- หน้าแรก
- ทำฟาร์มในวันสิ้นโลก ผมพารูมเมตไล่ฆ่าจนบ้าคลั่ง
- บทที่ 18 รหัสลับ
บทที่ 18 รหัสลับ
บทที่ 18 รหัสลับ
บทที่ 18 รหัสลับ
เวลา 19.50 น. พวกเธอปลุกเซี่ยเยว่ให้ตื่นขึ้น
สาวสวยตาใสยิ้มเก่งลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือโดยไม่ห่วงภาพลักษณ์ เส้นผมของเธอพันกันยุ่งเหยิงราวกับวัชพืช เธอเอ่ยถามอย่างว่าง่าย "มีอะไรเหรอ ถึงเวลาทำภารกิจแล้วใช่ไหม ฉันจะรีบลุกเดี๋ยวนี้แหละ"
เธอลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองเพิ่งจะกลับมาจากภารกิจเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
"ไม่ต้องหรอก เธอนอนพักต่อเถอะ" สวี่เคอว่างเอ่ยเสียงเบาพลางกดไหล่เธอไว้ "คืนนี้เป็นภารกิจกลุ่ม พวกเราสามคนจะออกไปเอง ส่วนเธอคอยเฝ้าห้องไว้"
เซี่ยเยว่กะพริบตาปริบ ๆ
"หา?"
"ภารกิจกลุ่มเหรอ?"
หลังจากใช้สมองประมวลผลอยู่ไม่กี่วินาที เธอก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "แล้วทำไมไม่พากันไปด้วยล่ะ หรือว่าพวกเธอคิดว่าฉันไม่ฉลาดพอ?"
"ไม่ฉลาดได้ยังไงกัน คนที่ไม่ฉลาดจะออกไปทำภารกิจคนเดียวจนได้รางวัลมาเยอะแยะขนาดนี้ได้ยังไงล่ะ" สวี่เคอว่างนั่งลงข้างเตียงและอธิบายอย่างใจเย็น
"เหวินไฉกับหนิงอี้เหว่ยจำเป็นต้องไป คืนนี้ต้องปลดล็อกแผงข้อมูลของทั้งสองคนให้ได้ถึงจะคุ้มค่าที่สุด" น้ำเสียงของเธอทุ้มนุ่มน่าฟัง "ห้องพักจะปล่อยให้ว่างไม่ได้ ไม่อย่างนั้นอาจถูกบุกรุก เพราะฉะนั้นเราสองคนต้องมีคนหนึ่งอยู่เฝ้า"
เซี่ยเยว่ยกมือขึ้น "ฉันไปเองก็ได้ เธออยู่เฝ้าห้องเถอะ"
สวี่เคอว่างกดมือเธอลง "ทรัพยากรตอนนี้ขาดแคลนมาก หลายคนเริ่มจับจ้องห้องพักห้องอื่น พละกำลังในการต่อสู้ของฉันสู้เธอไม่ได้หรอก ถ้าพวกนั้นบุกมาเป็นกลุ่ม เธอจะมีประโยชน์มากกว่าฉันมาก"
เมื่อได้ฟังเหตุผล เซี่ยเยว่ก็เริ่มสงบลง
สาเหตุหลักคือตั้งแต่ภารกิจถูกปล่อยออกมา ชีวิตมนุษย์ก็เปราะบางราวกับมดปลวก ที่พึ่งพิงเพียงแห่งเดียวคือพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตรในหอพัก และคนกลุ่มเดียวที่เธอเชื่อใจได้ก็คือรูมเมททั้งสามคน ดังนั้นแม้เซี่ยเยว่จะทำตัวร่าเริงไร้กังวล แต่ลึก ๆ แล้วเธอกลับวิตกจริตอยู่ตลอดเวลา
เธอระแวงว่าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
"ถ้าอย่างนั้น... ฉันจะเฝ้าที่นี่ให้ดีที่สุด" เสียงของเซี่ยเยว่เริ่มอู้อี้เหมือนคนคัดจมูก "ไม่ต้องห่วงนะ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ฉันจะปกป้องห้องและเสบียงของเราไว้ให้ได้"
เหวินไฉยิ้มออกมา "โธ่เอ๊ย จำไว้นะว่าชีวิตสำคัญที่สุด เสบียงหมดเราหาใหม่ได้ แต่ถ้าคนหายไป มันคือหายไปจริง ๆ นะ"
บรรยากาศกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง และแล้วเวลา 20.00 น. ก็มาถึง
สวี่เคอว่างแต่งตัวมิดชิดเพื่อรักษาความอบอุ่น เธอแปะถุงร้อนไว้ที่ท้อง แผ่นหลัง และเข่าทั้งสองข้าง แม้การใช้แบบนี้จะดูสิ้นเปลือง แต่ถ้าอุณหภูมิต่ำเกินไปร่างกายจะเชื่องช้าและส่งผลต่อการหนี เธอจึงยอมประหยัดเรื่องนี้ไม่ได้
เธอมีพลั่วเหล็กเป็นอาวุธ จึงยกมีดสั้นให้คนอื่นไป และเก็บเพียงมีดปอกผลไม้ไว้ในกระเป๋าเพื่อเป็นอาวุธสำรอง
นอกจากนี้ยังมีช็อกโกแลตและธัญพืชอัดแท่งซึ่งเป็นของจำเป็นที่ต้องพกติดตัว
เหวินไฉและหนิงอี้เหว่ยก็แต่งตัวไม่ต่างกัน ทั้งคู่ห่อตัวหนาเตอะจนเหลือเห็นเพียงดวงตา ในมือถือมีดสั้นประกายวาววับ ดูลึกลับและเคร่งขรึมไม่น้อย
"อ้อ จริงด้วย อุปกรณ์ทำแผลที่ฉันได้มาเมื่อวานยังไม่ได้ใช้ พวกเธอเอาติดตัวไปด้วยนะ" เซี่ยเยว่รีบเข้ามาช่วยกุลีกุจอ
ในคืนแรก สวี่เคอว่างออกไปอย่างเร่งรีบโดยไม่ได้เตรียมตัว และทุกคนก็ยังคิดไม่รอบคอบพอ แต่เมื่อคืนตอนที่เซี่ยเยว่ออกไป พวกเธอได้สรุปรายการของใช้จำเป็นกันไว้แล้ว
หนึ่งในนั้นคืออุปกรณ์ปฐมพยาบาล
ยาพ่นหยุนหนานไป๋เย่าสำหรับแก้ฟกช้ำและห้ามเลือด แอลกอฮอล์ขวดเล็กสำหรับฆ่าเชื้อ พลาสเตอร์และผ้าพันแผลสำหรับทำแผลเบื้องต้น ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่หนิงอี้เหว่ยสรุปและจัดใส่กระเป๋าเป้ของสวี่เคอว่างไว้เรียกล่วงหน้า
ก่อนจะก้าวออกจากห้อง สวี่เคอว่างก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้อีกเรื่อง
"ครั้งนี้เราต้องตั้งรหัสลับกันจริง ๆ แล้วล่ะ" เธอกล่าว "ข้างนอกคนจะเยอะและวุ่นวายมาก ถ้ามีสัตว์ประหลาดปลอมตัวเป็นใครสักคน เราจะแยกแยะได้ยาก รหัสลับจะเป็นสัญญาณยืนยันตัวตนของเรา"
ส่วนเรื่องจะตั้งรหัสว่าอะไรนั้น ทั้งสามคนเพียงแค่สบตากันก็เข้าใจความหมายในทันที
เมื่อนึกถึงสิ่งที่จะทำ พวกเธอก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มออกมา
"ฉันเริ่มก่อนนะ รหัสลับของฉันคือ เซี่ยเยว่ แคลคูลัส 43" สวี่เคอว่างเอ่ยก่อน ใบหน้าที่มักจะเรียบเฉยพลันปรากฏรอยยิ้มออกมาในที่สุด
เหวินไฉหัวเราะคิกคักพลางยกมือขึ้น "รหัสลับของฉันคือ เซี่ยเยว่ สถิติ 36"
"ฉันด้วย ๆ รหัสลับของฉัน เซี่ยเยว่ การบัญชี 55!" หนิงอี้เหว่ยรีบพูดตามอย่างตื่นเต้น
เซี่ยเยว่: "..."
"ฮัลโหล ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้นะจ๊ะ พวกเธอช่วยเกรงใจกันหน่อยได้ไหม"
การล้อเล่นกันเล็กน้อยทำให้บรรยากาศเคร่งเครียดในห้องดีขึ้นมาก ทั้งสามคนโบกมือลาแล้วก้าวออกจากห้องไป
เซี่ยเยว่ที่ถูกทิ้งให้อยู่ลำพังยืนบื้ออยู่นาน ก่อนจะเช็ดหางตาแล้วลากโต๊ะเรียนมาขวางประตูไว้ จากนั้นจึงยกเก้าอี้มาวางกลางห้องแล้วแบกดัมเบลไว้บนบ่า
ตอนนี้เธออารมณ์ไม่ดี ใครหน้าไหนโผล่มาแม่จะซัดให้ร่วงเลย
โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเซี่ยเยว่กำลังเข้าสู่โหมดดาร์กอยู่ในห้อง สวี่เคอว่างสังเกตเห็นทันทีที่ก้าวพ้นประตูว่าวิญญาณรดต้นคอไม่ได้ปรากฏตัวออกมา ดูเหมือนว่าคืนนี้ทุกคนที่ออกไปจะถูกละเว้นในฐานะพนักงานทำความสะอาด
ขณะเดินลงไปยังชั้นสาม พวกเธอพบเด็กสาวสองคน
"สวัสดีค่ะ อยากรวมกลุ่มกันไหม" เด็กสาวในเสื้อกันหนาวขนเป็ดสีชมพูโบกมือทักทาย "ฉันมาจากชั้นสี่ ส่วนเพื่อนคนนี้มาจากชั้นห้า ในห้องพักเราเหลือเราแค่คนเดียวแล้ว คืนนี้เป็นภารกิจกลุ่ม อยู่รวมกันไว้น่าจะปลอดภัยกว่านะ"
สวี่เคอว่างนิ่งเงียบ ส่วนเหวินไฉและหนิงอี้เหว่ยก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
ทว่าในใจทุกคนคิดตรงกัน—นักศึกษานี่ยังอ่อนต่อโลกเกินไปจริง ๆ
ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ การบอกคนอื่นว่าในห้องตัวเองเหลือแค่คนเดียวนั้นมีประโยชน์อะไร? มันไม่ต่างจากการเดินถือป้าย "มาปล้นฉันสิ" ไว้บนหัวเลยสักนิด
สวี่เคอว่างมองเด็กสาวทั้งสองคน เธอไม่ได้ปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้ตกลง
เธอเพียงส่งสัญญาณให้ทุกคนเดินลงไปข้างล่างต่อ "ดูก่อนแล้วกัน"
สถานการณ์ของภารกิจทำความสะอาดจะเป็นอย่างไรยังไม่มีใครรู้ แผนการต่อสู้ต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์จริงตรงหน้าเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้มีท่าทีรังเกียจ เด็กสาวทั้งสองจึงไม่ได้เซ้าซี้เรื่องรวมกลุ่มอีก แต่กลับทำทีเป็นเดินตามหลังมาอย่างเงียบ ๆ ทีมสามคนจึงกลายเป็นห้าคนโดยปริยาย ในขณะเดียวกันก็มีเสียงฝีเท้าอื่นดังแว่วมาจากโถงทางเดิน แสดงว่ามีคนลงมามากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อสวี่เคอว่างนำทางมาถึงชั้นสาม
ความรู้สึกในตอนนั้นยากที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูด
เด็กสาวจากชั้นสี่เกือบจะกรีดร้องออกมา แต่ยังพอมีสติที่จะรีบตะครุบปากตัวเองไว้ทัน
พื้นที่ทั้งหมดของชั้นสามนองไปด้วยเลือด การก้าวเท้าลงไปแต่ละครั้งจะเกิดเสียง "แฉะ แฉะ" และรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ เสียงคำรามต่ำและเสียงฝีเท้าสับสนของพวกตัวประหลาดดังก้องมาจากโถงทางเดิน
ประตูห้องพักทุกห้องเปิดอ้าออกอย่างไร้ร่องรอยของมนุษย์ปกติ
เท่าที่สายตามองเห็น มีสัตว์ประหลาดที่พเนจรอยู่เดินเข้าออกตามห้องพักเหล่านั้น การปรากฏตัวของพวกเธอเหมือนไปกดปุ่มสวิตช์ ทันใดนั้นสัตว์ประหลาดที่เคยเดินอย่างไร้จุดหมายก็พากันหันหัวกลับมาแล้วพุ่งตรงเข้ามาหาในสภาพบิดเบี้ยวผิดรูป
เด็กสาวสองคนที่ตามมาหวาดกลัวจนอยากจะหันหลังวิ่งหนี แต่กลับพบว่าบันไดครึ่งทางถูกผู้คนปิดล้อมไว้หมดแล้ว
ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ที่ลงมาจากชั้นสี่ ชั้นห้า และชั้นหก ต่างยืนสั่นสะท้านอยู่ตรงบันได ไม่รู้ว่าควรจะเดินหน้าไปตาย หรือจะถอยกลับไปรอความตายที่ห้องพักดี
สวี่เคอว่างปฏิกิริยาไวที่สุด เหมือนกับตอนที่เธอฆ่าอ้ายซีในวันแรก พลั่วเหล็กในมือเหวี่ยงขึ้นลงเล็งตัดหัวสัตว์ประหลาดโดยตรง
ทว่าเหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด
การจู่โจมสุดแรงของเธอไม่สามารถปลิดชีวิตมันได้อย่างง่ายดายเหมือนเคย มันเพียงแค่ตัดลำคอของมันขาดไปได้ครึ่งเดียวเท่านั้น
โชคดีที่เหวินไฉไหวพริบดี เธอพุ่งเข้าใส่และใช้มีดสั้นตวัดตัดคออีกด้านที่เหลืออยู่ของมันจนขาดสะบั้น เลือดสีดำพุ่งฉีดออกมา สวี่เคอว่างจึงรีบถีบร่างมันออกไปอย่างแรง
หัวของมันยังคงมีเนื้อติดอยู่กับคอเพียงเล็กน้อย แต่ก็นับว่าโชคดีที่มันไม่ลุกขึ้นมาอีก
หัวใจของสวี่เคอว่างหนักอึ้ง
สัตว์ประหลาดพวกนี้ ดูเหมือนจะวิวัฒนาการขึ้นมาแล้ว