เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 98 เหตุการณ์ผิดปกติ

บทที่ 98 เหตุการณ์ผิดปกติ

บทที่ 98 เหตุการณ์ผิดปกติ


เมื่อกลับมาถึงถ้ำพำนัก ซูจื่อโม่ไม่ได้รีบร้อนที่จะปรุงยาในทันที แต่กลับย่อยความรู้ที่ได้เรียนมาในวันนี้ต่อไป หากมีส่วนใดที่สงสัย ก็จะจดจำเอาไว้เงียบๆ

หลังจากนั้น ซูจื่อโม่ก็ได้ท่องจำตำรับยาเม็ดรวบรวมวิญญาณจนขึ้นใจ เวลาหนึ่งวันจึงผ่านพ้นไป

ราตรีกาลมาเยือน

ตามแผนการเดิมแล้ว เวลานี้ซูจื่อโม่ควรจะนอนอยู่บนเตียงหิน และฝึกฝนคัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดารต่อไป

แต่ทว่าบัดนี้ คัมภีร์ชำระไขกระดูกไม่สามารถฝึกฝนต่อไปได้ ซูจื่อโม่จึงทำได้เพียงใช้วิธีการหายใจเข้าออกตามสามคัมภีร์แรกอันได้แก่ การหลอมกายา การยืดเส้นเอ็น และการหลอมกระดูก เพื่อเข้าสู่ห้วงนิทรา

โชคยังดีที่คัมภีร์ชำระไขกระดูกเพิ่งจะฝึกฝนสำเร็จ ยังไม่ได้กลายเป็นความเคยชิน

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ซูจื่อโม่ตื่นแต่เช้า เริ่มฝึกฝนวิชารวบรวมลมปราณ เขาหยิบหินวิเศษออกมาจากถุงเก็บของกำไว้ในฝ่ามือ เริ่มยกระดับพลังฝีมือของตนเอง

หลังจากบรรลุขั้นรวบรวมลมปราณระดับห้าแล้ว ซูจื่อโม่ก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าความเร็วในการฝึกฝนของตนเองนั้นช้าลง

หากอาศัยเพียงหินวิเศษ ดูดซับเพียงพลังวิเศษระหว่างฟ้าดิน เมื่อถึงปลายปี ระดับพลังฝีมือของเขาก็อาจจะบรรลุได้เพียงขั้นรวบรวมลมปราณระดับแปดเป็นอย่างมาก

ถึงอย่างไร ซูจื่อโม่ก็ยังต้องแบ่งเวลาส่วนใหญ่ไปให้กับการปรุงยาและเรียนรู้วิธีการต่อสู้ด้วยกระบี่

ชั่วพริบตาเดียว เวลาก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว

ซูจื่อโม่ออกจากถ้ำพำนักอีกครั้ง ขับเคลื่อนกระบี่มุ่งหน้าไปยังยอดเขาโอสถ

สิ่งที่เหนือความคาดหมายก็คือ ผู้ที่มาถ่ายทอดวิชาและไขข้อข้องใจที่ยอดเขาโอสถในวันนี้ กลับเป็นท่านหัวหน้ายอดเขาโอสถ เด็กหนุ่มผู้มีผมขาวดุจกระเรียนแต่ใบหน้ายังคงเยาว์วัย!

เมื่อเทียบกับปู่เสวียเจินคนก่อนหน้า ความสำเร็จในวิชาการปรุงยาของเด็กหนุ่มผมขาวผู้นี้ สูงส่งกว่ามากเพียงใดก็มิอาจทราบได้

ขณะที่บรรยาย สายตาของเด็กหนุ่มผมขาวมักจะมองมาที่ซูจื่อโม่อยู่เสมอ ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ โดยไม่ทราบสาเหตุ

หลังจากรับฟังอยู่ครึ่งชั่วยาม ข้อสงสัยในใจของซูจื่อโม่ก็คลี่คลายลงจนหมดสิ้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรุงยาก็ลึกซึ้งขึ้นอีกมาก

เมื่อการบรรยายสิ้นสุดลง ซูจื่อโม่กำลังจะจากไป แต่เด็กหนุ่มผมขาวกลับเรียกเขาไว้ พร้อมกับกวักมือเรียก

ซูจื่อโม่รีบเดินเข้าไปหา

“เป็นอย่างไรบ้าง พอจะฟังเข้าใจหรือไม่?” เด็กหนุ่มผมขาวแย้มยิ้ม ท่าทีอ่อนโยน

แม้ว่าท่านหัวหน้ายอดเขาโอสถจะดูเป็นเพียงเด็กหนุ่ม แต่สำเนียงการพูดจานั้นไม่ต่างอะไรกับผู้ชรา เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้อยู่ในสภาวะย้อนวัยคืนความเยาว์

“อืม พอได้ขอรับ” ซูจื่อโม่พยักหน้า

“มีข้อสงสัยอันใดรึ?”

ซูจื่อโม่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงถามว่า

“ก่อนหน้านี้เคยได้ยินศิษย์พี่ปู่กล่าวไว้ว่า ยาใดๆ ล้วนมีพิษอยู่สามส่วน เว้นเสียแต่จะเป็นโอสถสมบูรณ์แบบ มิเช่นนั้นแล้ว แม้แต่ในโอสถระดับสุดยอด ก็ยังมีสิ่งเจือปนอยู่ ผู้ฝึกเทพยุทธ์ที่กลืนกินโอสถเข้าไป จะส่งผลกระทบต่อการฝึกวิชาหรือไม่ขอรับ?”

แววตาของเด็กหนุ่มผมขาวฉายแววชื่นชม พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ในวงการปรุงยา เหตุที่กำหนดให้สิ่งเจือปนสี่สิบเปอร์เซ็นต์เรียกว่าระดับต่ำนั้น เป็นเพราะตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา นี่คือประสบการณ์ที่บรรพชนนักปรุงยานับไม่ถ้วนได้สรุปเอาไว้ สามารถยืนยันได้ว่า ขอเพียงเป็นโอสถที่มีระดับ แม้จะเป็นโอสถระดับต่ำ ก็ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ฝึกเทพยุทธ์”

หยุดไปครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มผมขาวก็กล่าวต่อไปว่า “แต่ก็เคยมีบรรพชนนักปรุงยาเคยเสนอไว้ว่า การทานโอสถมากเกินไป สิ่งเจือปนจะตกค้างอยู่ในร่างกาย ยากที่จะขับออกมาได้ ยังคงจะส่งผลกระทบต่อการฝึกวิชาอยู่ดี”

“ในประเด็นนี้ ในโลกของผู้ฝึกเซียนยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันไป เพราะจะส่งผลกระทบอย่างไรโดยเฉพาะนั้น ปัจจุบันยังไม่มีผู้ใดค้นพบ”

ซูจื่อโม่พยักหน้า

เด็กหนุ่มผมขาวตบไหล่ของซูจื่อโม่เบาๆ แล้วกล่าวว่า “กลับไปฝึกฝนให้มากเข้าไว้ การปรุงยานั้นง่ายกว่าการหลอมยุทโธปกรณ์ ความชำนาญเกิดจากการฝึกฝน เจ้ามีเพลิงวิเศษระดับสามเป็นพื้นฐาน ย่อมต้องทำได้อย่างแน่นอน”

“ในภายภาคหน้าหากมีข้อสงสัย สามารถมาหาข้าได้ทุกเมื่อ”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูจื่อโม่ก็พลันเข้าใจในทันที

ที่วันนี้เด็กหนุ่มผมขาวมาเป็นผู้บรรยายหลัก คงจะเป็นเพราะเขาเป็นแน่

ในใจของซูจื่อโม่ก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา พยักหน้ารับ

เด็กหนุ่มผมขาวยื่นถุงเก็บของใบหนึ่งให้ซูจื่อโม่ แล้วกล่าวว่า “ในนี้มีสมุนไพรวิเศษอยู่ไม่น้อย เพียงพอให้เจ้าใช้ในการปรุงยาแล้ว รับไปเถิด”

ซูจื่อโม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรับถุงเก็บของมา แล้วโค้งคำนับอย่างสุดซึ้ง

...

กลับมายังถ้ำพำนัก

ซูจื่อโม่หยิบเตาปรุงยาออกมา เตรียมที่จะปรุงยาเป็นครั้งแรก

บนพื้น วัตถุดิบวิเศษทั้งสี่ชนิดได้ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบตามประเภทของมัน

ตำรับยา ซูจื่อโม่ก็ได้ท่องจำจนขึ้นใจแล้ว

ขั้นตอนแรกของการปรุงยา การเลือกวัตถุดิบ สิ้นสุดลง

ขั้นตอนที่สอง การสกัด

ตามชื่อของมันแล้ว ขั้นตอนนี้คือการใช้เพลิงวิเศษกำจัดสิ่งเจือปนในสมุนไพรวิเศษ เพื่อสกัดเอาแก่นแท้ออกมา

ซึ่งแตกต่างจากการหลอมยุทโธปกรณ์ ไม่ใช่ว่ายิ่งระดับของเพลิงวิเศษสูงเท่าไหร่ ผลของการสกัดก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

สมุนไพรวิเศษไม่เหมือนกับแร่ธาตุวิเศษ ไม่ได้มีความแข็งแกร่งทนทานที่จะต้องใช้ไฟแรงเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง

สมุนไพรวิเศษส่วนใหญ่นั้นบอบบางอย่างยิ่ง และอุณหภูมิของเปลวไฟที่สามารถทนได้ก็แตกต่างกันไป

หากอุณหภูมิสูงเกินไปเล็กน้อย สมุนไพรก็จะกลายเป็นเถ้าถ่านในทันที ทำได้เพียงสกัดใหม่อีกครั้ง

หากอุณหภูมิต่ำเกินไป ก็จะไม่ได้ผลลัพธ์ในการสกัด

สิ่งนี้จำเป็นต้องให้นักปรุงยาฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง จดจำอุณหภูมิของเปลวไฟที่เหมาะสมกับการสกัดสมุนไพรวิเศษแต่ละชนิดให้ขึ้นใจ

ซูจื่อโม่สูดลมหายใจเข้าลึก หยิบสมุนไพรวิเศษชนิดหนึ่งขึ้นมา เริ่มทำการสกัด

“พรึ่บ!”

เปลวไฟเพิ่งจะลุกโชนขึ้น สมุนไพรวิเศษต้นนี้ก็ถูกเผาเป็นเถ้าถ่านในทันที

วิญญาณพยัคฆ์ที่อยู่ข้างๆ เห็นภาพนี้เข้า ก็พลันแยกเขี้ยวหัวเราะ ในแววตาเต็มไปด้วยความขบขัน

ซูจื่อโม่ตวัดสายตามองวิญญาณพยัคฆ์แวบหนึ่ง สีหน้าสงบนิ่ง หยิบสมุนไพรวิเศษขึ้นมาอีกต้นหนึ่ง พยายามต่อไป

ล้มเหลว ก็ทำต่อไป!

ล้มเหลวอีก ก็ทำต่อไปอีก…

แววตาของซูจื่อโม่แน่วแน่ ไม่ท้อถอยแม้แต่น้อย พยายามอย่างต่อเนื่อง ปรับอุณหภูมิของเปลวไฟ

ในที่สุด ภายใต้การเผาไหม้ของเปลวไฟ สมุนไพรวิเศษต้นนี้ก็กลายเป็นแก่นแท้ลักษณะผงละเอียดกองหนึ่ง

ซูจื่อโม่นำผงละเอียดกองนี้ใส่เข้าไปในมุมหนึ่งของเตาปรุงยา แล้วสกัดสมุนไพรวิเศษต้นต่อไป

หลังจากล้มเหลวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผงแก่นแท้กองที่สองก็ถูกใส่เข้าไปในเตาปรุงยา แยกออกจากผงแก่นแท้กองแรก

เวลาผ่านไปถึงสองชั่วยามเต็มๆ หน้าผากของซูจื่อโม่ก็เริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นมา พลังวิเศษเกือบจะหมดสิ้นลงแล้ว จึงจะสามารถสกัดสมุนไพรวิเศษทั้งสี่ต้นได้สำเร็จ วางไว้ในสี่ส่วนของเตาปรุงยา

ซูจื่อโม่ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ไม่รีบร้อน นั่งขัดสมาธิ เริ่มฟื้นฟูพลังวิเศษ

ครู่ต่อมา ซูจื่อโม่ลุกขึ้นยืน ดำเนินการขั้นตอนที่สามของการปรุงยา การหลอมรวม

ในขั้นตอนนี้ จะต้องนำผงแก่นแท้ทั้งสี่กอง มาหลอมรวมเข้าด้วยกันตามอัตราส่วนและลำดับที่กำหนดไว้

ขั้นตอนนี้ค่อนข้างง่าย ในตำรับยาเม็ดรวบรวมวิญญาณได้ระบุอัตราส่วนและลำดับไว้อย่างชัดเจน

แต่หากอัตราส่วนผิดเพี้ยนไปแม้เพียงน้อยนิด คุณภาพของโอสถที่สร้างขึ้นในท้ายที่สุดก็จะแตกต่างกันไปอย่างมหาศาล กระทั่งอาจจะเกิดสถานการณ์ที่การสร้างแก่นโอสถล้มเหลวได้

หลังจากหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนที่สี่ของการปรุงยา การสกัดครั้งที่สอง

การสกัดในครั้งนี้สำคัญที่สุด

หากล้มเหลว ความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมาก็จะสูญเปล่า

แก่นแท้ของสมุนไพรวิเศษที่แตกต่างกันสี่ชนิดหลอมรวมเข้าด้วยกัน โครงสร้างเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก สามารถทนทานต่อการเผาไหม้ด้วยอุณหภูมิสูงได้ ในตอนนี้จึงจำเป็นต้องใช้ไฟแรงในการเผา

ข้อได้เปรียบของเพลิงวิเศษระดับสามจึงปรากฏออกมาให้เห็น

สุดท้ายแล้วจะสามารถสร้างเป็นแก่นโอสถได้หรือไม่ จะสามารถปรุงโอสถที่มีระดับออกมาได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าการเผาแก่นแท้ของสมุนไพรวิเศษในขั้นตอนนี้ จะสามารถกำจัดสิ่งเจือปนไปได้มากน้อยเพียงใด

เพลิงวิเศษระดับสามสีแดงชาดเผาไหม้เตาปรุงยาอย่างต่อเนื่อง ผงแก่นแท้ที่อยู่ภายในค่อยๆ กลายเป็นของเหลว

รูเล็กๆ ทั้งเก้าของเตาปรุงยาเริ่มมีไอน้ำสีขาวลอยออกมา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของยาก็โชยออกมา

หากในขั้นตอนนี้ระดับของเพลิงวิเศษต่ำเกินไป ก็อาจจะมีหมอกสีดำลอยออกมา ไม่เพียงแต่จะไม่มีกลิ่นหอมของยา แต่กลับจะมีกลิ่นฉุนแปลกๆ ออกมาแทน

ครู่ต่อมา การสกัดครั้งที่สองก็สิ้นสุดลง

ขั้นตอนที่ห้าของการปรุงยา การสร้างแก่นโอสถ

ขั้นตอนนี้ไม่อาจวอกแวกได้แม้แต่น้อย กระทั่งไม่สามารถถูกรบกวนจากภายนอกได้เลยแม้แต่น้อย มิเช่นนั้นแล้วการสร้างแก่นโอสถจะต้องล้มเหลวอย่างแน่นอน!

ซูจื่อโม่สูดลมหายใจเข้าลึก รักษาจิตใจให้สงบนิ่ง เริ่มแบ่งของเหลวแก่นแท้ในเตาปรุงยาออกเป็นเก้าส่วน รวบรวมเข้าด้วยกัน ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น เปลี่ยนสภาพเป็นโอสถที่เป็นของแข็ง

ในขณะนั้นเอง พลันบังเกิดความเปลี่ยนแปลงอันผิดปกติขึ้น!

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 98 เหตุการณ์ผิดปกติ

คัดลอกลิงก์แล้ว