เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 81 ข้าบริสุทธิ์นะ!

บทที่ 81 ข้าบริสุทธิ์นะ!

บทที่ 81 ข้าบริสุทธิ์นะ!


บนต้นไม้โบราณสูงตระหง่านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่แห่งนี้ ชายฉกรรจ์ผู้เปลือยท่อนบนซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางใบไม้ที่หนาทึบ ได้ยินบทสนทนาของโจวเหว่ยและพรรคพวกอย่างชัดเจน

ประกายตาอันเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาของชายฉกรรจ์ผู้นั้น

สายลมพัดผ่าน ทำให้ใบไม้สั่นไหวส่งเสียงดังกรอบแกรบ ชายฉกรรจ์ไถลตัวลงมาจากต้นไม้โบราณ ท่วงท่าแผ่วเบาราวกับไร้น้ำหนัก ลงสู่พื้นดินอย่างเงียบเชียบ เขาย่อตัวลงต่ำ ใช้ทั้งมือและเท้าแหวกพงหญ้า เคลื่อนที่อย่างลับๆ ไปยังทิศทางของโจวเหว่ยและคนอื่นๆ

พงหญ้าที่สูงเกือบครึ่งตัวคน ช่วยซ่อนร่างของชายฉกรรจ์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หากมองจากมุมสูง จะรู้สึกเพียงว่าต้นหญ้าสั่นไหวเล็กน้อยราวกับถูกลมพัดผ่าน มีเพียงเส้นสายบางๆ ที่เคลื่อนที่ไปบนพื้นดิน ยากจะแยกแยะได้ว่านั่นคือมนุษย์ผู้หนึ่ง!

"ศิษย์พี่โจว พวกเราแยกกันตามหาดีหรือไม่?"

"ข้าว่าก็ดีเหมือนกัน ซูจื่อโม่นั่นมีพลังแค่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับห้า พวกเราคนใดคนหนึ่งเจอเขาก็สามารถจับกุมตัวไว้ได้แล้ว"

โจวเหว่ยพยักหน้า กล่าวว่า "ตกลงตามนี้ ทุกคนแยกย้ายกันตามหา!"

"พวกเจ้ากำลังตามหาสิ่งใดกันรึ?"

ทันทีที่โจวเหว่ยพูดจบ เสียงแหบพร่าที่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเขา

สำหรับผู้ฝึกปราณแล้ว หากไม่จำเป็น แม้จะขี่กระบี่เหินฟ้า ก็จะรักษาระยะห่างจากพื้นไม่สูงนัก เพียงแค่สองสามเมตรเท่านั้น

เพราะยิ่งระยะห่างสูงมากเท่าไหร่ พลังวิญญาณที่ต้องใช้ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

และในขณะนี้ ที่ด้านหลังของโจวเหว่ย จู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์เปลือยท่อนบนคนหนึ่งลุกขึ้นยืน ร่างสูงกว่าสองเมตร กล้ามเนื้อบนร่างกายแข็งแกร่งดุจศิลา เปี่ยมไปด้วยพลังที่พร้อมจะระเบิดออกมา ราวกับเทพสวรรค์ที่จู่ๆ ก็จุติลงมา ใบหน้าเต็มไปด้วยจิตสังหาร!

ในชั่วพริบตา โจวเหว่ยตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง

มีคนเข้ามาใกล้ถึงเพียงนี้ แต่เขากลับไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย!

ชายฉกรรจ์ยื่นมือใหญ่ออกไปอย่างรวดเร็ว คว้าข้อเท้าของโจวเหว่ยไว้ แล้วดึงเขาร่วงลงมา ท่ามกลางสายตาของศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณอีกสี่คน เขาถูกฟาดลงบนพื้นอย่างแรง!

ตูม!

เสียงดังสนั่น

พื้นดินปรากฏเป็นหลุมลึกรูปร่างคน

โจวเหว่ยผู้มีพลังขั้นรวบรวมลมปราณระดับเก้า อยู่ในมือของชายฉกรรจ์ราวกับทารกสามขวบ ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ขัดขืนได้เลย

โจวเหว่ยนอนแน่นิ่งอยู่ในหลุมขนาดใหญ่ ในปากกระอักฟองเลือดออกมาไม่หยุด ดวงตาเหลือกขาว กระดูกทั่วร่างถูกกระแทกจนแหลกไปกว่าครึ่ง อวัยวะภายในได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง สลบไปในทันที เหลือเพียงร่างกายที่ยังคงกระตุกอย่างหมดสติเป็นพักๆ

ชายฉกรรจ์ฟาดโจวเหว่ยจนสลบไปในครั้งเดียว ร่างกายสั่นไหว ชั่วพริบตาก็มาถึงเบื้องหน้าผู้ฝึกปราณขั้นรวบรวมลมปราณระดับแปดอีกสองคน

ศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณทั้งสองคนสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก ไม่ทันได้คิดอะไร ตามสัญชาตญาณก็เตรียมที่จะเหินขึ้นสู่ท้องฟ้า

แต่คาดไม่ถึงว่าความเร็วของชายฉกรรจ์จะเร็วกว่า เขากระโจนขึ้นไปในอากาศ ดึงคนทั้งสองลงมาจากกลางอากาศโดยตรง

ตูม! ตูม!

เป็นภาพเหตุการณ์ที่เหมือนเดิมอีกครั้ง

ศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณทั้งสองถูกชายฉกรรจ์ฟาดลงบนพื้น สลบไปในทันที

"ไป!"

ศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณสองคนที่เหลือหน้าซีดเผือด รีบเรียกกระบี่บินออกมา ชี้ไปยังทิศทางของชายฉกรรจ์ กระบี่บินกลายเป็นลำแสงสายหนึ่ง พุ่งเข้าใส่ในชั่วพริบตา

กระบี่บินเล่มหนึ่งพุ่งตรงไปยังหว่างคิ้วของชายฉกรรจ์ ส่วนอีกเล่มหนึ่งพุ่งไปยังหน้าอกของเขา ล้วนเป็นจุดตายทั้งสิ้น!

ชายฉกรรจ์ยิ้มอย่างดุร้าย ไม่หลบไม่หลีก พุ่งตรงไปข้างหน้า

เมื่อเห็นภาพนี้ ศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณทั้งสองก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

ชายฉกรรจ์ลึกลับผู้นี้คงจะยังไม่เปิดสติปัญญา มีเพียงพละกำลังมหาศาล แต่ไม่รู้ถึงความร้ายกาจของวิชาฝึกเซียน เผชิญหน้ากับกระบี่บินถึงกับไม่รู้จักหลบหลีก

แคร๊ง! แคร๊ง!

จากนั้น กระบี่บินก็ปะทะเข้ากับหว่างคิ้วและหน้าอกของชายฉกรรจ์ กลับเกิดเสียงประหนึ่งเหล็กกล้าปะทะกัน!

กระบี่บินถูกดีดออกไป!

ชายฉกรรจ์ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย กลับพุ่งเข้ามาประชิดตัวคนทั้งสอง

"ปีศาจ... ปีศาจ... ปีศาจชัดๆ!"

ศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณคนหนึ่งตกใจจนเสียงสั่น หน้าซีดเผือด แม้กระทั่งลืมที่จะหลบหนี

ศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณอีกคนรีบบังคับกระบี่บินใต้เท้า หันหลังกลับเพื่อหลบหนี

ชายฉกรรจ์ชกออกไปตามใจชอบ ส่งศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณที่ยืนตะลึงงันอยู่กับที่ปลิวออกไป แล้ววิ่งสุดฝีเท้าบนพื้นดิน ขาทั้งสองข้างสลับกันจนเกิดเป็นภาพติดตา หลายก้าวก็ไล่ตามศิษย์ยอดเขาจิตวิญญาณที่กำลังหลบหนีทัน

ชายฉกรรจ์กระโจนขึ้นไป กระโดดไปมาระหว่างต้นไม้โบราณสูงตระหง่านหลายต้น เพิ่มระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆ

"ลงมาซะ!"

ชายฉกรรจ์หัวเราะเสียงดัง คว้าขาท่อนล่างของคนผู้นั้นไว้ ดึงเขาลงมาจากท้องฟ้าอย่างแรง

กร๊อบ!

ขาท่อนล่างของคนผู้นั้นถูกฝ่ามือของชายฉกรรจ์บีบจนหักในทันที

"อ๊าก! อ๊าก! อ๊าก!"

คนผู้นั้นเจ็บปวดจนเหงื่อเย็นไหลท่วมตัว ร้องโหยหวนออกมาเสียงดัง

ชายฉกรรจ์หิ้วคนผู้นั้น แล้วหันกลับไปยังที่เดิม จับคนอีกสี่คนที่สลบไปแล้วขึ้นมา มือข้างหนึ่งหิ้วสามคน อีกข้างหนึ่งหิ้วสองคน ก้าวเท้ายาวๆ พุ่งออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว

"เจ้า... เจ้าเป็นใครกัน?"

"พวกเราเป็นศิษย์สำนักเพียวเหมี่ยว เจ้ากล้าทำร้ายพวกเรา หากสำนักรู้เข้า จะต้องไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!"

ศิษย์คนเดียวที่ยังคงมีสติอยู่ชื่อว่ากัวชง ตะโกนใส่ชายฉกรรจ์อย่างเกรี้ยวกราด

ชายฉกรรจ์ไม่พูดอะไรสักคำ เพียงแต่เคลื่อนที่ผ่านป่าไปเรื่อยๆ

กัวชงเริ่มหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ พูดเสียงสั่นว่า

"เจ้า... เจ้าจะพาพวกเราไปที่ไหน?"

"ท่านผู้กล้า ขอร้องล่ะ ปล่อยพวกเราไปเถอะ"

"ท่านผู้กล้า ข้ารู้แล้วว่าข้าผิดไปแล้ว"

ชายฉกรรจ์หยุดฝีเท้าลงทันที ก้มศีรษะลง สายตาเย็นเยียบจ้องมองกัวชง ถามอย่างแผ่วเบาว่า

"เจ้ารู้แล้วรึว่าผิดที่ใด?"

"ข้า... ข้า... ข้า..."

กัวชงถูกถามจนงงไปหมด

เขาเพียงแค่พูดออกมาอย่างลนลาน ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าตัวเองผิดที่ใด

ในใจของกัวชงบ่นอุบอิบ ไม่รู้ว่าชายฉกรรจ์ผู้นี้โผล่มาจากไหน ไม่พูดพร่ำทำเพลง เข้ามาก็ลงมือทำร้าย แถมยังแข็งแกร่งอย่างไม่มีเหตุผล

วิชาฝึกเซียนที่พวกเขามีอยู่ กลับใช้ไม่ได้ผลกับชายฉกรรจ์ผู้นี้เลยแม้แต่น้อย!

หลังจากที่ชายฉกรรจ์หยุดฝีเท้าลง เขาก็โยนคนทั้งห้าลงบนพื้นตามใจชอบ ไม่พูดอะไรสักคำ แล้วหันหลังเดินจากไป

บนใบหน้าของกัวชงปรากฏสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ

รอดชีวิตแล้วรึ?

ชายฉกรรจ์ผู้นี้ไม่ได้ฆ่าพวกเขา!

กัวชงมองไปรอบๆ ที่นี่คือด้านนอกของป่าศิลาใหญ่ ไม่รู้ว่าทำไมชายฉกรรจ์ผู้นี้ถึงพาพวกเขาออกมาจากป่าศิลาใหญ่ แล้วโยนทิ้งไว้ที่นี่แล้วก็จากไปเฉยๆ

"กล้าถามนามของผู้กล้า สังกัดสำนักใดหรือ?" ในใจของกัวชงยังไม่ยอมแพ้ จึงตะโกนถามออกไปอีกครั้ง

ชายฉกรรจ์หยุดฝีเท้า ทันใดนั้นก็หันกลับมา เดินย้อนกลับมา

กัวชงตัวสั่นสะท้าน อยากจะตบปากตัวเองแรงๆ สักหลายที รีบพูดว่า "ท่านผู้กล้า ครั้งนี้ข้ารู้แล้วว่าข้าผิดที่ใด ข้าไม่ควรถามชื่อของท่าน..."

ชายฉกรรจ์เดินมาถึงเบื้องหน้าของกัวชงและคนอื่นๆ คว้าถุงเก็บของที่เอวของทั้งห้าคนมา เปิดออก หยิบหินวิเศษและยาเม็ดข้างในออกมา แล้วใส่เข้าไปในถุงเก็บของของตัวเองทั้งหมด

กัวชงมองดูถุงเก็บของที่แทบจะถูกปล้นจนเกลี้ยง อยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาจะไหล

ชายฉกรรจ์หัวเราะหึๆ หันหลังวิ่งเข้าไปในป่าศิลาใหญ่ ชั่วพริบตาก็หายตัวไป

กัวชงใช้มือที่สั่นเทา เปิดถุงเก็บของของตนออกช้าๆ หยิบนกกระดาษตัวหนึ่งข้างในออกมา ใช้พลังวิญญาณเขียนข้อความลงไปว่า "พวกข้าถูกซุ่มโจมตีที่ป่าศิลาใหญ่ ศัตรูแข็งแกร่งมากและมีที่มาลึกลับ ขอการสนับสนุนจากสำนัก!"

เมื่อถ่ายทอดพลังวิญญาณเข้าไป นกกระเรียนวิเศษก็กระพือปีกบินขึ้น กลายเป็นลำแสงสายหนึ่ง หายเข้าไปในอากาศธาตุ

ตอนนี้เขาก็บาดเจ็บอยู่ ไม่สามารถพาทั้งสี่คนกลับไปได้ ทำได้เพียงรอความช่วยเหลือจากสำนักอยู่ที่นี่

กัวชงมองดูสหายร่วมสำนักอีกสี่คนที่ยังคงสลบไสลอยู่ข้างๆ ความเศร้าโศกก็ถาโถมเข้ามา

เมื่อนึกถึงทรัพย์สินที่ตนเองสะสมมาหลายปี ถูกชายฉกรรจ์ลึกลับที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ กวาดไปจนเกลี้ยงอย่างไม่ทราบสาเหตุ กัวชงก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนอย่างขมขื่นว่า

"ข้าบริสุทธิ์นะ!"

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 81 ข้าบริสุทธิ์นะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว