เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 86 พลังแห่งสายเลือด

บทที่ 86 พลังแห่งสายเลือด

บทที่ 86 พลังแห่งสายเลือด


ซูจื่อโม่นอนอยู่บนเตียงหิน ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขาตั้งใจฟังเสียงอันแปลกประหลาดที่ดังก้องกังวานอยู่ในถ้ำพำนัก สัมผัสถึงความรู้สึกของการไหลเวียนของไขกระดูกภายในร่างกาย ในใจของเขาพลันเกิดความเข้าใจอันแจ่มแจ้งขึ้นมามากมาย ราวกับม่านหมอกที่บดบังปัญญาได้ถูกปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้น

เหตุผลที่คัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดารยิ่งฝึกฝนยิ่งยากลำบากนั้น ต้นตอของมันอยู่ที่ว่านี่เป็นกระบวนการจากภายนอกสู่ภายใน

เริ่มแรกคือการหลอมหนัง หลอมเนื้อ หลังจากนั้นคือการหลอมเส้นเอ็น ต่อมาจึงเป็นการหลอมกระดูก ดำเนินไปทีละขั้นตอน หลังจากหนัง เนื้อ เส้นเอ็น และกระดูกแล้ว จึงเป็นการหล่อหลอมไขกระดูก หรือก็คือการชำระไขกระดูกในคัมภีร์นั่นเอง

วิชากำลังภายนอกนั้นฝึกฝนได้ง่ายกว่า

เพราะไม่เพียงแต่จะมีคัมภีร์และวิธีการหายใจเข้าออกเป็นพื้นฐาน ยังมีท่าสังหารเคลื่อนไหวมากมายมาช่วยในการฝึกฝนหนังเนื้อเส้นเอ็นกระดูกอีกด้วย

เช่นสามกระบวนท่าวัวป่า การฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจะช่วยหล่อหลอมผิวหนัง สามกระบวนท่าอาชาสวรรค์ ก็คือการหลอมกระดูก

แต่พอเริ่มตั้งแต่คัมภีร์ชำระไขกระดูกเป็นต้นไป ในคัมภีร์กลับไม่มีท่าสังหารเคลื่อนไหวใดๆ อีกเลย ทำได้เพียงอาศัยความเข้าใจของซูจื่อโม่ เพื่อทำความเข้าใจความหมายอันลึกซึ้งในคัมภีร์เท่านั้น

ไม่ใช่ว่าคัมภีร์ไม่สมบูรณ์ แต่เป็นเพราะหากต้องการชำระไขกระดูกล้างไขกระดูก เพียงแค่อาศัยท่าเคลื่อนไหว ก็ไม่สามารถฝึกฝนได้ถึงขั้นนั้น!

ไขกระดูกอยู่ภายในกระดูก ท่าเคลื่อนไหวภายนอก อย่างลึกที่สุดก็ทำได้เพียงหลอมกระดูกเท่านั้น หากจะให้ลึกลงไปอีกกลับทำไม่ได้

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาหนทางใหม่ ใช้พลังอีกชนิดหนึ่ง เพื่อหล่อหลอมไขกระดูก

พลังชนิดนี้ ก็คือเสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาวนั่นเอง!

อันที่จริงแล้ว สำหรับเสียงชนิดนี้ ซูจื่อโม่ไม่ได้รู้สึกแปลกใหม่อะไรเลย ตอนที่อยู่ที่ตำบลผิงหยาง ซูเสี่ยวหนิงเคยเลี้ยงแมวตัวเล็กไว้ตัวหนึ่ง

แมวตัวเล็กตัวนี้ไม่ยอมอ้าปาก ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ แต่บางครั้งในร่างกายของมันกลับมีเสียง ‘ครืด...ครืด...’ ดังออกมา ซึ่งคล้ายคลึงกับเสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาวอย่างยิ่ง

แน่นอนว่า ไม่ว่าจะเป็นพยัคฆ์วิเศษหรือเสือดาววิเศษ หากปราศจากการสนับสนุนจากคัมภีร์ชำระไขกระดูกแล้ว ในด้านการชำระไขกระดูก ย่อมด้อยกว่าซูจื่อโม่อย่างเทียบไม่ติด

เสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาว เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของคัมภีร์ชำระไขกระดูกเท่านั้น

ความลับที่แท้จริง ยังคงอยู่ในคัมภีร์

ในสมองของซูจื่อโม่หวนนึกถึงคัมภีร์ในบทชำระไขกระดูก เขาเริ่มเลียนแบบเสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาว

“ฟี้... ฟี้... ครืด... ครืด...”

ด้วยการลองผิดลองถูกอย่างต่อเนื่อง การเลียนแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในที่สุดภายในร่างกายของซูจื่อโม่ ก็ค่อยๆ มีเสียงอันแปลกประหลาดดังออกมาเช่นกัน

ภายใต้แรงสั่นสะเทือนของเสียงนี้ ของเหลวในกระดูกก็ไหลเวียนดังซ่าๆ ความเร็วในการโคจรยิ่งมายิ่งเร็วขึ้น สร้างเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง ผสานเข้ากับสายเลือดของซูจื่อโม่

ความหมายของการชำระไขกระดูก ก็คือการเปลี่ยนโลหิต

การสั่นสะเทือนของไขกระดูก จะสร้างเลือดที่สดใหม่ออกมา เลือดเหล่านี้แข็งแกร่งกว่าเลือดในร่างกายของซูจื่อโม่อย่างมากมายมหาศาล!

ตามที่กล่าวไว้ในคัมภีร์ชำระไขกระดูก หากฝึกฝนคัมภีร์ชำระไขกระดูกสำเร็จขั้นต้น จะสามารถสังหารผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานระยะต้นได้ หากฝึกฝนคัมภีร์ชำระไขกระดูกสำเร็จขั้นสูง จะสามารถสังหารผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานระยะกลางได้อย่างง่ายดาย หรือแม้กระทั่งสามารถต่อกรกับผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานระยะปลายได้!

นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของการชำระไขกระดูกเปลี่ยนโลหิต!

ไม่ว่าจะเป็นการหลอมกายา ยืดเส้นเอ็น หรือหลอมกระดูก ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่ฝึกฝนก็เป็นเพียงพลังภายนอกเท่านั้น

แต่หลังจากเข้าสู่คัมภีร์ชำระไขกระดูกแล้ว สิ่งที่ซูจื่อโม่ฝึกฝนก็คือพลังชนิดหนึ่งที่มาจากภายในสู่ภายนอก พลังชนิดนี้มาจากสายเลือด!

ในตอนที่อยู่ที่เทือกเขาชางหลาง ซูจื่อโม่ถูกผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานของสำนักนิกายสุขารมณ์ไล่ล่า ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย สุดท้ายจึงต้องระเบิดพลังแปลงร่างวานรโลหิตออกมาจึงจะสามารถหลบหนีเอาชีวิตรอดมาได้

เหตุผลที่การแปลงร่างวานรโลหิตสามารถได้รับพลังอันแข็งแกร่งได้ในระยะเวลาอันสั้น ก็เนื่องมาจากพลังแห่งสายเลือดนั่นเอง

หลังจากการแปลงร่างวานรโลหิต ซูจื่อโม่จะอ่อนแอลงอย่างมาก นั่นเป็นเพราะในตอนนั้นซูจื่อโม่ยังไม่ได้สัมผัสกับคัมภีร์ชำระไขกระดูก ร่างกายของเขายังห่างไกลจากความสามารถที่จะรองรับพลังอันแข็งแกร่งที่มาจากสายเลือดได้

แต่ในอนาคต สถานการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

หลังจากคัมภีร์ชำระไขกระดูกแล้ว การแปลงร่างวานรโลหิตสำหรับซูจื่อโม่ก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป

เพราะเพียงแค่ซูจื่อโม่ฝึกฝนคัมภีร์ชำระไขกระดูกสำเร็จขั้นต้น เมื่อใดที่เขาโคจรพลังสายเลือด ก็จะสามารถระเบิดพลังอันน่าสะพรึงกลัวในสายเลือดออกมาได้!

ชั่วพริบตาเดียว ค่ำคืนก็ผ่านพ้นไป

เสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาว ซูจื่อโม่ได้เรียนรู้ในเบื้องต้นแล้ว

ซูจื่อโม่ลุกขึ้นยืน ในใจเต็มไปด้วยความยินดี ความหม่นหมองก่อนหน้านี้ถูกปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้น

หลังจากติดขัดอยู่ที่คัมภีร์ชำระไขกระดูกมานาน ในที่สุดก็มีความคืบหน้าเสียที

ซูจื่อโม่มองไปยังพยัคฆ์วิเศษและเสือดาววิเศษสองตัว ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ความคิดที่จะฆ่าพวกมันในตอนแรกก็เปลี่ยนไปแล้ว

ไม่ว่าจะอย่างไร การที่สามารถเข้าใจคัมภีร์ชำระไขกระดูกได้ สัตว์วิเศษทั้งสองตัวนี้ก็มีคุณูปการไม่น้อย

พยัคฆ์วิเศษและเสือดาววิเศษตื่นขึ้นมานานแล้ว เมื่อเห็นรอยยิ้มของซูจื่อโม่ สัตว์วิเศษทั้งสองก็ตัวสั่นสะท้านขึ้นมา กลับรู้สึกขนลุกชันอย่างน่าประหลาด

ช่วงเวลานี้ พวกมันไม่เคยเห็นซูจื่อโม่ยิ้มเลย

บัดนี้มนุษย์ผู้นี้กลับยิ้มออกมา…

“จบสิ้นแล้ว จบสิ้นกัน! ดูท่าทางมนุษย์ผู้นี้คงจะลงมือกับท่านพยัคฆ์แล้วเป็นแน่!” พยัคฆ์วิเศษคร่ำครวญอยู่ในใจ

เสือดาววิเศษยิ่งรู้สึกผิดมากกว่า

เมื่อคืนมันบังเกิดจิตสังหาร เกือบจะต้องจบชีวิตลง ณ ที่แห่งนั้น บัดนี้จึงได้แต่ก้มหัวต่ำ ไม่กล้ามองหน้าซูจื่อโม่เลยแม้แต่น้อย

ซูจื่อโม่เดินเข้าไปข้างหน้า มือซ้ายยกพยัคฆ์วิเศษขึ้น มือขวายกเสือดาววิเศษขึ้น เดินออกจากถ้ำพำนัก มุ่งหน้าตรงไปยังภูเขาด้านหน้า

หลังจากเดินผ่านม่านหมอกอันหนาทึบ ซูจื่อโม่ก็มาถึงด้านนอกของสำนัก เขาวางสัตว์วิเศษทั้งสองตัวลง แล้วกล่าวว่า “พวกเจ้าไปเถอะ”

พยัคฆ์วิเศษ “...”

เสือดาววิเศษ “...”

สัตว์วิเศษทั้งสองถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ สมองหมุนตามไม่ทัน

นี่เขาจะปล่อยพวกมันไปแล้วอย่างนั้นรึ?

หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ สัตว์วิเศษทั้งสองยังคงหมอบอยู่บนพื้น เชื่องราวกับลูกแมวตัวน้อย ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

ซูจื่อโม่อมยิ้ม พลางโบกมือกล่าวว่า “ไปเถอะ ต่อไปห้ามทำร้ายผู้คนอีก”

ครั้งนี้ สัตว์วิเศษทั้งสองได้ยินความสบายๆ และผ่อนคลายในน้ำเสียงของซูจื่อโม่

มนุษย์ผู้นี้ดูเหมือนจะต้องการปล่อยพวกมันไปจริงๆ หรือ?

เสือดาววิเศษค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ขยับตัวเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าซูจื่อโม่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จึงค่อยๆ เดินจากไป

เดินไปได้สองสามก้าว เสือดาววิเศษก็รีบหันกลับไปมอง เมื่อพบว่าซูจื่อโม่ไม่ได้ไล่ตามมา จึงค่อยรู้สึกวางใจลงเล็กน้อย

แต่ถึงกระนั้น เสือดาววิเศษก็ยังไม่กล้าวิ่ง ทำได้เพียงย่างก้าวเล็กๆ ค่อยๆ เดินห่างออกไปทีละน้อย และหันกลับมามองเป็นระยะๆ

พยัคฆ์วิเศษไม่ได้ขยับ เพียงแค่กระพริบตาปริบๆ มองไปยังซูจื่อโม่

“เจ้าทำไมไม่ไปเล่า?”

พยัคฆ์วิเศษแยกเขี้ยว ยิ้มอย่างประจบประแจง ทั้งยังกระดิกหางอย่างเอาจริงเอาจัง

ทันทีที่ทำท่านี้ออกมา พยัคฆ์วิเศษก็ตกใจ พลางสบถด่าตัวเองว่า

“บัดซบเอ๊ย! ท่านพยัคฆ์เป็นเจ้าป่า เหตุใดจึงต้องมาทำท่ากระดิกหางเหมือนสุนัขเช่นนี้ด้วย?”

“เจ้าไม่ไป ข้าไปแล้วนะ” ซูจื่อโม่กล่าวจบ ก็หันหลังเดินเข้าไปในม่านหมอก

พยัคฆ์วิเศษลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเดินตามเข้าไป

“หืม?”

ซูจื่อโม่มองไปยังพยัคฆ์วิเศษที่อยู่ข้างหลัง พลางยิ้มแล้วถามว่า “อะไรกัน เจ้าจะตามข้ามาด้วยรึ?”

พยัคฆ์วิเศษรีบพยักหน้า พยัคฆ์วิเศษครุ่นคิดในใจ

“ล้อกันเล่นหรือไร มนุษย์ผู้นี้ช่างประหลาดนัก ไม่ทำอะไรก็เอาแต่ทรมานให้ท่านพยัคฆ์คำรามลั่น จะยอมปล่อยพวกเราไปง่ายๆ ได้อย่างไรกัน? ต้องเป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำเป็นแน่! หากพวกเราหนีไปจริงๆ เขาจะต้องลงมือสังหารอย่างแน่นอน!”

พยัคฆ์วิเศษหันกลับไปมองเสือดาววิเศษที่กำลังเดินจากไปอย่างหวาดระแวงอยู่ไม่ไกล ในใจพลางไว้อาลัยให้มัน “สหายเสือดาว ขอให้เจ้าโชคดีเถอะ ข้าว่าเจ้าคงจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว”

ซูจื่อโม่ไหนเลยจะรู้ความคิดในใจของพยัคฆ์วิเศษ เมื่อเห็นพยัคฆ์วิเศษยืนกรานเช่นนี้ เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ จึงได้พามันเดินผ่านมหาค่ายกลหมอกมายาไป

ตลอดเส้นทาง พยัคฆ์วิเศษเฝ้ารอให้ซูจื่อโม่หันกลับไปไล่ล่าสังหารเสือดาววิเศษ

ผลปรากฏว่า จนกระทั่งเดินออกจากมหาค่ายกลหมอกมายาแล้ว ซูจื่อโม่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหันกลับไปเลย

พยัคฆ์วิเศษจึงตระหนักได้ว่า เมื่อครู่ซูจื่อโม่ต้องการปล่อยพวกมันไปจริงๆ

“ไอ้บ้าเอ๊ย!”

พยัคฆ์วิเศษโกรธจนกัดฟันกรอด พลางสบถด่าในใจ

“นี่ไม่เท่ากับว่าท่านพยัคฆ์ขุดหลุมให้ตัวเอง แล้วกระโดดลงไป แถมยังกลบดินฝังตัวเองอีก...”

“ยังมีโอกาส ยังมีโอกาส”

พยัคฆ์วิเศษปลุกใจตัวเองอยู่ในใจ เตรียมหาโอกาสวิ่งหนีสุดชีวิต ไม่หันกลับมามองอีกเลย

ในขณะนั้นเอง ก็มีจินตันเจินเหรินผู้หนึ่งเหินเวหามาจากที่ไกลๆ เมื่อเห็นซูจื่อโม่ที่อยู่เบื้องล่าง ก็ส่งเสียงประหลาดใจเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนทิศทาง ร่อนลงมาอยู่เบื้องหน้าของคนหนึ่งคนกับสัตว์หนึ่งตัว

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 86 พลังแห่งสายเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว