เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 หลงทาง

บทที่ 5 หลงทาง

บทที่ 5 หลงทาง


เสียงตะโกนของโจวเจิ้งดังลั่นจนทุกคนในห้องเรียนได้สติกลับมา

แม้พวกเขาจะตกใจจนแทบจะหมดสติจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน แต่สัญชาตญาณเอาตัวรอดก็เป็นสิ่งที่ติดตัวสิ่งมีชีวิตมาตั้งแต่เกิด

“ถ้าอยากรอดก็ตามฉันมา!”

ฟางจิงเป็นคนแรกที่ตะโกน ก่อนจะวิ่งนำไปยังประตูหลังห้องเรียนด้วยความเร็วสูงสุด

พวกเขาอยู่ที่ชั้นห้า หากจะหนีออกจากโรงเรียน ต้องลงไปข้างล่างก่อน  ถ้าอยู่แค่ชั้นหนึ่งหรือสอง เขาคงกระโดดหน้าต่างหนีไปแล้วแบบไม่ลังเล แต่การกระโดดจากชั้นห้านั้นก็ไม่ต่างอะไรจากการฆ่าตัวตาย

การหนีของฟางจิง กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นอันรุนแรง คนอื่น ๆ ตอบสนองทันที และพากันวิ่งกรูออกมาจากห้องเรียนตามเขาไปอย่างไม่คิดชีวิต

หยางเจี้ยนเองก็ไม่ลังเลเช่นกัน เขาหมุนตัวแล้ววิ่งตามออกไปทันที เขามีลางสังหรณ์ว่า โจวเจิ้งคงจะถ่วงเวลาชายชราคนนั้นไว้ได้อีกไม่นาน…

โครม!

พื้นบางส่วนที่ทรุดโทรมอยู่แล้ว เริ่มพังถล่มทันทีเมื่อโดนเหยียบซ้ำจากฝูงนักเรียนที่กรูกันหนีเอาชีวิตรอด

เสียงไม้แตก เสียงฝีเท้าวิ่งจ้าละหวั่น และแล้ว…

โครม!

นักเรียนบางคนร่วงลงไปทันที

“จางเว่ย! เหมียวเสี่ยวซาน!”  หยางเจี้ยนอุทานสุดเสียง ก่อนจะรีบเบี่ยงตัวหลบจากบริเวณที่เริ่มทรุด

“แค่กๆ… ฉันไม่เป็นไร!” เสียงของจางเว่ยดังมาจากด้านล่าง เขาลุกขึ้นนั่ง พลางเอามือลูบก้นตัวเองด้วยสีหน้าบูดเบี้ยว

“บัดซบ… ใครผลักฉันเมื่อกี้!? ฉันจะฟ้องข้อหาพยายามฆ่าเลยคอยดู!”

โชคยังดีที่เขาตกลงไปแค่ห้องเรียนชั้นล่าง สูงราว ๆ สามเมตร แม้จะเจ็บ ก็ยังไม่ถึงขั้นพิการหรือถึงตาย แต่ตอนที่เขาหันไปมองอีกคนที่ตกลงมาด้วยนั้น หัวใจของเขาก็กระตุกวูบ

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก เสียงกรอก ๆ ดังลอดออกมาจากลำคอที่เต็มไปด้วยเลือด… ราวกับเธอยังมีชีวิตอยู่ เหล็กเส้นเปื้อนเลือดปักคาอยู่ที่ลำคอของเธอ หยางเจี้ยนเห็นมันชัดเต็มตา

เธอเป็นคนเรียนดี หน้าตาก็น่ารัก เป็นที่รู้จักของทุกคนในชั้น ไม่มีใครคาดคิดว่า… เธอจะกลายเป็นเหยื่อคนแรกกบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ คงไม่มีเวลาพอที่จะปฐมพยาบาล ยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ด้วยแล้ว

“ลุกขึ้น รีบหนีไปจากที่นี่!! อย่าเสียเวลา!”  หยางเจี้ยนตะโกนสั่งเสียงแข็ง แล้วหันหลังพุ่งออกไปทันทีโดยไม่ลังเล

“หยางเจี้ยน! นายไม่ต้องบอกฉันก็จะหนีอยู่แล้ว…”

“ให้ตายสิ นายจะทิ้งเพื่อนไว้แบบนี้เลยเรอะ!? อย่าหวังจะได้อะไรจากฉันในอนาคตเลยนะเว้ย!” จางเว่ยตะโกน

กลุ่มนักเรียนก็วิ่งออกจากห้องเรียนอย่างบ้าคลั่งและวิ่งลงบันได

‘เราจะหนีออกจากที่นี่ได้จริงๆ เหรอ?’

ภาพของชายชราในเสื้อคลุมสีดำ ผิวม่วงคล้ำไร้ชีวิต ยังคงติดตาเขาอยู่ไม่หาย ถ้าชายชราคนนั้นเป็นผีจริง ๆ… โจวเจิ้งจะรับมือไหวหรอ? ถึงยังไง เขาเองก็เคยพูดไว้ว่า  ผีฆ่าไม่ได้ ... มีแต่ผีด้วยกันเท่านั้น ที่จะจัดการกับผีได้

เดี๋ยวก่อน

หรือว่า... โจวเจิ้งเองก็เป็นผีเหมือนกัน!?

เพียงแค่คิดแวบเดียว หนังศีรษะของหยางเจี้ยนก็ชาไปหมด ร่างทั้งร่างเย็นเฉียบเหมือนตกลงไปในน้ำแข็ง

‘นี่เราฟังการบรรยายของผีมาหรอ? มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้กันแน่!?’

ขณะนั้น ที่ทางเดินนอกห้องเรียน โจวเจิ้งยังคงพยายามถ่วงเวลาขัดขวางไม่ให้ชายชราในชุดคลุมสีดำ ใช้ ‘เขตแดนภูตผี’ ซ้ำอีกครั้ง เพราะถ้าเขตแดนภูตผีปรากฏขึ้นอีก นักเรียนที่ยังอยู่จะไม่สามารถออกจากที่นี่ได้ แม้ว่าพวกเขาจะออกจากห้องเรียนไปแล้วก็ตาม

แต่ความน่ากลัวของชายชราในชุดดำ มันเกินกว่าที่โจวเจิ้งจะจินตนาการไว้ เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองจะถ่วงเวลาไว้ได้นานแค่ไหน

เวลานั้น นักเรียนทั้งกลุ่มพากันวิ่งลงบันไดอย่างบ้าคลั่งราวกับฝูงกระต่ายที่หวาดกลัว

หนึ่งชั้น สองชั้น สามชั้น….

ดูเหมือนกับว่า... ความหวังในการออกไปจากที่นี่ จะอยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น

แต่ทันทีที่ฟางจิงวิ่งมาถึงจุดเลี้ยวตรงกลางบันได เสียงแผ่วเบาคล้ายบางอย่างกำลังลุกไหม้ก็ดังขึ้นมา

ฟึ่บ…

แสงไฟตรงบันไดดับลงทันที ความมืดปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่อย่างสมบูรณ์ มืดสนิทจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วของตัวเอง แม้แต่แสงจากหน้าต่าง ก็ไม่มีให้เห็นเลยสักนิด

“กรี๊ดดด!!”  พอไฟดับลง เด็กผู้หญิงบางคนถึงกับกรีดร้องออกมาทันทีด้วยความตกใจกลัว

“ให้ตายสิ... หรือว่าโจวเจิ้งจะถึงขีดจำกัดแล้ว?”  เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มใบหน้าของฟางจิง

“หรือว่า เขตแดนภูตผี ปรากฏขึ้นอีกแล้ว?...ชายชรานั่น อยู่ระดับไหนกันแน่? ถึงได้น่ากลัวขนาดนี้”

เขาไม่กล้าหยุดแม้แต่ก้าวเดียว ทันทีที่รู้ตัวก็หันกลับไปตะโกนลั่น

“ทุกคน วิ่งต่อไป! อย่าหยุดเด็ดขาด!” เขาไม่ได้ตั้งใจจะเป็นฮีโร่ หรืออยากจะช่วยใคร  แต่เขาก็ปล่อยให้ทุกคนตายในเขตแดนภูตผีไม่ได้เช่นกัน เพราะถ้าเกิดมีใครตายอีก... เขตแดนภูตผีมันจะยิ่งน่ากลัวขึ้นอีกหลายเท่า

ในความมืดมิด พวกนักเรียนยังคงก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โชคดีที่พวกเขาคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมของโรงเรียนแห่งนี้ การเดินในความมืดเลยไม่ใช่เรื่องยากอะไร… แต่หลังจากเดินต่อไปได้อีกพักหนึ่ง

ฟางจิงก็หยุดลงอย่างกะทันหัน เขารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ไม่ใช่แค่เขา… หยางเจี้ยน ที่อยู่ด้านหลังก็เริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล ร่างของเขาตึงเครียดไปทั้งตัว

“เมื่อกี้... เราลงมาหลายชั้นแล้ว... มากกว่าห้าชั้นแน่ ๆ”

แต่บันไดข้างหน้านั้น...  ยังคงทอดยาวลงไปข้างล่าง ไม่มีที่สิ้นสุด

“หยุด! อย่าเดินต่อ!” ฟางจิงร้องสั่งเสียงเข้ม พอเขาหยุดเดิน คนข้างหลังก็หยุดตามไปโดยอัตโนมัติ ในสถานการณ์แบบนี้  ถึงแม้ฟางจิงจะสับสนแต่ก็ดูมีสติที่สุดในกลุ่ม เขาจึงกลายเป็นผู้นำของกลุ่ม

“ฟางจิง เป็นอะไร ทำไมถึงไม่เดินต่อ?” เสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งสั่นเครือด้วยความกลัว

“ถ้านายไม่ไป ฉันจะไปเอง ฉันไม่อยากรอความตายอยู่ที่นี่หรอกนะ”

เด็กผู้ชายคนหนึ่งพูดพร้อมฝืนก้าวต่อไปด้วยความหวาดกลัว ไม่นานนัก ร่างของเขาก็จมหายไปในความมืด

“ฟางจิง! ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทำอะไรบ้า ๆ นะ ถ้ายังชักช้าอยู่แบบนี้ เดี๋ยวก็มีคนตายกันพอดี!”

เสียงของใครบางคนที่หยุดเดินเช่นกันดังขึ้น

“จะเดินบ้าอะไร! พวกนายไม่มีใครนับเลยเหรอว่าเราลงบันไดมากี่ชั้นแล้วนับตั้งแต่ชั้นห้า?”

ฟางจิงตะโกนออกมาอย่างหัวเสีย

“พวกเรากำลังวิ่งหนีตายอยู่นะ ใครจะไปคิดเรื่องพรรค์นั้นเล่า!”

ในสถานการณ์แบบนี้ คนเรามักคิดอะไรไม่ออก ไม่ใช่ทุกคนที่จะรักษาสติไว้ได้ ตอนนั้นเอง หยางเจี้ยนที่เงียบมาตลอดก็พูดขึ้นเบา ๆ

“ก่อนที่ไฟจะดับ...พวกเราลงมาถึงชั้นสามแล้ว และกำลังจะเลี้ยวลงชั้นสอง แต่พอถึงตรงนั้น ไฟก็ดับ เราก็ยังคงลงต่อ และตอนนี้ เราน่าจะลงมาประมาณสามถึงสี่ชั้นได้แล้ว นั่นหมายความว่า...ตอนนี้เราอยู่ใต้ดิน แต่ตึกเรียนนี้มันไม่มีห้องใต้ดิน…”

“บ้าเอ๊ย หยางเจี้ยน! อย่าพูดอะไรหลอน ๆ แบบนั้นได้ไหม! แค่นี้ก็กลัวจะตายอยู่แล้ว!” เสียงของนักเรียนคนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความมืด

“แล้วเราจะเอายังไงต่อ? จะเดินต่อ หรือจะหยุดอยู่แค่นี้?”

“ลองเดินต่ออีกสักสองสามชั้นดูไหม? บางทีหยางเจี้ยนอาจจะคิดผิดก็ได้…”

ทันใดนั้นเอง แสงสว่างสลัว ก็ปรากฏขึ้นในเงามืด

นักเรียนหญิงคนหนึ่งที่กำลังตัวสั่นด้วยความกลัวค่อย ๆ ยกโทรศัพท์มือถือขึ้น ไฟจากกล้องสาดแสงออกมาทีละน้อย… เจาะทะลุม่านแห่งความมืดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก

มือถือยังใช้ได้อยู่? ทุกคนประหลาดใจ ก่อนจะรีบควักมือถือขึ้นมาเปิดไฟฉาย

แสงสว่างจำนวนมากค่อย ๆ ส่องขึ้นกลางความมืด แต่เมื่อเทียบกับจำนวนคนในห้องเรียนแล้ว มันน้อยเกินไป หรือพวกเขาอาจจะแยกจากกันไปหมดแล้ว?

ที่แปลกกว่านั้นคือ แสงไฟจากมือถือกลับส่องได้ไม่ไกลนัก เหมือนถูกความมืดรอบด้านสู้กลับ พวกเขามองเห็นได้แค่ระยะไม่ถึงเมตร เบื้องหน้าเต็มไปด้วยความมืดหนาแน่นดั่งหมึกดำ

ความมืดกดทับจนอึดอัด ราวกับว่าจะหลงทางอยู่ในนั้นได้ทุกเมื่อ

“เดินต่อไป” ฟางจิงกัดฟันพูด

เขาไม่มีทางเลือก สิ่งที่เผชิญหน้าอยู่ ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะรับมือได้เพียงลำพัง เขาทำได้เพียงภาวนาให้โจวเจิ้งยังมีชีวิต และยังพอรั้งวิญญาณร้ายไว้ได้ พร้อมทั้งทำลายเขตแดนภูตผี ไม่อย่างนั้น… ทุกคนคงติดอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล

พวกเขายังเดินลงบันไดต่อไป คราวนี้ไม่ใช่แค่ฟางจิง หลายคนเริ่มนับจำนวนชั้นที่เดินลงมา

หนึ่งชั้น… สองชั้น… สาม…

ยิ่งนับยิ่งใจเสีย จนถึงชั้นที่ห้า… แต่ข้างหน้ายังมีบันไดให้เดินต่อ

ทุกคนหยุดกึก มือเท้าเย็นเฉียบ สีหน้าตื่นตระหนก นักเรียนหญิงบางคนทรุดตัวนั่งกับพื้นแล้วปล่อยโฮออกมา

“เรา… เดินลงมาห้าชั้นแล้วนะ”

“ฉันก็นับได้เท่ากัน… จบแล้ว เราคงออกไปไม่ได้จริง ๆ”

บรรยากาศเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

ใบหน้าของฟางจิงซีดเผือด เขาไม่กล้าก้าวไปต่อ แต่ก็ไม่อยากยอมรับชะตากรรมแบบนี้ ที่ต้องมาตายโดยไม่รู้เหตุผล?

“หยางเจี้ยน… ยังไม่ตายใช่มั้ย?!” เขาตะโกนเสียงแข็ง

“ฉันไปทำอะไรให้นาย? อย่าสาปส่งกันแบบนี้สิ” หยางเจี้ยนพูดเสียงเรียบ สีหน้าเย็นชา

ฟางจิงฝ่าฝูงคนเข้ามากระชากคอเสื้อเขา “ไหน ๆ ก็ยังไม่ตาย งั้นนายก็นำทางสิ นายน่ะต้องรอดแน่ คนอย่างนายไม่มีทางตายในที่แย่ๆแบบนี้หรอก!”

หยางเจี้ยนพูดนิ่ง ๆ “นายรู้มากกว่าฉันอีก ถ้านายยังออกไปไม่ได้ แล้วฉันจะทำอะไรได้ล่ะ?”

“อย่ามาแถ! นายต้องรู้อะไรแน่ จะบอกมาดี ๆ หรือจะให้ฉันกระชากมันออกจากปาก!”

ฟางจิงเหมือนคนสิ้นหวังหมดหนทาง จึงได้ทุ่มเดิมพันสุดท้ายไว้กับหยางเจี้ยน ถ้าหยางเจี้ยนมีศักยภาพมากพอที่จะเติบโตไปถึงระดับนั้นได้ เขาก็ไม่มีทางมาตายอยู่ในที่แบบนี้แน่นอน

ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ฟางจิงจับตาดูหยางเจี้ยนมาโดยตลอด

ในเวลาแค่ไม่กี่นาที หยางเจี้ยนสามารถวิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวของผีที่เคาะประตูได้อย่างแม่นยำ แถมยังนับจำนวนชั้นบันไดที่พวกเขาวิ่งหนีมาได้อย่างชัดเจน

ชายคนนี้… มีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่น่าสะพรึงกลัว

คนทั่วไป หากได้เผชิญหน้ากับเขตแดนภูตผีหรือผีร้ายเข้า ก็แทบจะเสียสติไปแล้ว จะเหลือสติเพียงพอให้วิเคราะห์สถานการณ์แบบนี้ได้ยังไง?

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “พรสวรรค์

ในเวลาปกติ พรสวรรค์แบบนี้อาจดูไร้ประโยชน์ ต่อให้มีอยู่ก็ไม่มีโอกาสได้ใช้ แต่เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พรสวรรค์แบบนี้ต่างหากที่จะเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอด และหากเขาได้กลายเป็นผู้ควบคุมผีเมื่อไหร่ พรสวรรค์นี้จำทำให้เขาได้เปรียบอย่างมากในการต่อสู้กับภูตผี

“ฟางจิง นายถามฉันไปก็เปล่าประโยชน์ นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันเจอสถานการณ์แบบนี้เหมือนกัน ถ้าฉันมีวิธีออกจากที่นี่ คิดเหรอว่าฉันจะยังอยู่? ทุกวินาทีที่เรายังอยู่ในเขตแดนภูตผีแห่งนี้ มันก็เท่ากับเราเข้าใกล้ความตายเข้าไปอีก นายคิดว่าฉันอยากตายรึไง?” หยางเจี้ยนตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

คำพูดของหยางเจี้ยนทำให้หัวใจของฟางจิงเต้นแรงขึ้น เขาเพิ่งได้สติว่าอีกฝ่ายก็เป็นแค่มือใหม่ ช่างน่าตลกนัก ที่เขาถึงขั้นมาขอความช่วยเหลือจากคนที่แทบจะไม่รู้อะไรเลย หรือจะเป็นเพราะอิทธิพลที่หยางเจี้ยนจะมีต่อเขาในอนาคต มันยิ่งใหญ่จนทำให้เขาเผลอหวังพึ่งพา?

“ฟาง… ฟางจิง แย่แล้ว… ดูนั่นสิ…” จู่ ๆ เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งก็ชี้ไปทางหน้าประตูห้องน้ำด้วยมือที่สั่นเทา

มีห้องน้ำตั้งอยู่บริเวณระหว่างชั้นสามกับชั้นสองของอาคารเรียน

“บ้าเอ๊ย…เราวิ่งวนอยู่แถวนี้มาตลอด? ไม่เคยหนีออกจากชั้นสองได้เลย… พวกเราต้องตายแน่ๆ”

“ไม่…ไม่ใช่แค่นั้น! ดูหลังประตูสิ เหมือนจะมีใครอยู่ข้างใน!” นักเรียนคนนั้นส่องแสงจากมือถือไปยังประตูกระจก ทุกคนต่างถอยหนีด้วยสีหน้าตื่นตระหนก หลังบานกระจกของประตูห้องน้ำ มีเงาร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ในความมืด

“ใคร…ใครอยู่ข้างในน่ะ?” มีคนรวบรวมความกล้าตะโกนออกไป เขาหวังแค่เพียงว่า… คนที่อยู่ในนั้นจะเป็นเพื่อนร่วมชั้น

แกร๊งงง~!

เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกอย่างช้า ๆ มันดังขึ้น พร้อมกับแขนซีดขาวข้างหนึ่งที่ค่อย ๆ ยื่นออกมาจากความมืด มันวางมือลงบนประตู แล้วค่อยๆผลักประตูออก

“มันไม่ใช่คน ต้องเป็นผีอีกตัวแน่ ๆ” ฟางจิงเบิกตากว้าง ใบหน้าซีดเผือด แต่สุดท้ายแววตากลับแข็งกร้าวขึ้น

“หยางเจี้ยง ในเมื่อนายไม่รู้อะไร งั้นก็เข้าไปซะ!” พูดจบ เขาก็คว้าตัวหยางเจี้ยนแล้วผลักเขาเข้าไปในห้องน้ำก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว

จบบทที่ บทที่ 5 หลงทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว