เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ผลเพลิงอัคคี

บทที่ 16 ผลเพลิงอัคคี

บทที่ 16 ผลเพลิงอัคคี


“คุณหนูเตี๋ย?”

จิตใจของซูจื่อโม่สั่นสะท้านขึ้นมา แต่แล้วเขาก็ปฏิเสธความคิดนี้ในทันที

คนที่คว้าตัวเขาไปนั้นร่างสูงใหญ่และแข็งแรง บนร่างกายเต็มไปด้วยขนยาว อีกทั้งยังส่งกลิ่นที่น่าคลื่นไส้ออกมา จะเป็นเตี๋ยเยว่ไปได้อย่างไรกัน

ซูจื่อโม่พยายามลืมตาขึ้น เพื่อที่จะมองดูรูปลักษณ์ของคนที่มาให้ชัดเจน

ทว่าความเหนื่อยล้าก็ถาโถมเข้ามาในใจของเขา สายตาของซูจื่อโม่ก็ยิ่งพร่ามัวลงไปอีก

ทำได้เพียงแค่มองเห็นอย่างเลือนรางว่าในมือของเงาดำนั้นราวกับจะคว้าจับอะไรบางอย่างอยู่ มันโหนตัวไปมาอยู่เหนือหุบเขา ความเร็วรวดเร็วอย่างยิ่ง คล่องแคล่วและว่องไว ในเวลาไม่นานก็กระโดดขึ้นไปบนยอดของหุบเขา หลุดพ้นจากวงล้อมของฝูงหมาป่าชางหลางได้สำเร็จ

“กะ กะ!”

เงาดำหันกลับไปมองฝูงหมาป่าชางหลางจำนวนมากในหุบเขา ส่งเสียงหัวเราะที่น่าขนลุกออกมา จากนั้นจึงหิ้วซูจื่อโม่กระโดดไปสองสามครั้ง ร่างของมันก็หายลับเข้าไปในป่ารกทึบ

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ซูจื่อโม่ก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมา เขาพยายามลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย กระดูกและเส้นเอ็นปวดเมื่อยไปหมด

ซูจื่อโม่ก้มศีรษะลงมอง ก็เห็นว่าบาดแผลบนร่างกายของเขา ถูกทาไว้ด้วยสมุนไพรที่ไม่รู้จักชื่อชั้นหนึ่ง ส่งกลิ่นหอมเย็นจางๆ ออกมา

ส่วนที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ก็ไม่รู้ว่าถูกทาไว้ด้วยอะไร ส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมา ฉุนจมูกจนยากที่จะทนทานได้

ซูจื่อโม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมทั้งกวาดสายตามองไปรอบๆ

นี่คือถ้ำแห่งหนึ่ง ค่อนข้างกว้างขวาง ไม่มีการตกแต่งอะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่บนผนังถ้ำแขวนไว้ด้วยหนังหมาป่าชางหลางอยู่ไม่น้อย

ในขณะนั้นเอง ที่ปากถ้ำก็มีเสียงกรอบแกรบดังขึ้นมา ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็มุดเข้ามา ท่าทางการเดินของมันดูแปลกประหลาดอยู่บ้าง ราวกับว่าใช้ปลายเท้าแตะพื้น กระโดดไปมา

ซูจื่อโม่จ้องมองอย่างตั้งใจ ทันใดนั้นก็ตะลึงงันอยู่กับที่

สิ่งที่เข้ามาไม่ใช่คน แต่กลับเป็นลิงตัวหนึ่ง…

ตนเองถูกลิงตัวหนึ่งช่วยเอาไว้อย่างนั้นรึ?

อารมณ์ของซูจื่อโม่ค่อนข้างสลับซับซ้อน ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา สัตว์วิเศษในเทือกเขาชางหลางที่ตายด้วยน้ำมือของเขาถึงจะไม่มีเป็นพัน ก็คงจะมีถึงแปดร้อยตัว ไม่คาดคิดว่าในท้ายที่สุดแล้วเขาจะถูกวานรวิเศษตัวหนึ่งช่วยเอาไว้

วานรวิเศษตัวนี้รูปร่างหน้าตาธรรมดามาก เพียงแค่แขนของมันยาวเป็นพิเศษ เมื่อปล่อยลงตามธรรมชาติจะยาวเลยเข่าไป และในส่วนลึกของดวงตาของมันก็มีแสงสีแดงจุดหนึ่งเคลื่อนไหวอยู่ ดูแปลกประหลาดอยู่บ้าง

“ขอบใจมาก” ซูจื่อโม่ประสานหมัดคารวะวานรวิเศษ

วานรวิเศษเบ้ปากอย่างดูเป็นมนุษย์อย่างยิ่ง ไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งต่อคำขอบคุณของซูจื่อโม่เลยแม้แต่น้อย มันโบกแขนไปมา ชี้ไปที่หนังหมาป่าชางหลางที่แขวนอยู่บนผนัง แล้วจึงส่งเสียงร้องอยู่ครู่หนึ่ง

ในท้ายที่สุด วานรวิเศษก็ชี้ไปที่ซูจื่อโม่ ยื่นนิ้วออกมาหนึ่งนิ้ว แล้วจึงส่ายไปมาอย่างดูแคลน

มันบรรลุแล้ว!

วานรวิเศษตัวนี้นอกจากจะพูดไม่ได้แล้ว ก็ไม่แตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไปเลยแม้แต่น้อย

แม้แต่อารมณ์ที่ผู้ใหญ่มี วานรวิเศษก็สามารถแสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบผ่านทางท่าทางและสีหน้า

ซูจื่อโม่ถึงกับหัวเราะออกมาอย่างจนปัญญา เขาเอ่ยถามอย่างลองเชิงว่า “เจ้ากำลังจะบอกว่า เจ้าไม่ได้ตั้งใจจะช่วยข้าเลย เพียงแต่เป็นเพราะเจ้ามีความแค้นกับหมาป่าชางหลางพวกนี้อย่างนั้นรึ?”

วานรวิเศษแยกเขี้ยวยิ้ม พร้อมทั้งพยักหน้า

“เช่นนั้นแล้ว เราก็มีศัตรูร่วมกัน ในภายภาคหน้าก็พอจะร่วมมือกันได้”

ซูจื่อโม่อัดอั้นอยู่ในเทือกเขาชางหลางมาครึ่งปี ก็อยากจะหาคนพูดคุยด้วยบ้าง วานรวิเศษที่อยู่เบื้องหน้านี้มีสติปัญญาสูงส่ง ไม่แตกต่างจากเผ่าพันธุ์มนุษย์เลย นับว่าเป็นคู่สนทนาที่ดีเยี่ยม

“ถุย!”

วานรวิเศษถ่มน้ำลายออกมาคำหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน มันทำท่าทางดูถูกซูจื่อโม่ ราวกับจะเยาะเย้ยว่าพละกำลังของซูจื่อโม่อ่อนแอเกินไป

“…”

ซูจื่อโม่อ้าปากค้าง ตนเองถึงกับถูกลิงตัวหนึ่งดูถูก

อย่างไรเสียก็เป็น ‘วานร’ ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต ซูจื่อโม่ก็ไม่กล้าจะพูดอะไรมากนัก สีหน้าของเขาดูเก้อเขินอยู่บ้าง

ซูจื่อโม่มองลอดปากถ้ำออกไปดูสีของท้องฟ้า ในใจของเขาพลันเกิดความสงสัยขึ้นมา

เขาหมดสติไปอย่างน้อยก็หนึ่งวันแล้ว เหตุใดครั้งนี้ฝูงหมาป่าชางหลางถึงไม่ได้ตามมา?

เมื่อได้กลิ่นที่ฉุนกึกและรุนแรงบนร่างกายของตนเอง ดวงตาของซูจื่อโม่ก็สว่างวาบขึ้นมา อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมาว่า “เจ้ามีวิธีใดที่สามารถปกปิดกลิ่นบนร่างกายของข้า หลีกเลี่ยงประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นของหมาป่าชางหลางได้งั้นรึ?”

“กะ กะ กะ กะ!”

เมื่อได้ยินคำถามนี้ วานรวิเศษก็อ้าปากกว้าง หัวเราะออกมาอย่างภาคภูมิใจยิ่งนัก ในแววตาของมันเต็มไปด้วยความขบขัน เมื่อเห็นแววตาของวานรวิเศษ ซูจื่อโม่ก็พลันมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมา

เขาเห็นวานรวิเศษย่อตัวลง นั่งยองๆ ทำท่าทางเหมือนกำลังจะขับถ่าย มันใช้ฝ่ามือรองไว้ใต้ก้น จากนั้นจึงนำมาละเลงทาไปทั่วร่างกายของตนเอง

“สิ่งที่ทาอยู่บนตัวข้า คืออุจจาระของเจ้างั้นรึ?” ใบหน้าของซูจื่อโม่ซีดเผือด เขาเอ่ยถามออกมาอย่างยากลำบาก

“กะ กะ กะ!”

สัตว์วิเศษแหงนหน้าหัวเราะลั่น มันโบกแขนไปมาพร้อมทั้งกระโดดโลดเต้นอยู่กับที่ ราวกับว่าได้ทำเรื่องที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

“…”

ซูจื่อโม่รู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า เขากัดฟันแน่นฝืนทนความอยากที่จะสบถออกมา เขากล่าวออกมาทีละคำอย่างชัดเจนว่า “เจ้าลิงบ้า ข้า…”

เมื่อเห็นว่าซูจื่อโม่ถูกทำให้คลื่นไส้ วานรวิเศษก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นไปอีก มันร้องออกมาไม่หยุดหย่อน ตื่นเต้นอย่างยิ่ง

ซูจื่อโม่กัดฟันกล่าวว่า “เจ้าลิงบ้า รอให้ข้าหายดีก่อนเถอะ ข้าจะต้องสู้กับเจ้าสักตั้ง!”

วานรวิเศษไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย มันเพียงแค่ยืนอยู่ที่เดิม มือทั้งสองข้างเท้าสะเอวหัวเราะอย่างหยิ่งผยอง

ซูจื่อโม่ได้รับบาดเจ็บทั่วทั้งร่างกาย ชั่วคราวนี้ยังทำอะไรมันไม่ได้ เขาจึงล้มตัวลงนอนกับพื้น พยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุด

เพิ่งจะล้มตัวลงนอน ซูจื่อโม่ก็เห็นผลไม้สีแดงสดใสลูกหนึ่งห้อยต่องแต่งอยู่เหนือศีรษะไม่ไกลนัก มันดูชุ่มฉ่ำยิ่งนัก พร้อมทั้งส่งกลิ่นหอมยั่วยวนออกมา

ซูจื่อโม่รู้สึกคอแห้งผาก ไม่ได้คิดอะไรมากนัก เขาจึงยื่นมือไปเด็ดผลไม้สีแดงลูกนั้นแล้วยัดเข้าปากไป

ผลไม้ละลายในปากทันที น้ำของมันหอมหวาน กลายเป็นกระแสความอบอุ่นสายหนึ่งไหลเข้าสู่ช่องท้อง

วานรวิเศษบังเอิญเห็นภาพนี้เข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ ม่านตาของมันหดเล็กลง เสียงหัวเราะก็หยุดลงในทันที

ซูจื่อโม่เลียริมฝีปาก รู้สึกว่าผลไม้ลูกนี้รสชาติดี กำลังจะหาอีกลูกหนึ่ง ทว่าเขาก็พลันสัมผัสได้ว่าในถ้ำนั้นอบอวลไปด้วยจิตสังหาร!

อากาศราวกับจะแข็งตัว

“หืม?”

ซูจื่อโม่ตกใจ เขาลุกขึ้นนั่งโดยไม่รู้ตัว แต่เกือบจะชนเข้ากับใบหน้าใหญ่โตของวานรวิเศษ

วานรวิเศษจ้องมองด้วยดวงตาสีแดงเลือดคู่หนึ่ง แยกเขี้ยวคำราม หายใจหอบถี่ ดูท่าทางแล้วมันอยากจะฉีกซูจื่อโม่เป็นชิ้นๆ!

ในใจของซูจื่อโม่พลันเกิดความคิดขึ้นมา เขาเดาได้อย่างเลือนรางว่า ผลไม้ที่ตนเองกินเข้าไปเมื่อครู่นี้เกรงว่าคงจะไม่ใช่ของธรรมดา

“แค่กๆ เจ้าทำให้ข้าคลื่นไส้ ข้าก็กินผลไม้ของเจ้าไปลูกหนึ่ง ถือว่าหายกัน”

ซูจื่อโม่รู้สึกผิดอยู่บ้าง

“โฮก โฮก!”

เมื่อได้ยินคำพูดของซูจื่อโม่ วานรวิเศษก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ มันโกรธจนกระโดดขึ้นมาจากที่เดิม ทุบหน้าอกกระทืบเท้า เกิดเป็นเสียงดัง ‘กึก กึก’ ขึ้นมา

วานรวิเศษบ้าคลั่งราวกับจะเอาศีรษะโขกกับผนังถ้ำข้างๆ อย่างแรง เศษหินแตกกระจายไปทั่ว เสียงดังสนั่นหวั่นไหวน่าสะพรึงกลัว

ซูจื่อโม่รู้สึกตกใจพละกำลังของวานรวิเศษตัวนี้แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ต่อให้เขาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด เกรงว่าก็คงจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน โชคดีที่วานรวิเศษไม่ได้ระบายอารมณ์กับเขา มันเพียงแค่ทุบตีหินผาไม่หยุดหย่อน ราวกับจะทลายผนังถ้ำข้างๆ ให้ทะลุ

ในขณะนั้นเอง ซูจื่อโม่ก็พลันรู้สึกว่าในช่องท้องของเขาค่อยๆ ร้อนขึ้น กลายเป็นร้อนระอุ กระแสความอบอุ่นสายแล้วสายเล่าไหลไปทั่วแขนขาทั้งสี่ แผ่ซ่านออกมาเป็นความร้อนที่ไม่สิ้นสุด

ผิวหนังของซูจื่อโม่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ราวกับว่าในร่างกายของเขามีเตาหลอมขนาดใหญ่กำลังเผาผลาญร่างกายของเขาอยู่ เจ็บปวดจนสุดจะทนทานได้

“ซี่!”

ซูจื่อโม่สูดหายใจเข้าลึกๆ เขาก้มศีรษะลงมอง ก็เห็นเลือดเนื้อบริเวณรอบๆ บาดแผลบนร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง มันเชื่อมต่อกันด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า สมานตัวเข้าด้วยกัน ทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็น

ในชั่วพริบตา รอยแผลเป็นก็หลุดลอกออกไป ผิวหนังก็งอกขึ้นมาใหม่เหมือนเดิม

แม้แต่เนื้อที่ถูกหมาป่าชางหลางฉีกออกไปจากต้นขา ในตอนนี้ก็กำลังงอกขึ้นมาใหม่อย่างบ้าคลั่ง

“อ๊าก!”

ซูจื่อโม่แหงนหน้าคำราม รู้สึกราวกับว่าคนทั้งคนกำลังจะระเบิดออก!

“แย่แล้ว พลังงานสายนี้แข็งแกร่งเกินไป หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ร่างกายจะต้องถูกดันจนระเบิดแน่!”

ซูจื่อโม่ไม่ทันได้คิดอะไรมากนัก เขาโคจรคัมภีร์หลอมกายาและยืดเส้นเอ็นในทันที พร้อมทั้งทำการหายใจเข้าออก ในขณะเดียวกัน ซูจื่อโม่ก็กระโดดขึ้นไปในอากาศ ใช้ท่าก้าวย่างไถสวรรค์ วิ่งไปมาในถ้ำอย่างบ้าคลั่ง ในมือของเขาคอยฝึกฝนกระบวนท่าในคัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดารอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะระบายพลังงานสายนี้ออกไป

วานรวิเศษราวกับจะตกใจกับภาพนี้เช่นกัน มันหยุดบ้าคลั่ง อ้าปากค้างมองดูซูจื่อโม่ที่บ้าคลั่งยิ่งกว่ามันเสียอีก

กระแสพลังงานแก่นแท้ที่มหาศาลจนยากที่จะทนทานได้ พุ่งพล่านไปมาในร่างกายของซูจื่อโม่ คอยบำรุงเลือดเนื้อ ขัดเกลาผิวหนัง และยืดเส้นเอ็นใหญ่อย่างต่อเนื่อง

ระดับของคัมภีร์หลอมกายาและยืดเส้นเอ็นกำลังพัฒนาก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว!

ผึง! ผึง! ผึง!

เส้นเอ็นใหญ่ในร่างกายของซูจื่อโม่สั่นสะท้าน เกิดเป็นเสียงราวกับสายธนูกระทบกัน

เปลี่ยนเส้นเอ็นขั้นสำเร็จเล็กน้อย!

ความยืดหยุ่นและความคล่องแคล่วของร่างกายเพิ่มขึ้น ฝีเท้าก็เบาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พลังก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว! ตามที่เตี๋ยเยว่กล่าวไว้ ตราบใดที่ฝึกเปลี่ยนเส้นเอ็นสำเร็จเล็กน้อย พลังของซูจื่อโม่ก็จะเพียงพอที่จะคุกคามผู้ฝึกปราณระดับแปดได้!

แต่ถึงกระนั้น ซูจื่อโม่ก็ยังคงไม่สามารถสลายพลังงานแก่นแท้อันมหาศาลในร่างกายนี้ได้

ผิวหนังของซูจื่อโม่ปริแตก รอยเลือดปรากฏขึ้นทั่วทั้งร่างกาย ดูน่ากลัวและสยดสยอง

“นี่มันอะไรกันแน่!”

ซูจื่อโม่ตกใจอย่างมาก เขาจะไปคิดได้อย่างไรว่า เพียงแค่กินผลไม้ไปลูกหนึ่ง จะถึงกับมีอันตรายถึงชีวิต

ในความเป็นจริงแล้ว ผลไม้สีแดงลูกนี้มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในโลกของผู้ฝึกเซียน มันคือผลเพลิงอัคคีซึ่งเป็นของวิเศษที่พันปีจึงจะออกดอกหนึ่งครั้ง และพันปีจึงจะออกผลหนึ่งครั้ง

ผลเพลิงอัคคีมีพลังงานแก่นแท้ที่มหาศาลและเข้มข้น นับว่าเป็นของบำรุงชั้นเลิศ คุณสมบัติของยาเป็นธาตุไฟ ร้อนแรงและรุนแรง ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะกินดิบๆ ส่วนใหญ่แล้วจะนำไปใช้เป็นส่วนประกอบร่วมกับสมุนไพรวิเศษอื่นๆ เพื่อปรุงเป็นยาเม็ด ทำให้คุณสมบัติของยาเป็นกลางลง จึงจะสามารถรับประทานได้

หากไม่ใช่เพราะซูจื่อโม่ได้ฝึกฝนคัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดาร ทำให้ร่างกายแข็งแกร่ง ในชั่วขณะที่เขากลืนกินผลเพลิงอัคคีเข้าไป คนทั้งคนก็จะถูกความร้อนภายในเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว

วานรวิเศษเฝ้าดูแลต้นผลเพลิงอัคคีนี้มาหลายปีแล้ว ในช่วงสองสามวันนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่ผลเพลิงอัคคีสุกงอมพอดี เดิมทีมันตั้งใจจะเลือกวันดีๆ แล้วจึงค่อยกินผลเพลิงอัคคีลูกนี้เข้าไป ไม่คาดคิดว่าจะถูกซูจื่อโม่กลืนลงไปในคำเดียว ไม่เหลือแม้แต่เปลือก

ก็พอจะจินตนาการได้ว่า วานรวิเศษเมื่อครู่นี้จะรู้สึกหดหู่และโกรธแค้นเพียงใด

เพียงแต่ในตอนนี้ เมื่อเห็นว่าซูจื่อโม่เจ็บปวดถึงเพียงนี้ ในใจของวานรวิเศษก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา

วานรวิเศษฉลาดอย่างยิ่ง ย่อมมองออกว่า ต่อให้เปลี่ยนเป็นมันที่กินผลเพลิงอัคคีลูกนี้เข้าไป ผลลัพธ์ก็คงจะไม่ดีไปกว่ากันมากนัก ยากที่จะรอดพ้นจากความตายไปได้

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ในใจของวานรวิเศษก็รู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง ซูจื่อโม่ต้องประสบกับภัยพิบัติครั้งนี้ ก็เป็นเพราะมันเป็นต้นเหตุ

วานรวิเศษเกาหูเกาแก้ม มองดูซูจื่อโม่ที่เจ็บปวดอย่างผิดปกติ ทั่วทั้งร่างกายแดงก่ำ แต่กลับคิดหาวิธีใดๆ ไม่ได้

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 16 ผลเพลิงอัคคี

คัดลอกลิงก์แล้ว