- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 94 : สถานการณ์ของฐานในตงกว่าน
ตอนที่ 94 : สถานการณ์ของฐานในตงกว่าน
ตอนที่ 94 : สถานการณ์ของฐานในตงกว่าน
ตอนที่ 94 : สถานการณ์ของฐานในตงกว่าน
ในตอนเช้า
ห่างจากฐานลวี่หยวนไปหลายร้อยกิโลเมตร
ศูนย์พักพิงว่านซื่อในเมืองตงกว่าน
นี่คือการตั้งถิ่นฐานของผู้รอดชีวิตบางส่วนที่มารวมตัวกัน
หลังจากที่ฐานแห่งนี้ถูกก่อตั้งขึ้นและถูกพัฒนามาได้สักพัก มันก็มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยจากตอนแรก
แต่ตอนนี้
หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวานซืนและฝนกรดเมื่อวานนี้ ที่นี่ก็ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เต็นท์ที่เคยเต็มพื้นที่โล่งด้านนอกพังทลายลง หลายหลังถูกฝนกรดกัดกร่อนจนเหลือแต่โครง
สัมภาระบางอย่างก็ดูเหมือนจะถูกทิ้งไว้อย่างเร่งรีบโดยผู้รอดชีวิตที่หลบหนีออกมา พวกมันกระจัดกระจายอย่างไม่เป็นระเบียบไปทั่วพื้น
เป็นภาพที่วุ่นวายอย่างมาก
ใต้ชายคาอาคารของศูนย์พักพิง มีคนบางคนกำลังจ้องมองท้องฟ้าที่อยู่ไกลออกไป
และบางคนก็กำลังพูดคุยกัน
"ไม่รู้ว่าวันนี้ฝนที่น่ากลัวนั่นจะตกลงมาอีกไหม มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!"
"ใช่ โลกนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ตอนแรกก็ซอมบี้ แล้วนี่ก็ฝนกรด? มนุษย์อย่างพวกเราจะไปรอดกันได้ยังไง? โธ่เอ๊ย นี่มันหายนะชัดๆ"
ผู้รอดชีวิตหลายคนที่ติดอาวุธเป็นกระบองกำลังพูดคุยกันด้วยเสียงเบาๆ ภายในอาคาร
หนึ่งในนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพี่เฉินที่เพิ่งจะเข้าร่วมศูนย์พักพิงว่านซื่อก่อนหน้านี้!
นับตั้งแต่ที่เขาแยกทางกับลูกพี่ลูกน้องของเขาในวันนั้น เขาก็ตั้งใจที่จะเข้าร่วมทีมป้องกันภัยตอนกลางคืน
กระบวนการนั้นก็เป็นไปอย่างราบรื่น ศูนย์พักพิงรู้ดีว่ากำลังพลของหน่วยป้องกันภัยตอนกลางคืนนั้นไม่เพียงพอ ผู้บริหารระดับสูงของศูนย์พักพิงจึงยินดีต้อนรับพลเรือนทุกคนที่เต็มใจเข้าร่วม
ดังนั้น ในคืนนั้นเอง พี่เฉินก็ได้กลายเป็นสมาชิกของทีมป้องกันภัยตอนกลางคืนของศูนย์พักพิงว่านซื่อ
เขาก็เริ่มทำงานทันที
ในวันต่อมา เขาก็ได้ใช้เวลายามค่ำคืนเรียนรู้วิธีการต่อสู้กับซอมบี้จากสมาชิกทีมที่อยู่มาก่อน
เขาใช้เวลาหลายวันที่ผ่านมาไปกับสิ่งนี้
แม้ว่าชีวิตของเขาจะวุ่นวายกว่าเมื่อก่อน แต่มันก็ยังอยู่ในขอบเขตที่เขายอมรับได้
แต่เวลาดีๆ ก็ไม่ได้คงอยู่ตลอดไป
ขณะที่เขากำลังค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่นี้
แต่แล้วแผ่นดินไหวก็เกิดขึ้นเมื่อวานซืน
แม้ว่าแรงสั่นสะเทือนจะไม่รุนแรงนัก แต่ก็ทำให้ทุกคนในศูนย์พักพิงตกใจ ผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารต่างก็รีบวิ่งหนีออกมา
ผู้รอดชีวิตในเต็นท์ด้านนอกที่เห็นแบบนั้นก็พากันสะใจและในที่สุดพวกเขาก็รู้สึกว่าการอยู่ข้างนอกก็มีข้อดีบ้างเหมือนกัน
ดูสิว่าพวกคนในอาคารที่เคยดูเหนือกว่ากำลังตื่นตระหนกแค่ไหนในตอนนี้?
แต่ความยินดีในความโชคร้ายของคนอื่นก็อยู่ได้เพียงครึ่งวันเท่านั้น ก่อนที่แผ่นดินไหวจะหยุดลง
ผู้คนเหล่านั้นที่ออกมาก็กลับไปยังพื้นที่ในร่มที่พวกเขาอิจฉาเช่นเดิม
คงจะมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าในตอนนี้ข้างนอกมันหนาวแค่ไหน!
อุณหภูมิเหลือแค่ไม่กี่องศาเท่านั้น!
และคืนนั้นก็ผ่านพ้นไป
พี่เฉินก็คิดว่ามันคงจะไม่มีอะไรมากกว่านี้แล้วและชีวิตของเขาก็จะดำเนินต่อไปแบบนี้
แต่เมื่อวานนี้มันกลับมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
แสงอาทิตย์หายไป
ไม่มีแสงสว่างในตอนกลางวัน
ทุกคนตื่นตระหนก
ทีมที่ต้องออกไปหาเสบียงด้านนอกก็ไม่กล้าออกไปไหนเลยแม้แต่น้อย เมื่อไม่มีแสงอาทิตย์ ซอมบี้ที่อยู่ด้านนอกก็จะเริ่มออกอาละวาด
พี่เฉินจึงถูกเรียกตัวออกมาในตอนเช้าเพื่อช่วยต่อต้านการบุกโจมตีของซอมบี้
แม้ว่ากำแพงของพวกเขาจะถูกยกสูงขึ้นและเสริมความแข็งแกร่งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาแล้ว แต่มันก็สูงเพียงแค่สี่เมตรครึ่งเท่านั้น
แต่นี่ก็คือผลจากการพยายามของศูนย์พักพิงอย่างเต็มที่แล้ว!
ผู้ลี้ภัยที่มาจากภายนอกไม่ยอมรับคำสั่งอะไรจากศูนย์พักพิงเลย ดังนั้นจึงมีเพียงผู้ลี้ภัยที่อยู่มาก่อนเท่านั้นที่เต็มใจทำสิ่งเหล่านี้ รวมถึงคนที่มาเข้าร่วมภายหลังอย่างเช่น พี่เฉิน อีกจำนวนเล็กน้อยเท้านั้น
ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าซอมบี้จะสามารถบุกทะลุกำแพงเข้ามาได้
ดังนั้นในตอนเช้าของเมื่อวานนี้บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก หลายคนคิดว่าแสงอาทิตย์จะไม่มีวันปรากฏอีกแล้วและพวกเขาก็เริ่มแพร่กระจายแนวคิดที่สิ้นหวังนี้ออกไป
ผู้บริหารระดับสูงของศูนย์พักพิงพอรู้เรื่องนี้ก็รีบส่งคนออกไปดับกระแสความสิ้นหวังนี้ทันที
แต่นั่นส่งผลให้ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
จากนั้น ในช่วงบ่าย
ฝนกรดที่น่ากลัวก็ตกลงมา
ผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ข้างนอกพบว่ามีบางอย่างผิดปกติกับฝนอย่างรวดเร็ว หลังจากความโกลาหลเล็กน้อย พวกเขาก็รีบวิ่งเข้าหาอาคารที่อยู่ใกล้ทันที!
พวกเขาไม่สนใจสิ่งอื่นอีก!
การอยู่ข้างนอกก็เท่ากับรอรับความตาย!
แม้ว่าคนในอาคารจะไม่ยอม แต่พวกเขาก็ไม่สามารถหยุดผู้คนที่กำลังรีบวิ่งเข้ามาเพื่อเอาชีวิตรอดได้
และใครก็ตามที่กล้าหยุดพวกเขา พวกเขาก็พร้อมจะสู้ตายด้วยจริงๆ!
ดังนั้น ความโกลาหลจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง
ผู้ลี้ภัยส่วนน้อยที่ยังอยู่ข้างนอกก็ได้รับบาดเจ็บและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ พวกเขาได้แต่รอรับความทรมาณจากสายฝนกรดและเสียชีวิตอยู่ตรงนั้น ส่วนผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ก็วิ่งเข้าไปหลบตามอาคารและแย่งชิงพื้นที่กับคนข้างใน
ต่อมา มันก็ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นที่อีกต่อไปเพราะมันยังมีการแย่งชิงอาหารและเสบียงจากคนข้างในอีกด้วย!
ยิ่งมีความวุ่นวายมากขึ้นเท่าไหร่ คนบางคนก็ยิ่งกล้าหาญมากขึ้นเท่านั้น!
การต่อสู้แบบตะลุมบอนก็เกิดขึ้นในไม่ช้า
หลายคนเริ่มเสียชีวิตจากความขัดแย้ง
จนในที่สุด ผู้บริหารศูนย์พักพิงก็เข้ามาและใช้อาวุธสังหารแกนนำก่อความไม่สงบไปหลายคนและยุติความวุ่นวาย
แม้ว่าผู้สร้างปัญหาจำนวนมากจะแอบปะปนไปกับฝูงชนและหลบหนีไปได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร
แต่เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดความวุ่นวายที่ใหญ่ขึ้น ผู้บริหารศูนย์พักพิงจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำเป็นไม่เห็น
เมื่อทุกคนคิดว่าพวกเขาสามารถถอนหายใจด้วยความโล่งอกได้แล้ว
และศพของผู้ที่เสียชีวิตในอาคารก็จะถูกรวบรวมไว้เพื่อไปจัดการในภายหลัง
แต่ในตอนนั้นวิกฤติก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง!
ศพที่นอนอยู่ข้างนอกและกำลังถูกกัดกร่อนจากฝนกรดก็เริ่มลุกขึ้นยืนทีละร่าง!
พวกมันยังคงรูปลักษณ์ที่น่าสะพรึงกลัวในขณะที่พวกมันกลายพันธุ์ พวกมันในตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ถูกฝนกัดกร่อนอีกต่อไปหลังจากกลายเป็นซอมบี้และพวกมันก็เริ่มวิ่งเข้าหาอาคารที่มีผู้คนจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ทันที!
แต่โชคดีที่จำนวนศพที่กลายพันธุ์เป็นซอมบี้นั้นมีไม่มากนักในตอนแรกและเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ตามอาคารต่างๆ ก็มีปืนพกติดตัวพวกเขาจึงพร้อมป้องกันทันทีเมื่อเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ พวกเขาจึงสามารถยิงและสังหารซอมบี้ที่เพิ่งกลายพันธุ์เสร็จได้ทันที
ในตอนนั้นข่าวนี้ก็ได้ถูกรายงานไปยังผู้บริหารศูนย์พักพิงแล้ว แต่พวกเขาก็ยังหาสาเหตุของปัญหานี้ไม่เจอ
แต่ทันใดนั้นศพที่ถูกรวบรวมอยู่ในอาคารก็เริ่มกลายพันธุ์อีกครั้ง!
หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ที่สุดซึ่งกำลังเฝ้าศพอยู่ก็ถูกซอมบี้ตัวแรกที่ปรากฏตัวขึ้นกัด
สถานการณ์ที่สงบลงก็กลับเข้าสู่ความโกลาหลอีกครั้ง
ทุกคนเบียดเสียดกันถอยหลังและกลัวว่าจะถูกซอมบี้ตัวนั้นกัด
ไม่มีผู้ลี้ภัยแม้แต่คนเดียวที่เต็มใจเข้าไปสู้กับมัน
ไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว!
แต่ในเวลานั้น พี่เฉินที่อยู่ใกล้ๆ เขาถือว่าตัวเองนั้นเป็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของศูนย์พักพิงแล้ว เมื่อเห็นสหายล้มลงไปภายใต้ปากของซอมบี้ที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เขาก็รวบรวมความกล้าและรีบพุ่งไปข้างหน้า พร้อมยกมีดพร้าขึ้นมาทันที
เขาฟันเข้าไปที่คอของซอมบี้ที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมา!
แม้ว่าหัวของซอมบี้จะไม่หลุดออก แต่การตัดกระดูกสันหลังของมันก็ทำให้มันหยุดเคลื่อนไหวไปทันที
ส่วนเจ้าหน้าที่คนนั้นก็ไม่มีทางช่วยได้แล้ว ทุกคนรู้ดีถึงผลของการที่ถูกซอมบี้กัด
แต่ก่อนที่พวกเขาจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ซอมบี้ตัวใหม่ก็ลุกขึ้นจากกองศพ
แล้วมันก็วิ่งเข้าหาพี่เฉินที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที ภายใต้สายตาที่ไม่อยากจะเชื่อของทุกคน
ปัง!
ในเวลานั้น เสียงปืนก็ได้ช่วยพี่เฉินไว้
คนอื่นๆ ในศูนย์พักพิงก็เริ่มตอบสนอง
จากนั้นเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็เริ่มเข้ามาล้อมรอบกองศพเหล่านั้น
แม้ว่าคนในศูนย์พักพิงจะตอบสนองช้าไปบ้าง แต่ในที่สุดพวกเขาก็เริ่มตระหนักได้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติกับศพที่เพิ่งเสียชีวิตพวกนี้
และพวกเขาก็เดาถูก!
ซอมบี้จำนวนมากก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นในกองศพเหล่านั้น!
แต่โชคดีที่ครั้งนี้พวกเขาเตรียมพร้อมมาแล้ว!
ซอมบี้ที่ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งก็ถูกกำจัดได้อย่างง่ายดายภายใต้การยิงของพวกเขา
ในเวลานี้ หลายคนก็ยืนยันได้แล้วว่าหลังจากที่มนุษย์เสียชีวิต พวกเขาก็จะกลายพันธุ์แม้ว่าจะไม่ถูกสัมผัสหรือถูกกัดจากซอมบี้ก็ตาม!
ข่าวนี้ทำให้ทุกคนตกใจมาก
นี่หมายความว่าทุกคนรอบตัวพวกเขากำลังเป็นระเบิดเวลา!
ใครจะไปรู้ว่าคนข้างๆ ของพวกเขาจะตายเมื่อไหร่!?
ความคิดที่ว่าพวกเขาควรจะอยู่รวมกันเยอะๆ เพื่อความอบอุ่นก็สลายไปทันที
ความตื่นตระหนกแผ่ไปทั่ว
เมื่อคืนนี้ ศูนย์พักพิงว่านซื่อก็ยังคงต่อสู้กับการโจมตีของซอมบี้ในบรรยากาศแบบนี้
อันที่จริง ไม่มีใครรู้ว่าศูนย์พักพิงว่านซื่อของพวกเขานั้นับว่ามีปฏิกิริยาที่ค่อนข้างรวดเร็วมาก
เพราะในหลายๆ สถานที่บนโลก
พวกเขาต้องเสียเลือดเนื้อไปมากกว่าจะได้รับรู้ความจริงข้อนี้
พวกที่รู้เร็วก็จะได้จ่ายในราคาที่ถูกกว่า แต่พวกที่รู้ช้าราคาที่พวกเขาต้องจ่ายนั้นับว่าหนักหนามาก!
เพราะคนบางกลุ่มถึงขั้นถูกกวาดล้างไปพร้อมกับความจริงข้อนี้เลยทีเดียว!