ไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไป การช่วยคนไม่แน่ว่าจะทำให้ตัวเองต้องตาย’
เพียงชั่วพริบตา เขาคิดอะไรไปมากมาย
ดวงตาผีด้านหลังยังคงจับจ้องหวังซานซาน ดูใบหน้าเธอที่ทรมาน ดิ้นรน และมือที่ค่อย ๆ ตกลง
ถ้าไม่ช่วยตอนนี้ หวังซานซานต้องถูกผีทารกบีบรัดจนตายแน่นอน
“ให้ตายสิ…”
หยางเจี้ยนสบถออกมา จากนั้นหมุนตัวกลับไปทันที ชกเข้าที่ศีรษะของผีทารกเต็มแรงโดยไม่ลังเล
ถ้าเหตุการณ์นี้ถูกอัปโหลดขึ้นอินเตอร์เน็ต เขาที่กำลังซ้อมเด็กทารกอย่างรุนแรง คงโดนพวกเกรียนคีย์บอร์ดรุมด่าแน่นอน
ผีทารกโดนหมัดเข้าไป หัวบางส่วนแฟบลง แต่กลับไม่เป็นอะไรเลย ดวงตาสีดำสนิทมองหยางเจี้ยนอย่างประหลาดใจ
“วา กะ กะ!”
เสียงกรีดร้องผิดรูปดังขึ้น ผีทารกเหมือนโกรธจัด มันปล่อยหวังซานซาน แล้วพุ่งเข้าหาหยางเจี้ยน ใบหน้าฉีกออก ปากอ้ากว้างเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ มันงับแขนของเขาเข้าไปครึ่งหนึ่งในทันที
เย็นเฉียบ เหนียวหนืด ราวกับถูกดูดเข้าไปในหลุมดำ ไม่เพียงแขนดึงออกไม่ได้ แต่ทั้งตัวเขายังกำลังถูกกลืนเข้าไปเรื่อย ๆ
“แค่ก… แค่ก ๆ…”
ตอนนี้หวังซานซานแทบทรุดนั่งกับพื้น หอบหายใจอย่างหนัก
‘เรากำลังจะถูกกิน?’
หยางเจี้ยนรู้สึกว่าร่างทั้งร่างเหมือนจะละลาย เลือดเนื้อเหมือนกำลังไหลเข้าสู่ปากนั้น อีกไม่นานเขาคงถูกกลืนหมดทั้งตัว
ทว่า
ทันใดนั้น ความเจ็บปวดแล่นจากแขนขึ้นมา
ราวกับว่าเนื้อหนังถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ วิญญาณกำลังถูกบดขยี้
ผีทารกร้องกรีดร้องอย่างเจ็บปวด พ่นแขนของหยางเจี้ยนออกมา แล้วร่างมันก็ร่วงลงพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะรีบคลานถอยไปเหมือนกำลังหนี และหายไปอย่างรวดเร็ว
“บ้าจริง… ความรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว…”
หยางเจี้ยนเหงื่อแตกทั่วตัว ร่างสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด ทนไม่ได้จนต้องร้องออกมา
แต่แล้วกลับเห็นว่าบนแขนที่ถูกผีทารกกัด มีแสงสีแดงฉานสว่างขึ้นมา เนื้อหนังถูกบางอย่างฉีกออกอย่างรุนแรง ดวงตาสีแดงผุดขึ้นมาจากบาดแผลนั้น
ก่อนหน้านี้บนหลังมือของเขามีเพียงดวงตาเดียว หลังถูกผีทารกทำร้ายก็มีดวงตาที่สองผุดออกมาที่ด้านหลังศีรษะ
แต่ตอนนี้ เพียงถูกกัดหนึ่งครั้งกลับงอกดวงตาเพิ่มขึ้นถึงสี่ดวงในคราวเดียว
จำนวนดวงตาสีแดงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
อาจเพราะเหตุนี้เอง ที่ทำให้ผีทารกตัวนั้นถอยหนีไป
“หะ…หยางเจี้ยน เธอเป็นยังไงบ้าง เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
หวังซานซานที่เพิ่งรอดตายมาได้ แม้ยังตกใจจนสติไม่กลับมาเต็มที่ แต่ใบหน้าก็ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทว่าหัวใจเธอรู้ดีว่าเมื่อครู่หยางเจี้ยนช่วยเธอไว้
เมื่อเห็นหยางเจี้ยนกำลังกลิ้งไปมาบนพื้นด้วยความเจ็บปวด เธอรีบถามด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน พร้อมยื่นมือเข้าไปจะพยุงเขา
ทันใดนั้น
หยางเจี้ยนก็หยุดดิ้นลง แขนข้างหนึ่งเหยียดออกไปด้วยท่าทางผิดรูป คว้าข้อมือของหวังซานซานเอาไว้ ท่วงท่านี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะทำได้
บนแขนมีดวงตาห้าดวง หมุนมองเธอพร้อมกันทั้งหมด
“อ๊า~!”
หวังซานซานทรุดลงไปนั่งกับพื้นด้วยความตกใจ กลั้นไม่อยู่จนต้องกรีดร้องออกมา
แต่ไม่นาน ดวงตาทั้งห้าบนแขนก็ปิดลง
ขณะนั้นเอง เสียงของหยางเจี้ยนดังขึ้นว่า
“ฉันไม่เป็นไรหรอก เป็นคนดีนี่มันไม่ง่ายจริง ๆ ฉันเกือบจะเสียชีวิตเพื่อช่วยเธอ สุดท้ายแล้ว ฉันก็ยังโหดเหี้ยมเท่าฟางจิงไม่ได้”
ความเจ็บปวดค่อย ๆ หายไป เขายืนขึ้นด้วยใบหน้าซีดเซียว พิงกำแพงเอาไว้ กล้ามเนื้อทั้งตัวกระตุกไม่หยุด
เขาไม่อยากสัมผัสความเจ็บปวดนั้นอีกครั้งเลย
‘ตอนที่ถูกกัดเหมือนร่างกายทั้งร่างจะถูกกินเข้าไป นี่คือพลังของผีทารกที่อยู่ในท้องของโจวเจิ้ง? น่ากลัวจริง ๆ เหมือนมันจะดูโตขึ้นด้วย?”
หยางเจี้ยนมองแขนของตัวเอง รู้สึกว่ามีบางสิ่งกำลังขยับอยู่ใต้ผิวหนัง ราวกับพร้อมจะโผล่ออกมาได้ทุกเมื่อ
การมีอยู่ของดวงตาเหล่านั้นยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
มันกำลังฟื้นคืนชีพขึ้นมาจริง ๆ
“ขะ…ขอโทษนะ เป็นฉันที่ถ่วงนายไว้” หวังซานซานเอ่ยเสียงแผ่ว
“ไม่เป็นไร ช่วยเธอเป็นการตัดสินใจของฉันเอง ฉันแค่ไม่อยากเป็นคนแบบฟางจิงที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอด อีกอย่าง ตั้งแต่โดนผลักเข้าไปในห้องน้ำนั่น ฉันก็เหมือนตายไปแล้ว ตอนนี้ฉันแค่พึ่งพาพลังของผีเพื่อยืดชีวิตออกมาเท่านั้น อยู่ต่อได้อีกนาทีหนึ่งก็ดี ถึงไม่ช่วยเธอ ฉันก็คงอยู่ได้ไม่นานอยู่ดี” หยางเจี้ยนกล่าว
หลังผ่านเหตุการณ์ทั้งหมด เขาก็เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองดีขึ้น
“อย่ายืนงงอยู่ตรงนั้น รีบไปเร็ว ถ้าเจ้านั่นกลับมาอีก เราคงตายกันหมด” หยางเจี้ยนฝืนความเจ็บปวดเอ่ยขึ้น
หวังซานซานเสียงสั่นเครือ “ฉะ…ฉันไม่มีแรงเลย เดินไม่ไหว…”
หยางเจี้ยนเห็นรอยมือสีเขียวคล้ำสองรอยอยู่หลังลำคอของหวังซานซาน
เป็นรอยที่ผีทารกทิ้งเอาไว้ คล้ายรอยสักฝังอยู่บนผิวชัดเจน และสีเขียวคล้ำกำลังลามออกไปรอบ ๆ ราวกับโรคติดต่อเฉียบพลัน
เขาใจหวิว แต่ไม่พูดออกมา เพราะไม่ใช่เวลาที่จะมาบอกเรื่องนี้
ผีทารกเพียงถูกผลักไสออกไปเพียงชั่วคราว มันจะต้องกลับมาอีก
หากโดนอีกสองสามครั้ง หยางเจี้ยนคิดว่าตัวเองคงจะลงเอยแบบเดียวกับโจวเจิ้ง ตายเพราะการฟื้นคืนของผี
“ฉันจะช่วยพยุง เธอลุกไหวไหม” เขาพยุงหวังซานซานขึ้น รู้สึกได้ว่าทั้งตัวเธอสั่นเทา
นั่นเกิดจากความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
ปากพูดว่าไม่ไหว แต่ร่างกายกลับตอบสนองอย่างซื่อสัตย์
“ยะ…ยังเดินได้”
หวังซานซานตอบ ร่างกายเผลอพิงเข้าหาเขาโดยอัตโนมัติ
เธอไม่ได้ตั้งใจ แต่เมื่อหวาดกลัวอย่างหนัก สัญชาตญาณมนุษย์จะมองหาผู้ที่แข็งแกร่งมาปกป้อง
และตอนนี้ หยางเจี้ยนก็คือคนคนนั้น