เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37 : รุกสังหาร

ตอนที่ 37 : รุกสังหาร

ตอนที่ 37 : รุกสังหาร


ตอนที่ 37 : รุกสังหาร

"ฆ่าพวกมันให้หมด!"

พ่อฉินตะโกนเสียงดัง

เขาออกแรงแทงหอกเหล็กในมือและเล็งเข้าไปที่หัวของซอมบี้วัยกลางคนข้างล่างอย่างดุดัน!

ฉึก!

ความแม่นยำของเขาอยู่ในระดับปานกลาง

แม้ว่าปลายหอกจะโดนเข้าที่หัวของซอมบี้ แต่มันก็ไม่ได้โดนจุดสำคัญ

มันเพียงแค่ฉีกเนื้อส่วนใหญ่บนใบหน้าของซอมบี้ออกไป

ใบหน้าด้านขวาของซอมบี้ถูกฉีกจนเปิดออกและเนื้อเน่าๆ ก็ห้อยลงมาจนมองเห็นเหงือกของมันได้อย่างชัดเจน

ถึงแม้ว่ามันจะได้รับบาดเจ็บในระดับนั้นแล้ว แต่มันกลับดูไม่รู้สึกอะไรเลย มันยังคงคำรามและยื่นแขนออกมาราวกับพยายามดึงพ่อฉินให้ตกลงมาจากกำแพง

พ่อฉินรีบดึงหอกกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้ซอมบี้คว้ามันได้

นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่พวกเขาเน้นย้ำในการฝึกก่อนหน้านี้

หลังจากโจมตีแล้ว ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ต้องดึงหอกเหล็กกลับขึ้นมาทันที

ปลายหอกไม่ได้ถูกดึงกลับขึ้นมาทั้งหมด พวกมันยังคงห้อยอยู่ 3-4 เมตรเหนือหัวของพวกซอมบี้

พ่อฉินพยายามเล็งอีกครั้ง ราวกับว่าครั้งนี้เขาคว้าโอกาสได้แล้ว

เขาออกแรงจากทั้งสองมืออีกครั้งและแทงเข้าไปที่หัวของซอมบี้อย่างรุนแรง!

ครั้งนี้ความแม่นยำดีขึ้นมาก เขาแทงเข้าเบ้าตาของซอมบี้โดยตรง!

ในไม่ช้า ซอมบี้ตัวนั้นก็ดูเหมือนจะหมดแรงและล้มลงไปทันที

พ่อฉินรีบดึงหอกออกและยกขึ้น

นี่เป็นซอมบี้ตัวแรกที่ถูกฆ่าด้วยมือของเขา

พ่อฉินถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

มือของเขายังคงสั่นเล็กน้อย

เมื่อเห็นพ่อฉินทำได้แล้วคนอื่นๆ ก็ปรับสภาพจิตใจของตัวเองและเริ่มโจมตีกันทีละคน

ในเวลาไม่นาน พวกซอมบี้ที่อยู่ข้างล่างก็เริ่มโดนโจมตีจากบนฐานลวี่หยวน

ตัวที่โชคดีหน่อยก็โดนแค่เฉือนผิวหนังออกไป ส่วนตัวที่โชคร้ายก็โดนจุดสำคัญโดยตรงและล้มลงกับพื้น ก่อนจะถูกซอมบี้ตัวอื่นๆ เหยียบย่ำ

เวลาผ่านไป 3 นาทีเต็ม

ซอมบี้กว่าสิบตัวที่ล้อมรอบฐานก็ถูกพ่อฉินและคนอื่นๆ สังหารได้ในที่สุด

แม้ประสิทธิภาพจะยังไม่สูงนัก

แต่เมื่อพิจารณาว่านี่เป็นการสังหารครั้งแรกและเป็นการฝึกด้านจิตวิทยาให้กับทุกคน ผลลัพธ์ก็ยังคงถือว่ายอมรับได้

ทั้ง 5 คนที่ทำภารกิจเสร็จแล้วก็ปีนลงบันไดเพื่อไปพักผ่อน

จากนั้นก็เปลี่ยนกลุ่มให้อีก 5 คนขึ้นมาแทน

ครั้งนี้หวังหยางก็ขึ้นไปด้วยและแม้แต่จ้าวหลิงที่เป็นผู้จัดการหญิงก็ขึ้นไปด้วย

หลังจากสังหารซอมบี้ไปชุดหนึ่งแล้ว สิ่งที่พวกเขาต้องทำก็แค่เปิดลำโพงและปล่อยเสียงออกไปในระดับหนึ่ง เพื่อให้ซอมบี้ชุดใหม่เข้ามารวมตัวกันอีกครั้ง

ไม่ถึง 2 นาทีหลังจากที่หวังหยางปีนบันไดขึ้นไปและเปิดลำโพง ซอมบี้เกือบ 20 ตัวก็มารวมตัวกันใต้กำแพงอีกครั้ง

ครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาสั่งหรือพูดให้พวกเขาไม่รู้สึกผิด พวกเขาทุกคนก็กัดฟันพึมพำอย่างเงียบๆ ว่าอีกฝ่ายเป็นสัตว์ประหลาดกินคน

จากนั้นพวกเขาก็กระหน่ำแทงหอกเหล็กในมืออย่างดุเดือด ฉีกกระชากร่างของพวกซอมบี้จนเป็นชิ้นๆ

จ้าวหลิงผู้จัดการหญิงของฐานในตอนนี้มีสีหน้าที่ซีดเผือด

ต่อไม่ลืมว่าเมื่อสัปดาห์ก่อน เธอยังเป็นพนักงานออฟฟิศผู้หญิงธรรมดาๆ

เธอไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่าภายในเวลาไม่กี่วัน

เธอจะกลายเป็นคนที่สังหารสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายมนุษย์แบบนี้

แต่ในตอนนี้ ไม่ว่าเหงื่อของเธอจะออกมามากแค่ไหนหรือฝ่ามือของเธอจะยังคงปวดเมื่อยเท่าไหร่

เธอก็ยังคงโจมตีซอมบี้ที่เป็นเป้าหมายด้วยหอกครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยเลือดและเนื้อ จนจำไม่ได้ว่าพวกมันเคยมีใบหน้าแบบไหน

เธอระงับความอยากอาเจียนเอาไว้

จนในที่สุด เธอก็แทงซอมบี้ผู้หญิงเข้าที่เบ้าตาและยุติการเคลื่อนไหวของมันไปตลอดกาล

และในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว จนต้องก้มตัวลงและอาเจียนออกไป

แต่เธอก็ควบคุมตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

เธอไม่สนใจสิ่งสกปรกที่อยู่รอบๆ เธอเช็ดน้ำตาและคราบสกปรกจากมุมปากด้วยมือ

ดวงตาของเธอกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งและเธอก็หยิบหอกเหล็กและแทงไปยังเป้าหมายใหม่ทันที!

คนอื่นๆ ที่เห็นการกระทำของเธอ ก็อดไม่ได้ที่จะชูนิ้วโป้งให้เธอในใจ

สำหรับผู้หญิงคนหนึ่งการที่เธอสามารถทำได้ถึงขนาดนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว

เพราะแม้แต่ผู้ชายหลายๆ คนในชุดก่อนหน้านี้รวมถึงในชุดนี้ก็ยังพากันอาเจียนออกมาเช่นกัน

ส่วนอีกสองคนแม้แต่การถือหอกก็ยังทำได้ไม่มั่นคงและพวกเขาต้องใช้เวลานานกว่าจะโจมตีโดนตัวซอมบี้

บางครั้ง หอกเหล็กก็ยังถูกซอมบี้คว้าไปและต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการแย่งกลับคืนมา

ดังนั้นผลงานของจ้าวหลิงนั้นถือว่าดีกว่าค่าเฉลี่ยไปมาก

หวังหยางก็ทำผลงานได้ดีกว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังแย่กว่าพ่อฉินที่เป็นคนแรกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แม้ว่าสีหน้าของเขาจะไม่ค่อยดีนัก แต่เขาก็ยังคงโจมตีอย่างหนักหน่วงได้โดยไม่พูดอะไรและสังหารซอมบี้ไปได้ถึงสองตัวในเวลาอันสั้น

จนสุดท้าย กลุ่มคนในชุดที่สองก็ใช้เวลาไปเกือบ 5 นาทีในการสังหารซอมบี้เกือบยี่สิบตัวที่เพิ่งถูกดึงดูดเข้ามา

ซึ่งถือว่ายังแย่กว่ากลุ่มของพ่อฉิน

คนที่ปีนลงบันไดมาแต่ละคนหน้าซีดเผือด มือและเท้าอ่อนแรง

แต่ไม่มีใครหัวเราะหรือดูถูกพวกเขา

เพราะนี่ก็ถือว่าทำได้ดีแล้ว เพราะในท้ายที่สุด พวกเขาทุกคนก็ได้สังหารซอมบี้ด้วยตัวเองแล้ว

ด้วยวิธีนี้ คนหลายกลุ่มก็ถูกผลัดเปลี่ยนกันขึ้นไป

รวมถึงถังจินหมิง ลุงของฉินจิ้นและญาติคนอื่นๆ

ตราบใดที่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมป้องกันของฐานลวี่หยวนและเป็นบุคลากรบริหารระดับผู้จัดการ พวกเขาทุกคนก็ต้องขึ้นไปเพื่อทำการสังหารซอมบี้ทั้งนั้น

พวกเขาทำการสังหารซอมบี้กันตลอดทั้งเช้า

บางคนถึงกับขึ้นไปสองถึงสามรอบก่อนที่จะหยุด

การฝึกกองกำลังในวันนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

ในเวลานี้ มีซอมบี้เกือบสองร้อยตัวนอนอยู่ใต้กำแพงซึ่งก็น่าจะเป็นซอมบี้ทั้งหมดในบริเวณโดยรอบแล้ว

คงเป็นเรื่องยากที่จะดึงดูดและสังหารพวกมันได้อีกครั้งในเวลาอันสั้น หากไม่มีซอมบี้ตัวใหม่เดินเตร่มาเพิ่มในบริเวณนี้

....

ในช่วงทานอาหารกลางวัน

พ่อฉินและลุงฉินจิ้น หวังหยางรวมถึงผู้จัดการคนอื่นๆ ต่างก็ไม่ค่อยรู้สึกอยากอาหารกันเท่าไหร่

สาเหตุหลักก็คือพวกเขาเพิ่งจะฆ่าซอมบี้มาตลอดทั้งเช้าและจิตใจของพวกเขาก็เต็มไปด้วยฉากของเลือดที่สาดไปทั่ว ซึ่งส่งผลต่อความอยากอาหารของพวกเขาอย่างมาก

ทุกคนรับประทานอาหารกลางวันอย่างเร่งรีบ

ก่อนจะไปนั่งพักผ่อนกันสักครู่ในตอนเที่ยงเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น

ในตอนบ่าย

พวกผู้จัดการก็ขึ้นไปยืนอยู่บนป้อมยามแล้วมองดูกองซากศพซอมบี้ใต้กำแพง

พ่อฉินและผู้จัดการคนอื่นๆ พูดคุยกันแล้วได้ข้อสรุปว่าการปล่อยให้ศพกองอยู่ใต้กำแพงเฉยๆ แบบนี้ไม่ใช่ทางออก

เพราะท้ายที่สุด พวกมันก็เป็นศพและพวกมันจะเน่าในไม่ช้าก็เร็ว

หลังจากเน่าเปื่อยแล้ว กลิ่นเหม็นและการแพร่กระจายของไวรัสรวมถึงเชื้อโรคที่อาจเกิดขึ้นก็จะกลายเป็นปัญหาที่ยุ่งยากเช่นกัน

หลายคนจึงพูดคุยกันว่าพวกเขาจะกำจัดซากซอมบี้ที่อยู่รอบๆ ยังไง

ไม่นาน แผนการก็ถูกร่างขึ้นอย่างรวดเร็ว

พวกเขาจะเลือกสมาชิกทีมรักษาความปลอดภัยออกมาแล้วให้พวกเขาไปขับรถแบคโฮกับรถตัก

โดยรถแบคโฮจะออกไปขุดหลุมลึกห่างจากฐานประมาณ 500 เมตร หลังจากนั้นรถตักก็จะเข้ามาตักศพซอมบี้ที่ตายแล้วไปลงหลุมที่ขุดไว้

หากมีเวลา พวกเขาก็จะใช้ดินฝังไปด้วยดังนั้นแม้ว่าพวกมันจะเน่าเปื่อย แต่ก็จะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อฐานลวี่หยวน

แผนการได้รับการอนุมัติจากทุกคนทันที

ในการสังหารเมื่อเช้านี้ คนส่วนใหญ่ได้เอาชนะความกลัวต่อซอมบี้ได้แล้ว

ตราบใดที่มีพื้นที่ปลอดภัยและอาวุธ การสังหารซอมบี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

แต่ก่อนที่จะขับรถออกไป พวกเขาจะเชื่อมตะแกรงเหล็กตามกระจกอย่างง่ายๆ ก่อนโดยเหลือรูเอาไว้สำหรับโจมตีซอมบี้ยามจำเป็นไว้ด้วย

ฐานลวี่หยวนมีรถแบคโฮกับรถตักอยู่แล้ว ซึ่งฉินจิ้นก็ไม่มีทางพลาดสิ่งที่จำเป็นในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตแบบนี้อย่างแน่นอน

การดัดแปลงพวกมันก็ง่ายมาก พวกเขาใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

เกราะป้องกันถูกเชื่อมอย่างง่ายๆ จากวัสดุที่มีอยู่แล้ว ยานพาหนะก็ได้รับการดัดแปลงทุกวันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาทำให้พวกเขามีประสบการณ์มากและสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว

ไม่นานรถแบคโฮ 2 คัน รถตัก 2 คันและรถออฟโรดสำหรับคุ้มกัน 1 คันก็ได้รับการดัดแปลงอย่างรวดเร็ว

สมาชิกทีมรักษาความปลอดภัยหลายคนที่รู้วิธีการขับรถพวกนี้ก็ไม่รอช้า พวกเขาขึ้นประจำรถทันที

พวกเขาขับรถเข้าไปในพื้นที่กักกันหลังประตูเป็นอันดับแรก ก่อนที่คนเฝ้าประตูจะเปิดประตูตามคำสั่งของพ่อฉินหลังจากเห็นว่าข้างนอกปลอดภัยและไม่มีซอมบี้หลงเหลืออยู่

รถหลายคันสตาร์ทเครื่องยนต์จนเกิดเสียงดังและขับออกไป

รถออฟโรดขับคุ้มกันรถแบคโฮอย่างช้าๆ ไปยังพื้นที่รกร้างว่างเปล่าข้างนอก

ส่วนรถตักอีกสองคันก็ขับไปทางกองศพซอมบี้

พวกเขาใช้ที่ตักหันหน้าเข้าหากองศพที่นอนเกลื่อนพื้นและตักพวกมันขึ้นมา ในการตักเพียงครั้งเดียวพวกเขาก็ตักขึ้นมาได้มากถึงเกือบสิบร่างจากนั้นพวกเขาก็ขับไปทางรถแบคโฮ

หลุมฝังศพยังไม่ได้ถูกขุด แต่พวกเขาสามารถนำร่างซอมบี้ไปกองไว้ที่นั่นก่อนได้และเมื่อหลุมถูกขุดเสร็จพวกเขาก็จะสามารถดันร่างของซอมบี้ลงไปในหลุมได้ทันที

สมาชิกในทีมสองคนที่ขับรถตักก็ต้องพยายามระงับความอยากอาเจียนในตอนแรกไว้จนใบหน้าของพวกเขาซีดเผือด

หลังจากขับไปกลับสองสามรอบ พวกเขาก็เริ่มคุ้นเคยกับมันอย่างช้าๆ

งานสกปรกแบบนี้มันยากที่จะรับได้จริงๆ

แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะยังไงใครสักคนก็ต้องทำมันอยู่ดี

และในตอนนี้ก็มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่สามารถขับรถแบบนี้ได้ชั่วคราวหรือจนกว่าจะมีการฝึกอบรมคนเพิ่มขึ้นในอนาคต

พ่อฉินเองก็บันทึกผลงานของพวกเขาเอาไว้ด้วย ซึ่งในอนาคตมันจะกลายเป็นแต้มสำหรับพวกเขา

และทุกภารกิจในอนาคต ผู้จัดการอย่างพวกเขาก็จะต้องบันทึกไว้ว่าใครทำอะไรบ้าง

หรือใครเต็มใจหรือไม่เต็มใจทำอะไร ทุกอย่างจะถูกบันทึกไว้ทั้งหมด

ทุกคนพอจะรู้เรื่องนี้กันอยู่บ้าง ดังนั้นจึงมีหลายคนที่กล้าหาญและเต็มใจที่จะทำงานหนักโดยไม่ปฏิเสธอยู่เสมอ

ตอนนี้โลกแตกต่างออกไปจากเดิมแล้ว

แต่มนุษย์ก็ยังคงถูกแบ่งชนชั้นอยู่เสมอ

คนฉลาดจะตัดสินใจให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

พ่อฉินและผู้จัดการคนอื่นๆ ที่เฝ้าดูทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบจากบนป้อมก็พยักหน้าในใจอย่างเงียบๆ

ในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์

ฐานของพวกเขาก็เริ่มปรับตัวเข้ากับโลกใบใหม่แล้ว

ตอนนี้พวกเขาได้กำจัดซอมบี้รอบฐานเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนี่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางกลับของทีมต่อสู้ไม่มากก็น้อย

นอกจากนี้พวกเขายังได้ฝึกสมาชิกทีมป้องกันฐานเพิ่มเติมด้วย

เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่พวกเขาอาจถูกซอมบี้จำนวนมากบุกโจมตีแต่กลับไม่มีใครกล้าที่จะต่อสู้กลับ

ดังนั้นพวกเขาจึงยุ่งกันตลอดทั้งบ่าย

จนเวลาก็ได้เลยสี่โมงเย็นไปแล้ว

ในระหว่างนี้ ซอมบี้สองตัวที่น่าจะถูกดึงดูดมาด้วยเสียงของเครื่องจักรก็โผล่ออกมาและถูกสังหารอย่างง่ายดาย

เหตุการณ์นี้ถึงจะน่าตื่นเต้นไปหน่อยสำหรับคนที่ออกไปข้างนอกแต่ทุกคนก็ยังปลอดภัยดี

ในที่สุด ศพซอมบี้เกือบ 200 ตัวใต้กำแพงฐานก็ถูกจัดการจนหมด

รถตักที่กลับมายังพื้นที่กักกันก็เต็มไปด้วยเลือดและถูกล้างทำความสะอาดด้วยน้ำ

พอตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าทีมกำจัดศพซอมบี้ที่ออกไปข้างนอกมาไม่มีปัญหาอะไร พวกเขาก็ได้รับอนุญาติให้กลับเข้ามาในฐาน

คราบเลือดใต้กำแพงก็ถูกโรยด้วยปูนขาวก่อนจะนำทรายมากลบเอาไว้ เพื่อให้คนในฐานไม่ต้องได้กลิ่นเลือดและเป็นการฆ่าเชื้อไปในตัว

คนที่เพิ่งกลับมาในฐานก็ได้รับการชื่นชมจากกลุ่มของผู้จัดการและเหล่าผู้จัดการยังบอกด้วยว่าผลงานของพวกเขาจะถูกบันทึกเอาไว้

อาหารเย็นของพวกเขาในวันนี้ก็จะถูกเพิ่มขึ้นด้วยแต่ถ้ากินไม่หมด พวกเขาก็สามารถแบ่งปันให้กับเพื่อนหรือญาติของตัวเองได้

บรรดาผู้จัดการก็ยังคงใส่ใจกับการปรับปรุงกลไกการให้รางวัล ซึ่งพวกเขาตั้งใจที่จะทำให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต

...

เวลาประมาณ 5 โมงเย็น

ขบวนรถก็ปรากฏขึ้นบนถนนนอกฐานลวี่หยวน

รถที่นำมาก็คือรถเสือเขี้ยวดาบที่โดดเด่น!

ทีมต่อสู้ ซึ่งได้แจ้งกับทีมป้องกันฐานผ่านทางวิทยุสื่อสารไว้แล้วก็ขับรถตรงมายังประตู

ฉินจิ้นยังคงนั่งอยู่บนที่นั่งผู้โดยสารข้างคนขับบนรถเสือเขี้ยวดาบเช่นเดิม

ในขณะนี้ เบาะของเขาถูกปรับให้นอนราบ มือของเขาวางประสานกันไว้ที่ท้ายทอยและเขาก็นอนอย่างสบายๆ

มุมปากที่ยกขึ้นแสดงให้เห็นว่าเขาดูเหมือนจะอารมณ์ดี

เมื่อเห็นประตูฐานเปิดออกแต่ไกล เขาก็ลุกขึ้นนั่งทันที

หืม?

ไม่มีซอมบี้แม้แต่ตัวเดียวรอบฐานเลยเหรอ?

เขาแอบรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะเขาตั้งใจจะกลับเข้าไปที่ฐานแล้วค่อยพูดคุยทีหลัง แม้ว่าเขาจะสงสัยอยู่แล้วในใจก็ตาม

ขบวนรถขับเข้าสู่พื้นที่กักกันของฐานได้อย่างราบรื่นมาก

ทีมของพวกเขาแยกกับทีมของคนที่จะไปขนย้ายสารเคมีจากโรงงานเคมี ทำให้เขามีเพียงทีมต่อสู้ 3 ทีมและรถอีก 6 คันเท่านั้น ในตอนที่ออกไปเมื่อเช้า

แต่ตอนนี้เมื่อกลับมาพวกเขากลับมีรถทั้งหมด 13 คัน

รถที่ได้มาใหม่ทั้งหมดเป็นรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ แถมยังมีรถบรรทุกน้ำมันอีก 2 คัน

ซึ่งดูเหมือนว่าการเก็บเกี่ยวในวันนี้จะได้ผลดี

หลังจากอยู่ในพื้นที่กักกันชั่วขณะหนึ่ง เศษเนื้อบดและคราบเลือดที่เหลือจากการชนซอมบี้ก็ถูกชำระล้างออกไป

หลังจากตรวจสอบแล้วว่าไม่มีปัญหาใดๆ ทุกคนก็ขับรถทั้งหมดไปยังคลังที่ถูกกำหนดไว้เพื่อขนถ่ายของลงมา

ฉินจิ้นเดินเข้าไปในฐานและเห็นพ่อฉิน ลุงของเขา หวังหยางและคนอื่นๆ ที่กำลังรออยู่แล้ว

เขาสอบถามคนตรงหน้าด้วยความสงสัยว่า "ตอนที่ผมกลับมา ผมเห็นว่าไม่มีซอมบี้อยู่ข้างนอกเลย วันนี้ทุกคนจัดการซอมบี้ด้วยตัวเองกันเหรอครับ?"

หวังหยางเหลือบมองพ่อฉินและเห็นว่าอีกฝ่ายต้องการให้เขาเป็นคนอธิบาย ดังนั้นเขาจึงไม่ปฏิเสธ

หวังหยางพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า "ครับประธานฉิน วันนี้พวกเราใช้บันไดปีนขึ้นกำแพงและใช้หอกเหล็กที่เตรียมไว้เพื่อสังหารซอมบี้ ทำให้ตลอดเช้าของวันนี้พวกเรากำจัดซอมบี้ไปได้ถึง 200 ตัวครับ!"

"จากนั้นในตอนบ่าย พวกเราก็ดัดแปลงยานพาหนะกับเครื่องมือบางอย่างและออกไปขุดหลุมและฝังศพของซอมบี้ที่ถูกกำจัด ดังนั้นหากจะบอกว่าซอมบี้ทั้งหมดที่อยู่รอบๆ ถูกพวกเรากำจัดหมดแล้วก็ไม่ผิดครับและพวกมันคงจะไม่ปรากฏตัวเพิ่มอีกในเร็วๆ นี่ครับ"

แปะๆๆ

"ดีมาก ดีมาก ดีมาก พวกคุณทำได้ดีมาก!"

ใบหน้าของฉินจิ้นเปล่งประกายและปรบมือ ชื่นชมคนในฐาน!

เขาไม่คาดคิดเลยว่าคนเหล่านี้จะทำสิ่งเหล่านี้ได้โดยที่เขาไม่ต้องอยู่สั่งการ

แม้ว่าเขาจะคาดเดาเอาไว้บ้างแล้ว แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะทำได้จริงๆ

และพวกเขาก็ทำได้ดีกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก

"ไม่หรอกครับ ทั้งหมดเป็นเพราะคุณพ่อของประธานฉินสั่งการพวกเราได้ดีครับ พวกเราแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้นเองครับ" หวังหยางยังคงพูดอย่างถ่อมตัวพร้อมรอยยิ้ม

"มันไม่เกี่ยวกับฉันเลย นี่เป็นความดีความชอบของทุกคนที่มีส่วนร่วมในการสังหารซอมบี้ในครั้งนี้ โดยเฉพาะคนที่เสี่ยงชีวิตออกไปทำงานจัดการศพในช่วงบ่าย พวกเขาคือคนที่สมควรได้รับความดีความชอบต่างหาก"

พ่อฉินพูดด้วยรอยยิ้มและปฏิเสธ

ในฐานะพ่อของผู้นำ เขาไม่อยากยึดความดีความชอบไว้กับตัวเพราะมันไม่มีประโยชน์สำหรับเขา สู้ยกให้คนอื่นยังจะดีกว่า

"ถูกต้อง เราต้องให้รางวัลกับคนที่ทำงานเพราะในอนาคตฐานของเราต้องมีทั้งการให้รางวัลและการลงโทษเพื่อกระตุ้นความกระตือรือร้นของทุกคน"

ฉินจิ้นพูดเสริม

จบบทที่ ตอนที่ 37 : รุกสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว