- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 26 : สถานการณ์ของโลกภายนอก
ตอนที่ 26 : สถานการณ์ของโลกภายนอก
ตอนที่ 26 : สถานการณ์ของโลกภายนอก
ตอนที่ 26 : สถานการณ์ของโลกภายนอก
ความมืดมิดปกคลุมทุกสิ่ง
ฐานหลี่หยวนจมดิ่งสู่ความมืดสนิท
มีเพียงไฟแสดงสถานะความปลอดภัยไม่กี่ดวงที่เปล่งแสงสีเขียวออกมา
ในช่วงเวลานั้น
ก็เกิดความวุ่นวายเล็กน้อยขึ้นภายในฐาน
หลายคนออกมาจากหอพักและถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นและทำไมไฟฟ้าถึงดับ!
เกิดอะไรขึ้น!?
หลายคนเต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่แน่นอนและกังวลว่าอาจมีอะไรเกิดขึ้นกับฐาน
"ทุกคนอย่าตื่นตระหนก! กลับไปที่ห้องของตัวเองก่อน! แค่โรงไฟฟ้าหยุดจ่ายไฟแล้วเท่านั้น! ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นกับฐาน! ตอนนี้มีคนกำลังแก้ไขให้อยู่!"
"ฐานของเราผลิตไฟฟ้าเองได้! เพราะฉะนั้นอย่าส่งเสียงดัง! ห้ามใครตะโกนส่งเสียงดังเด็ดขาด! เพราะเสียงจะดึงดูดพวกซอมบี้ข้างนอกให้เข้ามาได้!"
เป็นหวังหยาง จ้าวหลิงและถังจินหมิง เหล่าผู้จัดการฐานที่กำลังปลอบประโลมฝูงชนให้อยู่ในความสงบ
พวกเขารู้ล่วงหน้าจากฉินจิ้นแล้วว่าไฟฟ้าและน้ำประปาจะหยุดการจ่าย แต่พวกเขาเองก็ไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ แต่ถึงจะเร็วกว่าที่คาดไว้ แต่พวกเขานั้นก็ได้เตรียมพร้อมเอาไว้บ้างแล้ว
ฝูงชนเงียบลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น
เพราะมันเป็นเรื่องจริงที่ซอมบี้ข้างนอกไวต่อเสียง ดังนั้นการส่งเสียงดังเกินไปจึงไม่ใช่เรื่องดี
สมาชิกในทีมต่อสู้ที่กลับมาได้เล่าเรื่องตอนออกไปข้างนอกให้ทุกคนฟังแล้ว พวกเขาได้ยินมาว่าซอมบี้นั้นจะชอบไล่ตามเสียงและพวกเขาก็ยังได้ยินมาว่าฝูงซอมบี้ที่มารวมตัวกันอาจปีนกันเองจนสูงได้ถึงหลายสิบเมตร!
พวกเขาพากันตกใจทันทีหลังจากได้ยินเช่นนั้น!
พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าพวกซอมบี้ข้างนอกจะน่ากลัวขนาดนี้ พวกเขารู้สึกได้ทันทีว่าการสร้างกำแพงเป็นงานที่จำเป็น และบางคนถึงกับหวังว่าวันพรุ่งนี้จะมาถึงเร็วๆ เพื่อพวกเขาจะได้เริ่มทำงานต่อ
สิ่งที่พวกเขากำลังสร้างไม่ใช่แค่กำแพง!
แต่มันคือกำแพงที่จะช่วยปกป้องชีวิตของพวกเขา!
ผู้จัดการรีบปลอบประโลมทุกคนและในไม่ช้า ฐานก็กลับมาสว่างขึ้นอีกครั้ง
ในออฟฟิศของฉินจิ้น ผู้จัดการหลายคนมาถึงและรายงานสถานการณ์ให้เขาฟังทีละคน
"ประธานฉิน ฐานของเราได้เปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองภายในแล้วครับ ยกเว้นพื้นที่ที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า เช่นห้องเย็น ระบบควบคุมอุณหภูมิห้องเก็บของและระบบกล้องวงจรปิดที่จะยังคงมีการจ่ายไฟให้ สำหรับส่วนอื่นๆ ที่ยังไม่จำเป็นทั้งหมดจะถูกตัดการใช้ไฟฟ้าและจะกลับมาเปิดให้ใช้อีกครั้งเมื่อจำเป็นครับ"
"นอกจากนี้ น้ำประปายังไม่ถูกตัด แต่คาดว่าน่าจะอีกไม่นาน ผมพอจะรู้จักคนในโรงงานประปาเมืองกวงหยวน ผมคาดว่าตัวโรงประปาก็น่าจะหยุดทำงานไปด้วยหลังจากที่ไฟฟ้าถูกตัดไป ดังนั้นน้ำประปาที่ถูกสำรองไว้และกำลังถูกใช้ไปเรื่อยๆ ก็น่าจะเหลืออยู่ไม่มากแล้ว"
ฉินจิ้นพยักหน้าให้พวกเขาและพูดอย่างเห็นด้วยว่า "ดีมาก พยายามประหยัดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยกเว้นแค่พื้นที่ที่จำเป็นก็พอ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ยกเว้นพื้นที่ที่จำเป็น ไฟฟ้าทั้งหมดจะถูกตัดหลัง 5 ทุ่ม แต่ทุกคนยังสามารถใช้ไฟฉายแบบพกพาหรือโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ในหอพักได้ ดังนั้นอย่าลืมเตือนให้พวกเขานำออกไปชาร์จในช่วงกลางวันด้วย"
"นอกจากนี้ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เราจะต้องรวบรวมสถิติการใช้พลังงานในแต่ละวัน โดยเฉพาะปริมาณการชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ ฉันต้องการตัวเลขที่แม่นยำเพื่อที่จะได้รู้ว่าเราจะสามารถพึ่งพาตัวเองได้ไหม!"
"ครับ!"
หวังหยาง จ้าวหลิงและถังจินหมิงตอบรับ
พ่อฉินและจงอวี่เองก็อยู่ที่นี่ด้วยและพวกเขาก็ตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการฐานหลังจากไฟฟ้าดับทันที
ถังจินหมิงนั้นรู้สึกผิดและโทษตัวเองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้และออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งนี่ทำให้ฉินจิ้นที่เดิมตั้งใจจะลดตำแหน่งอีกฝ่ายก็ให้โอกาสอีกฝ่ายอีกครั้ง
และเขายังบอกกับอีกฝ่ายด้วยว่าหากเกิดความผิดพลาดแบบนี้อีกครั้งในอนาคต อีกฝ่ายจะต้องไปทำงานก่อสร้างกำแพงแทน
หลังจากนั้นเขาก็ปล่อยให้ทุกคนกลับไปพักผ่อน
ฉินจิ้นยังคงพักผ่อนอยู่บนโซฟาในออฟฟิศของเขาเช่นเดิม เขาทำงานหนักมากในช่วงนี้และรายละเอียดของแผนการหลายอย่างก็จำเป็นต้องได้รับการขัดเกลาอีกครั้ง ดังนั้นการอยู่ในออฟฟิศจะทำให้เขาสามารถจัดการงานได้ตลอดเวลา ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการไปนอนในบ้านพักของตัวเอง
โชคดีที่เขาได้สร้างออฟฟิศของเขาให้ใหญ่และสะดวกสบาย ดังนั้นตอนนี้เขาจึงสามารถใช้มันเป็นทั้งที่ทำงานและพักผ่อนได้
เขายังวางแผนที่จะให้คนนำอุปกรณ์ออกกำลังกายแบบง่ายๆ มาติดตั้งไว้ที่นี่ในภายหลังด้วย เพื่อให้เขาสามารถออกกำลังกายได้ตลอดเวลา
ด้วยวิธีนั้น ความแข็งแกร่งและความคล่องตัวของเขาก็อาจจะพัฒนาเร็วขึ้นอีก
ตอนที่เขาออกไปข้างนอกในวันนี้ เขารู้สึกชาที่ขาเป็นบางครั้งและสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าขาของเขานั้นเบาขึ้น ซึ่งนี่เป็นเครื่องยืนยันว่าความสามารถจากชาติที่แล้วของเขายังไม่หายไปไหนและจะปรากฏขึ้นเร็วกว่าเดิมด้วยซ้ำ!
ดูเหมือนว่าการกลับชาติมาเกิดของเขาจะไม่ใช่แค่มาตัวเปล่าแล้ว เพราะอย่างน้อยในตอนนี้สมรรถภาพทางร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปแล้ว!
และเขาก็ยังคงรอคอยที่จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และเขาเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่ามันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน!
ตอนนี้เป็นเวลาดึกแล้วและฐานก็ค่อยๆ เข้าสู่สภาวะการหลับใหล
....
โลกภายนอก
ในเมืองหยาง เมืองเอกของมณฑลกวางหนาน
ในย่านชุมชนหรู ในวิลล่าหลังหนึ่ง
ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังถือโทรศัพท์มือถือที่เปิดแฟลชเพื่อใช้สำหรับส่องทางและเดินไปยังหน้าต่าง เขามองดูเมืองข้างนอกที่ได้จมดิ่งสู่ความมืดมิดก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ "ไฟฟ้าเริ่มดับแล้วสินะ?"
"เฮ้อ—"
เขาหันหลังกลับไปยังเตียงที่ยาวสามเมตรด้านหลังแล้วล้มตัวลงบนนั้น!
เตียงนุ่มๆ รองรับร่างกายของเขา เขานำมือไปประสานไว้ที่ท้ายทอยและคิดเรื่อยเปื่อย
ชื่อของเขาคือหลี่ซู่
ปีนี้เขาอายุ 29 ปี เขาเป็นคนจรจัดที่ว่างงาน (อ้างตัวเองว่าเป็นแบบนั้น) แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาเป็นคนรวยรุ่นที่สอง พ่อแม่ของเขามักจะออกไปทำธุรกิจและอยู่นอกบ้านตลอดทั้งปี เขาจึงอาศัยอยู่ในย่านชุมชนหรูในเมืองหยางเพียงคนเดียว
บ้านของเขาเป็นวิลล่าเดี่ยว โดยในคืนที่เกิดการกลายพันธุ์ เขาก็ได้ซ่อนตัวอยู่ในห้องนอนและไม่ได้กลายพันธุ์ อีกทั้งเขายังโชคดีไม่ถูกซอมบี้กัด ดังนั้นเขาจึงรอดชีวิตมาได้
เขาชอบเล่นเกมเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกและเขามักจะใช้เงินซื้ออุปกรณ์ต่างๆ มาจนบางครั้งเขาก็ถึงกับทำคลิปวิดีโอสอนการเอาชีวิตรอดในป่าแล้วอัพโหลดขึ้นบนโลกออนไลน์
แต่น่าเสียดายที่มันไม่ได้รับความนิยม เขาจึงเลิกทำไป
แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้สร้างกลุ่มสำหรับพูดคุยเรื่องการเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกขึ้นมาและชื่อออนไลน์ของเขาก็คือสกายวอล์คเกอร์
ใช่แล้ว เขาเป็นเจ้าของกลุ่มเอาชีวิตรอดที่ฉินจิ้นเข้าไปพูดคุยด้วย
ผ่านไปแล้ว 3 วันนับตั้งแต่คืนที่เกิดการกลายพันธุ์ เขาอาศัยขนม น้ำดื่มและเครื่องดื่มที่เขามักจะเก็บไว้ในห้องประทังชีวิต เขาจึงอยู่รอดมาได้อย่างราบรื่นจนถึงตอนนี้
โชคดีที่ห้องนอนของเขามีห้องน้ำในตัวด้วย ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องถูกขังอยู่ในห้องเล็กๆ ที่ไม่มีที่สำหรับถ่ายหนักหรือเบาเหมือนผู้รอดชีวิตหลายๆ คน
เขาคิดถึงสิ่งที่ "เฉียนจิ้น" พูดในกลุ่มเมื่อครู่นี้
จริงอยู่ที่ซอมบี้ข้างนอกอ่อนแอลงแล้ว แม้แต่แม่บ้านของเขาที่กลายพันธุ์ในวิลล่าของเขาก็ยังเลิกทุบประตูห้องของเขาไปแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า
ใช่ เขาทั้งโชคดีและโชคร้ายมากที่มาซ่อนตัวอยู่ในบ้านของตัวเอง โดยมีซอมบี้เฝ้าอยู่หน้าประตูห้อง ไม่อย่างนั้นมันคงจะดียิ่งกว่านี้ถ้าเขาสามารถเดินไปทั่วทั้งวิลล่าได้
เขาได้วางแผนไว้แล้วว่าเขาจะจัดการกับซอมบี้แม่บ้านข้างนอกก่อนแล้วยึดอาณาเขตวิลล่าของเขากลับคืนมาและอาศัยอาหารในวิลล่าเพื่อเอาชีวิตรอดไปให้ได้นานที่สุด
แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของเฉียนจิ้นที่ว่าซอมบี้กำลังแข็งแกร่งขึ้นและอาจจะกลายพันธุ์ได้อีกครั้ง การที่เขาอาศัยอยู่ในย่านวิลล่าที่อยู่ติดกับใจกลางเมืองก็ดูไม่ปลอดภัยนัก!
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าในอนาคตซอมบี้แข็งแกร่งขึ้นจริงๆ? เขาจะไม่กลายเป็นเต่าในกระดองหรือ!?
แต่การไปเมืองกวงหยวนที่อยู่ไกลออกไปก็ยากไม่น้อยเลย เขาดูแผนที่แล้วและมันอยู่ห่างออกไปกว่า 200 กิโลเมตร
และไม่มีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเฉียนจิ้น มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าสุดท้ายแล้วมันเป็นเพียงกับดัก?
เขายังค่อนข้างลังเล
แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะช่างมัน เขาจะค่อยๆ ทำไปทีละขั้นและทำเป้าหมายของวันพรุ่งนี้ให้สำเร็จก่อน!
เพราะอย่างไรก็ตาม เขาก็ยังมีเวลาอีก 10 วันกว่าจะถึงกำหนดที่ฉินจิ้นตั้งไว้ ดังนั้นจึงยังมีเวลาให้พิจารณาทุกอย่างให้รอบคอบอยู่
วันพรุ่งนี้ เขาตั้งใจจะฆ่าซอมบี้ก่อนและยึดวิลล่าของเขากลับคืนมา!
ในเมืองเซินเจิ้น
ในย่านชุมชนที่เงียบสงบ
ในย่านนี้มีอาคารสไตล์ตะวันตกเต็มไปหมด แม้ว่ามันจะไม่ถือว่าเป็นวิลล่าหรู แต่ก็ยังเป็นบ้านขนาดเล็กระดับไฮเอนด์
ในบ้านสามชั้นแห่งหนึ่ง
เมื่อเทียบกับความมืดมิดภายนอกแล้ว ด้านในนั้นยังคงมีแสงสลัวๆ ในห้องหนึ่งในบ้านหลังนั้น ภายในห้องนั้นถูกปิดทึบด้วยม่านบังแดด มีเพียงแสงที่ลอดออกไปเล็กน้อยและยังคงมีเสียงการสนทนากันในห้องนั้น
เห็นได้ชัดว่ามีผู้รอดชีวิตมากกว่าหนึ่งคน
"แม่คะ ไม่ต้องกังวลไปนะคะ พ่อจะต้องสบายดีแน่ๆ อีกไม่กี่วันเราก็จะออกไปตามหาพ่อกันแล้วนะคะ!"
เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นมา
เมื่อมองไปตามเสียงนั้นก็จะพบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่มีผิวขาว แม้ในห้องที่แสงไฟสลัว ผิวของเธอก็ยังดูเหมือนจะเปล่งแสงสีขาวจางๆ ออกมา กล้ามเนื้อของเธอเป็นมัดสวยกำลังดี แก้มของเธอก็เหมือนกับดอกท้อและดวงตาของเธอก็เป็นประกายเหมือนดวงดาว
ในเวลานี้เธอกำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างที่สูงเกือบ 1.7 เมตร!
ตรงหน้าเธอเป็นหญิงวัยกลางคนที่สวยงามเช่นกัน แม้เธอจะอยู่ในช่วงวัยกลางคนแล้วแต่ก็แทบจะมองไม่เห็นถึงร่องรอยของกาลเวลาเลย ทั้งสองคนนี้มีใบหน้าที่คล้ายกันและจากคำพูดเมื่อครู่นี้ ก็คงเดาได้ไม่ยากว่าพวกเธอเป็นแม่ลูกกัน
"เฮ้อ—ตอนนี้ไฟฟ้าก็ดับไปแล้ว ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะช่วยจัดการอะไรไม่ได้เลย แล้วพ่อของลูกที่ยังอยู่ในโรงงานที่เมืองซานล่ะ!?”
"ก่อนหน้านี้แม่ยังติดต่อกับพ่อผ่านทางโทรศัพท์ได้ พ่อของลูกน่าจะติดอยู่ที่ไหนสักแห่งในโรงงาน แต่ตอนนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์แล้ว แม่ก็ติดต่อหาพ่อไม่ได้อีก ตอนนี้พ่อของลูกก็น่าจะอยู่ที่ห้องทำงานในโรงงาน อาหารก็น่าจะอยู่ได้อีกแค่สองสามวันเท่านั้น!"
หญิงวัยกลางคนกังวลเพราะไฟฟ้าที่เพิ่งดับและเครือข่ายทั้งหมดก็ถูกตัดขาด เธอขาดการติดต่อกับสามีของตัวเองโดยสิ้นเชิงและเธอก็ทำอะไรไม่ถูก
หญิงสาวอีกคนที่ดูเหมือนจะเป็นลูกสาวของเธอก็ปลอบเธอ "หนูเชื่อว่าพ่อต้องหาทางเอาตัวรอดได้แน่ๆ แม่ลองคิดดูสิว่าพ่อเริ่มต้นจากศูนย์และก่อตั้งบริษัทใหญ่โตขนาดนี้ขึ้นมาได้ พ่อจะต้องเก่งขนาดไหน พ่อจะถูกพวกสัตว์ประหลาดธรรมดาๆ นั่นจัดการได้ยังไง ถูกไหมคะ?"
"อีกอย่าง พ่อยังบอกด้วยว่ายังมีผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ อยู่ในบริษัทด้วย ตราบใดที่พวกเขาร่วมมือกันจัดการซอมบี้ทั้งหมดในบริเวณโรงงานได้ บางทีพ่ออาจจะปลอดภัยกว่าพวกเราด้วยซ้ำ!"
"เฮ้อ แม่ก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น แม่ไม่รู้ว่าโลกในอนาคตจะเป็นยังไง พวกเราจะมีโอกาสได้รับการช่วยเหลือไหม? แล้วถ้าไม่ล่ะ? พวกเราจะทำยังไงกันดี? อาหารของพวกเราก็อยู่ได้อีกแค่หนึ่งหรือสองเดือนเท่านั้น นั่นเท่ากับว่าในอนาคตพวกเราก็ต้องออกไปหาอาหารมาจากข้างนอกใช่ไหม?"
หญิงสาวรู้ดีว่าปกติแม่ของเธอไม่ใช่คนแบบนี้ แต่พอขาดการติดต่อกับพ่อของเธอไป แม่ของเธอก็คิดมากกว่าปกติ
หญิงสาวยังคงปลอบโยนแม่ของตัวเองต่อ "ไม่เป็นไรหรอกนะแม่ หนูจะออกไปหาอาหารให้เอง อย่าลืมสิว่าลูกสาวของแม่เป็นนักกีฬานะ"
ใช่แล้ว ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่จะสวย แต่เธอยังไม่อ่อนแอเลยแม้แต่น้อย
เธอชอบวิ่งเล่นมาตั้งแต่เด็กและเมื่อโตขึ้นเธอก็ชอบเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ เธอจึงไม่พลาดกีฬาอย่างการกระโดดร่ม บันจี้จัมพ์และการปีนผา
ชื่อของเธอก็คือหลี่ไฉ ตอนนี้เธออายุ 27 ปี เธอเกิดที่เมืองซาน แต่เติบโตในเมืองเซินเจิ้น มีครอบครัวที่มีฐานะดีตั้งแต่เด็กและเธอก็มีผลการเรียนที่ดีมาโดยตลอด เธอจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยตอนอายุ 21 ปีและยังได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศอีกเป็นเวลา 3 ปี
เธอกลับมาพร้อมกับปริญญาโทและทำงานมาได้ 3 ปีแล้ว แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอยังคงทำงานให้กับบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองเซินเจิ้น เธอเป็นผู้หญิงที่เก่งและเธอยังวางแผนที่จะกลับมารับช่วงต่อธุรกิจของพ่อหลังจากที่เธอได้รับการฝึกฝนจากพ่อของเธอ
แต่น่าเสียดายที่โลกได้เปลี่ยนไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ระเบียบสังคมทุกอย่างก็ล่มสลาย
ในคืนนั้น เธอเพิ่งเลิกงานและกลับมาถึงบ้าน ในขณะที่เธอกำลังจะทานอาหารกับแม่ เธอก็ได้ยินเสียงความวุ่นวายจากข้างนอกจากนั้นเธอก็พบว่ามีมนุษย์กินคนอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง
เธอคุ้นเคยกับภาพยนตร์และซีรีย์ดี ดังนั้นเธอจึงตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าพวกมันคือซอมบี้!
โดยไม่เสียเวลา เธอรีบล็อคประตูและหน้าต่างทันทีและบอกให้แม่ของเธอซ่อนตัวอยู่กับเธอและอย่าส่งเสียงดัง เธอเฝ้าสังเกตการพัฒนาของโลกภายนอกอย่างระมัดระวัง
จากการสังเกตฉากที่อยู่ตรงหน้าเธอและข่าวสารบนอินเทอร์เน็ต ทุกอย่างบ่งชี้ว่าชีวิตที่สงบสุขได้จากเธอไปอย่างตลอดกาลแล้ว และสิ่งที่รอพวกเขาอยู่ในอนาคตก็คือความไม่แน่นอนและความน่ากลัว
ในช่วงเวลานี้ เธอได้เข้าไปพูดคุยเป็นครั้งคราวในกลุ่มเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกที่เธอได้กดเข้าไปโดยไม่รู้ตัว เธอได้เรียนรู้วิธีการเอาชีวิตรอดของคนอื่นๆ ในนั้น
ตอนนี้เธอเองก็ได้กักเก็บน้ำเอาไว้ในบ้านเป็นจำนวนมากและอุปกรณ์ที่ต้องชาร์จไฟก็ถูกชาร์จจนเต็มหมดแล้ว ตอนนี้เธอมีตะเกียงเล็กๆ ไว้ใช้ในเวลาที่ไฟฟ้าดับและยังมีข้าวสารครึ่งกระสอบและธัญพืชอื่นๆ อีกเล็กน้อยในบ้าน ซึ่งจะทำให้พวกเธอไม่มีปัญหาเรื่องอาหารไปอีกหนึ่งถึงสองเดือน
แต่น่าเสียดายที่พ่อของเธอไม่ได้อยู่กับพวกเธอด้วย ในวันนั้นเขาเพิ่งไปที่โรงงานในเมืองซานเพื่อจัดการเรื่องต่างๆ และยังคงติดอยู่ที่นั่น
ในตอนที่สัญญาณยังไม่ได้ถูกตัด พวกเธอยังสามารถติดต่อสื่อสารกับเขาได้เป็นครั้งคราวและรู้ว่าสถานการณ์ของทางฝั่งพ่อของเธอก็ไม่ค่อยดีนัก คนงานส่วนใหญ่ในบริเวณโรงงานได้กลายร่างเป็นซอมบี้และพ่อของเธอกับผู้รอดชีวิตหลายคนก็กำลังหลบซ่อนตัวกันอยู่ในโรงงาน
จนหลายวันผ่านไป ก็ยังไม่มีสัญญาณของความช่วยเหลือ นอกจากนี้ จากข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ก็ยอมแพ้ต่อการรอคอยความช่วยเหลือกันไปแล้ว
"เฮ้อ แม่ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น"
หญิงสาวคนแม่เก็บความกังวลไว้และพยายามไม่สร้างความกังวลให้กับบรรยากาศของทั้งสองอีก
เดิมทีเธอเป็นคนใจเย็น แต่เพราะความกังวลทำให้เธอเสียความเป็นตัวเองไป
หลี่ไฉถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นแบบนี้ เธอปลอบโยนแม่ของเธอมาตลอด แต่จริงๆ แล้วเธอเองก็กำลังฝืนทนอยู่เหมือนกัน ตัวเธอเองก็หวาดกลัวและเต็มไปด้วยความสับสนเกี่ยวกับอนาคต
คนธรรมดาจะทำอะไรได้บ้างในสภาพแวดล้อมแบบนี้?
เธออดไม่ได้ที่จะคิดถึงสิ่งที่เฉียนจิ้นพูดในกลุ่มเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลก ซอมบี้จะแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ เหรอ?
แล้วในอนาคตพวกเธอจะถูกซอมบี้ในเมืองเซินเจิ้นที่มีนับสิบล้านรุมกินไหม?
เมื่อคิดแล้วเธอก็ยิ่งกลัวมากขึ้นไปอีก
สถานที่ปลอดภัยที่อีกฝ่ายบอกว่าอีกฝ่ายนั้นสร้างขึ้นมา พวกเธอจะไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและน้ำ มันเป็นเรื่องจริงเหรอ?
และที่อยู่ที่เขาให้มาก็อยู่ระหว่างทางจากเซินเจิ้นไปยังเมืองซานพอดี เธอเองก็เคยไปโรงงานกับพ่อของเธอและก็เธอจำได้ด้วยซ้ำว่าเธอเคยไปแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันแห่งนี้!
ดังนั้นความคิดมากมายก็แล่นเข้ามาในหัวของเธอ