เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ชายชรา

บทที่ 3 ชายชรา

บทที่ 3 ชายชรา


ผีฆ่าไม่ได้

มีแต่ผีด้วยกันเท่านั้น ที่จะจัดการกับผีได้

จงหารูปแบบของผีให้เจอ

ทั้งสามประโยคถูกเขียนไว้บนกระดานดำ ตัวหนังสือขีดเขียนหยาบ ๆ แต่มองเห็นได้อย่างชัดเจน  แสดงให้เห็นว่าโจวเจิ้งใช้แรงกดมากในการเขียน  เหล่านักเรียนที่มาทบทวนการเรียนภาคค่ำต่างมองหน้ากันด้วยความสับสน ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป

คน ๆ นี้ถูกเชิญให้มาบรรยายจริง ๆ หรอ? หรือเขาเป็นแค่คนบ้าที่เพิ่งหนีออกมาจากที่ไหนสักแห่ง?  สิ่งที่เขาพูดมันฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลย เหมือนกำลังล้อเล่นกับพวกเขา

นักเรียนบางคนส่ายหัวเพราะไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด บางคนก็เริ่มพูดคุยกระซิบกระซาบ และหัวเราะกันอย่างเสียงดัง เห็นได้ชัดว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้เอาคำพูดของโจวเจิ้งมาใส่ใจ มีแค่หยางเจี้ยนเท่านั้นที่หน้าตาดูจริงจัง เพราะเรื่องราวในเว็บบอร์ดเมื่อคืนและภาพถ่ายทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ ยิ่งรวมกับคำพูดแปลก ๆ ของคน ๆ นี้…

จะเป็นไปได้ไหมว่าโลกนี้กำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยจริง ๆ?

หลังจากโจวเจิ้งเขียนสามประโยคนี้ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงจ้องมองทุกคนด้วยดวงตาแดงก่ำที่อ่อนล้า

“ถ้านักเรียนมีคำถาม หรือมีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้น ให้ถามได้ ฉันจะตอบให้ ถ้าไม่มีคำถาม การบรรยายความปลอดภัยในวันนี้ก็จบลงตรงนี้”

แต่ไม่มีนักเรียนคนไหนกล้าถาม

‘เราควรถามเขาเรื่องรูปถ่ายชายชราคนนั้นดีไหม?’ หยางเจี้ยนเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดเว็บบอร์ดแล้วเลื่อนดูรูปชายชราอีกครั้ง

แต่ก่อนที่เขาจะตัดสินใจ ไฟในห้องเรียนก็ค่อย ๆ ดับลงเรื่อย ๆ จนไม่เหลือแสงสว่างในห้อง

“หือ?” โจวเจิ้งยืนอยู่บนโพเดียม สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แล้วก็กลายเป็นระวังตัวขึ้นมาทันที

หยางเจี้ยนเงยหน้าขึ้นมองด้วยความรู้สึกเหมือนโดนบางอย่างกดทับ สายตเขาาเผลอเหลือบไปมองนอกหน้าต่าง ทั้งร่างของเขาแข็งเกร็งโดยไม่รู้ตัว ความหวาดกลัวสุดขีดพลุ่งพล่านขึ้นมาจากในอก มันกัดกินเขาอย่างรวดเร็ว… จนในวินาทีนั้น เขารู้สึกราวกับร่างกายไร้ความรู้สึกไปหมด

นอกหน้าต่าง เขาเห็นเงาร่างหนึ่งอยู่ตรงระเบียงทางเดิน ดวงตาสีเทาหม่นไร้ชีวิตจ้องมองเข้ามาในห้องโดยไร้ซึ่งวิญญาณ ร่างนั้นยืนอยู่เหมือนศพที่เย็นเฉียบ

ชายชรา!!?

รอบ ๆ ชายชราคนนั้น มืดสนิทจนไร้แสงใด ๆ แสงไฟในระเบียงดูเหมือนจะดับลงในชั่วพริบตา ความมืดคลืบคลานเข้ามาในห้องเรียนอย่างรวดเร็ว ราวกับปรอทที่ค่อย ๆ กลืนกินทุกอย่าง

ผนังที่อยู่ใกล้ชายชราเริ่มเก่าโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด สีผนังที่เพิ่งทาใหม่แต่กลับดูเหมือนผ่านไปแล้วมากกว่าสิบปี มันเริ่มถูกปกคลุมด้วยตะไคร่ ปูนฉาบค่อย ๆ ดำคล้ำเป็นดวง ๆ ผนังปูนที่เคยแน่นกลับหลุดร่อนเป็นแผ่น ๆ ส่งกลิ่นเน่าเหม็นโชยออกมา

‘นั่นมันชายชราจากเรื่องเล่าในเว็บบอร์ด... เป็นไปไม่ได้ ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่?’

หยางเจี้ยนมือขาวซีดจากการเกร็ง เขาถือโทรศัพท์ไว้แน่น หน้าจอแสดงภาพของชายชรา ซึ่งดูเหมือนกับชายชราที่อยู่หลังหน้าต่างไม่มีผิด เพียงแต่ตัวจริงที่อยู่ข้างนอกนั้น น่ากลัวยิ่งกว่าในภาพถ่ายหลายเท่า

เขาลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ แต่เพราะเขาลุกแรงเกินไป จึงทำให้เก้าอี้ล้มลงกับพื้น นักเรียนคนอื่นหันมามองเขาพร้อมกัน

“หยางเจี้ยน จะยืนขึ้นทำไม รีบนั่งลง อย่าทำเสียงดังรบกวน” ครูหวังตะโกนมาจากข้างหลัง

แต่เหมือนหยางเจี้ยนจะไม่ได้ยินอะไรเลย เขาจ้องมองชายชราที่สวมชุดดำอยู่นอกหน้าต่างด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ชายชราขยับตัว …ร่างกายที่แข็งทื่อของเขาเคลื่อนไหวเหมือนเป็นเครื่องจักร ดวงตาที่ซีดเซียวและไร้ชีวิตชีวาดูเลื่อนลอย

กึก… กึก กึก!

เสียงฝีเท้ากระทบพื้นอย่างชัดเจน ดังจากทางเดินผ่านเข้ามาในห้องเรียน

‘เขากำลังจะผ่านไปใช่ไหม’ หยางเจี้ยนเหงื่อแตกพลัก หวังอย่างยิ่งว่าชายชราจะผ่านไป ไม่เข้ามาในห้องนี้

ถ้าเรื่องในเว็บบอร์ดเป็นเรื่องจริงล่ะก็ ถ้าชายชรานั่นก้าวเข้ามาเมื่อไหร่… ผลที่ตามมาคงเกินกว่าจะจินตนาการได้

แต่สิ่งที่เกิดไม่ได้เป็นไปตามที่เขาหวัง ชายชราไม่ได้เดินจากไป เขาเดินเพียงไม่กี่ก้าวแล้วก็มาหยุดอยู่หน้าประตูห้องเรียน

“หยางเจี้ยน ทำไมไม่ยอมนั่งลง? ไม่ได้ยินหรือไง กล้าดียังไงถึงมาทำเสียงดังรบกวนเวลาบรรยาย” ครูหวังเสียงเข้มขึ้น

กรี๊ด!

ในเวลานั้น นักเรียนหญิงคนหนึ่งก็กรีดร้องออกมา ก่อนจะชี้ไปที่หนังสือบนโต๊ะอย่างหวาดกลัว หนังสือบนโต๊ะค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นเหลืองซีด ก่อนจะขึ้นรา ผุพัง แล้วกลายเป็นกองเละคล้ายของเน่าเสีย

“เหม็นเน่าชะมัด! ซู่เล่ย ทำไมถึงมีกองขี้อยู่บนโต๊ะเธอเนี่ย” จางเว่ยอุดจมูกพูด

“เป็นไปไม่ได้... ตอนนี้ไม่น่าจะมีเขตแดนภูตผีเกิดขึ้นได้สิ!” นักเรียนชายคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ จางเว่ยหน้าซีดเผือด ลุกขึ้นยืนทันที และถอยหลังไปหลายก้าวอย่างรวดเร็ว

"ฟางจิง ตะโกนอะไรของเธอเนี่ย?"

ครูหวังโกรธจัด นักเรียนในชั้นที่ปกติก็มีระเบียบดีทำไมวันนี้ถึงเป็นแบบนี้กันไปหมด?

โจวเจิ้งที่ยืนอยู่บนโพเดียมหรี่ตาลง เต็มไปด้วยความระมัดระวัง ท่าทางอิดโรยก่อนหน้านี้ของเขาหายไปหมดสิ้น บัดนี้เขาดูราวกับสัตว์ป่าที่หลุดออกจากกรง ดวงตาที่จ้องไปยังฟางจิง ฉายแววกราดเกรี้ยวและดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แต่ฟางจิงยังคงสงบเยือกเย็นอย่างผิดปกติ ดูแล้วไม่เหมือนคนทั่วไป

“ดูเหมือนเธอจะรู้อะไรมาเยอะนะ เธอเองก็เป็นผู้ใช้ผี?” โจวเจิ้งถาม

“โจวเจิ้ง นี่เป็นเรื่องของผม ไม่ใช่เรื่องของคุณ” ฟางจิงจ้องหน้าหยางเจี้ยนอย่างดุดันแล้วพูด “ทั้งหมดนี้เป็นเพราะนาย นายเป็นคนเอาทุกอย่างมาที่นี่ ฉันควรฆ่านายตั้งแต่แรก ถึงตอนนี้เรื่องคงไม่บานปลายแบบนี้ แล้วในอนาคตนาย… น่ากลัวเกินไป!”

หยางเจี้ยนมองฟางจิงด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจที่เขาพูด แต่สิ่งที่เขากังวลมากกว่าคือชายชราชุดดำที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องเรียน

นักเรียนคนอื่นๆ ต่างตกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น

“บ้าเอ้ย ฟางจิง พูดเรื่องอะไรเนี่ย เกือบจะทำฉันตกใจตายแล้ว”

“ผู้ใช้ผี? อนาคตอะไรนั่นอีก สิ่งที่นายพูดมันซับซ้อนเกินกว่าที่ฉันจะเข้าใจ ฉันฟังไม่รู้เรื่องเลย มีใครช่วยอธิบายหน่อยได้ไหม?”

“ฟางจิงเหมือนจะรู้เรื่องอะไรบางอย่าง ฉันรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวมันมีอะไรผิดปกติ ไม่รู้ว่าคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่า”

“ไม่นะ บ้าเอ๊ย วันนี้ทำไมป็นแบบนี้? ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด? ฉันตามไม่ทันหรือโลกมันเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป แล้วทำไมหนังสือของฉันถึงกลายเป็นกองขี้ไปแล้ว!?”

นักเรียนกลุ่มนี้ไม่รู้เลยว่าอันตรายกำลังมาเยือน พวกเขาแค่รู้สึกอยากรู้อยากเห็น และตื่นเต้น

ทันใดนั้นเอง

ก็อก… ก็อกก็อก… ก็อก… ก็อกก็อก…

เสียงเคาะที่ทึบแต่ชัดเจนราวกับเคาะลงไปที่หัวใจของพวกเขา มันดังขึ้นในห้องเรียนพร้อมกับโทนที่เย็นเยียบชวนขนลุก ทุกคนรู้สึกเหมือนวิญญาณถูกบีบรัดด้วยบางสิ่งบางอย่าง เหมือนโดนกดอยู่ในน้ำจนแทบขาดอากาศหายใจ

‘เสียงเคาะประตู... เหมือนกันเลย’ หยางเจี้ยนใจสั่น

มันเหมือนเสียงในไฟล์เสียง เพียงแต่เสียงนี้ชัดเจนกว่า

สีหน้าของโจวเจิ้งซีดเซียวเป็นพิเศษ เขาหยิบโทรศัพท์พิเศษขึ้นมา กดปุ่มโทรออกทันที แล้วสายก็ถูกรับอย่างรวดเร็ว

“โจวเจิ้ง? รายงานสถานการณ์” เสียงผู้หญิงดังมาจากปลายสาย

“เกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติขึ้นที่นี่”

“รับทราบแล้ว”

ปลายสายตอบอย่างรวดเร็ว “นายจัดการไหวไหม?”

โจวเจิ้งตอบ “ผีสร้างเขตแดนขึ้นมาแล้ว มันกำลังเริ่มส่งผลกระทบกับพื้นที่ที่ฉันอยู่ ฉันไม่เห็นแสงสว่างด้านนอกเลย เขตแดนภูตผีนี้น่าจะกว้างกว่าที่ฉันคิดไว้”

“เขตแดนภูตผีงั้นเหรอ... สถานการณ์มันรุนแรงขึ้นแล้ว นายจัดการคนเดียวไม่ไหวหรอก รีบถอนตัวออกมาก่อน มันอันตรายเกินไป แถวนั้นอาจจะไม่ได้มีผีแค่ตัวเดียว แต่น่าจะมีถึงสองตัว ฉันแนะนำให้ถอย นายเองก็ใกล้ถึงขีดจำกัดแล้วด้วย แม้นายจะยอมเสี่ยงชีวิต ก็อาจช่วยใครไม่ได้ซักคน” เสียงจากปลายสายพูดรวดเร็วและจริงจัง”

โจวเจิ้งพูด “ไม่มีเวลาแล้ว ฉันอยู่ห่างจากมันไม่ถึงห้าเมตร มันยืนอยู่หน้าประตูห้องเรียนแล้ว น่าจะกำลังจับตามองฉันอยู่ เดี๋ยวฉันจะเปิดสายทิ้งไว้ ถ้าสายหลุดเมื่อไหร่ก็แปลว่าฉันไม่รอด… ฝากบอกพ่อแม่ฉันด้วย แค่นี้แหละ ฉันต้องไปแล้ว”

ก็อก… ก็อกก็อก…

เสียงเคาะดังมาจากด้านนอก เคาะยาวหนึ่งครั้ง ตามด้วยเคาะสั้น ๆ สองครั้ง เป็นจังหวะคงที่

“ครูหวัง มีคนเคาะประตู” นักเรียนคนหนึ่งที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยตะโกนขึ้นมา

ครูหวังลังเล เธอมองไปยังโจวเจิ้ง แม้จะดูเหมือนว่ามีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น แต่เธอก็เก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่ จึงเปิดประตูหลังห้องเรียนและเดินออกไปดู

“อย่าออกไป!” โจวเจิ้งรีบตะโกน

แต่มันก็สายไปเสียแล้ว ครูหวังเดินออกไปแล้ว แต่สิ่งที่แปลกก็คือ… เธอหายไปต่อหน้าต่อตาในช่วงพริบตาเดียว

ใช่ หายตัวไปเลย

ข้างนอกประตูห้องเรียนนั้นมืดสนิท ความมืดหนาทึบราวกับจะกลืนกินแสงทั้งหมดไป และทันทีที่ครูหวังก้าวออกไป… เธอก็หายวับไปในอากาศ ไม่มีแม้แต่เสียง ไม่มีแม้แต่ร่องรอย

ยิ่งไปกว่านั้น ทันทีที่ประตูห้องเรียนถูกเปิดออก ความมืดจากด้านนอกก็ไหลทะลักเข้ามาเหมือนหมอกดำหนาทึบ รุกคืบเข้ามาอย่างรวดเร็วภายในห้องเรียน

จบบทที่ บทที่ 3 ชายชรา

คัดลอกลิงก์แล้ว