เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 27 : ออกเดินทางต่อ

ตอนที่ 27 : ออกเดินทางต่อ

ตอนที่ 27 : ออกเดินทางต่อ


ตอนที่ 27 : ออกเดินทางต่อ

วันรุ่งขึ้น

เวลา 06:30 น.

แสงแดดอ่อนๆ ขับไล่ความมืดมิดที่โอบล้อมฐานลวี่หยวนออกไป

นำแสงสว่างกลับคืนสู่โลกอีกครั้ง

ภายในฐานลวี่หยวน

วันนี้พวกเขาจะออกไปค้นหาเสบียงอีกครั้ง

ทีมต่อสู้ตรวจสอบอาวุธและอุปกรณ์ของตัวเองอย่างชำนาญ รวมถึงเสบียงอาหารและเครื่องมือต่างๆ บนยานพาหนะ

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของช่วยชีวิตของพวกเขาและพวกเขาก็จะไม่ยอมประมาทกับพวกมันอย่างเด็ดขาด

ฉินจิ้นยังคงนำทีมออกไปในวันนี้

เมื่อวานจางเถียนไค่รับหน้าที่ในการป้องกันฐาน วันนี้จึงเป็นตาของเฉินจวินฉือและจางเถียนไค่จะเข้าร่วมทีมที่จะออกไปค้นหาเสบียงแทน

พวกเขายังคงแบ่งคนออกเป็นทีมเหมือนเดิม

แต่ในครั้งนี้จะมีสมาชิกทีมต่อสู้บางคนที่ออกไปข้างนอกเป็นครั้งแรกและยังรู้สึกประหม่าเล็กน้อย

สมาชิกคนอื่นๆ ที่เคยออกไปครั้งหนึ่งแล้วกลับสงบนิ่งกว่ามาก

เพราะท้ายที่สุด ประธานฉินก็ยังอยู่กับพวกเขาและหลายคนก็ได้รับอาวุธปืนแล้ว!

พวกเขาได้เปลี่ยนจากมีดและดาบมาเป็นปืน!

หัวหน้าทีมจะมีสิทธิ์ออกคำสั่งให้ใช้อาวุธปืนในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงยังใช้อาวุธมีคมและหน้าไม้ในการจัดการกับซอมบี้และอันตรายอื่นๆ เป็นหลัก

สาเหตุหลักก็เป็นเพราะพวกเขากลัวว่าเสียงปืนจะดึงดูดซอมบี้เข้ามา

ดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็นต้องใช้เมื่อสถานการณ์คับขันมากจริงๆ เท่านั้น

พวกเขาจะได้พกปืนพกติดตัวไปและถึงแม้ว่ามันจะมีโอกาสได้ใช้น้อยมาก แต่พวกเขาก็พึงพอใจมากแล้ว

ไม่มีใครประมาทกับสิ่งเหล่านี้ได้ แม้จะไม่ได้ใช้ แต่มันก็เป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยชีวิตพวกเขายามวิกฤตอีกชิ้นหนึ่ง!

การออกไปข้างนอกไม่จำเป็นต้องเจอแต่ซอมบี้เสมอไป พวกเขาอาจจะเจอผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ด้วย

เมื่อเผชิญหน้ากับคนบางคนที่มีเจตนาร้าย อาวุธปืนก็จะกลายเป็นอาวุธที่ดีที่สุด!

ไม่นาน ทุกคนก็ตรวจสอบเสร็จสิ้น

ยานพาหนะที่ได้รับการดัดแปลงแล้ว 7 คันจอดอยู่หน้าประตู ในวันนี้มันมากกว่าเมื่อวานถึง 2 คัน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ยานพาหนะที่ถูกดัดแปลงแล้วก็ปลอดภัยกว่าอย่างแน่นอน

แม้ว่าจะมีรถยนต์มากมายอยู่ข้างนอก แต่พวกมันก็ไม่ได้รับการดัดแปลงและยานพาหนะสองสามคันที่มีกันชนเหล็กทรงสามเหลี่ยมที่ด้านหน้าก็มีไว้สำหรับการเคลียร์เส้นทางเหมือนเดิม

และแน่นอนว่า ถ้าพวกเขาเจอรถที่เหมาะสมพวกเขาก็จะเก็บมันกลับมาอีกเช่นกัน

แต่ในครั้งนี้รถที่จะใช้นำขบวนก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องเป็นรถเสือเขี้ยวดาบที่ทำให้ทุกคนน้ำลายไหลเมื่อวานนี้!

หลังจากได้รับการดัดแปลงอย่างหนักเมื่อวานนี้

มีการเพิ่มตะแกรงเหล็กคลุมทั้งคันและกันชนเหล็กก็ถูกเพิ่มเข้าไปที่ด้านหน้าและด้านหลังของรถ

ที่สำคัญที่สุดคือ มีการเพิ่มกันชนเหล็กทรงสามเหลี่ยมขนาดใหญ่สำหรับชนไว้ที่ด้านหน้าของรถด้วย!

ซอมบี้ทุกตัวจะถูกบดขยี้จนเป็นเหมือนกับเต้าหู้เมื่อเจอสิ่งนี้!

นี่จะเป็นอาวุธที่ใช้เคลียร์ถนนได้อย่างแน่นอน!

เมื่อมองดูทีมของเขาที่ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น ฉินจิ้นก็โบกมือให้ทุกคนขึ้นรถ

ยามเฝ้าประตูก็ใช้เครื่องเสียงที่เตรียมไว้เพื่อล่อซอมบี้ที่อยู่หน้าประตูออกไป

ประตูก็ค่อยๆ ถูกเปิดออกและขบวนรถก็ขับออกไปอย่างราบรื่น แล้วก็ปิดลงทันที

วรูม!

คันเร่งของยานพาหนะทุกคันถูกเหยียบจนสุดและเสียงเครื่องยนต์ของเสือเขี้ยวดาบก็คำรามกึกก้อง นำขบวนรถเคลื่อนออกจากฐานอย่างรวดเร็ว

"ประธานฉิน ดูนั่นสิ!"

ไม่นานหลังจากที่พวกเขาเริ่มขับรถออกมาจงอวี่คนขับเสือเขี้ยวดาบก็ชี้ไปที่ซอมบี้บางตัวที่ถูกดึงดูดด้วยเสียงของขบวนรถ

ซอมบี้ตรงหน้าบางตัวคืออดีตผู้ก่อความไม่สงบภายในฐานเมื่อวานนี้!

ฉินจิ้นมองพวกมันและแน่นอนว่าเขาก็พบเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย

แม้กระทั่งหวังหมิงหลงและหลี่เยียนก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย!

พวกเขาคือผู้นำของกลุ่มเมื่อวานนี้

ตอนนี้แขนขวาของหวังหมิงหลงได้หายไป เชือกที่มัดแขนไว้ก็หลุดออก เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งและมีรอยกัดหลายแห่งทั่วร่างกาย

เนื้อชิ้นใหญ่ถูกกัดออกจากใบหน้าด้านซ้าย เผยให้เห็นฟันและปากของเขา

ดวงตาสองข้างที่ซีดจางและมีเลือดไหลเผยให้เห็นเพียงความไร้ชีวิตชีวาและเขาก็กำลังแกว่งแขนซ้ายที่เหลืออยู่ขณะที่วิ่งเหยาะๆ เข้าหาขบวนรถ

ส่วนหลี่เยียนที่ถูกหวังหมิงหลงหมายปองเมื่อวานนี้

หนังศีรษะของเธอหายไปส่วนหนึ่ง เผยให้เห็นกะโหลกศีรษะ ถ้าไม่ใช่เพราะใบหน้าของเธอไม่ได้ถูกกัดไปมากนัก พวกเขาก็คงเกือบจะจำเธอไม่ได้แล้ว!

มือที่ถูกมัดไว้ถูกกัดแทะจนเห็นกระดูกหลายชิ้น กางเกงยีนส์ส่วนล่างของเธอสกปรกและเปื้อนไปด้วยเลือด เสื้อผ้าส่วนบนของเธอก็หายไปทั้งหมด

เหลือเพียงหน้าอกขนาดใหญ่เพียงข้างเดียวที่ยังสมบูรณ์ แต่อีกข้างนั้นกลับมีร่องรอยของการถูกกัดแทะ เผยให้เห็นซิลิโคนเสริมหน้าอกที่ถูกทำขึ้นมา

มันแกว่งไปมาตามการวิ่งเหยาะๆ ของหลี่เหยียนราวกับว่ามันจะหลุดออกมาได้ทุกเมื่อ

ฉินจิ้นไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร เขาเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น

จงอวี่ก็เข้าใจและเหยียบคันเร่งอีกครั้งทันที

รถเสือเขี้ยวดาบก็คำรามและพุ่งเข้าใส่ฝูงซอมบี้ด้วยความเร็ว!!

ตึง ตึง ตึง—

ด้วยเสียงทุ้มต่ำหลายครั้ง รถเสือเขี้ยวดาบก็พุ่งชนซอมบี้ทุกตัวที่อยู่ตรงหน้าเหมือนกับลูกโบว์ลิ่งที่กลิ้งชนพิน!

พวกมันถูกบดขยี้จริงๆ!

แขนขาและชิ้นส่วนอื่นๆ ขาดกระจุยกระเด็นไปทั่วด้วยแรงชนที่มหาศาล!

ไม่มีซอมบี้ตัวไหนสามารถรักษาสภาพศพที่สมบูรณ์ได้อีกเมื่ออยู่ต่อหน้าสัตว์ประหลาดตัวนี้!

ส่วนที่เหลืออีกไม่กี่ตัวก็ถูกชนกระเด็นออกไปด้านข้างหรือไม่ก็ถูกรถยนต์ด้านหลังที่ขับตามมาเหยียบซ้ำ เหลือทิ้งไว้เพียงซากเลือดทั่วถนน!

ในเวลาเพียงไม่กี่วันของวันสิ้นโลก คนเหล่านี้ก็ถูกฉินจิ้นเปลี่ยนให้กลายเป็นปีศาจที่สามารถฆ่าคนได้โดยที่ไม่แม้แต่จะกระพริบตา!

บางคนอาจจะยังรู้สึกไม่สบายใจ แต่พวกเขาก็ถูกบังคับให้ปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมที่โหดร้ายแบบนี้

พวกเขาล้วนเป็นผู้ที่ถูกคัดเลือกมาและพวกเขาทุกคนก็รู้ดีว่าหากพวกเขาต้องการเอาชีวิตรอด พวกเขาก็จะต้องฆ่าซอมบี้!

และผู้ที่ไม่สามารถยอมรับกฎใหม่ของโลกใบนี้ได้ก็จะเป็นเพียงคนที่ไร้ค่า

ขบวนรถยังคงเคลื่อนไปข้างหน้าและพื้นถนนที่เต็มไปด้วยเนื้อและเลือดนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นคำตอบ

มีเพียงแค่ผู้ที่รู้จักการปรับตัวเท่านั้นที่มีคุณสมบัติที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป

ถึงมันจะโหดร้าย

แต่นี่ก็คือความเป็นจริงของโลกในตอนนี้

เป้าหมายของวันนี้ก็ยังคงเป็นการหาอาวุธเป็นอันดับแรก

จุดหมายแรกในวันนี้ก็คือสถานีตำรวจระดับอำเภอแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไป 50 กิโลเมตรในอีกทิศหนึ่งที่พวกเขายังไม่ได้ไป

ด้วยความแข็งแกร่งและความสามารถในการประสานงานของทีมต่อสู้ในปัจจุบัน การจะบุกเข้าไปเอาอาวุธออกมาก็คงจะไม่ใช่เรื่องยาก

แน่นอนว่ายิ่งพวกเขามีอาวุธมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น

ฐานของพวกเขาจะยังไม่ขาดแคลนอาหารในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ ดังนั้นพวกเขาจะมุ่งเป้าการค้นหาไปที่สถานีตำรวจทุกแห่งในรัศมี 100 กิโลเมตรจากฐานเป็นอันดับแรก!

.....

ภายในฐานลวี่หยวน

เวลาเจ็ดโมงกว่าๆ

ประชากรในฐานทุกคนก็ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว

มื้อเช้าของพวกเขาจะรับประทานพร้อมกันที่โรงอาหารเวลา 07:30 น. และคนที่มาสายก็จะไม่ได้รับอะไรทั้งนั้น

วันนี้ งานหลักก็ยังคงเป็นการก่อสร้างกำแพง ยกเว้นคนที่ต้องไปเข้าเวรรักษาความปลอดภัยของฐาน เกือบทุกคนมาทานอาหารเช้าพร้อมกันหมด

รวมถึงญาติของฉินจิ้นและญาติของผู้จัดการคนอื่นๆ ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีข้อยกเว้น

แม้แต่พ่อแม่ของฉินจิ้นที่ไม่จำเป็นต้องเข้าเวร ก็ยังมาช่วยเป็นครั้งคราว ทำให้ทุกคนไม่มีอะไรจะพูดอีก

การจัดการกับกลุ่มคนที่ต่อต้านเมื่อวานทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย เพราะพวกเขารู้สึกว่าฉินจิ้นนั้นโหดร้ายเกินไป

แต่เมื่อคืน หลังจากที่พวกเขาได้ยินการเล่าถึงโลกภายนอกจากสมาชิกทีมต่อสู้ที่ออกไปสำราวจมาและได้เห็นรูปภาพรวมถึงคลิปวิดีโอต่างๆ ที่ถ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือและนำกลับมาแบ่งปัน

พวกเขาก็ตระหนักได้ทันทีว่าชีวิตที่ฐานลวี่หยวนนั้นมีค่าแค่ไหน

เมื่อรู้ว่าการก่อสร้างกำแพงนั้นก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและทุกคน พวกเขาก็ทำงานอย่างหนักกันเป็นพิเศษในวันนี้

นอกจากนี้ หลังจากทำงานมาสองวัน ทุกคนก็มีประสบการณ์บางอย่างแล้วและความคืบหน้าในการก่อสร้างก็เพิ่มขึ้นอย่างมากในทันที

วันนี้ เกาเฉียงก็กินข้าวกับคนอื่นๆ ตั้งแต่เช้าตรู่และหลังจากกินเสร็จเขาก็ไปช่วยก่อสร้างกำแพงเช่นกัน

เขามองดูกำแพงที่สูง 7 เมตรและมีความหนาจนน่าตกตะลึง ดวงตาของเขาเบิกกว้าง!

เขาจะไปเคยเห็นกำแพงที่สูงขนาดนี้ที่ไหนกัน!?

ที่นี่ไม่ใช่คุกมาก่อนใช่ไหม?

ถ้าเขาไม่ได้คุยกับคนที่อยู่ข้างๆ เขาก็คงไม่คิดว่านี่เป็นแค่โรงงานอาหารมาก่อนจริงๆ

เขาได้แต่สงสัยว่าเขานั้นถูกซอมบี้ล้อมจนสมองของเขามีปัญหาหรือไม่

เพราะที่นี่มันปลอดภัยเกินไปแล้ว!

แม้ว่าเขาจะไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับโลกภายนอกในช่วง 2 ถึง 3 วันที่เขาถูกขังอยู่ในคุก แต่เขาก็เคยได้เห็สถานการณ์ภายนอกรถยนต์เป็นครั้งคราวหลังจากได้รับการช่วยเหลือออกมา

เขาสามารถอธิบายได้ด้วยคำเดียวว่า…วุ่นวาย

ทุกที่คือฉากแห่งความวุ่นวายและเขาไม่เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นแม้แต่ตัวเดียว ทุกที่มีแต่ซอมบี้เท่านั้น

เขาไม่รู้ว่าคนอื่นๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่หายไปซ่อนอยู่ที่ไหนกันและเขาก็กังวลเกี่ยวกับน้องชายและน้องสาวของเขามากยิ่งขึ้นไปอีก

"ถ้าอาเซิงกับเสี่ยวหลานมาที่นี่ได้ด้วยก็คง....เฮ้อ"

แม้จะกังวล แต่เขาก็ไม่มีทางทำอะไรได้ในตอนนี้

เขาทำได้แค่ดูแลตัวเองไปก่อนเท่านั้น

เขารู้ว่าคนที่ช่วยเขาเมื่อวานก็คือท่านประธานฉิน ผู้นำของที่นี่และแน่นอนว่าเขาได้ให้สัญญากับประธานฉินแล้วว่าเขาจะทำตามคำสั่งทุกอย่าง

แต่ท่านประธานฉินกลับไม่ได้มาหาเขาเมื่อคืนนี้และเขาก็ไม่รู้ว่าเขาควรจะทำอะไร ดังนั้นเขาจึงเตรียมที่จะถามอีกฝ่ายอีกครั้งเมื่อเขากลับมา

ในวันนี้ ฐานลวี่หยวนก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้วและทุกคนก็ทำงานอย่างขยันขันแข็งตามหน้าที่ของตนและไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีก

แต่ทันใดนั้น คนๆ หนึ่งก็วิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก

จนกระทั่งเขามาหยุดอยู่หน้าพ่อของฉินจิ้นและกลุ่มผู้จัดการ เขาก็หอบหายใจแล้วพูดว่า "คุณฉิน คุณหวัง น้ำประปาหยุดไหลแล้วครับ!"

ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปตามที่พวกเขาคาดการณ์ไว้แล้ว พ่อของฉินจิ้นและหวังหยางและผู้จัดการคนอื่นๆ ไม่ได้ตกใจเลย

พ่อของฉินจิ้นพูดอย่างใจเย็นกับหวังหยางและผู้จัดการคนอื่นๆ ว่า

"ทำตามแผนที่พวกเราวางกันไว้เมื่อคืน ตัดการใช้น้ำจากภายนอกทันทีและเปลี่ยนไปใช้ระบบน้ำของภายใน บ่อน้ำของเราเชื่อมต่อกับปั๊มน้ำและระบบกรองน้ำอยู่แล้ว น้ำพวกนี้สามารถดื่มได้โดยไม่ส่งผลเสียอะไร พวกนายรีบไปจัดการเถอะ!"

หวังหยางและอีกสองสามคนก็รับคำสั่งและไปจัดการทันที

พ่อของฉินจิ้นจึงกล่าวกับคนอื่นๆ ในฐานว่า

"ทุกคนคงจะได้รู้แล้วว่าน้ำและไฟฟ้าข้างนอกได้ถูกตัดไปแล้ว แม้ว่าฐานของเราจะยังมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากับบ่อน้ำที่สามารถให้น้ำและไฟฟ้าภายในฐานได้ แต่มันก็ยังคงเป็นไปไม่ได้อยู่ดีที่จะใช้อย่างสิ้นเปลืองเหมือนเมื่อก่อน ดังนั้นทุกคนจะต้องใช้ทรัพยากรทุกอย่างให้ประหยัดมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้!"

ทุกคนเห็นด้วย

พวกเขารู้แล้วว่าเมื่อคืนว่าไฟฟ้าถูกตัดและพวกเขาก็ไม่แปลกใจเช่นกันที่น้ำประปาจะถูกตัดในวันนี้

ฐานลวี่หยวนก็ได้เริ่มใช้แบตเตอรี่สำรองที่เตรียมไว้จำนวนมากแล้วในวันนี้

ดังนั้นผลกระทบจึงยังไม่มากนัก

หลังคาของอาคารทุกหลัง รวมถึงพื้นที่บนพื้นดินที่สามารถรับแสงแดดได้ก็ถูกคลุมด้วยแผงโซลาร์เซลล์ทั้งหมด

ในอนาคต ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็จำเป็นต้องประหยัดการใช้ไฟฟ้าและการใช้อย่างสิ้นเปลืองก็อาจทำให้ถูกลงโทษได้

แม้ว่าฐานจะยังมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบใช้เชื้อเพลิงจำนวนมาก แต่มันก็ยังไม่จำเป็นถึงขั้นที่จะต้องเอาออกมาใช้งาน

แม้ว่าจะมีเชื้อเพลิงหลายร้อยตันเก็บไว้ แต่มันไม่สามารถนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าได้โดยตรง

เชื้อเพลิงของพวกเขายังต้องใช้กับยานพาหนะสำหรับการออกไปสำรวจ

ยิ่งไปกว่านั้น เสียงที่ดังของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าก็เป็นปัญหาด้วย

มันจะดึงดูดซอมบี้ให้มารวมตัวกันนอกกำแพงของฐานมากขึ้นเรื่อยๆ

ตอนนี้ผู้จัดการในฐานกำลังวางแผนที่จะคัดเลือกคนบางส่วนออกมาเพื่อไปแทงซอมบี้ที่ถูกดึงดูดมาอยู่ที่ข้างล่างของกำแพงโดยการใช้หอก

ฉินจิ้นได้เตรียมหอกที่ถอดประกอบได้เหล่านี้ไว้มากมายตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลก รวมถึงบันไดเคลื่อนที่ ซึ่งสามารถใช้ปีนขึ้นมาบนกำแพงเพื่อป้องกันเหตุคนตกลงไป

เดิมที พวกเขาคิดว่ามันน่าจะมีซอมบี้อยู่รอบๆ กำแพงฐานไม่มากเท่าไหร่ ดังนั้นพวกเขาจึงยังไม่จำเป็นที่จะต้องเร่งการทำงานมากนัก

แต่พวกเขากลับไม่คิดเลยว่าเจ้านายของพวกเขาจะกลับมาพร้อมกับซอมบี้ฝูงใหญ่และหากพวกมันหลุดเข้ามาข้างในฐานได้มันคงจะเป็นปัญหาแน่

พื้นที่กักกันก็ยังไม่สามารถสร้างได้ในระยะเวลาอันสั้นนี้ แต่พวกเขาจำเป็นต้องสร้างเขตกันชนลวดหนามภายในฐานโดยเร็วที่สุด

แม้ว่าทีมต่อสู้จะกลับมาพร้อมกับซอมบี้ที่พุ่งหลุดเข้ามา พวกเขาก็จะยังสามารถหยุดและกำจัดพวกมันได้อย่างใจเย็น

ซอมบี้ที่อยู่นอกกำแพงก็ต้องได้รับการกำจัดเป็นประจำและจำนวนก็ไม่ควรถูกปล่อยให้สะสมจนเยอะมากเกินไป

มีหลายสิ่งที่ต้องทำ ดังนั้นในวันนี้ กำแพงจะถูกเสริมให้สูงขึ้นเป็น 8 เมตรก่อน

แล้วพรุ่งนี้ คนบางส่วนถึงจะถูกแยกออกไปจัดการเรื่องอื่นๆ!

....

ตอนเที่ยง

70 กิโลเมตรทางใต้ของฐานลวี่หยวน

บนทางหลวงสายหนึ่ง ขบวนรถจำนวนมากถึง 11 คันกำลังขับเคลื่อนไปตามถนน

รถที่นำขบวนคือรถตำรวจปราบจลาจลที่ได้รับการดัดแปลง!

นั่นคือฉินจิ้นและพรรคพวกจากทีมต่อสู่ของฐานลวี่หยวน!

ในรถปราบจลาจล ฉินจิ้นตอนนี้กำลังยกมุมปากขึ้นและพิงที่นั่งอย่างสบายใจ

เขามองทิวทัศน์นอกหน้าต่างพร้อมกับสีหน้าที่เบิกบาน ซึ่งแสดงว่าเขากำลังอารมณ์ดี

ใช่แล้ว เป้าหมายในเช้าวันนี้ก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

พวกเขายังคงใช้กลยุทธ์ล่อซอมบี้ออกไปก่อนเช่นเดิมและอาจเป็นเพราะที่ตั้งของสถานีตำรวจประจำอำเภอแห่งนี้อยู่ในชานเมืองชั้นนอกด้วย จึงมีซอมบี้ไม่มากนักรอบๆ และสถานีตำรวจก็ถูกพวกเขาเคลียร์ได้อย่างง่ายดาย

พวกเขาใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการสำรวจ ก่อนที่คลังอาวุธจะถูกค้นพบ!

แม้ว่าปริมาณจะไม่สามารถเทียบได้กับศูนย์บัญชาการตำรวจเมืองกวางหยวน แต่ก็ดีกว่าสถานีตำรวจอำเภอที่พวกเขาไปเมื่อวานนี้

พวกเขาใช้เวลาสักพักในการกวาดเอาเสบียงทั้งหมดกลับมาและโหลดขึ้นรถบรรทุกและตอนนี้เวลาก็ผ่านไปแล้วสามชั่วโมง

ในตอนนี้ พวกเขากำลังเดินทางไปยังสถานีตำรวจอำเภออีกแห่ง

ฉินจิ้นมองดูเวลาและพบว่ามันเกือบจะเที่ยงแล้ว

เขาหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาแล้วพูดว่า "ทุกทีมฟังคำสั่ง เราจะหาที่จอดรถใกล้ๆ และให้ทุกคนเตรียมกินอาหารกลางวันหลังจากยืนยันความปลอดภัยแล้ว!"

ไม่นาน ทุกคนก็จอดรถบนทางหลวง

หลังจากยืนยันแล้วว่าไม่มีอันตรายรอบๆ พวกเขาก็หยิบอาหารต่างๆ ออกมาเพื่อกินเป็นมื้อเที่ยง

ระหว่างอาหารกลางวัน หลี่ปั๋วเหวินและหัวหน้าทีมคนอื่นๆ ก็มารวมตัวกันเพื่อถามฉินจิ้นว่าพวกเขากำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน

ฉินจิ้นกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพร้อมกับพูดกับพวกเขาว่า

"เป้าหมายต่อไปคือสถานีตำรวจอำเภออาน ซึ่งอยู่ห่างจากฐานไป 60 กิโลเมตร ตามความเร็วปัจจุบันของเรา พวกเราน่าจะสามารถไปถึงที่นั่นได้ประมาณบ่ายโมงหลังจากกินอาหารกันเสร็จ แล้วก็เผื่อเวลาสำหรับการเดินทางกลับอีกสองชั่วโมงครึ่ง ซึ่งนั่นจะหมายความว่าเราจะสามารถใช้เวลาอยู่ที่นั่นได้ประมาณสองชั่วโมงครึ่ง!"

"ดังนั้นหากเราเร่งเวลาหน่อยก็น่าจะเพียงพอสินะ" หลี่ปั๋วเหวินกล่าวอย่างไม่รู้ตัวหลังจากคิด

ตอนนี้พวกเขามีทักษะมากขึ้นแล้ว พวกเขาจะเลือกสถานที่ที่เหมาะสมและปล่อยโดรนเมื่อพวกเขาไปถึง

จากนั้นพวกเขาก็จะเข้าไปเคลียร์และค้นหาของที่ต้องการ แล้วค่อยขนเสบียงและสิ่งของขึ้นรถและโดยปกติแล้วพวกเขาจะสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว

แต่ถ้ามันทำไม่จริงๆ พวกเขาก็จะเอาแค่อาวุธไป ส่วนสิ่งอื่นๆ ที่ไม่สำคัญมากก็จะยังไม่เอาไปทันที

"ให้พี่น้องของเราออกเดินทางต่อได้ทันทีหลังจากอิ่มท้องกันแล้ว ในช่วงนี้ซอมบี้ยังไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น พวกเราต้องคว้าโอกาสกักตุนอาวุธไว้ให้ได้มากที่สุดและพวกเราทุกคนก็จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่หลังจากที่พวกเราทำสำเร็จ!"

ฉินจิ้นพูดกับพวกเขา

เขามีความคิดอยู่ในใจว่าฐานของเขาจะนำระบบแต้มคะแนนมาใช้ในอนาคต ผู้ที่สามารถสร้างผลงานที่ดีได้ก็จะสามารถแลกเปลี่ยนคะแนนเป็นเสบียงหรือสิทธิ์อื่นๆ ได้

วิธีนี้จะทำให้คนของเขามีแรงจูงใจในการทำงาน

ส่วนจะทำยังไงนั้นเขาจะค่อนคิดอีกที เพราะเขาจะต้องวางแผนและปรับปรุงมันให้ดีก่อนที่จะเอามาใช้งานจริงและตอนนี้ก็ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม

ในวิสัยทัศน์ของเขา ฐานลวี่หยวนจะกลายเป็นสังคมเล็กๆ แห่งใหม่ในอนาคต

จบบทที่ ตอนที่ 27 : ออกเดินทางต่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว