เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 ล่วงรู้ความลับ

บทที่ 26 ล่วงรู้ความลับ

บทที่ 26 ล่วงรู้ความลับ


นี่เป็นครั้งแรกที่ซูจื่อโม่ได้พบกับเจ้าเมืองชางหลาง

ยากที่จะหยั่งถึงความคิดในใจของคนผู้นี้ได้ผ่านทางดวงตาทั้งสองข้างของเขา อารมณ์ความรู้สึกไม่ปรากฏบนใบหน้า นับว่าเป็นผู้ที่มีความลึกล้ำซับซ้อนยิ่งนัก

หลัวเทียนอู่เองก็กำลังพินิจพิจารณาซูจื่อโม่เช่นกัน

ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความเป็นบัณฑิตผู้สุภาพเรียบร้อย ไม่แตกต่างอันใดจากบัณฑิตคนอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย

หากมิใช่เพราะได้รู้เรื่องราวต่างๆ ที่ซูจื่อโม่ได้ก่อไว้ที่ตำบลผิงหยางมาก่อนแล้ว หลัวเทียนอู่คงยากที่จะจินตนาการได้ว่า บัณฑิตที่ดูอ่อนแอเช่นนี้ จะสามารถกดขี่สองตระกูลใหญ่ให้อยู่ใต้อาณัติได้!

ในลำดับถัดมา ความรู้สึกที่สองที่ซูจื่อโม่มอบให้แก่หลัวเทียนอู่ก็คือความลึกลับ หยั่งถึงได้ยากยิ่ง!

สายตาของทั้งสองฝ่ายประสานกันกลางอากาศเพียงชั่วครู่ ไม่นานนัก หลัวเทียนอู่ก็เป็นฝ่ายเผยรอยยิ้มออกมาก่อน พร้อมกล่าวด้วยเสียงอันดังว่า "ได้ยินชื่อเสียงของคุณชายรองซูมานาน วันนี้ในที่สุดก็ได้พบเสียที เชิญนั่ง"

คนรับใช้ชราชุดเทาหลังค่อมคนหนึ่งที่อยู่ด้านข้างเดินเข้ามา เส้นผมและหนวดเคราเป็นสีเทาขาว ใบหน้าซูบตอบ ดวงตาขุ่นมัว เขายกเก้าอี้ตัวหนึ่งมาวางไว้ตรงหน้าซูจื่อโม่อย่างระมัดระวัง

สายตาของซูจื่อโม่เหลือบมองผ่านร่างของคนรับใช้ชราผู้นั้นอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาไม่ได้ปฏิเสธและนั่งลงไปโดยตรง

หลัวเทียนอู่ปฏิบัติต่อเขาอย่างสุภาพยิ่งนัก แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ ก็ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าการพบกันในครั้งนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็น

เรื่องที่ผิดปกติเกินไป ย่อมต้องมีสิ่งไม่ชอบมาพากลซ่อนอยู่

เจ้าเมืองผู้หนึ่งมีสถานะ อำนาจ และบารมีเพียงใดกัน?

อย่าว่าแต่ตอนนี้ซูจื่อโม่มีสถานะต่ำต้อยเลย แม้แต่เมื่อครั้งที่เขาสอบได้ตำแหน่งราชบัณฑิต หลัวเทียนอู่ก็ยังไม่เคยเชิญเขามาพบ

คนรับใช้ชราชุดเทายืนอยู่ข้างกายซูจื่อโม่ ด้วยท่าทีเคารพนบนอบ รินชาให้ซูจื่อโม่จนเต็มถ้วย

แววตาของซูจื่อโม่ฉายแววขบขัน เขามองไปยังคนรับใช้ชราชุดเทาอย่างมีความหมายลึกซึ้ง พลางกล่าวด้วยรอยยิ้มที่มิใช่รอยยิ้มว่า "ให้ท่านมารินชาให้ข้า ช่างเป็นการลำบากท่านเสียจริง"

แขนของคนรับใช้ชราชุดเทาชะงักไปครู่หนึ่ง เขาวางกาน้ำชาลงบนโต๊ะ ใบหน้าเรียบเฉย แล้วถอยกลับไปยืนอยู่ด้านหลังหลัวเทียนอู่โดยไม่เอ่ยคำใด

เมื่อได้ยินประโยคนี้ ประกายแสงอันคมปลาบก็วาบผ่านนัยน์ตาของหลัวเทียนอู่ แล้วจางหายไปในทันที

คำพูดของซูจื่อโม่ประโยคนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจ แต่ความหมายที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังนั้น คนอื่นย่อมไม่อาจล่วงรู้ได้

อาจเป็นไปได้ว่าเขาสงสารที่คนรับใช้ชราชุดเทานั้นชราภาพมากแล้ว หรืออาจจะนึกถึงสถานะอันต่ำต้อยของตนเอง จึงกล่าวเย้ยหยันตนเอง

แน่นอนว่า ยังมีความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่ง นั่นคือเด็กคนนี้มองออกแล้วว่าคนรับใช้ชราชุดเทาเป็นผู้ฝึกปราณ!

"เด็กคนนี้...รับมือได้ไม่ง่ายเลย"

หลัวเทียนอู่ขมวดคิ้วอย่างลับๆ

คนรับใช้ชราชุดเทาซ่อนตัวตนได้เป็นอย่างดี ทว่ากลับไม่อาจรอดพ้นจากสัมผัสวิญญาณอันเฉียบแหลมที่ซูจื่อโม่ฝึกฝนมาจากการเผชิญหน้ากับความเป็นความตายได้

ซูจื่อโม่ไม่เอ่ยคำใด เขายกถ้วยชาขึ้นมา จิบชาอย่างสบายอารมณ์

หลัวเทียนอู่ก็ไม่พูดอะไรเช่นกัน ปลายนิ้วของเขาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเบาๆ

เวลาผ่านไปครึ่งก้านธูป...

ภายในห้องเงียบสงัดจนน่ากลัว มีเพียงเสียงปลายนิ้วเคาะโต๊ะที่ดังก้องสะท้อนไปมา บรรยากาศกดดันยิ่งนัก รอยยิ้มบนใบหน้าของหลัวเทียนอู่จางหายไปนานแล้ว

ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้ หากเปลี่ยนเป็นคนธรรมดาทั่วไปคงทนรับแรงกดดันไม่ไหว ต้องเอ่ยปากพูดเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศไปนานแล้ว แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ สีหน้าของซูจื่อโม่กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย สายตาสงบนิ่งราวกับหลวงจีนเฒ่าที่เข้าฌาน

"เด็กคนนี้อายุเพียงสิบแปดปี แต่กลับมีความสุขุมเยือกเย็นถึงเพียงนี้ ช่างน่าปวดหัวเสียจริง!"

หลัวเทียนอู่คิดในใจ เขาเริ่มจะนั่งไม่ติดเสียแล้ว

นี่เป็นเทคนิคการกดดันทางจิตวิทยาอย่างหนึ่ง ใครที่ทนไม่ไหว เอ่ยปากพูดก่อน ย่อมจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในเชิงอำนาจ

เดิมทีหลัวเทียนอู่คิดจะข่มขวัญซูจื่อโม่ตั้งแต่แรก แต่คาดไม่ถึงว่าหมัดที่ชกออกไปจะเหมือนกับชกใส่ปุยนุ่น ไม่รู้สึกถึงแรงต้านเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกเช่นนี้น่าอึดอัดยิ่งนัก

"คุณชายรองซูไม่สงสัยเจตนาที่ข้าเชิญท่านมาหรอกหรือ?" หลัวเทียนอู่ยิ้มพลางถาม

ซูจื่อโม่วางถ้วยชาลงอย่างเชื่องช้า เขาเหลือบมองไปพลางกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า "ขอท่านเจ้าเมืองโปรดชี้แนะ"

"คุณชายทั้งสองแห่งตระกูลซูล้วนเป็นมังกรและหงส์ในหมู่คน ความอดทนของคุณชายใหญ่ซู และความลึกล้ำซ่อนเร้นของคุณชายรองซู ไม่เพียงแต่ห้าองครักษ์หมาป่าของข้าเท่านั้น แม้แต่ตัวข้าเองก็ยังชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง" หลัวเทียนอู่เอ่ยชมหนึ่งประโยค

ซูจื่อโม่ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าวว่า "ท่านเจ้าเมืองไม่ต้องหยั่งเชิงแล้ว มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถิด"

"ตรงไปตรงมาดี ข้าชื่นชมคนอย่างคุณชายรองซูเช่นนี้แหละ"

หลัวเทียนอู่หัวเราะเบาๆ "พี่ชายของท่านลอบสังหารราชาแห่งแคว้นเยี่ยนล้มเหลวแล้ว บัดนี้บาดเจ็บสาหัสนอนอยู่บนเตียง ข้ารู้ดีว่าในใจของคุณชายรองซูย่อมต้องอัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้นเป็นแน่"

เมื่อได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของซูจื่อโม่ก็เปลี่ยนไป

พี่ใหญ่ลอบสังหารราชาแห่งแคว้นเยี่ยน? แถมยังได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกหรือ?

ซูจื่อโม่ไม่ได้กลับบ้านมาหนึ่งปีเต็ม เขาไม่รู้เลยว่าตระกูลซูจะเกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ขึ้น

เหตุใดพี่ใหญ่จึงต้องลอบสังหารราชาแห่งแคว้นเยี่ยน?

หรือว่าศัตรูของตระกูลซูคือราชาแห่งแคว้นเยี่ยน?

เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของซูจื่อโม่ หลัวเทียนอู่ก็ผงะไปเล็กน้อยแล้วถามว่า "เป็นไปได้หรือไม่ว่าคุณชายรองซูยังไม่ทราบเรื่องนี้?"

"ข้าไม่รู้"

ซูจื่อโม่อดทนต่อความรู้สึกอยากจะรีบกลับไปยังตำบลผิงหยางอย่างแรงกล้า เขาได้แต่ส่ายหน้า

หลัวเทียนอู่รู้สึกว่าตนเองได้เปรียบในเชิงอำนาจกลับคืนมาแล้ว เขาเผยรอยยิ้มพลางกล่าวต่อว่า "อันที่จริง คนที่ข้าชื่นชมที่สุดก็คืออู่ติ้งกงซูมู่ ในอดีตกองทหารม้าเกราะดำใต้บังคับบัญชาของเขาช่างน่าเกรงขามเพียงใด? บรรดาแคว้นใต้อาณัติที่อยู่ใกล้เคียง ผู้ใดบ้างจะไม่รู้จักชื่อเสียงของซูมู่ น่าเสียดายที่..."

ซูมู่!

เมื่อได้ยินชื่อนี้ ไม่รู้ว่าเหตุใด ในใจของซูจื่อโม่ก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ซูจื่อโม่รู้สึกได้แล้วว่า คนที่ชื่อซูมู่ผู้นี้ มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นบิดาของเขา!

หลัวเทียนอู่กล่าวต่อไปว่า "สิบหกปีก่อน ได้ยินมาว่าอู่ติ้งกงถูกคนชั่วใส่ร้ายวางแผน จนถูกราชาแห่งแคว้นเยี่ยนมีรับสั่งให้สังหารล้างตระกูล ตอนนั้นข้าเองก็รู้สึกเสียใจและเศร้าสลดใจแทน ช่างน่าเสียดายวีรบุรุษแห่งยุค! โชคดีที่อู่ติ้งกงยังมีทายาท คุณชายทั้งสองแห่งตระกูลซูหนีรอดออกมาได้"

เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ในใจของซูจื่อโม่ก็เข้าใจแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างก็มีคำตอบ

ซูจื่อโม่ไม่เอ่ยคำใด เขาผุดลุกขึ้นยืน แล้วเดินตรงออกไปข้างนอก

"คุณชายรองซูจะไปที่ใด?" หลัวเทียนอู่รีบถาม

ซูจื่อโม่หน้าตาเคร่งขรึม เขาหันกลับมามองหลัวเทียนอู่ ในดวงตามีเส้นเลือดฝอยปรากฏขึ้นมา ดูน่ากลัวยิ่งนัก! หลัวเทียนอู่ตกใจ

คนรับใช้ชราชุดเทาที่อยู่ด้านหลังเขาถึงกับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือล้วงเข้าไปในอกเสื้อ สัมผัสกับถุงเก็บของที่อยู่ข้างใน

ในความเป็นจริงแล้ว หลัวเทียนอู่ไม่รู้เลยว่าซูจื่อโม่ไม่รู้ที่มาของตระกูลซู เขาไม่คาดคิดว่าซูจื่อโม่จะมีปฏิกิริยาที่รุนแรงถึงเพียงนี้

หลัวเทียนอู่สงบสติอารมณ์ สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า "ข้ารู้ว่าคุณชายรองซูร้อนใจที่จะแก้แค้น ตัวข้าเองก็อยากจะทวงความยุติธรรมให้อู่ติ้งกงเช่นกัน

เอาเช่นนี้แล้วกัน ข้ามีคนของข้าอยู่ในเมืองหลวงของแคว้นเยี่ยน สามารถช่วยให้คุณชายรองซูเข้าใกล้ราชาแห่งแคว้นเยี่ยนได้มากที่สุด

ด้วยความสามารถของคุณชายรองซู หากท่านกับข้าร่วมมือกัน จะต้องทำให้ราชาแห่งแคว้นเยี่ยนต้องโทษทัณฑ์ได้อย่างแน่นอน เป็นการล้างแค้นให้อู่ติ้งกง!"

ซูจื่อโม่หลับตาทั้งสองข้างลง ผ่านไปเนิ่นนาน เขาจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา สีเลือดในดวงตาค่อยๆ จางหายไป สายตากลับมาแจ่มใสอีกครั้ง

"นี่เป็นความแค้นส่วนตัวของตระกูลซูข้า เหตุใดท่านเจ้าเมืองจึงใส่ใจถึงเพียงนี้?" ซูจื่อโม่ถาม

หลัวเทียนอู่ยิ้มพลางกล่าวว่า "บุคคลที่ข้าชื่นชมที่สุดในชีวิตก็คืออู่ติ้งกง..."

"คำพูดเช่นนี้ เอาไว้หลอกเด็กเถอะ"

หลัวเทียนอู่ยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกซูจื่อโม่ขัดจังหวะอย่างไม่ไยดี

คำพูดที่ซูจื่อโม่กล่าวออกมานี้ นับว่าเป็นการไม่ให้ความเคารพต่อเจ้าเมืองผู้หนึ่งอย่างยิ่ง

แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของหลัวเทียนอู่กลับไม่ลดลง เขากล่าวต่อไปว่า "คุณชายรองซูคงจะโกรธเคืองอยู่บ้าง ข้า..."

"ฉู่เลี่ยงที่โรงเตี๊ยม เป็นคนที่ท่านส่งไปใช่หรือไม่"

ซูจื่อโม่ขัดจังหวะหลัวเทียนอู่อีกครั้ง เขาพูดอย่างสงบ

หลัวเทียนอู่หุบรอยยิ้มลง ในดวงตาฉายแววสังหารวาบหนึ่งแล้วจางหายไป เขาย้อนถามว่า "คุณชายรองซูพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?"

"ตั้งแต่ข้าลงมือจนถึงจับกุมตัวฉู่เลี่ยง ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบกว่าลมหายใจเท่านั้น"

ซูจื่อโม่ชี้ไปที่เฉากังที่อยู่ด้านข้าง แล้วกล่าวต่อไปว่า "องครักษ์เฉากลับพุ่งเข้ามาพอดี...เฮ้อ...ช่างรวดเร็วไปหน่อยกระมัง ดูเหมือนจะเตรียมพร้อมรออยู่ข้างๆ นานแล้ว"

"ข้า ข้าแค่บังเอิญผ่านไปทางนั้น..." เฉากังรีบอธิบาย

หลัวเทียนอู่โบกมือ ห้ามไม่ให้เฉากังพูดต่อ

เพียงแค่ได้พบปะกันชั่วครู่ หลัวเทียนอู่ก็ตระหนักได้ว่า เล่ห์เหลี่ยมตื้นๆ เช่นนี้มิอาจรอดพ้นสายตาของคนตรงหน้าไปได้ การอธิบายอย่างตะกุกตะกักมีแต่จะทำให้กลายเป็นตัวตลกเสียเปล่าๆ

ซูจื่อโม่หัวเราะเยาะอย่างเย็นชา เขาหันกายจากไป เมื่อเดินไปถึงประตู เขาก็หยุดฝีเท้าแล้วกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า

"หากท่านเจ้าเมืองคิดจะช่วยเหลือตระกูลซูอย่างจริงใจ ข้าซูจื่อโม่ย่อมต้องขอบคุณท่านเป็นแน่ แต่ว่า ข้าไม่ชอบถูกคนอื่นใช้เป็นเครื่องมือ ท่านเจ้าเมือง...โปรดไตร่ตรองให้ดี!"

พูดจบ ซูจื่อโม่ก็จากไปโดยไม่หันกลับมามอง

รอจนกระทั่งร่างของซูจื่อโม่หายลับไปจากจวนเจ้าเมือง สีหน้าของหลัวเทียนอู่จึงมืดครึ้มลง บนโต๊ะไม้จันทน์ข้างๆ ปรากฏรอยฝ่ามือขึ้นมาหนึ่งรอย!

"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน บังอาจมาโอหังต่อหน้าข้า!" หลัวเทียนอู่โกรธจัด กัดฟันด่าทอ

หลังจากสงบสติอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง หลัวเทียนอู่ก็ถอนหายใจยาว แล้วหันไปถามว่า "ท่านอาจารย์ ท่านรู้สึกอย่างไรกับเด็กคนนี้บ้าง?"

ในขณะนั้น คนรับใช้ชราชุดเทาก็ยืดตัวตรงขึ้น สายตาแจ่มใส ไม่เหลือเค้าของความชราภาพแม้แต่น้อย

เมื่อได้ยินคำถามของหลัวเทียนอู่ คนรับใช้ชราชุดเทาก็กล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า "คุณชายรองซูผู้นี้ไม่ธรรมดา แม้เขาจะไม่ใช่ผู้ฝึกปราณ แต่กลับมองออกว่าข้าเป็นผู้ฝึกปราณได้ในทันที

ในมือของเด็กคนนี้ย่อมต้องเปื้อนเลือดมาไม่น้อยเป็นแน่ เมื่อครู่ตอนที่เขาโกรธขึ้นมา ข้าถึงกับรู้สึกใจสั่น เป็นคนที่อันตรายมาก!"

"โอ้?"

หลัวเทียนอู่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วถามต่อว่า "หากเทียบกับท่านแล้วเป็นอย่างไร?"

คนรับใช้ชราชุดเทามีสีหน้าหยิ่งผยอง เขาพูดว่า "ข้าเป็นผู้ฝึกปราณระดับแปด พลังของคนธรรมดาจะมาต่อกรกับข้าได้อย่างไร!"

"แต่ว่า..."

หยุดไปครู่หนึ่ง คนรับใช้ชราชุดเทาก็เปลี่ยนเรื่องพูด "ด้วยความสามารถและสติปัญญาของเด็กคนนี้ โอกาสที่จะลอบสังหารราชาแห่งแคว้นเยี่ยนสำเร็จนั้นมีสูงมาก! ส่วนจะสามารถหนีรอดออกจากเมืองหลวงของแคว้นเยี่ยนได้หรือไม่นั้น หึๆ"

คนรับใช้ชราชุดเทายิ้มโดยไม่พูดอะไรต่อ

"จะหนีออกจากเมืองหลวงของแคว้นเยี่ยนได้หรือไม่ ข้าไม่สนใจ

ขอเพียงราชาแห่งแคว้นเยี่ยนตายไป แคว้นเยี่ยนก็จะขาดผู้นำ เกิดความวุ่นวายเป็นแน่ นั่นคือโอกาสอันดีที่เราจะเข้ายึดดินแดน สถาปนาตนเองเป็นราชา!" หลัวเทียนอู่ยิ้มเล็กน้อย ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในกำมือของเขา

-สองสิง์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 26 ล่วงรู้ความลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว