เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20 : ความไม่พอใจ

ตอนที่ 20 : ความไม่พอใจ

ตอนที่ 20 : ความไม่พอใจ


ตอนที่ 20 : ความไม่พอใจ

ในขณะที่ทีมต่อสู้กำลังมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายต่อไป

ในฐานลวี่หยวน

ทุกคนที่อยู่ในกำแพงก็ตื่นนอนกันหมดแล้ว

ในตอนนี้ทุกคนไม่มีโอกาสได้นอนตื่นสายอีกต่อไป เพราะฐานได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าทุกคนต้องทำงาน เว้นแต่จะไม่สบายจริงๆ

คนแก่สามารถทำงานที่เบาหน่อยได้ แต่คนหนุ่มสาวก็ต้องทำงานหนักขึ้นมาหน่อย แต่นั่นก็จะทำให้พวกเขาได้อาหารมากขึ้นตามไปด้วย

เมื่อคืนนี้เหล่าผู้จัดการในฐานก็ได้กำหนดรายละเอียดการแบ่งงานและเวลาการทำงานในการก่อสร้างกำแพงอย่างละเอียด แล้วจึงส่งมาให้ฉินจิ้นตรวจสอบและอนุมัติก่อนจะนำไปใช้งาน

ในเวลาเพียงไม่กี่วันหลังจากที่วันสิ้นโลกมาถึง ฐานลวี่หยวนก็ได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

อาหารเช้าในวันนี้ก็เป็นข้าวต้มแบบง่ายๆ พร้อมกับกับข้าวอีกเล็กน้อย หลังจากอาหารเช้าเสร็จ คนส่วนใหญ่ก็ไปก่อสร้างกำแพงกัน

ตอนนี้เวลาทำงานของพวกเขานั้นถูกกำหนดไว้ที่ 8 โมงเช้า ถึง 11 โมง

โดยจะมีการพัก 5 ถึง 10 นาทีในทุกๆ ชั่วโมง

และพักกลางวัน 2 ชั่วโมง ก่อนจะทำงานต่อในช่วงบ่ายตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งจนถึง 5 โมงครึ่ง

ชั่วโมงการทำงานเรียกได้ว่าแทบไม่แตกต่างจากพนักงานออฟฟิศในอดีตมากนัก เพียงแต่งานของพวกเขาเปลี่ยนมาใช้แรงมากขึ้นก็เท่านั้น

สำหรับคนที่เคยชินกับการนั่งทำงานในออฟฟิศอยู่ๆ ก็ต้องมาขนอิฐ ก่อกำแพงและเทปูนทั้งวัน จึงทำให้คนส่วนใหญ่เหนื่อยจนแทบจะทนไม่ไหว

คนหนุ่มสาวหลายคนวันนี้ยังไม่ทันเริ่มงานก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวแล้ว

แต่ในทางกลับกัน ครอบครัวของสมาชิกทีมต่อสู้บางคน บางคนเคยทำนาอยู่ที่บ้านเกิดและบางคนก็เคยทำงานก่อสร้างมาก่อน คนกลุ่มนี้กลับปรับตัวได้ดีกว่ามาก

ดังนั้นจึงอาจจะพูดได้ว่าคนที่เคยมีชีวิตที่ดีนั้นจะรักชีวิตของตัวเองมาก จนแทบไม่ยอมเสี่ยงชีวิตด้วยการเข้าร่วมทีมต่อสู้เลย

แน่นอนว่านั่นไม่ใช่ทั้งหมด แต่คนที่ยอมเข้ามาก็มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้น

คนที่ดูแลความปลอดภัยของฐานในตอนนี้ก็มีเกือบ 20 คน หลังจากที่ฉินจิ้นออกไปแล้ว เขาก็ได้มอบหน้าที่การรักษาความปลอดภัยให้กลุ่มญาติสนิทที่นำโดยพ่อของเขาเป็นผู้จัดการ

ที่มุมทั้งสี่ของฐานก็ได้มีการสร้างหอสังเกตการณ์ชั่วคราวขึ้น 4 แห่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยใช้โครงเหล็กนั่งร้าน ซึ่งโครงเหล็กเหล่านี้ฉินจิ้นได้เตรียมเอาไว้ตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลกแล้ว หลังจากที่นำมาประกอบพวกเขาก็สามารถเทซีเมนต์ลงไปได้ทันที ทำให้สามารถสร้างพวกมันเสร็จได้ในเวลาแค่ 1 วัน

ด้านหนึ่งพวกมันจะถูกใช้สำหรับป้องกันอันตรายจากภายนอกและอีกด้านหนึ่งมันยังสามารถใช้สังเกตการณ์สถานการณ์ภายในฐานได้ด้วย

ในขณะที่ไฟฟ้าและน้ำประปายังไม่ถูกตัด อุปกรณ์หลายอย่างจึงยังสามารถใช้งานได้ ฐานจึงต้องเร่งการก่อสร้างอย่างเต็มที่

เมื่อสองวันก่อนสระน้ำทั้งสองแห่งของฐานก็ได้เติมน้ำสะอาดจนเต็มแล้ว ถังน้ำในโกดังก็ถูกเติมจนเต็มหมดแล้วเช่นกัน ดังนั้นในระยะสั้นฐานก็แทบไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้น้ำอีกต่อไป

ด้านอาหารฉินจิ้นก็ได้บอกกับทุกคนแล้วว่า ถ้าพวกเขากินกันอย่างประหยัดหน่อยพวกเขาก็จะสามารถอยู่ได้อีกสองสามเดือนอย่างไม่มีปัญหา

และหลังจากที่เขาเริ่มนำทีมออกไปหาเสบียงเพิ่ม ปัญหาด้านอาหารจึงแทบไม่ต้องกังวลมากนักและหากไม่มีอะไรผิดพลาดทุกคนก็จะยังสามารถกินอิ่มต่อไปได้

แต่ตัวเลขของจำนวนอาหารที่แน่นอนนั้นเขายังไม่ได้บอกใคร

เพราะเขาตั้งใจว่าจะรอจนกว่าฐานมั่นคงขึ้นกว่านี้อีกสักหน่อยแล้วเขาจะค่อยมอบอำนาจการจัดการเสบียงในโกดังให้คนที่เขาไว้ใจได้ดูแลต่อไป

ส่วนตอนนี้เขายังไม่ไว้ใจคนอื่น

รวมถึงตอนนี้ถ้าให้พ่อแม่ของเขารู้ มันก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้กับพวกเขาแทนหรืออาจจะทำให้เกิดปัญหาที่ไม่จำเป็นขึ้นได้

เพราะถ้าหากมีใครเผลอปล่อยข่าวเรื่องนี้ออกไป ในอนาคตมันก็อาจจะนำมาซึ่งภัยพิบัติต่อความมั่นคงของฐานได้

เขาเคยเห็นตัวอย่างแบบนี้มาเยอะแล้ว

มนุษย์ที่หิวโหยจนถึงขีดสุดนั้นจะไม่สนใจอะไรมากนัก เพราะพวกเขาจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

ดังนั้นเขาถึงต้องเสริมสร้างกำลังของตัวเองอย่างต่อเนื่อง

คนที่กินอาหารเช้าเสร็จก็เริ่มทำงานกันตั้งแต่เช้า

ใต้กำแพงก็มีการตั้งนั่งร้านไว้ไม่น้อย ข้างล่างก็มีคนเทปูนและขนอิฐอยู่ตลอด คนที่มีฝีมือหน่อยก็จะปีนขึ้นไปกำแพงเพื่อทำการก่อสร้าง

พวกเขาจะต้องพยายามเพิ่มความสูงของกำแพงให้ถึง 10 เมตรโดยเร็วที่สุด

ในตอนนี้ ในหมู่คนเหล่านี้ คนหนุ่มสาวสองสามคนก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา

ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ตัดผมทรงแฟชั่นก็บ่นกับคนข้างๆ ว่า

“ฉันไม่ไหวแล้ว แขนของฉันปวดจะตายอยู่แล้ว เมื่อวานก็ทำมาทั้งวัน จนวันนี้ตอนเช้าก็แทบจะจับตะเกียบไม่ขึ้น ทำไมฉันถึงได้โชคร้ายขนาดนี้ เฮ้อ”

คนข้างๆ เขาก็เห็นด้วย

“ตอนแรกก็คิดว่ามางานเปิดบริษัทแล้วจะได้กินฟรีแล้วรอดชีวิตมาได้ แต่ใครจะไปคิดว่านี่มันวิ่งออกจากถ้าเสือมาตกหลุมหมาป่า ฉันจะต้องใช้ชีวิตแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฉันคิดถึงชีวิตในอดีตแล้ว!!! ชีวิตที่กินอิ่มแล้วก็เล่นเกมได้! ตอนนี้แม้แต่เกมก็ยังปิดเซิร์ฟเวอร์ไปแล้ว ไม่มีแม้แต่เงาผีเลย เฮ้อ”

ชายหนุ่มที่บ่นออกมาก่อนหน้านี้ก็ชี้ไปที่ผู้จัดการที่คอยตรวจสอบความคืบหน้าในการก่อสร้างอยู่ห่างๆ พร้อมกับคนที่ถือหน้าไม้อยู่บนหอสังเกตการณ์แล้วก็พูดออกมาอย่างไม่พอใจว่า

“ดูพวกมันสิ จะสบายกันไปถึงไหน แค่ขยับนิ้วก็ทำงานเสร็จแล้ว พองานเสร็จพวกมันก็จะเอาผลงานกันไปหมด เฮ้อ ทำไมถึงมีแต่พวกมันที่ได้เป็นผู้จัดการกันนะ งานง่ายๆ แบบนี้ฉันก็ทำได้เหมือนกัน!”

คนรอบๆ หลายคนที่ได้ยินก็กระซิบเห็นด้วยกับเขาและบอกว่าถ้าตัวเองได้เป็นผู้จัดการ เขาก็จะทำให้ทุกคนสบายกว่านี้และไม่ต้องมาทำงานหนักขนาดนี้

บ้าเอ๊ย กำแพงเดิมก็สูงตั้ง 5 เมตรแล้ว มันจะไปมีซอมบี้ที่ไหนกระโดดได้สูงขนาดนั้น!?

ตอนนี้พวกมันก็แค่ต้องการขูดรีดพวกเราที่ไม่มีเส้นสายไม่ใช่หรือไง!?

สำหรับเรื่องที่กำแพงสูงตั้งขนาดนี้แล้วแต่มันยังไม่ปลอดภัยมากพอ พวกเขาส่วนใหญ่ล้วนไม่ค่อยจะเชื่อ

แม้ว่าจะรู้ว่าข้างนอกมีไวรัสซอมบี้แพร่ระบาด แต่บนอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่พวกเขาก็เห็นแค่ข้อความร้องขอความช่วยเหลือเท่านั้น จะมีก็แค่ส่วนน้อยที่เป็นรูปภาพและวิดีโอที่ถ่ายมาอย่างรีบร้อน

ดังนั้นความชัดของภาพพวกนั้นจึงเข้าขั้นแย่มากและยากที่จะทำให้ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ที่ยังสามารถใช้โทรศัพท์มือถือได้เห็นถึงความน่ากลัวที่แท้จริงของซอมบี้

และผู้รอดชีวิตที่สามารถถ่ายภาพซอมบี้จากระยะใกล้ได้แบบชัดๆ ส่วนใหญ่ก็ตายไปหมดแล้ว

ผู้รอดชีวิตจำนวนไม่น้อยจึงยังคิดว่าซอมบี้เป็นแค่ซากศพเดินได้เท่านั้น

แต่ในความเป็นจริงนั้นหลังจากที่กลายพันธุ์เป็นซอมบี้แล้ว การทำงานของร่างกายมนุษย์ก็จะหยุดลงและถูกควบคุมโดยไวรัสซึ่งจะปลดล็อกขีดจำกัดเดิมของร่างกายมนุษย์ไปโดยสิ้นเชิง

สมองของมนุษย์ที่ปกติแล้วจะควบคุมขีดจำกัดของพละกำลังไม่ให้เกินขอบเขตบางอย่าง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อก็จะไม่มีอีกต่อไป

หลังจากที่กลายพันธุ์เป็นซอมบี้แล้ว ข้อจำกัดเหล่านั้นจะหายไป ซึ่งหมายถึงซอมบี้ทุกตัวจะสามารถใช้พละกำลังทั้งหมดของร่างกายมนุษย์ได้!

เพียงแต่ว่าเนื่องจากร่างกายที่พิการและคุณภาพของร่างกายมนุษย์แต่ละคนไม่ได้สมบูรณ์ขนาดนั้น แม้จะมีพละกำลังไม่เท่ากับผู้ชายโตเต็มวัย แต่นั่นก็ยังน่ากลัวอยู่ดี!

ลองจินตนาการดูว่าซอมบี้หนึ่งตัวสามารถผลักของที่หนักเกือบ 50 กิโลกรัมได้

แม้ว่าข้อต่อของพวกมันจะเกิดการแข็งตัว แต่พวกมันก็ยังมีความเร็วในการวิ่งเทียบเท่ากับผู้ใหญ่

และพวกมันยังมีประสาทสัมผัสการดมกลิ่น การได้ยินที่ไวกว่าคนธรรมดามาก ดังนั้นสำหรับผู้รอดชีวิตที่ไม่มีอาวุธการจะเอาชนะซอมบี้แค่ 1 ตัวก็เป็นเรื่องยากแล้ว!

ยิ่งในวันหมอกศพพวกมันจะน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม

ซอมบี้จะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งในทุกๆ ด้าน ผู้รอดชีวิตก็จะทำได้เพียงอาศัยภูมิประเทศในการป้องกันตัวเอง เพราะพวกเขาไม่สามารถต่อสู้ซึ่งๆ หน้ากับมันได้เลย

ดังนั้นยิ่งพวกเขาเห็นเจ้านายของตัวเองจัดการกับซอมบี้ได้อย่างง่ายดายราวกับหั่นผัก พวกเขาเลยคิดว่าซอมบี้นั้นไม่ได้น่ากลัวอะไร

แต่พวกเขานั้นไม่รู้เลยว่าการที่ฉินจิ้นทำแบบนั้นได้เป็นเพราะเขาเคยมีประสบการณ์การจัดการกับพวกมันมาหลายปีแล้ว บวกกับพละกำลังที่วิวัฒนาการขึ้นมาและซอมบี้ที่เพิ่งจะกลายพันธุ์นั้นยังใช้พละกำลังได้ไม่เต็มที่

กลุ่มคนหนุ่มสาวกลุ่มนี้จึงทำงานแบบขอไปทีและเอาแต่บ่นถึงการกระทำบางอย่างของฐานที่พวกเขาไม่ชอบใจ ยิ่งพวกเขาพูดก็เหมือนกับได้เจอพวกเดียวกัน ยิ่งพูดก็ยิ่งมัน

ในตอนนี้เอง หลี่เยียนหญิงสาวที่เคยเป็นแฟนของเสี่ยวโจวก็เข้ามาในวงของพวกเขาด้วย

เพราะตอนนี้เธอต้องการที่จะบ่นออกมามากๆ!

สองสามวันมานี้เธอเห็นแค่ภาพที่น่าสลดใจจากบนอินเทอร์เน็ต เดิมทีเธอก็ยังมีความไม่สบายใจและความเศร้าเล็กน้อยที่ขาดการติดต่อกับญาติของเธอ ซึ่งตอนนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง

แต่เมื่อเธอพบว่าคนอื่นใช้ชีวิตแย่กว่าเธอมากๆ

เธอก็มีความสุขขึ้นมาทันที

ยิ่งเห็นภาพที่น่าสลดใจมากเท่าไหร่ ในใจของเธอก็ยิ่งมีความสุขและภูมิใจมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อคืนเธอจึงอดไม่ได้ที่จะโพสต์เรื่องราวบางอย่างในฐานลงบนโซเชียลของเธอ

เธออยากให้คนอื่นอิจฉาเธอ!

และเธอยังถึงกับแอบถ่ายรูปบางส่วนไปโพสต์ด้วย โดยเฉพาะอาหารมื้อใหญ่ในคืนแห่งการกลายพันธุ์และกำแพงที่สูงและแข็งแกร่งเธอก็ถ่ายไปโพสต์ด้วย!

เธออยากให้คนอื่นรู้ว่าเธออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยขนาดไหน!

ต่อให้ในวันสิ้นโลกเธอก็ยังสามารถกินดีอยู่ดีได้!

เพราะเธอคือเทพธิดาที่คนอื่นเอื้อมไม่ถึง!

และจากการกระทำนี้ก็ทำให้เพื่อนสนิทคนหนึ่งที่เธอไม่ชอบหน้า เพราะอีกฝ่ายนั้นมีบ้านที่รวยกว่าเธอ สวยกว่าเธอและรูปร่างดีกว่าเธอ

บ่อยครั้งที่ผู้ชายที่ตามจีบเธออยู่แล้วไปได้รู้จักกับอีกฝ่ายในภายหลังมักจะทิ้งเธอแล้วไปตามจีบอีกฝ่ายแทน นั่นจึงทำให้เธอแอบโมโหอยู่หลายครั้ง

ตอนนี้แม้ว่าคนๆ นี้จะยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยสบายสักเท่าไหร่ เพราะอีกฝ่ายนั้นขอให้เธอพาคนไปช่วยและทางนั้นก็ยินดีที่จะจ่ายทุกอย่าง

แต่สำหรับอีกฝ่ายนั้นให้ตายยังไงเธอก็ไม่คิดจะช่วยอยู่แล้ว

แม้ว่าเธอจะโกหกไปว่าเธอรู้จักกับผู้นำของฐานนี้และยังสามารถสั่งการคนบางคนได้ แต่นั่นก็เป็นแค่คำพูดที่เธอพูดไปเพราะความอยากอวดของตัวเองเท่านั้น

ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงแสร้งทำเป็นว่าจะพยายามเป่าหูผู้นำของฐานนี้ให้มากขึ้น เพื่อให้เขารีบพาคนไปช่วยเพื่อนสนิทคนนี้

และการทำแบบนั้นก็ทำให้เธอได้รับการประจบประแจงและการเอาใจจากคู่แข่งคนนี้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เธอจึงรู้สึกสบายใจอย่างมากจนลืมแผลพุพองที่เกิดจากการทำงานหนักในตอนกลางวันไปโดยสิ้นเชิง

เมื่อเห็นความอิจฉาและการขอความช่วยเหลือจากสื่อต่างๆ ในใจของเธอก็เหมือนกับได้รับการเติมเต็มจนเธอตื่นเต้น

เธอชอบที่นี่มาก

แต่น่าเสียดายที่พอถึงตอนกลางวัน ความรู้สึกดีๆ ก็หายไปกว่าครึ่ง

อาหารการกินก็ไม่ค่อยจะดีแถมยังต้องทำงานที่เหนื่อยมากๆ อีก เมื่อวานเธอก็ทำงานมาทั้งวันแล้ว แม้ว่าส่วนใหญ่เธอจะแอบอู้งานก็ตาม แต่คนอย่างเธอเคยต้องมาลำบากแบบนี้ที่ไหน?

เท้ากับมือของเธอก็มีแผลพุพองเต็มไปหมดแล้ว

แถมวันนี้ก็ยังต้องทำงานต่ออีก มือที่เธอใช้เงินมากมายในการบำรุงรักษาก็พังหมดพอดีสิ!

แถมวันนี้แดดก็ยังแรงอีก

ใบหน้าที่เธอใช้เงินก้อนโตไปทำศัลยกรรมมาจะไม่ถูกแดดเผาจนคล้ำเลยเหรอ??

แบบนี้เธอจะทนได้ยังไง!?

ถ้าผิวเธอคล้ำแล้วในอนาคตเธอจะไปตกปลาได้ยังไง!?

ต้องหาทางแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้!

ในตอนนี้เองเธอก็บังเอิญเห็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่กำลังบ่นกันอยู่ เธอก็รู้สึกเหมือนได้เจอพวกเดียวกันทันที!

ด้วยใบหน้าที่พอจะมีเสน่ห์และทักษะการพูดที่เธอฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และเธอยังคุ้นเคยกับทักษะการปลอบใจผู้ชายที่คอยมาตามจีบเธออีก

ในไม่ช้าเธอก็สนิทกับหนุ่มๆ สองสามคนในนั้นและร่วมกันวิพากษ์วิจารณ์ความไม่ยุติธรรมของฐาน!

กลุ่มคนเล็กๆ กลุ่มนี้ที่กำลังกระซิบกระซาบกันก็ทำให้หวังหยางและถังจินหมิงสังเกตเห็น วันนี้พวกเขาทั้งสองคนมีหน้าที่ดูแลการทำงานและตรวจสอบความคืบหน้าในการก่อสร้าง

แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะโลกเพิ่งจะเปลี่ยนไป การที่พนักงานออฟฟิศต้องเปลี่ยนมาเป็นกรรมกรก็คงยากที่พวกเขาจะทำใจได้

พวกเขาอาจจะแค่ต้องการเวลาปรับตัว ดังนั้นพวกผู้จัดการอย่างพวกเขาก็เลยไม่ได้กดดันพวกเขามากเกินไป

ถังจินหมิงก็เดินไปเตือนให้พวกเขาพูดน้อยลงและทำงานให้มากขึ้น หลังจากนั้นก็ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก แต่คนกลุ่มนี้กลับยิ่งไม่พอใจมากขึ้น ทำไมพวกมันถึงไม่ต้องทำงานแต่พวกเขาต้องทำ?

แล้วก็พวกผู้จัดการกับเจ้านายของพวกเขาก็น่าจะมีอาหารพิเศษกันใช่ไหม!? พวกมันจะต้องแอบกินอาหารที่ดีกว่านี้ลับหลังพวกเขาแน่ๆ

เพราะถ้าเป็นพวกเขา พวกเขาก็จะทำแบบนั้น

ตอนนี้คนในฐานก็ดูเหมือนจะมีไม่มากนัก ดังนั้นผู้รอดชีวิตแต่ละคนจึงมีค่ามาก เจ้านายของพวกเขาก็คงจะไม่ทำอะไรพวกเขาแน่!

เพราะไม่ว่ายังไงที่นี่ก็ยังต้องการพวกเขาในการป้องกันซอมบี้และทำการก่อสร้างสิ่งต่างๆ ในอนาคต!

ถ้าต่อต้านไม่สำเร็จ อย่างแย่ที่สุดพวกเขาก็แค่ต้องกลับมาทำงานก่อสร้างเหมือนเดิมไม่ใช่เหรอ!?

และอีกอย่างที่โบราณว่าไว้กฎหมายไม่เอาผิดคนหมู่มาก ถ้าพวกเขารวบรวมคนได้มากพอ ต่อให้ไม่สำเร็จ พวกเขาก็ไม่น่าจะต้องรับโทษอะไรถูกไหม?

กลุ่มคนกลุ่มนี้ก็ทั้งทำงานและกระซิบกระซาบวางแผนกันตลอดทั้งเช้า

พวกเขารู้มาว่าวันนี้เจ้านายของพวกเขาได้พากลุ่มที่เรียกว่าทีมต่อสู้ออกไปหาเสบียงแล้ว!

เพราะตอนเช้ามีคนเห็นพวกเขาเข้าแถวแล้วขับรถออกไป

แม้ว่าจะไม่รู้ว่าพวกเขาไปที่ไหน แต่ดูแล้วไม่น่าจะกลับมาเร็วๆ นี้แน่ ดังนั้นนี่ก็ควรเป็นโอกาสที่ดีไม่ใช่เหรอ?

ในไม่ช้าแผนการหนึ่งก็ก่อตัวขึ้นผ่านการกระซิบกระซาบของพวกเขา

แต่พวกเขานั้นไม่รู้เลยว่าแผนการนี้จะนำผลลัพธ์อะไรมาให้พวกเขา

จบบทที่ ตอนที่ 20 : ความไม่พอใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว