เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 ลงมือ!

บทที่ 90 ลงมือ!

บทที่ 90 ลงมือ!


การที่กระบี่เล่มนั้นมิอาจแทงทะลุศีรษะของพยัคฆ์วิเศษได้ ทำให้ในดวงตาของซุนเทาฉายแววแห่งความขัดใจออกมาวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะสบถออกมาอย่างเย็นชาว่า

“ถือว่าเจ้าสัตว์เดรัจฉานดวงดีไป!”

“เจ้า—มัน—หา—ที่—ตาย!”

ส่วนลึกภายในนัยน์ตาทั้งสองข้างของซูจื่อโม่ปรากฏประกายแสงสีแดงฉานอันน่าพิศวงขึ้นมาจุดหนึ่ง เขาสะบัดเสียงตะโกนก้อง ก่อนจะก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างฉับพลัน ร่างกายพุ่งทะยานออกไปไกลถึงสองจั้ง ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าของซุนเทาในชั่วพริบตา!

ก้าวเท้านี้คือท่าก้าวย่างไถสวรรค์

แม้จะดูเป็นเพียงก้าวธรรมดา แต่กลับแฝงไว้ด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว ซุนเทาตกใจจนใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ในชั่วขณะหนึ่งเขารู้สึกราวกับว่าตนเองไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับมนุษย์ผู้หนึ่ง แต่เป็นอสูรร้ายจากยุคบรรพกาลตัวหนึ่ง!

จิตสังหารของซูจื่อโม่พลุ่งพล่านขึ้นสู่ท้องฟ้า เขาสะบัดฝ่ามือออกไป แล้วกดลงบนใบหน้าของซุนเทาอย่างรุนแรง

ปัง!

ซุนเทาไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต่อต้านได้เลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกเพียงว่าเบื้องหน้ามืดดับไป ก่อนจะถูกซูจื่อโม่กดลงกับพื้นอย่างแรง ศีรษะกระแทกเข้ากับพื้นอย่างจัง จนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ สลบไสลไปในทันที โลหิตไหลทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด!

“เอ๊ะ?”

ณ เหนือท้องฟ้าของลานประลองวิญญาณแห่งนี้ ลึกลงไปในหมู่เมฆหมอก ในสถานที่ซึ่งสายตามิอาจเอื้อมถึงได้ มีเสียงร้องอุทานด้วยความประหลาดใจดังขึ้นมาแผ่วเบา ปีกขนาดมหึมาคู่หนึ่งปรากฏขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องล่างด้วยสายตาอันแหลมคม

“แปลกประหลาด ในสายเลือดของเด็กคนนี้เหตุใดถึงได้...”

เสียงพึมพำที่แทบจะไม่ได้ยินดังแว่วมาจากเก้าชั้นฟ้า

เบื้องล่างของลานประลองวิญญาณ

เหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหันนี้ ทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาเป็นระลอก

เริ่มจากการที่ซุนเทาลงมือลอบโจมตี ทำร้ายพยัคฆ์วิเศษของซูจื่อโม่จนบาดเจ็บสาหัส ภาพเหตุการณ์นี้ ทุกคนยังพอที่จะยอมรับได้

แต่ในวินาทีถัดมา ทุกคนต่างก็ตกตะลึงไป

เมื่อเจ้าอ้วนน้อยคิดที่จะเข้าขัดขวาง ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว

ไม่มีผู้ใดคาดคิดได้เลยว่า ซูจื่อโม่จะกล้าลงมือกับซุนเทา และยิ่งไม่มีผู้ใดคาดคิดได้อีกว่า ซุนเทาจะถูกซูจื่อโม่ฟาดด้วยฝ่ามือเพียงครั้งเดียวจนสลบไสลไป ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร!

“ประมาท ต้องเป็นเพราะประมาทอย่างแน่นอน!”

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจของทุกคน

ผู้ฝึกปราณระดับแปดอย่างซุนเทาซึ่งเป็นศิษย์ของยอดเขาจิตวิญญาณ กลับถูกผู้ฝึกปราณระดับหกของยอดเขายุทโธปกรณ์เอาชนะได้ในกระบวนท่าเดียว มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือซุนเทาประมาทเกินไป

“จบสิ้นกันแล้ว จบสิ้นกันแล้ว! พี่ใหญ่เมินเฉยต่อกฎของสำนัก ลงมือกับศิษย์ร่วมสำนักเบื้องล่างของลานประลองวิญญาณ อีกทั้งซุนเทาก็ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร คราวนี้เรื่องใหญ่แล้ว”

เจ้าอ้วนน้อยเกาศีรษะของตนเองอย่างร้อนรน สมองหมุนติ้ว ครุ่นคิดหาหนทางแก้ไข

“บังอาจ!”

“กล้าดียังไง!”

“ซูจื่อโม่ เจ้ากล้าเมินเฉยต่อกฎของสำนัก ทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก เจ้าสิถึงจะหาที่ตาย!”

ศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณจำนวนมากพุ่งออกมาจากฝูงชน ล้อมรอบซูจื่อโม่เอาไว้ด้วยใบหน้าที่ไม่เป็นมิตร จ้องมองด้วยสายตาที่โกรธเกรี้ยว พลางตวาดเสียงดัง

เฟิงฮ่าวอวี่ยืนมองเหตุการณ์นี้อยู่ไม่ไกล ในดวงตาฉายแววขบขันขึ้นมาแวบหนึ่ง พลางเยาะเย้ยอยู่ในใจ

“ดูท่าทางแล้วคงจะไม่ต้องให้ข้าลงมือแล้ว เป็นเพียงคนเถื่อนผู้หนึ่งเท่านั้น หึๆ”

สีหน้าของซูจื่อโม่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง สายตาของเขาเย็นชาดุจน้ำแข็ง เมินเฉยต่อศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณที่อยู่โดยรอบ ก้มตัวลงไปอย่างใจเย็น โรยยาห้ามเลือดลงบนบาดแผลของพยัคฆ์วิเศษ แล้วเริ่มทำการรักษา

พยัคฆ์วิเศษอดทนต่อความเจ็บปวด กระพริบตามองไปที่ซูจื่อโม่ ในใจพลันบังเกิดความรู้สึกซาบซึ้งอย่างประหลาดขึ้นมา

เมื่อเห็นภาพนี้ เหลิ่งโหรวที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าอย่างลับๆ

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เพียงแค่การที่สามารถเผชิญหน้ากับศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณกว่าพันคนที่เต็มไปด้วยจิตสังหารได้อย่างสงบเยือกเย็นเช่นนี้ สภาพจิตใจเช่นนี้ก็นับว่าแข็งแกร่งอย่างแท้จริง

เหลิ่งโหรวยอมรับกับตนเองว่ายังไม่สามารถทำได้อย่างสงบนิ่งเช่นเดียวกับซูจื่อโม่

“ทุกท่านอย่าได้วู่วาม อย่าได้วู่วามเลยนะ”

เจ้าอ้วนน้อยรีบกระโดดออกมา ประสานมือคารวะไปทั่วทุกทิศทาง แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า

“การที่ทุกท่านลงมือในตอนนี้อาจจะสะใจก็จริง แต่มิใช่ว่าพวกท่านเองก็จะกลายเป็นผู้ละเมิดกฎของสำนักไปด้วยหรอกหรือ”

เมื่อได้ยินดังนั้น ศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณจำนวนมากก็มีสีหน้าลังเล ไม่กล้าที่จะลงมือโดยตรง ในชั่วขณะหนึ่งจึงได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่

สายตาของเฟิงฮ่าวอวี่สั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะหันไปด้านข้าง แล้วกระซิบกระซาบกับศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณคนหนึ่งที่อยู่ข้างกาย

ศิษย์คนนั้นพยักหน้ารับรู้ แล้วเหินกระบี่บินจากไป มุ่งหน้าไปยังตำหนักบนยอดเขาจิตวิญญาณอย่างรวดเร็ว

เหลิ่งโหรวเห็นภาพนี้ ในดวงตาฉายแววรังเกียจขึ้นมาแวบหนึ่ง

ไม่ต้องคิดให้มากความ เฟิงฮ่าวอวี่คนนี้จะต้องให้คนไปส่งข่าว แจ้งให้ผู้อาวุโสในสำนักมาจัดการกับซูจื่อโม่อย่างแน่นอน

“ซูจื่อโม่ เจ้าทำร้ายคนบนยอดเขาจิตวิญญาณของข้า คิดว่ายอดเขาจิตวิญญาณของข้าไม่มีคนอยู่แล้วรึ?”

ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากันอยู่นั้น เฟิงฮ่าวอวี่ก็พลันกล่าวขึ้นมาประโยคหนึ่ง

เมื่อได้ยินประโยคนี้ ในใจของเจ้าอ้วนน้อยก็กระตุกวูบ

ช่างเลวทรามยิ่งนัก!

ประโยคนี้ของเฟิงฮ่าวอวี่นั้น เป็นการยุยงปลุกปั่นโดยสิ้นเชิง เกรงว่าซูจื่อโม่กับศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณจะไม่ได้ต่อสู้กัน

ยิ่งเรื่องนี้บานปลายใหญ่โตมากเท่าไร โทษที่ซูจื่อโม่จะได้รับก็จะยิ่งหนักขึ้นเท่านั้น!

เป็นไปตามคาด ทันทีที่สิ้นเสียงของเฟิงฮ่าวอวี่ สีหน้าของศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณที่ลังเลอยู่ก่อนหน้านี้ก็พลันแปรเปลี่ยนไป มือค่อยๆ เลื่อนไปวางบนถุงเก็บของ พร้อมที่จะลงมือได้ทุกเมื่อ

ศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณคนหนึ่งในที่สุดก็ทนต่อไปไม่ไหว อาศัยว่าตนเองเคยฝึกฝนวิชาหลอมกายา ร่างกายแข็งแกร่ง จึงได้สบถออกมาอย่างเย็นชา เดินเข้าไปข้างหน้าแล้วยื่นมือไปคว้าผมของซูจื่อโม่ พลางกล่าวด้วยความเกลียดชังว่า

“ซูจื่อโม่ ข้าถามเจ้าอยู่ ไม่ได้ยินรึ อย่าแกล้งทำเป็นใบ้!”

“ไสหัวไป!”

ซูจื่อโม่ไม่ได้หันกลับมามอง เขาเพียงแต่สะบัดแขนออกไป ดูเหมือนจะอ่อนปวกเปียก แต่เมื่อสะบัดออกไปแล้วกลับราวกับแส้เส้นหนึ่ง เกิดเสียงดังเปรี้ยงขึ้นมากลางอากาศ!

เพียะ!

ฝ่ามือของศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณคนนี้ยังไม่ทันจะได้สัมผัสกับซูจื่อโม่ ตัวเขาเองก็ถูกซูจื่อโม่ฟาดด้วยฝ่ามือจนกระเด็นลอยเข้าไปในฝูงชน ฟันสีเงินในปากแตกละเอียด ไอออกมาเป็นเลือด ล้มลงกับพื้นไม่สามารถลุกขึ้นมาได้

ทุกคนต่างก็หน้าเปลี่ยนสีด้วยความตกใจ!

เจ้าอ้วนน้อยแทบจะร้องไห้ออกมา

เขาพยายามที่จะยับยั้งสถานการณ์ไม่ให้เลวร้ายลงมาโดยตลอด ไม่คาดคิดว่า ทุกสิ่งที่ทำไปก่อนหน้านี้จะสูญเปล่า

ซูจื่อโม่ลงมือได้รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด คนอื่นจึงมิอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองได้ทันท่วงที

ครานี้ ยิ่งเป็นการยั่วยุศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณให้โกรธแค้นขึ้นไปอีก

ศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณจำนวนมากต่างก็เรียกกระบี่บินของตนเองออกมา ลอยสั่นระริกอยู่กลางอากาศ พร้อมที่จะลงมือได้ทุกเมื่อ!

ศิษย์ยอดเขายุทโธปกรณ์หลายสิบคนล้อมรอบอยู่ข้างกายของซูจื่อโม่ ก็เรียกกระบี่บินของตนเองออกมาเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันด้วยความตึงเครียด พร้อมที่จะเกิดสงครามครั้งใหญ่ขึ้นได้ทุกเมื่อ!

รอยยิ้มในดวงตาของเฟิงฮ่าวอวี่ยิ่งเด่นชัดขึ้น

“อย่าขยับ อย่าขยับ!”

เจ้าอ้วนน้อยเมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ก็รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาเช่นกัน เขาถึงกับหยิบขวานขนาดใหญ่ออกมาจากถุงเก็บของ มือซ้ายหนีบยันต์แผ่นหนึ่ง แล้วแปะลงบนร่างของซูจื่อโม่

รอบกายของซูจื่อโม่ พลันปรากฏม่านแสงขึ้นมาคลุมไว้

นี่คือยันต์คุ้มกายแผ่นหนึ่ง

เจ้าอ้วนน้อยไม่ได้ใช้มันกับตนเอง แต่กลับมอบให้กับซูจื่อโม่โดยตรง

ในใจของซูจื่อโม่อบอุ่นขึ้นมาวูบหนึ่ง

การกระทำของเจ้าอ้วนน้อยในครั้งนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องสร้างความขุ่นเคืองให้กับศิษย์ร่วมสำนักยอดเขาจิตวิญญาณจำนวนมากอย่างแน่นอน

“ไอ้เจ้าอ้วน เจ้าอยู่ข้างไหนกันแน่!” ศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณคนหนึ่งตวาดเสียงดัง

สีหน้าของเจ้าอ้วนน้อยพลันเคร่งขรึมลง เขาถึงกับเก็บรอยยิ้มแล้วด่าทอออกมาเสียงดังว่า

“ไปตายซะ เจ้ามายุ่งอะไรว่าพ่ออ้วนจะอยู่ข้างไหน!”

คำด่าของเจ้าอ้วนน้อยในครั้งนี้ กลับทำให้ศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณจำนวนมากถึงกับตกตะลึงไป

นับตั้งแต่เข้าร่วมสำนักมา ทุกคนไม่เคยเห็นเจ้าอ้วนน้อยหน้าแดงมาก่อนเลย มองใครก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความเป็นมิตร หากพูดถึงมนุษยสัมพันธ์แล้ว เจ้าอ้วนน้อยยังดีกว่าเฟิงฮ่าวอวี่เสียอีก

เจ้าอ้วนน้อยรู้สึกว่าตนเองค่อนข้างจะเสียมารยาทไปหน่อย จึงได้พึมพำว่า

“อ้วนก็อ้วนสิ เกลียดที่สุดเลยที่คนอื่นมาเรียกว่าเจ้าอ้วนน่าตาย...”

ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงตวาดเบาๆ ดังมาจากที่ไกลๆ

“ทุกคนแยกย้ายกันไปให้หมด!”

แสงกระบี่สายหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตาก็มาถึงเหนือศีรษะของทุกคน เบื้องหน้าของกระบี่บินมีผู้ฝึกเทพยุทธ์คนหนึ่งยืนอยู่ ซึ่งเป็นผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานระยะต้น ด้านหลังก็คือศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณที่ไปส่งข่าวนั่นเอง

“คารวะศิษย์พี่เฉิน”

“ศิษย์พี่เฉินมาได้ทันเวลาพอดี ขอให้ท่านโปรดให้ความเป็นธรรมกับยอดเขาจิตวิญญาณของพวกเราด้วย ซูจื่อโม่แห่งยอดเขายุทโธปกรณ์ไม่สนใจกฎของสำนัก ลอบโจมตีศิษย์ร่วมสำนัก!”

ศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณจำนวนไม่น้อยจำคนผู้นี้ได้ จึงได้ประสานมือคารวะแล้วตะโกนขึ้น

เจ้าอ้วนน้อยรีบกระซิบเสียงเบาว่า “พี่ใหญ่ ท่านอย่าได้ล่วงเกินคนผู้นี้เป็นอันขาด นี่คือศิษย์ของหอลงทัณฑ์สายในนามว่าเฉินอวี่ สนิทสนมกับเฟิงฮ่าวอวี่เป็นอย่างดี การที่คนผู้นี้มาในครั้งนี้จะต้องมาหาเรื่องท่านอย่างแน่นอน ควรจะอดทนก็จงอดทน”

หยุดไปครู่หนึ่ง เจ้าอ้วนน้อยเกรงว่าซูจื่อโม่จะไม่ทราบถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ จึงได้กำชับอีกครั้งว่า “ศิษย์สายใน พวกเราล่วงเกินไม่ได้ มิเช่นนั้นแล้วในภายภาคหน้าเมื่อเลื่อนขึ้นสู่สายใน จะต้องลำบากอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นคนผู้นี้ยังเป็นคนของหอลงทัณฑ์อีกด้วย”

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 90 ลงมือ!

คัดลอกลิงก์แล้ว