เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 เสียง ฝีเท้าที่อยู่ด้านหลัง

บทที่ 7 เสียง ฝีเท้าที่อยู่ด้านหลัง

บทที่ 7 เสียง ฝีเท้าที่อยู่ด้านหลัง


ร่างของหยางเจี้ยนอ่อนแรงจนแทบทรุดลงกับพื้น เขาหายใจแรงหลายครั้ง ก่อนจะรู้สึกถึงเหงื่อเย็นจากหน้าผากที่ไหลรินลงมาตามใบหน้า

เขาเพิ่งจะผ่านเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตายมา

‘ไม่ได้... อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ ต้องรีบหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด…’

หลังจากรอดพ้นจากเงื้อมมือของผีมาได้ เขาก็แทบไม่มีเวลาแม้แต่จะคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ หยางเจี้ยนรีบคว้าโทรศัพท์ เปิดไฟฉาย แล้วฝืนตัวเองให้ยืนขึ้น ในความมืดนี้มีผีแฝงตัวอยู่ ยิ่งเขาอยู่ที่นี่นานเท่าไร ความตายก็ยิ่งใกล้เข้ามามากขึ้นเท่านั้น

เขาเริ่มเดินลึกเข้าไปในความมืด ร่างสั่นเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเพราะความตึงเครียดที่มากเกินไป หรือเพราะความกลัวที่ไม่สามารถอธิบายได้ หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว แสงจากไฟฉายก็ขับไล่ความมืดออกไป และเขาก็ได้เห็นภาพของต้วนเผิงกับเจิ้งเฟยที่กำลังยืนอยู่ข้างผนังที่ขึ้นราและแตกร้าว ทั้งคู่ทุบกำแพงอย่างบ้าคลั่งด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด

“ใคร... ใครน่ะ!” เจิ้งเฟยร้องถามเสียงสั่น พลางหันขวับกลับมา เขามองเห็นเพียงแสงสลัวจากโทรศัพท์

หยางเจี้ยนถือโทรศัพท์ไว้ในมือ สีหน้าเย็นชา “ฉันเอง หยางเจี้ยน”

“หยาง... หยางเจี้ยน? นายยังไม่ตาย?” เจิ้งเฟยอุทาน ทั้งตกใจและหวาดกลัว

“พวกนายก็อยากให้ฉันตายเหมือนฟางจิงสินะ?” หยางเจี้ยนถามเสียงเรียบ

ต้วนเผิงอารมณ์พลุ่งพล่าน เขาก้าวพรวดเข้ามา คว้าคอเสื้อหยางเจี้ยนไว้แน่น แล้วตะโกนใส่

“แก... แกลากฉันเข้ามาทำไม! เราไม่เคยมีเรื่องกันเลย ทำไมถึงต้องทำร้ายฉันด้วย!”

หยางเจี้ยนต่อยเข้าที่หน้าเขาอย่างโกรธจัด “ฉันก็ไม่ได้มีเรื่องกับพวกแก! แต่พวกแกก็พยายามจะฆ่าฉันไม่ใช่เหรอ! พวกแกทำตัวเอง แล้วยังจะมาโทษฉันอีก? ฉันบอกแล้วไง  ถ้าจะตาย ก็ต้องตายด้วยกันทั้งหมด! ตอนนี้ฉันยังเสียใจอยู่เลยที่ไม่ได้ลากฟางจิงเข้ามาด้วย มันควรจะรู้ว่าความรู้สึกของการถูกผีจับตัวมาเป็นยังไง!”

ต้วนเผิงล้มลงไปกับพื้น เขาไม่สนใจความเจ็บปวด เอาแต่ร้องไห้สะอื้น “ฉัน... ฉันไม่อยากตาย... ฉันแค่อยากรอด... ฟางจิงมันบังคับฉัน ถ้าไม่ทำแบบนี้ ผีก็จะฆ่าพวกเราทั้งหมด! นายตายแค่คนเดียว ก็ยังดีกว่าตายกันหมดไม่ใช่เหรอ!”

“งั้นฉันต้องเป็นคนเสียสละงั้นหรอ? ไร้สาระ พวกนายกล้าขนาดนั้น ทำไมไม่สละชีวิตตัวเองล่ะ ทำไมต้องผลักให้คนอื่นไปตายแทนด้วย?”

เขาเงยหน้าขึ้น มองทั้งสองคนด้วยแววตาแข็งกร้าว “แล้วพวกนายคิดเหรอว่าถ้าส่งฉันเข้ามา แล้วพวกนายยังจะรอดออกไปได้? อย่าลืมสิ ข้างนอกยังมีผีอีกตัว และอย่าคิดว่าฟางจิงมันจะช่วยพวกนาย มันตั้งใจจะฆ่าฉันตั้งแต่แรก มันต้องรู้อะไรบางอย่างแน่ ไม่งั้นคงไม่คอยจับตาดูฉันแบบนั้น... ถ้าฉันยังมีชีวิตรอดออกไปได้ ฉันจะทวงคืนทุกอย่างที่มันทำไว้แน่...”

แต่ยังไม่ทันพูดจบ ต้วนเผิงก็สะท้านเฮือกทั้งตัว ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาหันกลับไปมองด้านหลังอย่างช้า ในความมืดนั้นมองไม่เห็นอะไรเลย แต่เขารู้สึกได้ถึงบางอย่างได้อย่างชัดเจน มี “มือเย็นเฉียบ” ข้างหนึ่งกำลังจับข้อมือของเขาไว้แน่น

ฝ่ามือนั้น มีพลังมหาศาล ต้วนเผิงถูกลากถอยหลังไปโดยที่เขาไม่สามารถขัดขืนได้เลย

“ชะ... ช่วยด้วย! หยางเจี้ยน! ช่วยฉันที!” เขากรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดกลัว

หยางเจี้ยนสะดุ้ง เขาเหลือบมองไปเห็นมือซีด ๆ บนข้อมือของต้วนเผิง หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผีตัวนั้นได้กลับมาแล้ว

เขารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาตามสัญชาติญาณ เตรียมจะเปิดไฟล์เสียง เพื่อขับไล่มันกลับไป หวังให้เหตุการณ์เหมือนคราวก่อน แต่จู่ ๆ เขาก็หยุดชะงัก มันคุ้มค่าที่จะช่วยจริง ๆ เหรอ?

ไม่… ไม่คุ้มเลย ที่เขาต้องตกอยู่ในสภาพนี้ ก็เพราะฟางจิง ต้วนเผิง และเจิ้งเฟย ตอนนี้พวกนั้นตกอยู่ในอันตราย ทำไมเขาจะต้องเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยด้วย? เมื่อกี้ก็ไม่เห็นมีใครยื่นมือมาช่วยเขาเลย ทุกคนก็คิดแต่จะหนีเอาตัวรอดเท่านั้น และถึงจะอยากช่วย... จะช่วยได้ยังไง? ไฟล์เสียงในมือถือทำได้แค่ไล่มัน ไม่ได้ทำร้ายมันจริง ๆ ที่ผ่านมา เขาก็แค่ใช้พลังของผีเป็นโล่ห์

‘พวกนายอยากรอด... แล้วฉันไม่อยากรอดหรือไง? ฟางจิงพูดถูก ที่ผ่านมา เรามันโง่เกินไป’ หยางเจี้ยนได้ยินฟางจิงพูดว่าเขาพยายามจะทำร้ายตัวเองในห้องเรียน แต่หยางเจี้ยนก็ไม่ได้ระวังตัวเลย

แต่ต่อไปนี้... จะไม่มีอีกแล้ว

หยางเจี้ยนลดมือที่ถือโทรศัพท์ลง เขาถอยหลังหนึ่งก้าว มองดูร่างของต้วนเผิงที่กำลังถูกความมืดดึงรั้งไปทีละนิดอย่างเย็นชา ไร้ซึ่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือและเสียงกรีดร้อง ในที่สุด เขาก็มองดูร่างของต้วนเผิงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว หายลับไปในความมืดพร้อมกับมือซีดเซียวที่ไร้หนทางของเขา

ในชั่วพริบตาที่ความมืดกลืนกินเขา แม้แต่เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็เงียบลงเช่นกัน ทุกสิ่งกลับสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงของหยดน้ำที่ตกกระทบพื้น

หยางเจี้ยนหันหน้ากลับมา สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสงบสติและกดข่มความกลัวไว้ จากนั้นก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เริ่มหาทางออกไปจากที่นี่

ผีตัวนั้นยังวนเวียนอยู่ที่นี่แน่ ถ้ายังอยู่ที่นี่ต่อไป เขาก็ไม่อาจมั่นใจได้เลยว่าครั้งหน้า มันจะไม่โจมตีเขาอีก ฟางจิงเคยพูดไว้ว่าการใช้ “คน” สามารถถ่วงเวลาผีไว้ได้ชั่วคราว ที่เขาถูกลากเข้ามาที่นี่ ก็เพราะฟางจิงตั้งใจจะใช้ชีวิตของเขาเป็นเหยื่อล่อเพื่อถ่วงเวลาผีตัวนั้น

ในเมื่อเป็นแบบนั้น... ตอนนี้ต้วนเผิงถูกมันจับไปแล้ว งั้นครั้งหน้าที่ผีจะปรากฏอีก ต้องมีช่วงเวลาห่างออกไปบ้าง หากการวิเคราะห์ของเขาถูกต้อง เขาก็จะปลอดภัยก่อนการโจมตีครั้งต่อไป

ได้แต่ภาวนาให้เป็นอย่างนั้น… คิดได้ดังนั้น หยางเจี้ยนก็เริ่มมองหาทางหนีจากที่นี่ทันที

“หยางเจี้ยน! นายจะไปไหน พาฉันไปด้วยสิ!”

เจิ้งเฟยเห็นหยางเจี้ยนกำลังจะเดินจากไป จึงรีบก้าวเข้ามาอย่างร้อนรน แต่หยางเจี้ยนไม่แม้แต่จะเหลียวมอง เขาเอ่ยปฏิเสธอย่างเย็นชา

“หาทางเอาเองเถอะ อย่าตามฉันมา นายยังจะหวังให้ฉันพาออกไปจากที่นี่อีกหรอ? อย่าลืมสิ ที่ฉันต้องมาติดอยู่ที่ขุมนรกนี้ ก็เพราะพวกนายทั้งหมด!” พอพูดจบ เขาก็เร่งฝีเท้า แล้วหายลับเข้าไปในความมืด

ที่ไม่ลงมือแก้แค้นทันที ก็เพราะยังเห็นแก่ความเป็นเพื่อนร่วมชั้นอยู่บ้าง ผีตัวนี้จะต้องมาตามหาเขาหลังจากฆ่าต้วนเผิงอย่างแน่นอน เขาจึงปล่อยให้เจิ้งเฟยรอความตายอยู่ที่นี่ ซึ่งจะช่วยซื้อเวลาให้เขาได้

หากผีตัวนี้โจมตีอีกครั้ง มันจะเล็งเป้าไปที่เจิ้งเฟยก่อนอย่างแน่นอน

เจิ้งเฟยตกใจจึงรีบตามไป แต่กลับไม่พบหยางเจี้ยน เหลือเพียงความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด

“หยาง... หยางเจี้ยน! นายอยู่ไหน... ออกมาสักทีสิ... ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ... ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริง ๆ...” เขาร้องเสียงสั่นปนสะอื้น มือทั้งสองควานหาไปในความมืด แต่ก็ไม่พบสิ่งใดเลย เขาเดินวนไปมาอยู่พักใหญ่ และในที่สุด เจิ้งเฟยก็พบว่าตัวเองหลงทาง

เขาหาหยางเจี้ยนไม่เจอ แม้แต่จะย้อนกลับไปยังผนังที่เคยยืนอยู่ก็ทำไม่ได้ ที่นี่... ไม่ใช่ห้องน้ำที่เขารู้จักอีกต่อไป มันได้กลายเป็นพื้นที่มืดที่ไร้ขอบเขตไปแล้ว

ความกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบงัน มันกัดกินความกล้าเพียงเล็กน้อยที่เหลืออยู่ของเขา จนหัวใจเริ่มสั่นไหว แล้วเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้า เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังมาจากด้านหลัง จากที่ไกล ๆ... ค่อย ๆ ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

เจิ้งเฟยกลืนน้ำลาย พยายามเรียกเสียงสั่น “ตะ... ต้วนเผิง? นายเหรอ?” แต่ยังไม่ทันพูดจบ ฝ่ามือสีขาวซีด ข้างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากความมืด มันคว้าลำคอของเขาแน่นจากด้านหลัง ฝ่ามือนั้นเย็นเยียบและแข็งทื่อ ไม่เหมือนกับมือของคนที่ยังมีชีวิตอยู่

“อ๊าาาา!!!” เสียงกรีดร้องสุดขีดดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง แต่หยางเจี้ยนไม่ได้ยินเสียงนั้นเลย เพราะตอนนี้ เขาเองก็กำลังเผชิญปัญหาอีกอย่างหนึ่ง… เขาหลงทางในความมืดอีกครั้ง

‘ที่นี่... ต้องไม่ใช่ห้องน้ำแน่ ๆ’ เขาคิดในใจอย่างเยือกเย็น

ความมืดเบื้องหน้าไร้ขอบเขต ระยะทางที่เดินมาก็ไกลเกินกว่าขนาดของห้องน้ำธรรมดาไปมากเมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เวลาก็ผ่านไปแล้วยี่สิบนาทีเต็ม ยี่สิบนาทีผ่านไปโดยไม่ได้ออกจากห้องน้ำแม้แต่ห้องเดียว ไม่เจอแม้แต่ผนังห้องน้ำหรือโถส้วม

คำอธิบายเดียวที่เหลืออยู่คือ เขาได้หลุดเข้ามาในสถานที่ที่ไม่รู้จัก

‘บ้าจริง... ไอ้ ‘เขตแดนภูตผี’ นี่มันคืออะไรกันแน่... ทำไมตอนบรรยายโจวเจิ้งไม่พูดถึงเรื่องนี้เลยนะ…’ หยางเจี้ยนคิดอย่างร้อนรน หากไม่มีข้อมูลที่เพียงพอ เขาก็วิเคราะห์อะไรไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการหาทางออกจากเขตแดนภูตผีแห่งนี้

ติ๋ง… ติ๋ง…

เสียงน้ำหยดจากก๊อกดังขึ้น

“เดี๋ยวนะ... เสียงนั่นหายไปตั้งนานแล้ว ทำไมถึงกลับมาดังอีกตอนนี้…”

ดวงตาของหยางเจี้ยนเปลี่ยนไปทันที เขารีบเดินตามเสียงหยดน้ำนั้นไปโดยไม่ลังเล ถ้ามีเสียงก๊อกน้ำ แปลว่าห้องน้ำก็อยู่ไม่ไกล ตราบใดที่เขากลับไปยังห้องน้ำที่คุ้นเคยได้ เขาก็จะเจอประตูบานนั้น และสามารถหนีออกไปจากนรกนี่ได้

“บ้าจริง... ถ้าสังเกตเห็นเรื่องนี้เร็วกว่านี้…”

เมื่อรู้ทิศทาง ความมั่นใจบางส่วนก็กลับมา หยางเจี้ยนเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น แต่ไม่นานนัก เสียงเตือนแบตเตอรี่ต่ำของโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทำให้เขาชะงักไปชั่วครู่ เขาลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะกัดฟันปิดเครื่องลง เพราะระหว่าง ความมืด กับ การเผชิญหน้ากับผี นั้น เขากลัวอย่างหลังมากกว่า

พลังงานที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ต้องเก็บไว้ใช้ยามจำเป็นเท่านั้น

เขาเดินต่อไปในความมืดอย่างระมัดระวัง

รอบข้างเงียบสงัดจนน่าขนลุก เงียบเสียจนได้ยินแม้แต่เสียงหายใจของตัวเองอย่างชัดเจน แต่เพียงครูเดียวหลังจากที่เขาปิดไฟและเริ่มเดิน ก็มีเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง มันกำลังใกล้เข้ามา

ทันใดนั้นหยางเจี้ยน ก็ชะงัก ร่างกายตึงเครียด เขาเปิดไฟฉายโทรศัพท์ทันทีและหันกลับไปมอง แสงส่องไปยังพื้นที่กว้างประมาณหนึ่งเมตร ด้านหลังเขามีเพียงความมืดมิด แต่เสียงฝีเท้ากลับยิ่งใกล้เข้ามาอีก

“เป็นไปไม่ได้ที่เจิ้งเฟยและต้วนเผิงจะทำแบบนี้” ใบหน้าของหยางเจี้ยนแข็งค้าง คนที่ยังมีชีวิตอยู่ คงไม่สามารถตามเขาไปได้อย่างแม่นยำแบบนี้ในความมืด ถ้าไม่ใช่เจิ้งเฟยกับต้วนเผิง ก็คงเป็นผีที่ซุ่มอยู่ในห้องน้ำ

‘เราต้องรีบออกไป!’ หยางเจี้ยนรู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามา หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ บทที่ 7 เสียง ฝีเท้าที่อยู่ด้านหลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว