- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 95 : การสำรวจ
ตอนที่ 95 : การสำรวจ
ตอนที่ 95 : การสำรวจ
ตอนที่ 95 : การสำรวจ
กลับมาที่ฐานลวี่หยวน
หลังจากผ่านพ้นภัยพิบัติไป ฐานลวี่หยวนก็กลับมาพัฒนาอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
ในช่วงเย็นของวันถัดมาจากวันที่มีฝนกรด
วันนี้สมาชิกทีมต่อสู้ไม่ได้ออกไปค้นหาเสบียง แต่พวกเขายังอยู่รอบๆ ฐานเพื่อทดสอบและยืนยันการกลายพันธุ์ของพวกซอมบี้
กระบวนการก็ไม่ได้ซับซ้อน
พวกเขาเพียงแค่ต้องล่อซอมบี้เข้ามาแล้วใช้ตาข่ายขนาดใหญ่พิเศษบนกำแพงคลุมเป้าหมายไว้ พวกเขาไม่จำเป็นต้องฆ่ามัน แต่พวกเขาเกี่ยวมันและลากไปยังพื้นที่ปลอดภัยที่ถูกแยกออกมานอกฐาน
พวกเขาถอนฟันของมันออกมาทั้งหมด ก่อนจะสวมที่ครอบปากแบบพิเศษและยังตัดนิ้วทั้งหมดของมันทิ้ง (เหลือไว้แค่แขนให้มันแกว่งเล่นเพื่อที่พวกเขาจะได้รักษาระดับความเร็วในการวิ่งแบบปกติของมัน) หลังจากนั้นพวกเขาก็ใช้เทปปิดบาดแผลทั้งหมดของมันเพื่อป้องกันของเหลวจากร่างกายของมันกระเด็นใส่
พวกเขาผูกเชือกรอบเอวของมันโดยเหลือความยาวเชือกไว้ระดับหนึ่ง เพื่อกำหนดขอบเขตที่มันจะสามารถเคลื่อนไหวได้
จากนั้นพวกเขาก็จะทำการทดลองและทดสอบมัน
และตราบใดที่พวกเขายังระมัดระวังให้มากพอ พวกเขาก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน
หลังจากการทดสอบมาตลอดทั้งวัน พวกเขาก็ได้ประเมินการเปลี่ยนแปลงล่าสุดของซอมบี้ออกมาคร่าวๆ
พวกเขาพบว่าความแข็งแกร่งของซอมบี้ที่ถูกจับมาเพิ่มขึ้น 20 ถึง 40 เปอร์เช็นต์เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน
ในแง่ของความคล่องตัว หรือก็คือความเร็วในการเคลื่อนที่ มันเร็วกว่าเมื่อก่อน 10 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์
หากความเร็วของซอมบี้ที่ไล่ล่ามนุษย์อย่างเต็มที่ในอดีตเทียบเท่ากับการวิ่งเหยาะๆ ตอนนี้พวกมันก็วิ่งได้เร็วเกือบจะเท่ากับการวิ่งด้วยความเร็วระดับกลางของมนุษย์แล้ว!
หากมนุษย์ถูกซอมบี้ไล่ล่าด้วยความเร็วระดับนี้ พวกเขาอาจจะสามารถสลัดมันทิ้งได้ในช่วงแรก แต่พอผ่านไปได้สักระยะหนึ่งพวกเขาก็จะถูกมันตามทันอย่างแน่นอน!
เพราะมนุษย์ไม่สามารถวิ่งเร็วได้นานขนาดนั้น แต่ซอมบี้สามารถทำได้!
นอกจากนี้ การตอบสนองต่อกลิ่นและเสียงของพวกมันก็ไวขึ้นด้วย การมองเห็นดูเหมือนจะยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงและอาการไม่ชอบแสงแดดของพวกมันก็ดูจะยังคงเหมือนเดิม
นี่แสดงให้เห็นได้ชัดว่า
การออกไปข้างนอกนั้นมีอันตรายเพิ่มขึ้นอีกแล้ว
แผนการทำภารกิจต่างๆ ในอนาคตเองก็จะต้องได้รับการเปลี่ยนแปลง
เดิมที สมาชิกทีมต่อสู้หนึ่งคนอาจจะสามารถจัดการกับซอมบี้ 2 ถึง 3 ตัวได้ แต่ตอนนี้พวกเขาสามารถรับมือได้เพียง 1 ถึง 2 ตัวเท่านั้นและแผนการต่อสู้แบบเดิมก็จะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป
นี่เป็นเพียงข้อมูลจากซอมบี้ที่ถูกจับได้นอกฐานลวี่หยวนและจากการสุ่มจับตัวอย่างในเมืองเหมินถังเท่านั้น ส่วนข้อมูลของซอมบี้ที่อยู่ในสถานที่ที่ห่างไกลออกไปพวกเขาก็คงจะต้องหาข้อมูลในภายหลัง
และอย่าลืมว่าซอมบี้จะแข็งแกร่งขึ้นอีกในเวลากลางคืน ดังนั้นพวกเขาจึงต้องทดสอบพวกมันอีกครั้งในเวลากลางคืน
แม้ว่าพวกเขาจะออกไปข้างนอกในเวลากลางคืนไม่บ่อยนัก แต่พวกเขาก็จำเป็นต้องเข้าใจข้อมูลเฉพาะเหล่านี้ด้วย
ในเวลานี้ ทีมต่อสู้ก็ได้ข้อสรุปเบื้องต้นที่ต้องการแล้ว
หลังจากที่หัวหน้าทีมรายงานเรื่องเหล่านี้ให้ฉินจิ้นฟัง
ฉินจิ้นก็ได้เปรียบเทียบมันกับความแข็งแกร่งของซอมบี้ในชาติก่อนของเขา ซึ่งก็เกือบจะเหมือนกัน
ความแข็งแกร่งของซอมบี้ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ประมาณนี้
ในเวลากลางคืน ฉินจิ้นได้สั่งให้สมาชิกทีมต่อสู้ไปยังห้องประชุมบนชั้นสองเพื่อปรับยุทธวิธีของพวกเขาใหม่ การเปลี่ยนแปลงโดยรวมไม่ได้มากนัก แต่รายละเอียดบางอย่างจะต้องถูกปรับเปลี่ยน
"ทุกคนจะออกไปเป็นทีมเพื่อค้นหาเสบียงในวันพรุ่งนี้ ซึ่งนี่อาจจะถือได้ว่าเป็นการทำความคุ้นเคยกับโลกภายนอกใหม่อีกครั้ง"
"ในเวลาเดียวกัน ฉันอยากให้พวกคุณเริ่มให้ความสนใจกับผู้รอดชีวิตภายนอกขึ้นด้วยและหากพบคนที่เหมาะสม ก็สามารถพาพวกเขากลับมาที่ฐานก่อนได้แล้วฉันจะประเมินเองว่าจะรับพวกเขาเข้ามาหรือไม่ ส่วนหัวหน้าหน่วยให้ไปที่ห้องทำงานของฉันหลังจากเลิกประชุม ฉันจะให้ข้อมูลภารกิจพวกนายที่นั่น"
เขาพูดกับสมาชิกทีมทุกคน ซึ่งนี่จะเป็นการตัดสินใจชั่วคราวเกี่ยวกับทิศทางการทำภารกิจของพวกเขาด้วย
หลังจากออกจากห้องประชุม ฉินจิ้นก็กลับไปที่ห้องทำงานของเขาทันที
เมื่อเข้ามาในห้องทำงานของเขา ฉินจิ้นก็พบเซี่ยเหยียนและสองพี่น้องตระกูลซุนทันที
เมื่อเห็นแบบนั้นเขาก็หยิบที่อยู่ของเป้าหมายของพวกเขาในวันพรุ่งนี้ออกมาและสั่งการทันที
"พรุ่งนี้พวกนายจะต้องนำเฮลิคอปเตอร์สองลำออกไป พวกนายสามารถจัดสรรปลายทางกันได้เองเลย แต่จำไว้ว่าพวกนายจะต้องบันทึกสภาพถนนตลอดทางกลับมาด้วย และหากสามารถสำรวจสถานที่นั้นได้ก็ให้สำรวจมา แต่หากไม่ได้ก็รีบหาวิธีถอนกำลังออกมาทันที!"
หลายคนเห็นที่อยู่บนมือและข้อควรระวังที่อยู่ด้านหลัง พวกเขาแต่ละคนก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองฉินจิ้น!
อึก—
ท่านประธานฉินตั้งเป้าหมายไปยังที่สถานที่พวกนี้แล้ว!
ทั้งสามคนไม่กล้าพูดอะไรอีกและซ่อนความคิดต่างๆ ไว้ในใจ
หลังจากที่พวกเขาเข้าใจแล้ว พวกเขาก็ออกจากห้องทำงานไปเพราะพวกเขาต้องเตรียมการบางอย่างก่อนออกเดินทางพรุ่งนี้
หลังจากฉินจิ้นมองดูคนทั้งสามจากไป เขาก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้ของเขา
เขาจุดบุหรี่และสูบมันอย่างช้าๆ
หลังจากแผ่นดินไหวและฝนกรดผ่านไปมันก็เหมือนกับการเพิ่มสถานะติดลบให้กับผู้รอดชีวิตทั่วโลก แต่เป็นการเพิ่มบัฟให้กับซอมบี้
ความยากในการเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง
อย่าคิดว่าจะหาเสบียงและอาหารได้ง่ายๆ อีกต่อไป
ช่วงเวลาทองในการปรับตัวเกือบหนึ่งเดือนหลังจากคืนแห่งการกลายพันธุ์ได้ผ่านไปแล้วและโหมดความยากใหม่นี้ก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
ความท้าทายที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ส่วนเรื่องการกำหนดเป้าหมายไปที่พื้นที่ทางทหารในตอนนี้
แน่นอนว่ามันเป็นเพราะความแข็งแกร่งของพวกเขาในอดีตยังมีไม่พอและก่อนหน้านี้มันก็ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
ทีมต่อสู้ในอดีตไม่สามารถเทียบได้กับทีมต่อสู้ที่มีประสบการณ์ในปัจจุบันได้เลยและในตอนนั้นพวกเขาก็ยังไม่มีเฮลิคอปเตอร์สำหรับออกสำรวจล่วงหน้าด้วย
การนำทีมออกไปที่แบบนั้นตั้งแต่วันสิ้นโลกวันแรก ไม่ต้องพูดถึงว่าอาวุธของพวกเขายังไม่พร้อมหรือพวกเขายังไม่สามารถใช้พวกมันได้อย่างเชี่ยวชาญเลย เพียงแค่การเดินทางหลายร้อยกิโลเมตรก็อาจจะทำให้พวกเขาต้องสูญเสียกำลังคนไปมากแล้วและยังไม่ต้องพูดถึงการที่สถานที่เป้าหมายของพวกเขาอาจจะยังมีคนอยู่เลยด้วยซ้ำ
แต่ในตอนนี้ที่สิ่งต่างๆ ดูจะพร้อมแล้วเขาถึงได้เริ่มกลับมาคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง
เขาจะมอบรายการภารกิจใหม่ให้กับหัวหน้าทีมต่อสู้ในภายหลังและเขาจะทำให้อีกฝ่ายเริ่มทำความคุ้นเคยกับโลกภายนอกใหม่ในวันพรุ่งนี้
และเมื่อผลการสำรวจทางอากาศออกมา เขาก็จะนำทีมต่อสู้ด้วยตัวเองเพื่อเสริมความแข็งแกร่งอย่างก้าวกระโดดอีกครั้ง!
เขาสูบบุหรี่
พร้อมกับดวงตาของเขาจ้องมองออกไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนอกหน้าต่าง
....
วันรุ่งขึ้น
แสงอาทิตย์ยามเช้าก็ส่องลงมาบนพื้นตั้งแต่เช้าตรู่
นี่เป็นอีกวันหนึ่งที่เป็นวันที่ดี
นับตั้งแต่ฝนตกเมื่อสองวันก่อน พวกเขาก็มีแสงแดดสดใสสองวันติดต่อกันแล้ว
แสงแดดอันอบอุ่นได้ปัดเป่าความหนาวเย็นของคนในฐานที่ต้องตื่นแต่เช้า
ฉินจิ้นมองดูทีมต่อสู้ขับรถออกไป
จากนั้นเขาก็มายังสถานที่ที่จอดเฮลิคอปเตอร์ไว้
ตอนบ่ายของเมื่อวานนี้ เฮลิคอปเตอร์สองลำที่ต้องออกเดินทางในวันนี้ก็ได้รับตรวจสภาพและซ่อมแซมล่วงหน้า เติมน้ำมันเชื้อเพลิงและเติมเชื้อเพลิงสำรองแล้วและพวกมันก็จอดอยู่ที่จุดขึ้นลงในฐาน
ในเวลานี้ ฉินจิ้นเพิ่งมาถึงและเห็นกลุ่มคนเล็กๆ กำลังยืนพูดคุยกันอยู่ด้านล่าง
นั่นคือเซี่ยเหยียน สองพี่น้องตระกูลซุนและคนอีกสองสามคน
ทันทีที่เขาเดินเข้าไป ผู้คนที่กำลังคุยกันอยู่ก็สังเกตุเห็นเขา พวกเขาจึงรีบเข้ามาทักทายฉินจิ้น
"นี่คือคนที่กำลังจะฝึกขับเฮลิคอปเตอร์ใช่ไหม?"
ฉินจิ้นยืนกอดอกและถามพวกเขา
ตอนที่เขาเดินมาเมื่อครู่นี้ เขาก็เห็นแล้วว่าคนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตา ไม่ว่าจะเป็นคนจากทีมต่อสู้หรือจากทีมป้องกันฐาน
คราวนี้ซุนเสี่ยวหลงตอบ
"ครับ พวกเราได้พูดคุยกับหัวหน้าทีมต่อสู้ หัวหน้าทีมป้องกันและพ่อของท่านประธานแล้วครับ แต่ละฝ่ายได้คัดเลือกสมาชิกมาฝึกฝ่ายละหนึ่งคนครับ เพียงแต่เราจะไม่นับว่าผมกับเสี่ยวหู่อยู่ในทีมต่อสู้ ดังนั้นนั่นจะหมายความว่าแต่ละฝ่ายก็จะมีคนที่ขับเฮลิคอปเตอร์ได้ฝ่ายละ 1 คนครับ พวกเราคิดว่าวิธีนี้น่าจะเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายมากที่สุดครับ”
โอ้
ฉินจิ้นดีใจมากเมื่อได้ยินแบบนั้น คนกลุ่มนี้ทำงานกันได้ดีจริงๆ
นี่สิถึงจะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดี
เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและชมเชยพวกเขาอีกเล็กน้อย
"พวกนายทำงานกันต่อไปเถอะ ไปเตรียมตัวให้พร้อมแล้วออกเดินทางได้เลย"
เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลาแล้ว ฉินจิ้นก็ไม่อยากรบกวนเวลาออกเดินทางของพวกเขา เขาจึงเดินออกจากการสนทนาและปล่อยให้พวกเขาออกเดินทางโดยเร็ว
พวกเขาตอบรับ
ไม่นานหลังจากนั้น
เฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางสองลำที่เตรียมไว้ก็เริ่มทำงาน ใบพัดของมันเริ่มหมุนและหลังจากความเร็วถึงจุดที่เหมาะสม พวกมันก็ค่อยๆ ลอยขึ้น ก่อนจะหันหน้าไปทางทิศที่ต้องการจะไปและบินตรงออกไปทันที
ฉินจิ้นเฝ้าดูฉากนี้อย่างเงียบๆ จากระยะไกล
และเขาก็หวังว่าการสำรวจครั้งนี้จะนำข่าวดีกลับมาให้เขา
...
เมืองเหมินถัง
ในพื้นที่อยู่อาศัยเล็กๆ แห่งหนึ่งห่างจากฐานลวี่หยวนไปประมาณสี่หรือห้ากิโลเมตร
ในอาคารสี่ชั้นแห่งหนึ่ง
บนชั้นสาม มีผู้รอดชีวิตมากกว่าสิบคนรวมตัวกันอยู่!
บางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ บางคนพิงหน้าต่างและบางคนยืนอยู่ที่ประตูอย่างเงียบๆ และดูเหมือนพวกเขาจะกำลังรออะไรบางอย่างอยู่
บนใบหน้าของบางคนและฝ่ามือที่เปิดเผยออกมาให้เห็น ก็สามารถมองเห็นรอยแผลเป็นสดๆ ได้ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากฝนกรดเมื่อวานนี้
ขณะที่คนเหล่านี้เงียบอยู่
คนที่ยืนอยู่ที่ประตูก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่รีบเร่งขึ้นมาจากบันได!
ไม่นานหลังจากนั้น ชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าๆ ที่สวมเสื้อผ้าหนาและสวมหมวกไหมพรมบนศีรษะก็วิ่งเข้ามา
พวกเขาเห็นว่าใบหน้าของอีกฝ่ายดูตื่นเต้น ใบหน้าของเขาแดงก่ำและปากของเขาก็ยังคงหอบ ไม่รู้ว่าเกิดจากการวิ่งหรืออะไร
ทุกคนในห้องจดจ่อความสนใจไปที่เขา
หนึ่งในนั้นซึ่งเคยพิงหน้าต่างอยู่ เขาเป็นคนที่แต่งตัวดูสะอาดสะอ้านที่สุดในที่นี้ก็ถามออกมาทันที
"เป็นไงบ้าง? เสี่ยวหลี่ คราวนี้นายหาสถานที่ที่พวกนั้นอยู่เจอแล้วใช่ไหม?"
ชายที่เพิ่งกลับมาดูเหมือนจะหายใจเข้าได้เต็มปอดในที่สุด เมื่อเห็นชายวัยกลางคนถามเขา เขาก็ยังคงพูดเสียงดังด้วยสีหน้าตื่นเต้น
"หัวหน้า! ผมเจอแล้ว!! ในที่สุดผมก็พบสถานที่ที่พวกนั้นอยู่แล้ว!"
"ที่นั่นใหญ่มาก! ใหญ่จนอึ้งไปเลย!"
"แล้วก็มีกำแพงที่สูงมากๆ ด้วย!!"