เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25: น้ำประปาและไฟฟ้าถูกตัด

ตอนที่ 25: น้ำประปาและไฟฟ้าถูกตัด

ตอนที่ 25: น้ำประปาและไฟฟ้าถูกตัด


ตอนที่ 25: น้ำประปาและไฟฟ้าถูกตัด

ในเวลากลางคืน

ด้านนอกประตูของฐานลวี่หยวน

กลุ่มคนกว่าสิบคนยังคงโขกศีรษะกับประตูอย่างสิ้นหวัง

พวกเขายังคงพูดไม่หยุดทั้งขอความเมตตา สาปแช่ง เสียใจ พวกเขาสามารถแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าความเสียใจและความสิ้นหวังเป็นอย่างไร

ในไม่ช้า การแสดงที่เหน็ดเหนื่อยของพวกเขาก็ดึงดูดผู้ชมมาได้ในที่สุด

ซอมบี้ค่อยๆ วิ่งเหยาะๆ มาจากระยะไกล!

อ๊ากกกก!

คนที่พบเห็นซอมบี้ต่างก็ตกใจกลัวจนเสียสติ พวกเขาหันหลังวิ่งหนีไปยังที่อื่นและพยายามหลีกหนีจากอันตราย

แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยมือที่ถูกมัดไว้ข้างหลัง พวกเขาจึงเคลื่อนไหวได้อย่างจำกัด

หลายคนยังคงยืนอยู่ที่เดิม ซึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขาตกใจจนก้าวขาไม่ออกหรืออาจเป็นเพราะพวกเขายอมแพ้ต่อชะตากรรมและเลือกที่จะไม่ต่อต้านอย่างสิ้นหวังแล้วก็ได้

ในวินาทีนั้น เลือดก็ได้ย้อมบริเวณหน้าประตูฐานจนเป็นสีแดงฉาน

ขณะอยู่ในออฟฟิศ ฉินจิ้นก็ใช้เวลาอยู่สักพักก่อนจะเรียกพ่อแม่ของเขามาแล้วบอกพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องเสบียงสำรองบางส่วนที่ถูกเก็บไว้ในฐานและยังให้ทั้งสองรับกุญแจสำรองไป

ในอนาคต ทั้งสองจะต้องรับผิดชอบในการจัดการอาหารและอาวุธและต้องตรวจสอบอาวุธปืนและกระสุนทุกครั้งที่เข้าและออกจากคลัง

ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองจะต้องทำบัญชีให้ดีและพวกเขายังสามารถหาคนที่ไว้ใจได้มาช่วยงานด้วยได้ แต่ทั้งสองจะต้องควบคุมพื้นที่สำคัญด้วยตัวเองเท่านั้น!

และระดับความปลอดภัยของฐานก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะเวรยามจะเริ่มติดอาวุธตอนเข้าเวรตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป!

แน่นอนว่าคนที่ได้รับความไว้วางใจบางส่วนจะได้รับการติดอาวุธก่อน ส่วนคนอื่นๆ จะยังคงใช้หน้าไม้หรือกระบองต่อไป

พ่อแม่ฉินเองก็ตกใจมากเช่นกัน พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าลูกชายของพวกเขาจะเตรียมอาหารล่วงหน้าไว้มากมายขนาดนี้!

และยังมีสิ่งของที่จำเป็นอื่นๆ อีกหลายชนิด ซึ่งเพียงพอให้คนในฐานได้อยู่รอดไปอีกนาน!

พวกเขายังเข้าใจด้วยว่าเรื่องนี้ พวกเขาจะต้องไม่บอกใครเป็นอันขาด ยิ่งมีคนรู้ความลับนี้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น!

ลูกชายของพวกเขาไว้วางใจพวกเขาและพวกเขาเองก็จะต้องปกป้องความลับนี้เพื่อลูกเช่นกัน

หลังจากนั้นเขาก็ขอให้พ่อกับแม่กลับไปจัดการเรื่องพวกนี้ ส่วนตัวเขาเองก็วิ่งไปที่คลังสินค้าเพราะเขาต้องการรู้จำนวนของสิ่งของต่างๆ ที่เขานำกลับมาในวันนี้

ในเวลานี้ สิ่งของจากรถกว่าสิบคันก็ถูกขนลงมาจนเกือบหมดแล้ว จงอวี่และหวังหยางก็กำลังช่วยกันนับและคำนวณ เมื่อเห็นฉินจิ้นเดินเข้ามา พวกเขาก็รีบหยุดสิ่งที่ทำอยู่และเข้ามาหาทันที

ฉินจิ้นโบกมือและพูดกับพวกเขาว่า "ฉันแค่ต้องการมาถามว่าการนับเสร็จหรือยัง ถ้ายังไม่เสร็จก็ทำต่อไปได้เลย ไม่ต้องสนใจฉัน"

หวังหยางพูดว่า "ประธานฉินทุกอย่างเกือบจะเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ พวกเราเพิ่งจะนับจำนวนกันเสร็จ ตอนนี้ผมกำลังตรวจสอบรอบที่สองกับจงอวี่อยู่ คุณมาได้ถูกเวลาพอดี ผมจะอ่านรายงานคร่าวๆ ให้ฟังครับ"

เขาพูดต่อว่า "พวกเราได้รับปืนพกมาทั้งหมด 84 กระบอก ปืนกลและปืนกลมือ 31 กระบอก ปืนลูกซอง 12 กระบอก ปืนไรเฟิลซุ่มยิง 7 กระบอก ระเบิดมือ 821 ลูก ระเบิดแสง 120 ลูก ระเบิดแก๊สน้ำตา 98 ลูก ระเบิดลูกยาง 112 ลูก และกระสุนต่างๆ มากกว่า 35,000 นัด! นอกจากนี้ยังมีอาวุธตำรวจอื่นๆ รวมถึงข้าวสารอีก 600 กิโลกรัมและสิ่งของต่างๆ อีกมากมายครับ!"

ฉินจิ้นพยักหน้าด้วยความพึงพอใจหลังจากได้ยินสิ่งนี้และพูดกับพวกเขาด้วยรอยยิ้มว่า "ดีมาก! พวกนายให้คนแยกและจัดเรียงสิ่งของไว้ได้เลย แล้วเดี๋ยวพ่อแม่ของฉันจะพาคนมาช่วยเก็บเข้าคลังทีหลัง!"

ทั้งสองตอบรับ

ตอนสามทุ่มในคืนนั้น ฉินจิ้นได้กำหนดกฎใหม่ขึ้นมาว่าสิ่งของทั้งหมดที่ได้มาจากภายนอกจะต้องส่งมอบให้คลังของฐานก่อน

ยกเว้นสิ่งของที่ไม่ใช่เชิงยุทธศาสตร์บางอย่างที่สามารถเก็บไว้เป็นของใช้ส่วนตัวได้ ส่วนสิ่งของเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ อาหาร อาวุธ สิ่งของที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของฐานและอื่นๆ จะต้องถูกเก็บเข้าคลังของฐานก่อนเท่านั้น

ในขณะเดียวกัน ในส่วนของอาวุธก็ต้องส่งมอบให้กับฐานทุกครั้งที่กลับมาและพวกเขาจะไม่อนุญาตให้ครอบครองเป็นการส่วนตัวและจะมีการลงโทษอย่างรุนแรงหากพบว่ามีคนฝ่าฝืน

โดยปกติแล้วจะมีเพียงหน่วยรักษาความปลอดภัยและบุคลากรระดับหัวหน้าในฐานเท่านั้นที่สามารถพกพาอาวุธได้

ด้วยวิธีนี้ เขาก็จะลดโอกาสที่ใครบางคนจะก่อปัญหาในอนาคตได้

แม้ว่าบางคนจะรู้สึกไม่พอใจ แต่พวกเขาก็ต้องฝืนเก็บเอาไว้

เพราะมันไม่มีสิทธิมนุษยชนหลังวันสิ้นโลก

อำนาจคือความถูกต้องเพียงอย่างเดียว

พื้นที่สำคัญทั้งหมดของฐานจะมีคนของฉินจิ้นประจำอยู่และไม่มีใครกล้าปฏิเสธ

ด้วยอำนาจความกลัวที่ยังคงเหลืออยู่หลังจากกำจัดคนออกไปกลุ่มหนึ่ง กฎใหม่จึงได้รับการสนับสนุนทันที

เดิมที แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้น แต่สิ่งนี้ก็สามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว แต่หลายคนจะต้องมีความคิดเห็นอย่างแน่นอน

แต่ตอนนี้มันแตกต่างออกไป เพราะทุกคนรู้ว่าฉินจิ้นกำลังเสริมอำนาจของตัวเองในการควบคุมฐานและพวกเขาก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วด้วยซ้ำ

จำนวนคนในฐานซึ่งเดิมมีเกือบร้อยคน ตอนนี้กลับลดลงเหลือต่ำกว่า 90 คนหลังจากกำจัดคนกลุ่มนั้นออกไป

ฉินจิ้นคำนวณในใจว่าฐานของเขาจะต้องการกำลังคนจำนวนมากในอนาคต กำแพงจะต้องได้รับการเสริมความแข็งแกร่งและจะต้องสร้างเขตคัดกรองในภายหลังอีก เมื่อความสามารถในการป้องกันของฐานดีขึ้น การเพาะปลูกในเรือนกระจกก็ควรจะเริ่มขึ้นด้วย

มันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะกินเสบียงสำรองตลอดเวลาและแน่นอนว่าพวกเขานั้นก็ไม่สามารถกินข้าวเปล่าอย่างเดียวได้ ผักและผลไม้ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน สัตว์ที่เลี้ยงไว้ก็ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

จากนั้นหลายสิ่งหลายอย่างในฐานก็ต้องได้รับการปรับปรุงใหม่ เพราะหลังจากน้ำและไฟฟ้าดับไปการผลิตน้ำและไฟฟ้าก็ต้องใช้กำลังคนในการจัดการ

เขาวางแผนที่จะสร้างรั้วลวดหนามรอบฐานทั้งหมดในส่วนนอกของฐานในอนาคต อย่างน้อยก็เพื่อเป็นชั้นสำหรับการป้องกันซอมบี้หากเกิดเหตุผิดพลาดขึ้น

และทีมต่อสู้ที่จะคอยออกค้นหาเสบียงก็ควรได้รับการบ่มเพาะและเสริมความแข็งแกร่งด้วย มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะนำทีมทุกครั้งในอนาคต

หัวหน้าคนอื่นๆ ก็ต้องมีความสามารถในการนำทีมออกไปเช่นกัน ในใจของเขา หัวหน้าทีมต่อสู้แต่ละคนต้องเป็นคนที่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง!

ในตอนนี้ มีคนในทีมต่อสู้เพียงเกือบ 20 คนเท่านั้น หัวหน้าหน่วยอย่างหลี่ปั๋วเหวินมีลูกน้องเพียงไม่กี่คน ซึ่งยังน้อยเกินไป

เรื่องที่ทำให้เขาต้องคิดมีจำนวนมาก ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว

แต่ไม่ว่าจะมีเรื่องมากแค่ไหนและยุ่งยากเท่าไหร่ เขาก็ต้องทำและค่อยๆ ทำไปเท่านั้น

เมื่อคิดถึงเรื่องน้ำและไฟฟ้าที่กำลังจะดับ เขาก็เหมือนจะจำได้ว่ามันจะเกิดขึ้นในคืนนี้

มนุษย์ส่วนใหญ่ที่รอดชีวิตจะสูญเสียแสงจากเทคโนโลยีในคืนที่มืดมิดและเข้าสู่ยุคมืดอย่างถาวร

ดังนั้นเขาจึงต้องไปหาผู้จัดการฐานในภายหลังเพื่อย้ำเตือนพวกเขาให้เตรียมตัวสำหรับการสับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าและน้ำและอย่าให้เกิดปัญหาขึ้นเด็ดขาด

เขาสามารถคาดการณ์การดับของไฟฟ้าและน้ำได้เพราะท้ายที่สุดแล้วข้างนอกก็ยังคงวุ่นวายมากและมันก็จะถูกตัดในไม่ช้าก็เร็วเพราะไม่มีใครบำรุงรักษาระบบน้ำและไฟ

เกาเฉียงที่ได้รับการช่วยเหลือในระหว่างวันก็ถูกจัดให้อยู่ในหอพัก หลังจากพักผ่อนมาเกือบทั้งวัน ตอนนี้เขาก็ดีขึ้นมากแล้ว เขาเริ่มทำความคุ้นเคยกับกฎระเบียบต่างๆ ของฐานและเตรียมที่จะตามคนอื่นๆ ไปสร้างกำแพงในวันพรุ่งนี้

ทั้งฐานยังคงดำเนินการไปอย่างเต็มกำลัง เกราะภายนอกของรถที่เสียหายจากการออกไปข้างนอกก็กำลังได้รับการซ่อมแซมและเปลี่ยนใหม่และรถบรรทุกที่เพิ่งนำกลับมาก็กำลังได้รับการดัดแปลงเช่นกัน

ด้วยประสบการณ์ของพวกเขา ตอนนี้พวกเขาจึงทำได้เร็วกว่าเดิมมาก

ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะออกไปวันเดียวแล้วหยุดหลังจากได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจแล้ว แต่พวกเขาจะออกไปทุกวันโดยเฉพาะในระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนต่อจากนี้ มันคือช่วงเวลาทองสำหรับการออกสำรวจ พวกเขาจะต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ ไม่อย่างนั้นการค้าหาสิ่งของในอนาคตจะไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป

แต่น่าเสียดายที่ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ไม่รู้เรื่องนี้และเลือกที่จะซ่อนตัวอยู่ในที่ซ่อนและใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ และยังไม่ตระหนักว่าช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการรวบรวมสิ่งของและย้ายไปยังที่ที่ปลอดภัยกว่าเพราะหนึ่งเดือนหลังจากนี้ พวกซอมบี้จะเริ่มกลายพันธุ์เต็มที่และพวกเขาก็จะพบกับความสิ้นหวังที่หนักกว่าเดิม

และในตอนนี้ดูเหมือนเขาจะจำอะไรบางอย่างได้

ฉินจิ้นหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาในตอนที่เขาเข้าไปในสถานีตำรวจเขาสังเกตเห็นว่ามันยังมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตอยู่ ซึ่งเขาคาดว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ไฟฟ้าจะยังคงอยู่แล้ว

เขาเข้าสู่กลุ่มผู้คลั่งไคล้การเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกทันที

{เฉียนจิ้น} : ผ่านมาหลายวันแล้วตั้งแต่เริ่มวันสิ้นโลก ฉันสังเกตว่าหลังจากหมอกจางหายไป พวกซอมบี้ก็เริ่มคลั่งน้อยลง ความก้าวร้าวของพวกมันลดลงอย่างมากและความคล่องตัวก็ลดลงด้วย คนที่อยู่ในเมืองสามารถลองใช้โอกาสนี้ย้ายไปยังที่อื่นเพื่อหาที่ที่ปลอดภัยกว่าได้

ฉินจิ้นเพิ่งส่งข้อความไปก็มีคนตอบกลับมาทันที

{สกายวอล์คเกอร์} : พวกเราก็คุยเรื่องนี้กันในกลุ่มมาหลายวันแล้ว หลังจากหมอกจางหายไป พวกซอมบี้ก็เริ่มอ่อนแอลงจริงๆ แต่พวกเราไม่รู้เลยว่าพวกเราควรจะไปที่ไหนแล้วการหลบอยู่ในเมืองมันไม่ดีกว่าเหรอ คอนกรีตเสริมเหล็กสามารถป้องกันอันตรายจากซอมบี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพแถมพวกเรายังสามารถหาอาหารในเมืองได้อีกด้วย

{แทงค์} : ใช่แล้ว ท่านเทพเฉียนจิ้น ช่วงนี้ที่คุณไม่ได้ออนไลน์พวกเราก็คุยกันเยอะมากและรู้สึกว่าการอยู่ในเมืองก็เป็นทางรอดทางหนึ่งที่ดีเหมือนกัน ฉันดูหนังซอมบี้มาเยอะ พระเอกในตอนหลังๆ แทบจะสามารถออกไปวิ่งเล่นค้นหาอาหารและสิ่งของต่างๆ ได้เลย

ฉินจิ้นกดดูบันทึกการแชทก่อนหน้าและเห็นว่าพวกเขาคุยกันเยอะมากจริงๆ สำหรับผู้รอดชีวิตที่เหลือ การแชทออนไลน์อาจเป็นกิจกรรมความบันเทิงสุดท้ายของพวกเขาแล้ว

เขาพิมพ์ต่อไป

{เฉียนจิ้น} : วันนี้ฉันออกไปข้างนอกมาและพบความแตกต่างบางอย่างในตัวของซอมบี้ ซอมบี้ที่กลายพันธุ์มีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกัน พวกมันบางตัวแข็งแกร่งขึ้นมาก บางตัววิ่งเร็วขึ้น บางตัวมีจมูกที่ไวต่อกลิ่นกว่าปกติและบางตัวดูเหมือนจะมีประสาทหูที่ดีกว่าเดิม ฉันเลยกังวลว่าพวกซอมบี้จะวิวัฒนาการได้ในภายหลัง

{เฉียนจิ้น} : หากพวกมันสามารถวิวัฒนาการได้อีกจริงๆ ด้วยความหนาแน่นของประชากรในเมืองฉันกลัวว่ามันอาจให้กำเนิดซอมบี้ที่น่ากลัวขึ้นมาได้ ตัวอย่างเช่น ซอมบี้บางตัวที่มีจมูกไวต่อกลิ่นมากๆ มันจะค้นพบคนที่ซ่อนตัวอยู่ได้ง่ายมากแน่ๆ ดังนั้นการออกไปค้นหาอาหารในอนาคตก็อาจจะอันตรายมากขึ้นด้วย

{วูดแมน} : ให้ตายสิ!! วันนี้ท่านเทพเฉียนจิ้นออกไปสนุกมาแล้ว!? ขอกราบเลย!!

{แทงค์} : สุดยอด!! ท่านเทพก็คือท่านเทพ หมอกจางแล้วก็ออกไปเดินเล่นเลย! ว่าแต่ เป็นมันมีผลึกคริสตัลในร่างของซอมบี้หรือเปล่า ไอ้ที่กินแล้วเราจะวิวัฒนาการแข็งแกร่งขึ้นได้น่ะ!? ฉันอ่านนิยายวันสิ้นโลกมาเยอะ พวกพระเอกจะชอบออกไปฆ่าซอมบี้เพื่อเก็บเลเวล พวกเราทำแบบนั้นได้บ้างไหม? ฮ่าๆ

ฉินจิ้นพูดไม่ออกทันที พวกคนคลั่งไคล้วันสิ้นโลกพวกนี้จะจินตนาการมากกันเกินไปแล้ว ถ้าทำได้เขาก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน

{เฉียนจิ้น} : น่าเสียดายที่ไม่มีของแบบนั้นในร่างซอมบี้ ตอนนี้ดูเหมือนว่ามนุษย์จะไม่สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้จากการฆ่าซอมบี้จริงๆ

{สกายวอล์คเกอร์} : น่าเสียดายจริงๆ พวกเราก็คุยเรื่องนี้กันอยู่ แต่พวกซอมบี้ก่อนหน้านี้คลั่งกันมาก แถมยังแข็งแกร่งกว่าในหนังกับซีรีย์ในทีวีเยอะด้วย เลยยังไม่มีใครมั่นใจว่าจะจัดการกับพวกมันได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บและดูเหมือนว่าจะไม่มีใครในกลุ่มพวกเราที่ตื่นขึ้นมามีพลังพิเศษเลย แถมยังไม่มีใครเคยฆ่าซอมบี้ได้เลยด้วย

ฉินจิ้นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพิมพ์ต่อ

{เฉียนจิ้น} : พวกคุณตัดสินใจกันเองเลย! ฉันแค่เสนอให้เท่านั้น ฉันอยู่แถวเมืองกวงหยวน มณฑลกว่างหนาน ถ้าใครอยู่ใกล้ๆ ก็ลองพิจารณามาหาฉันได้ สภาพแวดล้อมของฉันไม่เลวเลยและปัญหาเรื่องการกิน ดื่มและความปลอดภัยก็ได้รับการแก้ไขชั่วคราวแล้วด้วย ฉันจะผ่านที่อยู่นี้ในอีกสิบวัน ใครมาถึงก่อนก็สามารถรอฉันอยู่ที่นี่ได้เลย

จากนั้นฉินจิ้นก็ส่งที่อยู่ของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งไปให้ในกลุ่ม ปั๊มน้ำมันแห่งนี้อยู่ห่างจากฐานของเขาไปประมาณ 60 กิโลเมตร ซึ่งตามแผนของเขา เขาจะต้องผ่านที่นี่ด้วย

เขามีความคิดบางอย่างเกี่ยวกับผู้คลั่งไคล้การเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกกลุ่มนี้ คนพวกนี้มีจินตนาการสูงและมักจะให้แนวคิดที่น่าสนใจในกลุ่ม แถมเขายังได้ไอเดียมากมายจากกลุ่มนี้ในช่วงก่อนวันสิ้นโลก

ดังนั้นเขาจึงอยากยื่นกิ่งมะกอกให้

หากมีใครเต็มใจที่จะมาจริงๆ เขาก็ยินดีที่จะต้อนรับพวกเขาเข้าสู่ฐานเพราะฐานของเขากำลังต้องการคนที่มีความสามารถ!

หลายคนในกลุ่มก็กระตือรือร้นที่จะลอง แต่เมื่อพวกเขานึกถึงซอมบี้มากมายที่อยู่ข้างนอก พวกเขาก็ยังตัดสินใจไม่ได้

และบางคนที่อยู่ในเมืองอื่น การเดินทางนั้นก็ไกลเกินไป

แถมไม่มีใครระบุได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาจะไปยังไงและท้ายที่สุด พวกเขาก็ยังไม่ได้รู้จักกันจริงๆ พวกเขาก็ยังกลัวกันเองอยู่บ้าง เว้นแต่พวกเขาจะหมดหนทางแล้วจริงๆ

หลังจากจบการแชท ฉินจิ้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เขากดออกจากกลุ่มแชทและสุดท้ายก็เปิดดูแพลตฟอร์มสื่ออื่นๆ แอปพลิเคชันหลายตัวที่เขามักจะเข้าสู่ระบบบ่อยๆ ก็ไม่สามารถเปิดได้อีกต่อไปและแอปพลิเคชันที่เปิดได้ก็เต็มไปด้วยข้อความขอความช่วยเหลือที่สิ้นหวัง

หลังจากสัมผัสยุคอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งสุดท้าย เขาก็ปิดมัน

ในอนาคต โทรศัพท์มือถือสามารถใช้เป็นได้แค่ไฟฉาย กล้องถ่ายรูป เครื่องเล่นเกมเท่านั้นและจะไม่มีโอกาสให้โทรออกหรือท่องอินเทอร์เน็ตอีกต่อไป

คืนนี้จะต้องเป็นคืนที่มีแต่ความวุ่นวาย

ภายในฐานยังคงสว่างไสวเพราะพวกเขายังต้องดัดแปลงรถยนต์ จัดเก็บและคัดแยกสิ่งของและเตรียมการต่างๆ สำหรับการสำรวจในวันพรุ่งนี้

การป้องกันของทีมรักษาความปลอดภัยที่อยู่ประจำฐานก็ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งแล้ว พวกเขาจะได้รับการฝึกในเวลากลางวันและการฝึกการใช้อาวุธปืนของสมาชิกทีมต่อสู้ก็กำลังดำเนินอยู่

ฐานลวี่หยวนกำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่นี้ทีละขั้นตอนตามการจัดการของฉินจิ้น

ไม่มีใครสามารถพูดได้อย่างแน่นอนว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต แต่อย่างน้อยที่สุดคนในฐานก็ไม่ได้สิ้นหวังไปทั้งหมดในตอนนี้ พวกเขายังมีแรงจูงใจและความกล้าที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป

แม้ว่ามันอาจจะยากมาก

เมื่อมาถึงเวลาประมาณ 5 ทุ่ม

งานต่างๆ ก็เกือบจะเตรียมพร้อมกันเสร็จแล้ว หลายคนที่ยังไม่พร้อมที่จะเข้านอนก็เล่นแชท พูดคุยหรือทำกิจกรรมต่างๆ

และทันใดนั้นเอง...

พรึบ——

ทั้งฐานก็จมดิ่งสู่ความมืดมิด

จบบทที่ ตอนที่ 25: น้ำประปาและไฟฟ้าถูกตัด

คัดลอกลิงก์แล้ว