เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40: ผู้หลบหนีสองคน

ตอนที่ 40: ผู้หลบหนีสองคน

ตอนที่ 40: ผู้หลบหนีสองคน


ตอนที่ 40: ผู้หลบหนีสองคน

วันต่อมา

เวลา 06:30 น.

ท้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มสว่างจางๆ

ที่ประตูฐานลวี่หยวน

สมาชิกทีมต่อสู้ที่เตรียมจะออกไปค้นหาเสบียงและทีมที่จะไปโรงงานเคมีเพื่อขนย้ายสิ่งของก็พร้อมแล้ว

วันนี้อากาศเย็นลงกว่าเดิม อุณหภูมิเริ่มลดลงต่ำกว่า 20 องศาแล้ว สมาชิกทีมต่อสู้ทุกคนจึงสวมเสื้อกันหนาว

ทุกคนถอนหายใจกับอุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็วในปีนี้

ยกเว้นฉินจิ้นเพราะเขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

ขบวนรถกว่า 10 คันขับออกจากประตูฐานไปทีละคัน โดยส่วนใหญ่จะมุ่งหน้าไปยังโรงงานเคมี

ส่วนทีมต่อสู้คนอื่นๆ ก็จะแยกย้ายกันไปในทิศทางต่างๆ เป็นทีมเล็กๆ และหายลับไปอย่างรวดเร็วตามสี่แยกต่างๆ ซึ่งหลังจากนี้พวกเขาจะต้องต่อสู้ด้วยตัวของพวกเขาเอง

ฉินจิ้นไปส่งทีมต่อสู้ด้วยตัวเองถึงหน้าประตูแล้วจึงกลับเข้ามาที่ออฟฟิศของเขา

เขาเรียกหวังหยาง จ้าวหลิง ถังจินหมิงและคนอื่นๆ ผ่านทางวิทยุสื่อสาร

ตอนนี้โลกไม่มีอินเทอร์เน็ตอีกแล้ว การติดต่อสื่อสารโดยส่วนใหญ่จึงต้องอาศัยวิทยุสื่อสาร

ภายในฐานลวี่หยวน มีเพียงบางตำแหน่งที่จำเป็นเท่านั้นที่ได้ครอบครองวิทยุสื่อสาร

ในไม่ช้า

ยกเว้นพ่อฉินและสมาชิกทีมรักษาความปลอดภัยบางคนที่ยังคงดูแลการก่อสร้างกำแพงอยู่ ผู้จัดการคนอื่นๆ ก็มาที่ออฟฟิศของเขา

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาของทุกคน ฉินจิ้นเดินไปยืนหน้ากระดานไวท์บอร์ดเคลื่อนที่ที่มุมห้องของเขาและพูดว่า

"พวกคุณเป็นผู้จัดการของฐาน ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกคุณทุกคนคงจะได้รวบรวมข้อมูลทั้งการใช้น้ำและไฟฟ้าในแต่ละวันของฐานมาแล้ว รวมถึงการใช้วัสดุก่อสร้าง ฉันต้องการให้พวกคุณเขียนข้อมูลตามส่วนที่พวกคุณแต่ละคนรับผิดชอบลงบนนี้ เราจำเป็นต้องทำสถิติการใช้ทรัพยากรในแต่ละวันแล้ว"

ทุกคนตอบรับอย่างพร้อมเพรียง

เมื่อคืนนี้ ฉินจิ้นได้แจ้งให้พวกเขาทราบล่วงหน้าแล้วว่าในวันรุ่งขึ้น พวกเขาจะต้องมารายงานผลการทำงานล่าสุดในออฟฟิศของเขา ทุกคนจึงเตรียมตัวมาพร้อมแล้ว

พวกเขาแต่ละคนเดินมาที่กระดานไวท์บอร์ดทีละคนและเขียนข้อมูลในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบลงไป

ไม่นาน กระดานไวท์บอร์ดก็เต็มไปด้วยข้อมูลมากมาย

อันดับแรกคือการใช้ไฟฟ้าในแต่ละวันของฐาน

ในแต่ละวัน ระบบหมุนเวียนอากาศใต้ดิน คลังเก็บของ ระบบควบคุมอุณหภูมิห้องเย็น การก่อสร้างและการผลิตบนพื้นดิน ระบบกล้องวงจรปิด การทำอาหาร ไฟส่องสว่างในที่พักอาศัยและอื่นๆ จะต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดประมาณ 700 kWh ต่อวัน

และอัตราการใช้ไฟฟ้าระดับนี้อยู่ในสภาวะที่พวกเขาพยายามประหยัดให้ได้มากที่สุดแล้ว

สำหรับสถานการณ์ด้านการผลิตไฟฟ้า

พวกเขาใช้แผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พวกมันถูกวางไว้ตามหลังคาของอาคารทั้งหมด รวมถึงพื้นที่เปิดโล่งบางส่วนภายในฐาน

และโชคดีที่มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าและซื้อพวกมันมาเป็นจำนวนมาก

โดยปกติแล้ว หลังคาบ้านทั่วไปที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 80 ตารางเมตร รับแสงแดด 8 ชั่วโมงต่อวันเมื่อคำนวณอัตราการผลิตไฟคร่าวๆ ที่ 1KWh ต่อชั่วโมงพวกเขาก็จะได้ไฟฟ้าเท่ากับ 8 kWh ต่อวันแต่หลังจากผ่านการเก็บในแบตเตอรี่และวงจรอินเวอร์เตอร์ประสิทธิภาพก็จะเหลือเพียง 80% เท่านั้น

หรือให้พูดสั้นๆ ก็คือการผลิตไฟฟ้าของบ้านหนึ่งหลังในวันที่สภาพอากาศดีจะอยู่ที่ประมาณ 6.4 kWh ต่อวัน

ฐานลวี่หยวนมีพื้นที่ขนาดใหญ่และติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไว้ 5,000 ตารางเมตรและในวันที่แดดออกพวกเขาจะผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 640 kWh

ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราการใช้ไฟฟ้าในแต่ละวัน แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอเล็กน้อย

ส่วนใหญ่เป็นเพราะพวกเขามีการก่อสร้างจำนวนมากเมื่อเร็วๆ นี้และอุปกรณ์ไฟฟ้าบางอย่างไม่สามารถประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้เพื่อเร่งการก่อสร้างให้ทันตามระยะเวลาที่ถูกกำหนดไว้

ถึงจะมีเหตุผลรองรับ แต่ก็ยังเห็นได้ชัดว่าการใช้ไฟฟ้าของฐานมีปัญหาจริงๆ

เพราะพวกเขาไม่สามารถรับประกันได้ว่าทุกวันจะมีแดด

เมื่อฝนตกหรือมีเมฆครึ้มติดต่อกันหลายวัน อัตราการผลิตไฟฟ้าก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว

และเสบียงในคลังสินค้าใต้ดินก็ขาดไฟฟ้าไม่ได้

ผู้จัดการทราบดีอยู่แล้วว่าฐานของพวกเขามีคลังเก็บของใต้ดินและยังเก็บเสบียงไว้ในปริมาณที่มากจนแม้แต่พวกเขาก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีอยู่เท่าไหร่

อาวุธและธัญพืชจำนวนนับไม่ถ้วนถูกขนกลับมาในทุกๆ วันและเก็บไว้ในคลังซึ่งมันไม่มีทางซ่อนได้

ฉินจิ้นจึงได้บอกกับเหล่าผู้จัดการทั้งหมดตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนแล้ว แต่แน่นอนว่าเขาไม่สามารถบอกเรื่องปริมาณที่แน่นอนได้ เขาเพียงแต่บอกว่าที่นี่มีการสร้างคลังเก็บของใต้ดินและห้องเย็นสำหรับเก็บธัญพืชจำนวนมากในตอนที่สร้างโรงงาน

ดังนั้นปริมาณของธัญพืช(ธัญพืชในที่นี่รวมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ข้าวสาร ข้าวสาลีหรืออื่นๆ)ของฐานจึงจะยังไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องกังวลในระยะสั้นๆ นี้ ซึ่งนี่เป็นมาตรการหนึ่งในการสร้างความมั่นคงให้กับทุกคน

เขามองดูการอัตราการใช้ไฟฟ้าและยังไม่พูดอะไรและยังคงดูข้อมูลต่อไป

สำหรับการใช้น้ำ ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาฐานมีอัตราการใช้น้ำอยู่ที่ประมาณ 25 ตัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการใช้ไปกับการก่อสร้างที่จำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณมาก แต่การใช้น้ำในชีวิตประจำวันและอื่นๆ นั้นไม่ถือว่ามากนัก

แต่อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าพวกเขายังไม่ได้เริ่มการเพาะปลูกเลย

เพราะเมื่อเริ่มการเพาะปลูกในภายหลังเมื่อไหร่ การใช้น้ำก็จะเพิ่มขึ้นมากและตอนนี้ระบบน้ำประปาก็ถูกตัดไปแล้ว พวกเขาจึงอาศัยได้เพียงน้ำจากบ่อน้ำทั้ง 2 บ่อบนพื้นดินเท่านั้นในการหล่อเลี้ยงทุกคนในฐาน

โดยปกติเมื่อฝนตก น้ำฝนจะถูกเติมเต็มเข้าสู่บ่อน้ำได้ แต่สำหรับฝนกรดในเดือนหน้าเขาจะต้องหาวิธีในการป้องกันมัน

ด้วยบ่อน้ำทั้ง 2 บ่อที่กักเก็บน้ำได้มากถึง 130,000 ตัน ตราบใดที่มันไม่ปนเปื้อนทุกคนก็จะมีน้ำใช้อย่างแน่นอน

ในเวลาเดียวกันเขายังมีบ่อน้ำสำรองขนาด 300 ตารางเมตรอยู่ในชั้นใต้ดินที่ 1 ซึ่งจะเป็นน้ำสำหรับดื่มในกรณีฉุกเฉิน นั่นเท่ากับว่าหากไม่จำเป็นจริงๆ น้ำในนั้นก็จะไม่ถูกนำมาใช้เด็ดขาด

ถัดมาบนกระดานไวท์บอร์ด เขาก็เห็นอัตราการใช้วัสดุก่อสร้างต่างๆ

ทั้งปูนซีเมนต์ ปูนขาว เหล็กเส้นและอื่นๆ

เมื่อเร็วๆ นี้ฐานของเขามีการใช้พวกมันไปเป็นจำนวนมากในทุกๆ วันเพราะท้ายที่สุดกำแพงนั้นก็จะต้องก่อสร้างตามมาตรฐานและต้องการวัสดุจำนวนมาก รวมถึงการสร้างอาคารต่างๆ พื้นที่กักกันและอื่นๆ ที่ก็ต้องใช้วัสดุจำนวนมากเช่นกัน

ฉินจิ้นมองดูข้อมูลบนกระดานไวท์บอร์ดและมีความคิดคร่าวๆ ในใจแล้ว

ปัญหาด้านไฟฟ้าเขาจะจัดการกับมันในภายหลัง

แต่หากไม่ได้ผลจริงๆ เขาก็จะใช้ถ่านหินหรือเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าไปก่อน หากแผนการของเขาดำเนินไปอย่างราบรื่น ปัญหาความกดดันเรื่องไฟฟ้าก็น่าจะลดลงไปมากเช่นกัน

ส่วนน้ำ ก็ขอแค่ป้องกันการปนเปื้อนไว้ให้ดีก็พอ

แต่สิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดในตอนนี้คือปัญหาของวัสดุก่อสร้าง

เพราะมีความเป็นไปได้ว่าหลังจากกำแพงก่อสร้างเสร็จสิ้น วัสดุก่อสร้างที่กักตุนไว้ก่อนวันสิ้นโลกก็จะหมดลง

ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการกักตุนเพิ่มก่อนหน้านี้ แต่มีหลายเหตุผลที่ทำให้เขาทำไม่ได้

เช่นเงิน พื้นที่ การติดตั้งระบบป้องกันต่างๆ และอื่นๆ

สำหรับวัสดุที่ใช้ในการเพิ่มความสูงของกำแพงเพียงอย่างเดียวก็มีมูลค่าหลายล้านแล้ว!

หากเขาต้องการกักตุนเพิ่ม เขาจะต้องลดการลงทุนในด้านอื่นๆ ลงเพราะเงินของเขาไม่ได้มีอย่างไม่จำกัด

มันไม่เหมือนกับในตอนนี้ ที่ตราบใดที่เขาหามันเจอและนำมันกลับมาได้ มันก็จะกลายเป็นของเขาเอง

ดูเหมือนว่าหลังจากจัดการเรื่องสารเคมีจากโรงงานเคมีเสร็จแล้ว เขาจะต้องเริ่มมองหาวัสดุก่อสร้างเพื่อนำมันกลับมาแล้ว

เขาให้ผู้จัดการแยกย้ายกลับไปทำงานทันทีหลังจากการรายงานเสร็จสิ้น

ส่วนตัวเขาเองก็จ้องมองกระดานไวท์บอร์ดแล้ววางแผนขั้นตอนต่อไป

เขาเคยพิจารณาเรื่องบางอย่างก่อนวันสิ้นโลก แต่แน่นอนว่ามันไม่มีทางแม่นยำเท่ากับการวางแผนในตอนนี้

เขาจะใช้ช่วงเวลานี้เพื่อสร้างฐานให้ดีขึ้น

...

โรงงานร้างแห่งหนึ่ง ห่างจากฐานลวี่หยวนไปไม่กี่กิโลเมตร

บนชั้น 7 ของอาคารสำนักงาน ภายในห้องขนาดใหญ่

ที่นั่นคือรังของจ้าวเฉียงและพรรคพวกของเขา

ในห้องนั้น แสงแดดส่องเข้ามา

และมองเห็นคนกลุ่มหนึ่งนอนกระจัดกระจายอยู่บนโซฟาและพื้น โดยที่บางคนไม่ได้สวมเสื้อผ้าด้วยซ้ำ

พวกเขาไม่ได้เสียชีวิต แต่ส่วนใหญ่ยังคงหลับกันอยู่

จ้าวเฉียงตื่นขึ้นมาและกำลังสูบบุหรี่ เขาพ่นควันออกมาเป็นวงกลมมองดูทุกสิ่งในห้องอย่างเฉยเมย โดยเฉพาะสมาชิกใหม่

เมื่อคืนนี้ เพื่อต้อนรับผู้ชายทั้ง 4 คนที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่ พวกเขาก็จัดปาร์ตี้กันอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง

ผู้หญิง 1 ใน 3 คนได้เสียชีวิตเพราะทนการข่มขืนซ้ำแล้วซ้ำเล่าของพวกเขาไม่ไหวและพวกเขาก็โยนร่างของเธอออกจากโรงงานทันที

ส่วนอีก 2 คนที่เหลือก็ใกล้จะตายเต็มทน พวกเธอนอนเปลือยกายอยู่บนฟูกที่ขาดวิ่นที่มุมห้อง ร่างกายของพวกเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำสีม่วง มีเพียงการขยับขึ้นลงของหน้าอกเล็กน้อยเป็นครั้งคราวเท่านั้นที่พิสูจน์ว่าพวกเธอยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่ได้ต่างจากคนตายแล้ว

บางทีหัวใจของพวกเธออาจจะตายไปก่อนร่างกายของพวกเธอเสียอีก

น้ำตาของพวกเธอแห้งเหือดไปแล้ว ลำคอของพวกเธอก็กรีดร้องจนแหบแห้งและพวกเธอก็เจ็บปวดไปทั่วทั้งตัว

พวกเธอไม่รู้เลยว่าพวกเธอทำอะไรผิดไป ทำไมพวกเธอถึงต้องมาทนทุกข์ทรมานเหมือนตกนรกแบบนี้ บางทีพี่สาวที่จากไปก่อนเมื่อคืนอาจจะรู้สึกดีกว่าพวกเธอในตอนนี้ด้วยซ้ำเพราะการตายเร็วก็เหมือนกับการพ้นทุกข์เร็วขึ้น

แต่พวกเธอยังไม่อยากตาย!

เพราะต่อให้พวกเธอจะต้องกลายเป็นซอมบี้ที่ดุร้ายในที่สุด พวกเธอก็ยังอยากฆ่าพวกผู้ชายเหล่านี้!

ในส่วนลึกของดวงตาที่ด้านชาของพวกเธอคือความเกลียดชังที่ไม่มีวันลืมเลือน!

พวกเธออยากจะกัดกินเนื้อหนังของคนเหล่านี้!

ท้องฟ้าในตอนนี้ได้สว่างแล้ว เหล่าผู้ชายที่บ้าคลั่งมาตลอดทั้งคืนก็เริ่มตื่นขึ้นทีละคน สมาชิกใหม่ที่เห็นจ้าวเฉียงสูบบุหรี่อยู่ก็ส่งรอยยิ้มให้และรีบทักทายเขา

"อรุณสวัสดิ์ครับหัวหน้าจ้าว x4"

จ้าวเฉียงพอใจมาก

เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะถูกเรียกว่าหัวหน้าจ้าวแบบนี้

เขาพยักหน้าเล็กน้อยให้สมาชิกใหม่เป็นการตอบรับและยังคงสูบบุหรี่ต่อไป

เมื่อวานนี้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น หลังจากพบชายทั้ง 4 คนนี้และพาพวกเขากลับมา เขาก็ข่มขู่และล่อลวงอีกฝ่ายเล็กน้อย จากนั้นก็ให้พวกเขาร่วมกันเพลิดเพลินไปกับผู้หญิงของพวกเขาในตอนกลางคืนจนพวกเขาได้กลายเป็นพวกเดียวกันและเรียกกันว่าพี่น้อง

แน่นอน ว่านี่เป็นเรื่องปกติ

ในโลกนี้ คนที่คิดเหมือนเขาคือคนปกติ

ยีนที่ทำอะไรตามอำเภอใจเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว

เขาเพียงแค่ต้องหาคนมาเพิ่มและกองทัพของเขาก็จะขยายตัวออกไปเรื่อยๆ ไม่ที่สิ้นสุดและไม่นานมันก็จะแซงหน้าเพื่อนบ้านที่อยู่หลังกำแพงสูงนั่นได้

และเมื่อถึงตอนนั้น

ฮ่าๆๆๆ!

ทุกอย่างก็จะเป็นของเขาท่านผู้นำจ้าว!!!

ขณะที่จ้าวเฉียงยังคงเพ้อฝัน

จู่ๆ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกและลูกน้องของเขา ชายร่างผอมสูงก็รีบวิ่งเข้ามาแล้วตะโกนบอกเขาด้วยความกังวล

"หัวหน้าครับ แย่แล้ว! พวกผู้ชายสองคนที่ถูกเราขังไว้อยู่ในคลังสินค้าชั้นหนึ่งหนีไปแล้วครับ! พวกเราจะทำยังไงดีครับ? พวกเราควรออกไปตามจับพวกมันกลับมาไหม?"

เมื่อได้ยินแบบนั้น จ้าวเฉียงก็ชกหัวชายร่างผอมสูงอย่างแรง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความโกรธก่อนจะถ่มน้ำลายพลางพูดว่า

"ให้ตายสิ!"

"เสี่ยวหม่า แกทำบ้าอะไรลงไป? แค่คนสองคนยังเฝ้าไม่ได้ แกเก่งแต่กินอึกับ...ใช่ไหม? หือ?"

"ให้ตายเถอะ ทุกคนรีบตื่นขึ้นมา! มีงานต้องทำกันแล้ว เราจะไปฆ่าไอ้สองคนนั่นกันถ้าหาพวกมันเจอแต่ถ้าหาไม่เจอ เราก็จะหาสมาชิกใหม่มาเข้าร่วมกับพวกเราต่อ"

"ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปได้! ตามฉันมา! จะทำการใหญ่ก็ต้องระมัดระวังให้มากขึ้น! อย่าตื่นตระหนก สงบสติอารมณ์ไว้ เข้าใจไหม? สงบสติอารมณ์!"

ทุกคนรีบตอบรับอย่างพร้อมเพรียง

ชายร่างผอมสูงที่ชื่อเสี่ยวหม่ารีบเอามือกุมหน้าผากและขอโทษ

กลุ่มคนเก็บของต่างๆ และมัดพวกผู้หญิงที่เหลือสองคนไว้ก่อนจะออกเดินทาง

วันนี้ นอกจากพวกเขาจะต้องสังหารสองคนที่หลบหนีออกไปแล้ว พวกเขายังต้องค้นหาคนมาเข้าร่วมเพิ่มและเหยื่อรายต่อไปเพราะพวกเขาเล่นสนุกกันจนผู้หญิงคนหนึ่งตายไปเมื่อคืน ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการเติมสต็อกกันใหม่อีกครั้ง

ในสายตาของพวกเขา มนุษย์ก็เป็นเหยื่อเช่นกัน

ยิ่งสภาพแวดล้อมวุ่นวายมากเท่าไหร่ ความปรารถนาในใจของผู้คนก็จะขยายตัวอย่างไร้ขีดจำกัด

กลุ่มคนขับรถหลายคันออกจากโรงงาน

พวกเขามุ่งหน้าไปในทิศทางตรงกันข้ามกับฐานลวี่หยวน อาจเป็นเพราะพวกเขารู้ดีว่าพื้นที่นั้นยังไม่ใช่ที่ที่พวกเขาสามารถยั่วยุได้ ดังนั้นพวกเขาจึงหลีกเลี่ยงทิศทางนั้นไปโดยไม่รู้ตัว

แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงคลาดกับสองคนที่หลบหนีไป

...

ซุนเสี่ยวหลงและซุนเสี่ยวหู่

นั่นคือชื่อของชายทั้งสองคนที่หนีออกมาจากโรงงาน

พวกเขาเป็นพี่น้องกันเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน

ซุนเสี่ยวหลงแก่กว่าซุนเสี่ยวหู่ประมาณปีเศษๆ

ในช่วงกลางวันของคืนแห่งการกลายพันธุ์ พวกเขากำลังยื่นเอกสารสมัครเข้าทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมเมืองเหมินถังหลังจากสิ้นสุดวันหยุดวันชาติและตั้งใจจะมาทำงานด้วยกันที่นี่

พวกเขาวางแผนที่จะหาเงินให้ได้ก่อนวันปีใหม่เพื่อกลับบ้านไปฉลอง

พวกเขาเคยเป็นทหารอยู่สองสามปีหลังจากเรียนจบมัธยมปลายและใช้ชีวิตอยู่ในสังคมมานานพอสมควรหลังจากปลดประจำการ

ซุนเสี่ยวหลงอายุสามสิบต้นๆ แล้ว แต่น่าเสียดายที่พี่น้องทั้งสองซื่อสัตย์เกินไปและยังไม่มีแฟน

พวกเขาขี้อายเกินไป จนไม่รู้วิธีทำให้สาวๆ มีความสุข ทำให้พวกเขาพลาดโอกาสไปมากมาย ไม่อย่างนั้น ด้วยกลิ่นอายแบบทหาร พวกเขาก็อาจจะดึงดูดสาวโรงงานมาได้บ้างแล้ว

เงินที่พวกเขาหาได้จากการทำงานในแต่ละปีก็ถูกส่งกลับบ้านไปให้พ่อแม่ เพื่อที่พ่อแม่ของพวกเขาจะได้เก็บไว้ให้พวกเขาแต่งงานในอนาคต แต่น่าเสียดายที่มันไม่เคยตามทันค่าครองชีพและค่าสินสอดที่เพิ่มขึ้นเลย

ค่าสินสอดในหมู่บ้านบ้านเกิดของพวกเขาก็พุ่งสูงถึง 280,000 หยวนแล้ว!

และนั่นยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นเครื่องประดับทองและค่าจัดเลี้ยงต่างๆ

มันน่าสิ้นหวังมากเกินไป

ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะออกจากบ้านเกิดและไปทำงานที่มณฑลกวางหนาน อย่างน้อยก็ไม่ต้องถูกญาติหรือเพื่อนบ้านนินทา

พี่น้องสองคนอาศัยอยู่ที่นี่อย่างอิสระมากขึ้น

หลายปีที่ผ่านมา พวกเขาทำงานในโรงงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บริกรและอื่นๆ

พวกเขาไม่มีเส้นสายหรือวาทศิลป์ ทั้งสองคนใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ พึ่งพาอาศัยกันและกัน

ผลก็คือในคืนแห่งการกลายพันธุ์ พวกเขาเพิ่งรับประทานอาหารเย็นกันเสร็จและกำลังเดินเล่นในบริษัทใหม่แต่จู่ๆ พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังและเสียงกรีดร้องต่างๆ แล้ววันสิ้นโลกก็มาถึง

พวกเขาหนีไปพร้อมกับผู้รอดชีวิตบางคน

บางคนก็กลายพันธุ์ระหว่างทาง บางคนก็ถูกซอมบี้ไล่กัดและล้มลงและในที่สุดก็เหลือเพียงกลุ่มคนเล็กๆ

ในจำนวนนั้นมีผู้หญิง 3 คนนั้นด้วย

พวกเขาจำได้ว่า 2 คนเป็นเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งเข้าทำงานในบริษัทพร้อมกับพวกเขาในวันนี้

เพราะผู้หญิงนั้นวิ่งได้ช้า พวกเธอจึงถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างรวดเร็วโดยผู้ชายคนอื่นๆ ที่กำลังหนี แต่พี่น้องทั้งสองคนกลับทนไม่ได้และพยายามปกป้องผู้หญิงทั้งสามคน โดยการวิ่งอยู่ด้านหลังสุด

พวกเขาอาศัยทักษะจากช่วงเวลาที่อยู่ในกองทัพพาพวกผู้หญิงออกจากความวุ่นวายและไปซ่อนตัวอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง

ซึ่งบางทีเจ้าของบ้านตัวจริงอาจกลายร่างเป็นซอมบี้และวิ่งออกไปแล้ว แต่นั่นกลับเป็นผลดีต่อพวกเขา

ยังมีอาหารเล็กน้อยอยู่ภายในบ้านและพวกเขาก็ซ่อนตัวอยู่ที่นี่เป็นเวลาหลายวัน

ในช่วงเวลานี้ พวกเขายังใช้โทรศัพท์มือถือที่เหลืออยู่เพื่อติดตามสถานการณ์ภายนอก พวกเขารู้ว่าทุกสิ่งภายนอกกำลังวุ่นวายและพวกเขาก็ไม่กล้าออกไปเลย

เดิมที สองพี่น้องวางแผนที่จะออกไปหาความช่วยเหลือเอง แต่เมื่อพิจารณาถึงความปลอดภัยของผู้หญิงทั้งสามแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้ทำแบบนั้น

จากนั้นจนกระทั่งสองวันก่อน พวกเขาได้ยินเสียงคนตะโกนอยู่ข้างนอกและสงสัยว่านั่นอาจเป็นคนจากทีมกู้ภัย

พวกผู้หญิงไม่ได้คิดเลยว่านั่นอาจเป็นกับดัก พวกเธอส่งเสียงตอบกลับไปทันที

ในตอนนั้นพวกเขาเตรียมที่จะติดตามกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็นหน่วยกู้ภัยไป

แต่สองพี่น้องเป็นคนที่เคยอยู่ในสังคมมานานหลายปี พวกเขามีความสามารถในการมองผู้คนอยู่บ้าง พวกเขารู้สึกว่ากลุ่มของจ้าวเฉียงนั้นดูไม่เหมือนทีมกู้ภัยที่ออกมาช่วยคนเลย

แต่พวกเขาก็ถูกบังคับโดยกลุ่มผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความหวัง พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตามไปเพราะในท้ายที่สุดการอยู่ในบ้านก็ไม่ใช่ทางออกเช่นกัน

ในเวลานั้น พวกเขาไม่รู้ว่าศีลธรรมของคนอื่นๆ ในโลกนี้ได้พังทลายลงอย่างรวดเร็วขนาดไหน

ไม่นานพวกเขาก็ถูกพาตัวไปยังโรงงานของจ้าวเฉียง

หลังจากที่อีกฝ่ายเปิดเผยเจตนาของตัวเอง ทั้งสองคนก็พยายามต่อต้าน

แต่น่าเสียดายที่จ้าวเฉียงจำกัดการเคลื่อนไหวของพวกเขาด้วยการใช้ผู้หญิงมาเป็นตัวประกัน พวกเขาถูกมัดและถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนัก

แต่ต่อมา ก็มีเรื่องที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นเกิดขึ้นกับพวกเขา

ทั้งสองคนและพวกผู้หญิงถูกพาตัวไปยังห้องขนาดใหญ่

ในคืนนั้น พวกเขาราวกับได้เห็นนรก

ฉากที่น่าสะพรึงกลัวที่พวกเขาไม่เคยจินตนาการก็เผยออกมาต่อหน้าต่อตา

พวกผู้หญิงที่พวกเขาพยายามปกป้องกำลังถูกพวกเดรัจฉานเหล่านี้ข่มขืน

พวกเขาพยายามต่อต้านใช้ทุกคำพูดเพื่อหยุดคนเหล่านี้ มือของพวกเขาดิ้นรนจนเกิดรอยเลือดนับไม่ถ้วน

แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ได้หยุดเลยแม้แต่น้อยและมันยังคงปฏิบัติกับพวกเขาอย่างโหดร้ายยิ่งขึ้นเพราะการปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับพวกมันของพวกเขา ทั้งสองคนก็ถูกทำร้ายอย่างหนัก

ร่างกายของพวกเขาเจ็บปวดและพวกเขารู้สึกเหมือนโลกกำลังพังทลายลง

ต่อมา พวกเขาก็ได้ยินคำพูดของพวกเดรัจฉานเหล่านั้นว่า พวกมันได้ข่มขืนผู้หญิงคนหนึ่งจนเสียชีวิตไปแล้วก่อนหน้านี้และร่างของเธอก็ได้ถูกโยนออกไปข้างนอก

นี่คือกลุ่มคนชั่วอย่างไม่ต้องสงสัย!

น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้พยายามต่อต้านอย่างเต็มที่ตั้งแต่แรก

และตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว พวกเขาเหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยบาดแผล

แต่พวกเขาก็ไม่เคยลังเลเลยที่จะไม่เข้าร่วมกับพวกมัน แม้จะมีการเชื้อเชิญและข่มขู่จากคนเหล่านั้นก็ตาม

แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ก้นบึ้งของสังคมมาโดยตลอดและไม่เคยประสบความสำเร็จ

แต่เกียรติยศของทหารบอกพวกเขาว่าแม้พวกเขาจะต้องตาย พวกเขาก็ไม่สามารถทำเรื่องแบบนั้นได้!!

ต่อมา พวกเขาถูกเอาไปขังไว้อยู่ในห้องมืดและตามที่พวกเขาได้ยิน ความตายนั้นกำลังรอพวกเขาอยู่

สิ่งที่กลุ่มของจ้าวเฉียงไม่รู้ก็คือ พวกเขายังไม่ได้ยอมแพ้และด้วยทักษะและเครื่องมือเล็กๆ น้อยๆ ที่พวกเขาสามารถหาได้ก็ทำให้พวกเขาแก้มัดได้สำเร็จ

และอาศัยจังหวะที่พวกมันนอนหลับ หนีออกจากห้องขังและโรงงานมาได้!

ทั้งสองคนกำลังเดินอยู่บนถนนข้างนอก ร่างกายของพวกเขาก็อ่อนแอมากแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้และต้องการหาที่ปลอดภัยเพื่อพักผ่อนและฟื้นตัว

จากนั้นพวกเขาก็จะกลับมาเพื่อฆ่ากลุ่มของจ้าวเฉียงอีกครั้ง!!!

ในเมื่อระเบียบและกฎหมายพังทลายลง คนเลวก็จะออกอาละวาด ดังนั้นพวกเขาก็จะไม่ดื้อรั้นอีกต่อไป

เผชิญหน้าแบบตาต่อตา!

เลือดต้องล้างด้วยเลือด!

เพื่อแก้แค้นให้ตัวเองและเพื่อแก้แค้นให้ผู้หญิงเหล่านั้นที่ถูกข่มขืน!!!

จบบทที่ ตอนที่ 40: ผู้หลบหนีสองคน

คัดลอกลิงก์แล้ว