เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 85 ตื่นผวากลางดึก เสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาว!

บทที่ 85 ตื่นผวากลางดึก เสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาว!

บทที่ 85 ตื่นผวากลางดึก เสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาว!


ซูจื่อโม่ส่งมอบภารกิจเรียบร้อย ได้รับคะแนนอุทิศให้สำนักมาไม่น้อย จากนั้นจึงเดินทางกลับไปยังถ้ำพำนัก

ชายชราทั้งสองมองตามแผ่นหลังของซูจื่อโม่ที่กำลังจากไป สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกทอดถอนใจ ความคิดมากมายผุดขึ้นในหัว

“สมแล้วที่เป็นผู้ฝึกฝนเพลิงวิเศษระดับสามได้ แม้แต่โชคชะตายังรุ่งโรจน์จนน่าหวาดหวั่น”

ชายชราผู้ซอมซ่อกล่าวพลางจุปาก

“นั่นสิ”

ผู้อาวุโสหลิวกล่าวเสริม “ศิษย์ฝึกหัดของยอดเขาจิตวิญญาณหลายคนก็ไปที่ป่าศิลาใหญ่เช่นกัน ข้าดูแล้วระดับพลังบำเพ็ญตบะของพวกเขาล้วนไม่ต่ำต้อย แต่ผลลัพธ์กลับถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ส่วนเจ้าหนุ่มนี่กลับตรงกันข้าม ระดับพลังบำเพ็ญตบะเพียงขั้นรวบรวมลมปราณระดับห้า เดินเล่นอยู่ในป่าศิลาใหญ่รอบหนึ่ง ไม่เพียงแต่ไม่พบเจอกับชายฉกรรจ์ลึกลับผู้นั้น ยังเก็บศิลาทองคำแดงกลับมาได้มากมาย แถมยังกลับมาได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน เจ้าบอกมาสิว่านี่ไม่ใช่โชคแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?”

ชายชราผู้ซอมซ่อกล่าวอย่างเสียดายเล็กน้อย

“อันที่จริงแล้ว ด้วยพรสวรรค์ด้านการหลอมยุทโธปกรณ์ของเด็กคนนี้ การได้เข้าร่วมนิกายเพลิงแท้คงจะเป็นการดีที่สุด การมาอยู่ที่ยอดเขาไร้ตัวตนของพวกเรานับว่าทำให้เขาต้องลำบากแล้ว สำนักของพวกเราไม่ถนัดที่สุดก็คือการหลอมยุทโธปกรณ์และการปรุงยา หากเด็กคนนี้ต้องมาเสียอนาคตเพราะเรื่องนี้ ในใจของข้าก็คงจะรู้สึกไม่ดีอยู่บ้าง”

“อย่าคิดมากไปเลย เขาก็เพิ่งจะเริ่มสัมผัสกับวิชาหลอมยุทโธปกรณ์เท่านั้น แม้แต่อุปกรณ์วิเศษระดับต่ำก็ยังหลอมออกมาไม่ได้ แม้ว่าสำนักของเราจะไม่แข็งแกร่งในด้านการหลอมยุทโธปกรณ์ แต่พื้นฐานต่างๆ ก็มีครบครัน เรื่องในอนาคตค่อยว่ากันใหม่เถอะ”

ผู้อาวุโสหลิวกล่าวปลอบโยน

ชายชราผู้ซอมซ่อพยักหน้า ก้มศีรษะลงราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ไม่รู้ว่าในใจของเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่

...

ซูจื่อโม่กลับมาถึงถ้ำพำนัก เวลายังคงเช้าอยู่

ตามแผนการของเขา ในช่วงเวลากลางวัน เขาจะทุ่มเทพลังทั้งหมดให้กับการฝึกเซียน ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับพลังบำเพ็ญตบะ หรือการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการหลอมยุทโธปกรณ์ ส่วนหลังจากค่ำคืนมาเยือน เขาจึงจะเริ่มฝึกฝนคัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดาร

ต้องรู้ไว้ว่า ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่วิถีแห่งแก่นโอสถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกปราณหรือผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐาน ก็ไม่แตกต่างอะไรจากคนธรรมดาสามัญ พวกเขาล้วนต้องการการพักผ่อนนอนหลับ

จุดร่วมของผู้ฝึกปราณ ผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐาน และผู้คนธรรมดาทั่วไป ยังสะท้อนให้เห็นในเรื่องของอายุขัยอีกด้วย

อายุขัยของผู้ฝึกปราณและผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานนั้น สูงกว่าคนธรรมดาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แม้ว่าจะปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้มากที่สุดเพียงร้อยกว่าปี

แต่การฝึกฝนวิชาอสูรกลับแตกต่างออกไป

เผ่าพันธุ์อสูรส่วนใหญ่มักจะซ่อนตัวในเวลากลางวัน มีเพียงยามค่ำคืนเท่านั้นที่จะออกมาเคลื่อนไหวหาอาหาร และมีพลังงานเปี่ยมล้น

หลังจากม่านราตรีโรยตัวลง ในความเป็นจริงแล้วซูจื่อโม่ก็กำลังพักผ่อนอยู่เช่นกัน แต่การฝึกฝนวิชาอสูรมาเป็นเวลาสองปี ทำให้เขาสร้างความเคยชินขึ้นมานานแล้ว แม้จะอยู่ในระหว่างการนอนหลับ เขาก็ยังคงรักษาวิธีการหายใจเข้าออกตามแบบฉบับของคัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดารเอาไว้

ด้วยเหตุนี้ ไม่เพียงแต่ซูจื่อโม่จะไม่ต้องเสียเวลาในการฝึกเซียน ระดับพลังในการฝึกฝนวิชาอสูรของเขาก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เพียงแต่ในช่วงเวลานี้ คัมภีร์ชำระไขกระดูกกลับไม่มีความคืบหน้าแม้แต่น้อย ทำให้การฝึกฝนวิชาอสูรของเขาต้องหยุดชะงักลง

หลายวันต่อมา ซูจื่อโม่บังคับให้สัตว์วิเศษทั้งสองตัวคำรามลั่นทั้งวันทั้งคืน

หลายวันผ่านไป สัตว์วิเศษทั้งสองถูกทรมานจนผอมโซไปมากโข ลำคอต่างก็แหบแห้ง แต่ซูจื่อโม่ก็ยังคงไม่พบเบาะแสใดๆ เกี่ยวกับคัมภีร์ชำระไขกระดูกเลย

หลายวันมานี้ไม่ได้หลับตา ไม่ได้กินอะไร เอาแต่ตะโกนโหวกเหวกอยู่ในถ้ำพำนักราวกับคนบ้า ต่อให้เป็นอสูรวิเศษก็คงต้องเสียพลังชีวิตไปครึ่งหนึ่ง

พยัคฆ์วิเศษและเสือดาววิเศษมีสีหน้าอิดโรย จิตใจห่อเหี่ยว หมอบอยู่บนพื้นด้วยอาการง่วงซึม

“เฮ้อ ไม่เคยเจอเจ้านายที่รับใช้ยากขนาดนี้มาก่อนเลย” พยัคฆ์วิเศษถอนหายใจยาว

“จะฆ่าจะแกงก็รีบๆ ลงมือสิ! ทรมานท่านพยัคฆ์แบบนี้มันหมายความว่าอย่างไรกัน?”

หลังจากวุ่นวายมาหลายวัน ก็ทำให้ซูจื่อโม่เหนื่อยล้าไม่น้อยเช่นกัน

สัตว์วิเศษทั้งสองตัวคำรามลั่น ซูจื่อโม่เองก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย เขาตั้งใจฟังอย่างเต็มที่ จิตใจตึงเครียด เกรงว่าจะพลาดความลับอันใดไป

ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากผ่านไปหลายวัน ซูจื่อโม่รู้สึกเหนื่อยล้าทางจิตใจ เปลือกตาหนักอึ้ง อยากจะล้มตัวลงนอนหลับสักตื่น

“ช่างเถอะ พรุ่งนี้ค่อยฆ่าสัตว์วิเศษสองตัวนี้กินเนื้อแล้วกัน”

ซูจื่อโม่ล้มตัวลงบนเตียงหิน ในใจแวบความคิดหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะหลับตาลงนอนไป

ซูจื่อโม่เหนื่อยล้าเกินไปแล้วจริงๆ

ทันทีที่หลับตาลง เขาก็เข้าสู่ห้วงนิทราโดยไม่รู้ตัว และเปลี่ยนไปใช้วิธีการหายใจเข้าออกของคัมภีร์หลอมกายา ยืดเส้นเอ็น และหลอมกระดูก ลมหายใจค่อยๆ หนักขึ้น

สัตว์วิเศษทั้งสองมองหน้ากันอย่างโล่งอก

“ในที่สุดมนุษย์ผู้นี้ก็ยอมสงบลงเสียที!”

พยัคฆ์วิเศษหลั่งน้ำตาแห่งความสุขออกมาสองสายด้วยความตื่นเต้น จนแทบอยากจะแหงนหน้าคำรามขึ้นฟ้าสักครั้ง

หากยังถูกทรมานเช่นนี้ต่อไป ไม่ต้องรอให้ซูจื่อโม่ลงมือ พยัคฆ์วิเศษก็คงจะคิดสั้นเอาหัวโขกพื้นตายไปเองแล้ว

เมื่อเห็นซูจื่อโม่เข้าสู่ห้วงนิทรา แม้ใบหน้าของเสือดาววิเศษจะดูเหนื่อยล้า แต่ในแววตากลับฉายประกายแห่งความดุร้ายขึ้นมา

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นี่เป็นโอกาสอันดี!

แม้ว่าสัตว์วิเศษทั้งสองจะเหนื่อยล้าทางจิตใจ แต่พละกำลังยังคงอยู่ หากสามารถกัดคอของมนุษย์ผู้นี้ให้ขาดได้ในคราวเดียว พวกมันก็อาจจะหลบหนีออกไปได้!

เสือดาววิเศษมองไปยังพยัคฆ์วิเศษ พลางส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ

ภาษาของเผ่าพันธุ์อสูรด้วยกัน พยัคฆ์วิเศษย่อมเข้าใจดี

แม้ว่าข้อเสนอของเสือดาววิเศษจะไม่เลวเลย แต่พยัคฆ์วิเศษกลับไม่ต้องการเสี่ยง ใครจะไปรู้ว่าสภาพการนอนหลับของมนุษย์ผู้นี้ในตอนนี้เป็นการเสแสร้งหรือไม่?

อีกทั้ง ความคิดเดียวของพยัคฆ์วิเศษในตอนนี้ก็คือการนอนหลับพักผ่อน

พยัคฆ์วิเศษส่ายหัวโตๆ ของมัน ก่อนจะหมอบลงกับพื้นแล้วหลับไป

เสือดาววิเศษมีสีหน้าลังเล หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนมันจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ ในแววตาฉายแววเหี้ยมเกรียมแวบหนึ่ง มันย่องฝีเท้าอย่างแผ่วเบา เก็บซ่อนจิตสังหาร ค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ร่างของซูจื่อโม่

เมื่อจ้องมองลำคอที่ขาวเรียวยาวของซูจื่อโม่ เสือดาววิเศษก็ค่อยๆ อ้าปากออก

มันรับประกันได้เลยว่า หากมันกัดลงไปในครั้งนี้ ต่อให้เป็นก้อนหินก็ยังต้องแหลกละเอียด!

ทันใดนั้น!

เสือดาววิเศษดูเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ประกายดุร้ายในแววตาพลันหายวับไป กลับกลายเป็นความตื่นตระหนก ปากที่อ้ากว้างอยู่ก็ค่อยๆ หุบลง ราวกับกำลังหาวนอน

เสือดาววิเศษหันกลับไป ในแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ขาทั้งสี่สั่นเทาเล็กน้อย มันหมอบลงกับพื้นพลางมองไปยังซูจื่อโม่ที่หลับตาอยู่บนเตียงด้วยความใจหายใจคว่ำ ไม่กล้าคิดอะไรฟุ้งซ่านอีกต่อไป

เขาตื่นแล้ว!

ในสมองของเสือดาววิเศษมีเพียงสามคำนี้เท่านั้น

ในขณะที่มันกำลังจะกัดลงไป มันกลับสังเกตเห็นได้ในทันทีว่า ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ลมหายใจของมนุษย์ผู้นี้กลับแตกต่างไปจากเมื่อครู่

การเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้เสือดาววิเศษถึงกับเหงื่อตกไปทั้งตัว

เสือดาววิเศษไม่กล้าคิดอะไรฟุ้งซ่านอีกต่อไป มันนอนอยู่ข้างๆ อย่างสงบเสงี่ยม หลังจากคิดฟุ้งซ่านอยู่ครึ่งค่อนวันจึงค่อยๆ หลับไป

ในความเป็นจริงแล้ว ในชั่วพริบตาที่เสือดาววิเศษบังเกิดจิตสังหาร ซูจื่อโม่ก็ตื่นขึ้นมาแล้ว

สัมผัสวิญญาณของซูจื่อโม่นั้นน่าหวาดหวั่นเกินไป ลมสารทยังไม่ทันพัดจักจั่นก็รู้ล่วงหน้าแล้ว ในตอนที่อยู่ที่เทือกเขาชางหลาง แม้แต่วานรวิเศษที่ลอบโจมตียังยากที่จะทำสำเร็จได้ นับประสาอะไรกับเสือดาววิเศษตัวนี้

อย่างไรเสียพรุ่งนี้ก็ต้องฆ่าสัตว์วิเศษทั้งสองตัวนี้อยู่แล้ว ซูจื่อโม่จึงขี้เกียจที่จะลงมือในตอนนี้ และหลับต่อไป

ยามเที่ยงคืน ซูจื่อโม่และสัตว์วิเศษทั้งสองต่างก็หลับสนิท

ในขณะที่พยัคฆ์วิเศษกำลังหลับอยู่ ในโพรงจมูกของมันก็มีเสียงประหลาดดังออกมา

“ฟี้... ฟี้... ฟี้...”

หลังจากที่เสือดาววิเศษหลับสนิท ในโพรงจมูกของมันก็มีเสียงดังออกมาเช่นกัน แต่แตกต่างจากของพยัคฆ์วิเศษ

“ครืด... ครืด... ครืด...”

เสียงทั้งสองชนิดนี้มีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่เบาไม่ดังจนเกินไป สอดประสานกัน ดังก้องกังวานอยู่ภายในถ้ำพำนัก

และในขณะนี้เอง ในร่างกายของซูจื่อโม่กลับเกิดการเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์ขึ้น!

เสียงทั้งสองชนิดดูเหมือนจะแฝงไปด้วยพลังอันแปลกประหลาด สามารถทะลุผ่านเลือดเนื้อเส้นเอ็นได้ แม้กระทั่งแทรกซึมเข้าไปในกระดูก นำพาไขกระดูกที่อยู่ภายในให้เคลื่อนไหว

ซ่า ซ่า ซ่า!

ไขกระดูกภายใต้แรงสั่นสะเทือนของเสียงทั้งสองชนิดนี้ เกิดเสียงดังขึ้นมา ราวกับเสียงน้ำไหล ทั้งใสกังวานและไพเราะน่าฟัง

ซูจื่อโม่ที่กำลังหลับสนิทอยู่ ราวกับกำลังฝันไป เขาเห็นของเหลวในกระดูกของตนเองกำลังไหลเวียนอย่างช้าๆ ชะล้างกระดูกอยู่ตลอดเวลา ซึมซาบออกมาเป็นเลือดสีแดงสด ผสานเข้ากับสายเลือดของตนเอง

“หืม?”

ซูจื่อโม่พลันตื่นขึ้นมาอย่างตกใจ ลืมตาขึ้นมา ในสมองเหลือเพียงสี่คำเท่านั้น—เสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาว!

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 85 ตื่นผวากลางดึก เสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาว!

คัดลอกลิงก์แล้ว