- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 96 : บินผ่าน
ตอนที่ 96 : บินผ่าน
ตอนที่ 96 : บินผ่าน
ตอนที่ 96 : บินผ่าน
อำเภอหลงเหมิน
ข้างถนนสายหนึ่ง
ในชุมชนที่อยู่ติดกับถนนสายนั้น
พื้นที่บริเวณนี้เป็นชุมชนที่มีความหนาแน่นไม่สูงนัก
แต่ในเวลานี้กลับมีรถมินิบัสสองคันจอดอยู่ที่ชั้นล่างของบ้านสามชั้นหลังหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ยานพาหนะทั้งสองค่อนข้างชำรุดและมีสนิมขึ้นหลายแห่ง
รถมินิบัสคันหนึ่งถึงกับมีรูเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วหลังคาและเผยให้เห็นภายในของตัวรถ
ถนนทั้งเส้นเงียบสงัดมาก ภายใต้แสงแดดที่จ้าเช่นนี้จึงไม่มีซอมบี้ให้เห็นแม้แต่ตัวเดียว
ในขณะนี้เอง
พับ พับ พับ——
เสียงคำรามที่ดังสนั่นมาจากระยะไกล ก็ทำลายความเงียบของที่นี่!
มันคือเฮลิคอปเตอร์!
คนจำนวนมากรีบวิ่งขึ้นมาบนหลังคาของอาคารหลังเล็กข้างรถมินิบัสทันที!
พวกเขาโบกแขนอย่างตื่นเต้นและตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับกำลังพยายามดึงดูดความสนใจของเฮลิคอปเตอร์บนท้องฟ้า
ข้างหลังพวกเขา ก็มีผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ทั้งชายและหญิงที่รีบวิ่งออกมาและกระโดดอย่างตื่นเต้น
แต่สิ่งที่น่าหงุดหงิดก็คือ
ไม่รู้ว่าเฮลิคอปเตอร์บนท้องฟ้าเห็นพวกเขาหรือไม่หรือบางทีอีกฝ่ายไม่ได้มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือพวกเขาตั้งแต่แรก
ความเร็วของมันไม่ได้ลดลงเลยและยังคงบินไปในทิศทางเดิมของมัน
หลังจากนั้นไม่นาน
มันก็เคลื่อนตัวออกห่างจากอาคารหลังเล็กไปและหายลับไปจากสายตาของพวกเขา
ทิ้งกลุ่มผู้รอดชีวิตกลุ่มนี้ไว้บนดาดฟ้าด้วยสีหน้าผิดหวัง
หญิงสาวคนหนึ่งที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง ถึงกับร้องไห้โฮแล้วนั่งยองๆ บนพื้น เธอกอดเข่าและสะอื้นออกมา
"อาจิง หยุดร้องไห้เถอะ"
"ในเมื่อคนอื่นไม่มาช่วยเรา เราก็ต้องช่วยตัวเองแล้วทุกคนก็จะปลอดภัยนะ"
ชายอีกคนหนึ่งที่อายุสามสิบกว่าๆ มีหนวดเคราบนใบหน้าและเสื้อผ้าของเขาค่อนข้างสกปรก เขาเดินเข้ามาและตบไหล่หญิงสาวเพื่อปลอบใจ
คนๆ นี้ก็คือพี่หลี่ ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือจากทีมต่อสู้ของฐานลวี่หยวนที่บริเวณชายขอบของเมืองเซินเจิ้น!
ส่วนคนอื่นๆ ก็คือคนที่อยู่ในรถมินิบัสกับเขานั่นเอง!
ในเวลานี้ มีคนจำนวนมากเข้ามาปลอบอาจิงที่กำลังนั่งยองๆ ร้องไห้อยู่บนพื้น
"อาจิง เธอมีพวกเราทุกคนนะ เราจะอยู่เคียงข้างเธอเองและพวกเราจะหาที่ปลอดภัยเพื่ออยู่รอดไปด้วยกันนะ!"
หลังจากได้ยินคำปลอบใจจากคนอื่นๆ อาจิงก็รู้สึกดีขึ้นในที่สุด เธอเช็ดน้ำตาและน้ำมูกด้วยแขนเสื้อที่ดำคล้ำและลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แม้ใบหน้าของเธอจะเปื้อนน้ำตา แต่เธอก็ยังพูดขอบคุณพวกเขาทุกคน
"ขอบคุณทุกคนมากนะ มีพวกคุณอยู่ด้วยมันดีมากจริงๆ! เมื่อครู่นี้ฉันก็แค่ผิดหวังเท่านั้นเอง"
ไม่มีใครตำหนิเธอ
เพราะหัวใจของทุกคนก็เต็มไปด้วยความผิดหวัง
พวกเขาถูกซอมบี้ล้อมที่ชายขอบของเมืองเซินเจิ้นในวันนั้นและพวกเขาก็ได้รับการช่วยเหลือจากขบวนรถที่ทรงพลังและลึกลับ แต่คนพวกนั้นกลับไม่ได้ต้องการที่จะพาพวกเขาไปด้วย
พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรีบซ่อมรถให้เสร็จและรีบจากไป
พวกเขายังคงมุ่งหน้าตรงไปยังจุดหมายเดิม นั่นก็คือเมืองกวางหยวน
ตลอดทางพวกเขาเจอกับความยากลำบากและอันตรายมากมาย แต่โชคดีที่มันไม่ได้ร้ายแรงเท่าครั้งที่แล้วและพวกเขาก็เอาชนะมันได้ทั้งหมดอย่างปลอดภัย
พี่หลี่เองก็ไม่กล้าขับรถเข้าไปในถนนเล็กๆ ที่แคบจนกลับรถไม่ได้อีกแล้ว
หลังจากสะดุดไปมาตลอดทาง พวกเขาก็ใช้เวลาเกือบทั้งวันกว่าจะมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งในอำเภอหลงเหมิน เมืองกวางหยวน
หลังจากมาถึงอำเภอหลงเหมิน ไม่รู้จะพูดว่าพวกเขาโชคดีหรือโชคร้ายเพราะรถบัสที่ถูกทรมานจากพวกเขามานานก็เริ่มไปต่อไม่ไหวแล้ว
จนในที่สุดพวกเขาก็พยายามฝืนมันและมาถึงถนนสายนี้ แต่สุดท้ายมันก็พังลงกลางถนนอีกครั้ง
ในตอนนั้นพวกเขาบังเอิญอยู่ใกล้กับอาคารหลังเล็กๆ นี้พอดี พวกเขาจึงช่วยกันกันดันรถมินิบัสคันนี้มาจอดที่ใต้อาคาร
และเมื่อเห็นว่ามันเริ่มเย็นแล้ว ทุกคนจึงตัดสินใจพักค้างคืนที่อาคารหลังเล็กๆ นี้กัน
โชคดีที่หลังจากพวกเขาพังประตูเข้ามาแล้วไม่เพียงแต่ไม่มีใครอยู่ข้างใน แต่ซอมบี้ก็ไม่มีด้วย ซึ่งทำให้ทุกคนที่เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้โล่งใจมาก
พวกเขาปิดผนึกประตูและหน้าต่างที่ชั้นหนึ่งทั้งหมดและตั้งที่นี่เป็นที่พักชั่วคราวทันที
หลังจากตรวจสอบรถมินิบัสที่พังแล้ว พี่หลี่ก็พอจะรู้ว่าความเสียหายอยู่ที่ไหน
และมันก็ซ่อมไม่ได้แล้วด้วย
ในสถานที่แบบนี้ แม้จะไม่ถึงขั้นพูดได้ว่าไม่มีหมู่บ้านข้างหน้าหรือร้านค้าข้างหลัง แต่มันก็ยังถือว่าเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างห่างไกล
นอกจากนี้ พวกเขายังพบอาหารบางส่วนในอาคารหลังเล็กนี้ด้วย ดังนั้นพี่หลี่จึงเสนอให้พวกเขาพักที่นี่กันก่อนและใช้เป็นที่หลบภัยชั่วคราวของพวกเขา ในระหว่างที่ออกตามหาเสบียงและยานพาหนะมาทดแทน
ข้อเสนอนี้ได้รับการเห็นชอบจากทุกคน
เพราะที่นี่บ้านหลายหลังกระจัดกระจายกันออกไปและประชากรก็ไม่น่าจะเยอะมากนัก ดังนั้นจำนวนซอมบี้ที่อยู่ที่นี่ก็ไม่น่าจะมากนัก ดังนั้นความปลอดภัยจึงได้รับการรับประกันในระดับหนึ่ง
พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในอาคารหลังเล็กนี้หนึ่งคืนโดยไม่เจอซอมบี้มารบกวนในตอนกลางคืนเลย
นี่ทำให้พวกเขาตื่นเต้นกันอยู่พักใหญ่
พวกเขาวางแผนที่จะเปลี่ยนรถ แต่หากใช้รถเก๋งธรรมดามันก็ทำให้พวกเขารู้สึกไม่ปลอดภัย
พวกเขามีกันมากกว่าสิบคนและไม่มีทางที่จะนั่งไปด้วยกันได้ทั้งหมด ถ้าไม่มีรถอย่างน้อยสามหรือสี่คันเพราะแต่ละคนก็แบกสัมภาระมามากมาย
ในช่วงเวลานั้น พวกเขาก็พักอาศัยในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างปลอดภัยนี้
ในช่วงนี้ พวกเขาก็ค่อยๆ หายานพหนะใหม่อย่างระมัดระวังและในที่สุดหลังจากใช้เวลาไปสองวัน พวกเขาก็พบรถมินิบัสคันหนึ่งที่เปื้อนเลือดจอดอยู่ พวกเขาจึงขับมันกลับมาโดยไม่ได้รู้สึกรังเกียจใดๆ
แต่อย่างไรก็ตาม รถมินิบัสคันนี้มีน้ำมันเหลืออยู่น้อย ดังนั้นพี่หลี่จึงพาคนออกไปดูดเชื้อเพลิงจากรถที่ถูกทิ้งร้างอีกครั้ง และใช้เวลาอีกทั้งวันกว่าจะเติมน้ำมัน 400 ลิตรให้เต็มได้
ช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้พวกเขานั้นได้ตระหนักดีถึงความสำคัญของสถานที่ที่ปลอดภัยแบบนี้
สถานที่ที่มีประชากรหนาแน่นน้อยกว่าย่อมเป็นมิตรมากกว่าพื้นที่ใจกลางเมืองมาก
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังไม่เต็มใจที่จะออกจากที่พักชั่วคราวแห่งนี้ แผ่นดินไหวก็มาถึง
ภัยพิบัติได้ขัดขวางความลังเลของพวกเขา
หลังจากแผ่นดินไหว ท้องฟ้าก็มืดมิดปราศจากแสงแดดแล้วก็มีฝนกรดตกลงมา
ทุกสิ่งโจมตีพวกเขาอย่างรุนแรง
โลกยังคงเป็นโลกเดิม แต่ไม่ใช่โลกที่พวกเขาคุ้นเคย
โชคดีที่ฝนกรดไม่ได้ยาวนานนักและหยุดลงหลังจากผ่านไปเพียงครึ่งวัน แต่ในคืนนั้น พวกเขาก็ได้สัมผัสกับความรู้สึกของการถูกซอมบี้รบกวนในตอนกลางคืนอีกครั้ง
ซอมบี้กว่าสิบตัวที่รวมตัวกันมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่ชั้นล่างของอาคารที่พวกเขาอยู่
ทำให้อาคารที่พวกเขาคิดว่าปลอดภัยนั้นไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
พวกเขาต้องการเปลี่ยนที่พักทันที
แต่ในที่สุดเมื่อแสงอาทิตย์กลับมาในวันถัดไป พวกเขาก็ไม่กล้าออกไปไหนเพราะไม่แน่ใจว่าฝนกรดจะกลับมาอีกหรือไม่
หลังจากซอมบี้จากไปในเวลากลางวัน พี่หลี่ก็พาคนลงไปชั้นล่างเพื่อตรวจสอบรถยนต์
ผลก็คือ รถมินิคันเดิมของพวกเขานั้นต้องทิ้งอย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนรถมินิบัสที่เพิ่งเจอนั้น นอกเหนือจากรอยสนิมและการผุกร่อนเล็กน้อยแล้ว โดยรวมก็ยังอยู่ในสภาพดีและไม่มีปัญหาใดๆ หลังจากลองสตาร์ทและตรวจสอบดู
นั่นหมายความว่าพวกเขายังคงมียานพาหนะที่จะใช้สำหรับเดินทางได้
แต่เมื่อวานนี้ พวกเขาได้ตัดสินใจรออีกหนึ่งวันเพื่อยืนยันว่าฝนกรดจะไม่เกิดขึ้นอีก
และในวันนั้นก็มีแดดจ้าตลอดทั้งวัน
ผลลัพธ์นี้ทำให้พวกเขาโล่งใจ
พวกเขาวางแผนที่จะออกเดินทางในวันถัดไป
แล้ววันนั้นก็มาถึง
ขณะที่พวกเขากำลังตื่นนอนและเก็บสัมภาระ เสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังขึ้นบนท้องฟ้า!
พวกเขาวิ่งไปที่ดาดฟ้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้และพยายามดึงดูดความสนใจของเฮลิคอปเตอร์ลึกลับนั้น!
แต่ผลลัพธ์ก็คือสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
มันบินผ่านไปโดยไม่ได้หยุด
ด้วยความผิดหวัง พวกเขาจึงทำได้เพียงกลับลงไปข้างล่างเพื่อเก็บสัมภาระต่อไป ตามแผนที่วางไว้ พวกเขายังคงต้องจากไปในวันนี้และค้นหาสถานที่ลึกลับที่มีกำแพงสูงต่อไป
"อาจิง พวกเรามาพยายามไปด้วยกันนะ"
ขณะกำลังขนสัมภาระ ผู้หญิงร่างสูงและสวยคนหนึ่งก็ยิ้มและพูดกับอาจิง ผู้หญิงที่เพิ่งร้องไห้
"ขอบคุณค่ะพี่หลี่ ฉันจะพยายามเหมือนกันค่ะ"
หลังจากพูดแล้ว หญิงสาวสองคนก็กอดกันเบาๆ
"หลี่ไฉ พอเธอขนของพวกนี้เสร็จแล้ว ก็รีบไปขึ้นรถนะ พวกผู้ชายจะขนของชิ้นที่ใหญ่กว่าที่อยู่ข้างหลังตามไป"
ในเวลานี้ พี่หลี่ก็กำลังเดินผ่านมาพร้อมกับกระเป๋าหนักสองใบและพูดกับผู้หญิงตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม
"ไม่ต้องหรอกค่ะพี่หลี่ ฉันขนได้ค่ะ ให้ฉันช่วยนะคะ"
หลี่ไฉตอบด้วยรอยยิ้ม
เธอรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกินความสามารถของเธอและเธอก็จะทำเท่าที่ทำได้ พวกผู้ชายอย่างพี่หลี่ออกไปสำรวจข้างนอกกันบ่อยๆ พวกเขาจึงเสี่ยงกันมามากพอแล้ว
แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในใจของเธอ ถ้าพี่หลี่และคนอื่นๆ ออกไปข้างนอกกันอีกในอนาคต บางทีเธอก็ควรจะไปช่วยพวกเขาด้วย
เพราะในยุควันสิ้นโลกแบบนี้ ทั้งผู้ชายและผู้หญิงก็ควรเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองให้ได้กันทั้งนั้น