เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 76 การประลองเริ่มต้นขึ้น

บทที่ 76 การประลองเริ่มต้นขึ้น

บทที่ 76 การประลองเริ่มต้นขึ้น


“ไหนเลยจะนับว่าร้ายกาจได้ นี่มันร้ายกาจอย่างที่สุดแล้วต่างหาก!”

เซวียอี้ถอนหายใจแผ่วเบาแล้วกล่าวว่า “ข้าอยู่ที่สำนักเพียวเหมี่ยวมาหกปีแล้ว เพิ่งจะสัมผัสได้ถึงขอบเขตของเพลิงวิเศษระดับสองเท่านั้นเอง”

“เฮ้อ ช่างเรื่องพวกนี้เถอะ”

เซวียอี้กลับมากระตือรือร้นอีกครั้ง เขาไหวไหล่แล้วกล่าวว่า “หากเฟิงฮ่าวอวี่สามารถประสบความสำเร็จทั้งในด้านการหลอมโอสถและหลอมยุทโธปกรณ์ ช่วยให้ยอดเขาเพียวเหมี่ยวของเราได้จารึกชื่อลงในทำเนียบโอสถและทำเนียบยุทโธปกรณ์ของการประลองยุทธ์ระหว่างสำนักได้ พวกเราก็พลอยได้หน้าได้ตาไปด้วยมิใช่หรือ”

ซูจื่อโม่แย้มยิ้ม พลางพยักหน้าเห็นด้วย

“ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบ!”

ในขณะนั้นเอง ที่ด้านหน้าสุดของตำหนักหลอมยุทโธปกรณ์ก็ปรากฏร่างของผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานผู้หนึ่งขึ้น เขาผายมือทั้งสองข้างออกแล้วกดลงเบาๆ เสียงจอแจในตำหนักจึงค่อยๆ เงียบสงบลง

“เชิญทุกท่านก้าวออกมาเลือกวัตถุดิบวิเศษ จากนั้นแยกย้ายกันไปหาที่ว่างในตำหนักแห่งนี้ แล้วเริ่มทำการหลอมยุทโธปกรณ์ การประลองเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!”

ศิษย์ในสำนักกว่าร้อยคนต่างพากันเลือกวัตถุดิบวิเศษแล้วแยกย้ายกันไป ซูจื่อโม่และเซวียอี้ยืนอยู่เคียงข้างกัน เลือกตำแหน่งที่ด้านหลังของตำหนัก

เฟิงฮ่าวอวี่ยืนกอดอกด้วยท่าทีหยิ่งผยองอยู่ด้านหน้าสุด ไม่มีผู้ใดกล้ายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาเลยแม้แต่คนเดียว

ก่อนหน้านี้ เฟิงฮ่าวอวี่ได้สืบข่าวมาแล้วว่าในบรรดาศิษย์ฝึกหัดทั้งห้ายอดเขา ไม่มีผู้ใดสามารถฝึกฝนจนได้เพลิงวิเศษระดับสองเลยแม้แต่คนเดียว คนที่เก่งที่สุดก็เพิ่งจะสัมผัสได้ถึงขอบเขตของเพลิงวิเศษระดับสองเท่านั้น

เฟิงฮ่าวอวี่มั่นใจอย่างยิ่งว่าในการประลองประเมินผลสิ้นเดือนครั้งนี้ เขาจะต้องคว้าอันดับหนึ่งมาได้อย่างแน่นอน และจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าชมภาพบันทึกของปรมาจารย์ในสำนักขณะหลอมยุทโธปกรณ์

ตูม!

เฟิงฮ่าวอวี่นำติ่งหลอมยุทโธปกรณ์ออกจากถุงเก็บของ วางลงบนพื้นอย่างแรงจนทั้งตำหนักสั่นสะเทือนไปชั่วขณะ

ทุกการเคลื่อนไหวของเฟิงฮ่าวอวี่ล้วนดึงดูดสายตาของผู้คน

ศิษย์ในสำนักกว่าร้อยคนที่เข้าร่วมการประลองยังไม่รีบร้อนที่จะเริ่มหลอมยุทโธปกรณ์ หลังจากวางติ่งหลอมของตนเองเรียบร้อยแล้ว ทุกสายตาก็จับจ้องไปที่เฟิงฮ่าวอวี่

มุมปากของเฟิงฮ่าวอวี่ยกขึ้นเล็กน้อย

แม้จะไม่ได้หันกลับไปมอง แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาอันร้อนแรง อิจฉา และชื่นชมที่จับจ้องมา

เฟิงฮ่าวอวี่เพลิดเพลินกับความรู้สึกเช่นนี้เป็นอย่างยิ่ง ความรู้สึกของการเป็นที่จับตามองของทุกผู้คน

เฟิงฮ่าวอวี่ค่อยๆ ยื่นฝ่ามือออกไป โคจรพลังวิเศษ

เปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งลุกโชนขึ้น เป็นเพียงเพลิงวิเศษระดับหนึ่งสีแดงจางๆ เท่านั้น

ทั้งตำหนักเงียบกริบราวกับป่าช้า ทุกคนต่างกลั้นหายใจจ้องมองไปยังบุคคลที่อยู่ด้านหน้าสุด

พรึ่บ!

เฟิงฮ่าวอวี่ยื่นฝ่ามืออีกข้างหนึ่งออกไป ปลายนิ้วยิงลำแสงพลังวิเศษสายหนึ่งเข้าไปในเปลวเพลิง

พลันบังเกิดเสียงดังขึ้น เปลวเพลิงในฝ่ามือของเฟิงฮ่าวอวี่ก็ลุกโหมอย่างรุนแรง สีของมันเข้มขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาไม่นานก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มโดยสมบูรณ์

เพลิงวิเศษระดับสอง!

ฮือฮา!

แม้ว่าศิษย์ในสำนักหลายคนจะได้ยินเรื่องนี้มาแล้ว แต่เมื่อได้เห็นเพลิงวิเศษระดับสองด้วยตาตนเอง ก็ยังคงรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก เสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่ฝูงชน

เพลิงวิเศษระดับสอง! อัตราความสำเร็จในการหลอมอุปกรณ์วิเศษระดับต่ำจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนจำนวนมากไม่อาจสัมผัสได้ตลอดทั้งชีวิต

เมื่อสัมผัสได้ถึงความโกลาหลในหมู่ฝูงชน แววตาของเฟิงฮ่าวอวี่ก็ฉายแววแห่งความภาคภูมิใจออกมา เขาสะบัดฝ่ามือ ส่งเพลิงวิเศษระดับสองลอยไปอยู่ใต้ติ่งหลอมยุทโธปกรณ์อย่างแผ่วเบา แล้วเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง

การอุ่นติ่ง

ขั้นแรกคือการใช้เพลิงวิเศษให้ความร้อนแก่ติ่งหลอมยุทโธปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ รอจนอุณหภูมิแผ่กระจายไปทั่วทั้งติ่งแล้ว จึงจะใส่วัตถุดิบวิเศษลงไป

กระบวนการหลอมยุทโธปกรณ์ค่อนข้างใช้เวลานาน ในขณะนี้ ผู้ฝึกตนจำนวนมากที่อยู่เบื้องหลังเฟิงฮ่าวอวี่ก็เริ่มรวบรวมเพลิงวิเศษ และเข้าสู่ขั้นตอนการอุ่นติ่ง

เซวียอี้มองไปยังซูจื่อโม่แล้วกล่าวว่า “ศิษย์น้องซู พวกเราก็เริ่มกันเถอะ”

“ได้เลย” ซูจื่อโม่พยักหน้า

เซวียอี้ยื่นฝ่ามือออกไป เปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งลุกโชนขึ้นในฝ่ามือ แม้จะเป็นเพลิงวิเศษระดับหนึ่ง แต่สีของมันค่อนข้างเข้ม มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเป็นเพลิงวิเศษระดับสองอยู่รำไร

ขั้นตอนการอุ่นติ่งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้สมาธิอย่างเต็มที่

เซวียอี้นำเพลิงวิเศษวนรอบติ่งหลอมยุทโธปกรณ์หนึ่งรอบ ก่อนจะวางไว้ใต้ติ่ง แล้วหันไปมองซูจื่อโม่ เขาคิดว่าศิษย์น้องผู้นี้เพิ่งจะเริ่มเรียนวิชาหลอมยุทโธปกรณ์ อาจจะยังไม่คุ้นเคยนัก เขาจึงคิดจะให้คำแนะนำเล็กน้อย

เมื่อเซวียอี้หันหน้าไป เขาก็ถึงกับตะลึงงันไปในทันที

ในฝ่ามือของซูจื่อโม่มีเปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งกำลังลุกโชนอย่างรุนแรง แสงไฟสีแดงนั้นช่างบาดตาเสียเหลือเกิน!

เซวียอี้ถึงกับตกตะลึงจนพูดไม่ออก ในสมองขาวโพลนไปหมด แม้แต่เปลวเพลิงใต้ติ่งหลอมยุทโธปกรณ์ของตนเองดับมอดลงก็ยังไม่รู้ตัว

ซูจื่อโม่ทำตามอย่างคนอื่น นำเพลิงวิเศษไปเผารอบๆ ติ่งหลอมยุทโธปกรณ์ แล้วจึงวางไว้ใต้ติ่งอีกครั้ง

ขั้นตอนการอุ่นติ่งนี้ ไม่เคยมีการกล่าวถึงในการบรรยายของศิษย์สายในที่ผ่านมาเลย

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ซูจื่อโม่ฝึกฝนตนเองอยู่ในถ้ำพำนัก ไม่เคยลองอุ่นติ่งมาก่อน

“การประลองครั้งนี้ไม่เสียเปล่าจริงๆ ได้รับประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง”

ซูจื่อโม่แอบดีใจอยู่ในใจ

“ศะ... ศะ... ศิษย์น้องซู ทะ... ทะ... ท่าน... เพลิงวิเศษของท่านนี่...”

ในขณะนั้นเอง เสียงตะกุกตะกักของเซวียอี้ก็ดังขึ้นข้างหูของซูจื่อโม่ เสียงนั้นสั่นเทาเล็กน้อย

ซูจื่อโม่หันไปยิ้มแล้วกล่าวว่า “ก็แค่โชคดีน่ะ อยู่ดีๆ ก็ฝึกฝนจนได้เพลิงวิเศษระดับสามมาอย่างงงๆ”

คำพูดของซูจื่อโม่ไม่ใช่การถ่อมตน เขาฝึกฝนมันขึ้นมาได้อย่างงงๆ จริงๆ จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่รู้สาเหตุ

เซวียอี้เบิกตากว้าง อ้าปากค้าง คางแทบจะร่วงลงพื้น

เขาเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกว่าเพลิงวิเศษระดับสามสามารถฝึกฝนขึ้นมาได้ด้วยโชคและอย่างงงๆ

เสียงของทั้งสองคนไม่ดังนัก แต่ศิษย์ในสำนักที่อยู่รอบๆ กลับได้ยินอย่างชัดเจน

ยังจะมีเพลิงวิเศษระดับสามอีกหรือ?

ฝันไปหรือเปล่า!

ศิษย์สองสามคนที่อยู่ด้านหน้าหันกลับมามอง ก็ถึงกับตะลึงงันไปเช่นกัน

บรรยากาศอันน่าประหลาดค่อยๆ แผ่กระจายไปทั่วทั้งตำหนัก

เฟิงฮ่าวอวี่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดราวกับจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ด้วยความหยิ่งผยองของตน เขาจึงไม่ได้หันกลับไปมอง

ในตำหนักแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดควรค่าให้เขาต้องหันกลับไปมองเป็นพิเศษ!

ในขณะนั้นเอง เสียงกรีดร้องอันแหลมคมก็ทำลายบรรยากาศอันน่าประหลาดในตำหนักลง

“เพลิงวิเศษระดับสาม!”

หลังจากเสียงกรีดร้องนั้นดังขึ้น ทั้งตำหนักก็เกิดความโกลาหลขึ้นในทันที

“สีแดงชาด เป็นเพลิงวิเศษระดับสามจริงๆ!”

“คนผู้นี้เป็นใครกัน หน้าตาไม่คุ้นเลย เหตุใดจึงไม่เคยเห็นมาก่อน?”

“ดูเหมือนจะเป็นศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในปีนี้”

“ช่างน่าเหลือเชื่อเสียจริง คนผู้นี้เป็นเพียงผู้ฝึกปราณระดับห้า แต่กลับฝึกฝนจนได้เพลิงวิเศษระดับสาม นี่มันพรสวรรค์แบบไหนกัน?”

เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากเบื้องหลัง สีหน้าของเฟิงฮ่าวอวี่ก็พลันมืดครึ้มลง

หลังจากยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าของเฟิงฮ่าวอวี่ก็กลับคืนสู่ปกติ แววตาไม่ไหวติง เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองด้านหลัง

เปลวเพลิงสีแดงชาดนั้นปรากฏสู่สายตาเป็นอันดับแรก

ถัดมาคือชุดคลุมสีเขียวที่ดูคุ้นตาและใบหน้าที่หมดจดงดงาม

“เป็นเขาอีกแล้ว!”

ดวงตาทั้งสองข้างของเฟิงฮ่าวอวี่หรี่ลงเล็กน้อย ประกายแสงเย็นเยียบวาบผ่านส่วนลึกของดวงตา

“หืม?”

ซูจื่อโม่ซึ่งกำลังอุ่นติ่งอยู่ จิตใจพลันไหวสะท้าน เขารู้สึกได้ถึงจิตสังหารในทันที จึงเงยหน้าขึ้นมองโดยสัญชาตญาณ

“สัมผัสได้เฉียบคมยิ่งนัก!”

เฟิงฮ่าวอวี่ตกใจ

เขาซ่อนจิตสังหารไว้เป็นอย่างดีแล้ว ไม่คิดว่าจะยังถูกซูจื่อโม่สังเกตเห็นได้

สายตาของทั้งสองประสานกันกลางอากาศ สีหน้าของเฟิงฮ่าวอวี่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงหยิ่งผยองดังเดิม เขาหันกลับไป

มองเผินๆ แล้ว ดูเหมือนว่าเฟิงฮ่าวอวี่จะไม่ได้ใส่ใจกับเหตุการณ์นี้

แต่เปลวเพลิงวิเศษระดับสองใต้ติ่งหลอมยุทโธปกรณ์ของเขากลับดับมอดลงแล้ว เห็นได้ชัดว่าในใจของเขานั้นสั่นสะเทือนเพียงใด!

ซูจื่อโม่แย้มยิ้ม ไม่ได้คิดอะไรมาก เมื่อเห็นว่าติ่งหลอมยุทโธปกรณ์ร้อนได้ที่แล้ว เขากำลังจะนำวัตถุดิบวิเศษที่เลือกไว้ออกมาใส่ลงไป แต่ข้างกายของเขากลับมีศีรษะที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงโผล่ขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ซูจื่อโม่ตกใจจนสะดุ้ง เขารีบหยิบดาบจันทร์ยะเยือกออกจากถุงเก็บของ แทบจะฟันออกไปในทันที…

“ศิษย์คารวะท่านอาจารย์!”

“คารวะท่านหัวหน้า”

เมื่อศิษย์ในตำหนักเห็นผู้มาเยือน ก็พากันเอ่ยทักทาย

ซูจื่อโม่กระแอมเบาๆ แล้วเก็บดาบจันทร์ยะเยือกกลับเข้าไปอย่างแนบเนียน

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 76 การประลองเริ่มต้นขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว