- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 20 : ความไม่พอใจ
ตอนที่ 20 : ความไม่พอใจ
ตอนที่ 20 : ความไม่พอใจ
ตอนที่ 20 : ความไม่พอใจ
ในขณะที่ทีมต่อสู้กำลังมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายต่อไป
ในฐานลวี่หยวน
ทุกคนที่อยู่ในกำแพงก็ตื่นนอนกันหมดแล้ว
ในตอนนี้ทุกคนไม่มีโอกาสได้นอนตื่นสายอีกต่อไป เพราะฐานได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าทุกคนต้องทำงาน เว้นแต่จะไม่สบายจริงๆ
คนแก่สามารถทำงานที่เบาหน่อยได้ แต่คนหนุ่มสาวก็ต้องทำงานหนักขึ้นมาหน่อย แต่นั่นก็จะทำให้พวกเขาได้อาหารมากขึ้นตามไปด้วย
เมื่อคืนนี้เหล่าผู้จัดการในฐานก็ได้กำหนดรายละเอียดการแบ่งงานและเวลาการทำงานในการก่อสร้างกำแพงอย่างละเอียด แล้วจึงส่งมาให้ฉินจิ้นตรวจสอบและอนุมัติก่อนจะนำไปใช้งาน
ในเวลาเพียงไม่กี่วันหลังจากที่วันสิ้นโลกมาถึง ฐานลวี่หยวนก็ได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
อาหารเช้าในวันนี้ก็เป็นข้าวต้มแบบง่ายๆ พร้อมกับกับข้าวอีกเล็กน้อย หลังจากอาหารเช้าเสร็จ คนส่วนใหญ่ก็ไปก่อสร้างกำแพงกัน
ตอนนี้เวลาทำงานของพวกเขานั้นถูกกำหนดไว้ที่ 8 โมงเช้า ถึง 11 โมง
โดยจะมีการพัก 5 ถึง 10 นาทีในทุกๆ ชั่วโมง
และพักกลางวัน 2 ชั่วโมง ก่อนจะทำงานต่อในช่วงบ่ายตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งจนถึง 5 โมงครึ่ง
ชั่วโมงการทำงานเรียกได้ว่าแทบไม่แตกต่างจากพนักงานออฟฟิศในอดีตมากนัก เพียงแต่งานของพวกเขาเปลี่ยนมาใช้แรงมากขึ้นก็เท่านั้น
สำหรับคนที่เคยชินกับการนั่งทำงานในออฟฟิศอยู่ๆ ก็ต้องมาขนอิฐ ก่อกำแพงและเทปูนทั้งวัน จึงทำให้คนส่วนใหญ่เหนื่อยจนแทบจะทนไม่ไหว
คนหนุ่มสาวหลายคนวันนี้ยังไม่ทันเริ่มงานก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวแล้ว
แต่ในทางกลับกัน ครอบครัวของสมาชิกทีมต่อสู้บางคน บางคนเคยทำนาอยู่ที่บ้านเกิดและบางคนก็เคยทำงานก่อสร้างมาก่อน คนกลุ่มนี้กลับปรับตัวได้ดีกว่ามาก
ดังนั้นจึงอาจจะพูดได้ว่าคนที่เคยมีชีวิตที่ดีนั้นจะรักชีวิตของตัวเองมาก จนแทบไม่ยอมเสี่ยงชีวิตด้วยการเข้าร่วมทีมต่อสู้เลย
แน่นอนว่านั่นไม่ใช่ทั้งหมด แต่คนที่ยอมเข้ามาก็มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้น
คนที่ดูแลความปลอดภัยของฐานในตอนนี้ก็มีเกือบ 20 คน หลังจากที่ฉินจิ้นออกไปแล้ว เขาก็ได้มอบหน้าที่การรักษาความปลอดภัยให้กลุ่มญาติสนิทที่นำโดยพ่อของเขาเป็นผู้จัดการ
ที่มุมทั้งสี่ของฐานก็ได้มีการสร้างหอสังเกตการณ์ชั่วคราวขึ้น 4 แห่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยใช้โครงเหล็กนั่งร้าน ซึ่งโครงเหล็กเหล่านี้ฉินจิ้นได้เตรียมเอาไว้ตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลกแล้ว หลังจากที่นำมาประกอบพวกเขาก็สามารถเทซีเมนต์ลงไปได้ทันที ทำให้สามารถสร้างพวกมันเสร็จได้ในเวลาแค่ 1 วัน
ด้านหนึ่งพวกมันจะถูกใช้สำหรับป้องกันอันตรายจากภายนอกและอีกด้านหนึ่งมันยังสามารถใช้สังเกตการณ์สถานการณ์ภายในฐานได้ด้วย
ในขณะที่ไฟฟ้าและน้ำประปายังไม่ถูกตัด อุปกรณ์หลายอย่างจึงยังสามารถใช้งานได้ ฐานจึงต้องเร่งการก่อสร้างอย่างเต็มที่
เมื่อสองวันก่อนสระน้ำทั้งสองแห่งของฐานก็ได้เติมน้ำสะอาดจนเต็มแล้ว ถังน้ำในโกดังก็ถูกเติมจนเต็มหมดแล้วเช่นกัน ดังนั้นในระยะสั้นฐานก็แทบไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้น้ำอีกต่อไป
ด้านอาหารฉินจิ้นก็ได้บอกกับทุกคนแล้วว่า ถ้าพวกเขากินกันอย่างประหยัดหน่อยพวกเขาก็จะสามารถอยู่ได้อีกสองสามเดือนอย่างไม่มีปัญหา
และหลังจากที่เขาเริ่มนำทีมออกไปหาเสบียงเพิ่ม ปัญหาด้านอาหารจึงแทบไม่ต้องกังวลมากนักและหากไม่มีอะไรผิดพลาดทุกคนก็จะยังสามารถกินอิ่มต่อไปได้
แต่ตัวเลขของจำนวนอาหารที่แน่นอนนั้นเขายังไม่ได้บอกใคร
เพราะเขาตั้งใจว่าจะรอจนกว่าฐานมั่นคงขึ้นกว่านี้อีกสักหน่อยแล้วเขาจะค่อยมอบอำนาจการจัดการเสบียงในโกดังให้คนที่เขาไว้ใจได้ดูแลต่อไป
ส่วนตอนนี้เขายังไม่ไว้ใจคนอื่น
รวมถึงตอนนี้ถ้าให้พ่อแม่ของเขารู้ มันก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้กับพวกเขาแทนหรืออาจจะทำให้เกิดปัญหาที่ไม่จำเป็นขึ้นได้
เพราะถ้าหากมีใครเผลอปล่อยข่าวเรื่องนี้ออกไป ในอนาคตมันก็อาจจะนำมาซึ่งภัยพิบัติต่อความมั่นคงของฐานได้
เขาเคยเห็นตัวอย่างแบบนี้มาเยอะแล้ว
มนุษย์ที่หิวโหยจนถึงขีดสุดนั้นจะไม่สนใจอะไรมากนัก เพราะพวกเขาจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
ดังนั้นเขาถึงต้องเสริมสร้างกำลังของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
คนที่กินอาหารเช้าเสร็จก็เริ่มทำงานกันตั้งแต่เช้า
ใต้กำแพงก็มีการตั้งนั่งร้านไว้ไม่น้อย ข้างล่างก็มีคนเทปูนและขนอิฐอยู่ตลอด คนที่มีฝีมือหน่อยก็จะปีนขึ้นไปกำแพงเพื่อทำการก่อสร้าง
พวกเขาจะต้องพยายามเพิ่มความสูงของกำแพงให้ถึง 10 เมตรโดยเร็วที่สุด
ในตอนนี้ ในหมู่คนเหล่านี้ คนหนุ่มสาวสองสามคนก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ตัดผมทรงแฟชั่นก็บ่นกับคนข้างๆ ว่า
“ฉันไม่ไหวแล้ว แขนของฉันปวดจะตายอยู่แล้ว เมื่อวานก็ทำมาทั้งวัน จนวันนี้ตอนเช้าก็แทบจะจับตะเกียบไม่ขึ้น ทำไมฉันถึงได้โชคร้ายขนาดนี้ เฮ้อ”
คนข้างๆ เขาก็เห็นด้วย
“ตอนแรกก็คิดว่ามางานเปิดบริษัทแล้วจะได้กินฟรีแล้วรอดชีวิตมาได้ แต่ใครจะไปคิดว่านี่มันวิ่งออกจากถ้าเสือมาตกหลุมหมาป่า ฉันจะต้องใช้ชีวิตแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฉันคิดถึงชีวิตในอดีตแล้ว!!! ชีวิตที่กินอิ่มแล้วก็เล่นเกมได้! ตอนนี้แม้แต่เกมก็ยังปิดเซิร์ฟเวอร์ไปแล้ว ไม่มีแม้แต่เงาผีเลย เฮ้อ”
ชายหนุ่มที่บ่นออกมาก่อนหน้านี้ก็ชี้ไปที่ผู้จัดการที่คอยตรวจสอบความคืบหน้าในการก่อสร้างอยู่ห่างๆ พร้อมกับคนที่ถือหน้าไม้อยู่บนหอสังเกตการณ์แล้วก็พูดออกมาอย่างไม่พอใจว่า
“ดูพวกมันสิ จะสบายกันไปถึงไหน แค่ขยับนิ้วก็ทำงานเสร็จแล้ว พองานเสร็จพวกมันก็จะเอาผลงานกันไปหมด เฮ้อ ทำไมถึงมีแต่พวกมันที่ได้เป็นผู้จัดการกันนะ งานง่ายๆ แบบนี้ฉันก็ทำได้เหมือนกัน!”
คนรอบๆ หลายคนที่ได้ยินก็กระซิบเห็นด้วยกับเขาและบอกว่าถ้าตัวเองได้เป็นผู้จัดการ เขาก็จะทำให้ทุกคนสบายกว่านี้และไม่ต้องมาทำงานหนักขนาดนี้
บ้าเอ๊ย กำแพงเดิมก็สูงตั้ง 5 เมตรแล้ว มันจะไปมีซอมบี้ที่ไหนกระโดดได้สูงขนาดนั้น!?
ตอนนี้พวกมันก็แค่ต้องการขูดรีดพวกเราที่ไม่มีเส้นสายไม่ใช่หรือไง!?
สำหรับเรื่องที่กำแพงสูงตั้งขนาดนี้แล้วแต่มันยังไม่ปลอดภัยมากพอ พวกเขาส่วนใหญ่ล้วนไม่ค่อยจะเชื่อ
แม้ว่าจะรู้ว่าข้างนอกมีไวรัสซอมบี้แพร่ระบาด แต่บนอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่พวกเขาก็เห็นแค่ข้อความร้องขอความช่วยเหลือเท่านั้น จะมีก็แค่ส่วนน้อยที่เป็นรูปภาพและวิดีโอที่ถ่ายมาอย่างรีบร้อน
ดังนั้นความชัดของภาพพวกนั้นจึงเข้าขั้นแย่มากและยากที่จะทำให้ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ที่ยังสามารถใช้โทรศัพท์มือถือได้เห็นถึงความน่ากลัวที่แท้จริงของซอมบี้
และผู้รอดชีวิตที่สามารถถ่ายภาพซอมบี้จากระยะใกล้ได้แบบชัดๆ ส่วนใหญ่ก็ตายไปหมดแล้ว
ผู้รอดชีวิตจำนวนไม่น้อยจึงยังคิดว่าซอมบี้เป็นแค่ซากศพเดินได้เท่านั้น
แต่ในความเป็นจริงนั้นหลังจากที่กลายพันธุ์เป็นซอมบี้แล้ว การทำงานของร่างกายมนุษย์ก็จะหยุดลงและถูกควบคุมโดยไวรัสซึ่งจะปลดล็อกขีดจำกัดเดิมของร่างกายมนุษย์ไปโดยสิ้นเชิง
สมองของมนุษย์ที่ปกติแล้วจะควบคุมขีดจำกัดของพละกำลังไม่ให้เกินขอบเขตบางอย่าง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อก็จะไม่มีอีกต่อไป
หลังจากที่กลายพันธุ์เป็นซอมบี้แล้ว ข้อจำกัดเหล่านั้นจะหายไป ซึ่งหมายถึงซอมบี้ทุกตัวจะสามารถใช้พละกำลังทั้งหมดของร่างกายมนุษย์ได้!
เพียงแต่ว่าเนื่องจากร่างกายที่พิการและคุณภาพของร่างกายมนุษย์แต่ละคนไม่ได้สมบูรณ์ขนาดนั้น แม้จะมีพละกำลังไม่เท่ากับผู้ชายโตเต็มวัย แต่นั่นก็ยังน่ากลัวอยู่ดี!
ลองจินตนาการดูว่าซอมบี้หนึ่งตัวสามารถผลักของที่หนักเกือบ 50 กิโลกรัมได้
แม้ว่าข้อต่อของพวกมันจะเกิดการแข็งตัว แต่พวกมันก็ยังมีความเร็วในการวิ่งเทียบเท่ากับผู้ใหญ่
และพวกมันยังมีประสาทสัมผัสการดมกลิ่น การได้ยินที่ไวกว่าคนธรรมดามาก ดังนั้นสำหรับผู้รอดชีวิตที่ไม่มีอาวุธการจะเอาชนะซอมบี้แค่ 1 ตัวก็เป็นเรื่องยากแล้ว!
ยิ่งในวันหมอกศพพวกมันจะน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
ซอมบี้จะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งในทุกๆ ด้าน ผู้รอดชีวิตก็จะทำได้เพียงอาศัยภูมิประเทศในการป้องกันตัวเอง เพราะพวกเขาไม่สามารถต่อสู้ซึ่งๆ หน้ากับมันได้เลย
ดังนั้นยิ่งพวกเขาเห็นเจ้านายของตัวเองจัดการกับซอมบี้ได้อย่างง่ายดายราวกับหั่นผัก พวกเขาเลยคิดว่าซอมบี้นั้นไม่ได้น่ากลัวอะไร
แต่พวกเขานั้นไม่รู้เลยว่าการที่ฉินจิ้นทำแบบนั้นได้เป็นเพราะเขาเคยมีประสบการณ์การจัดการกับพวกมันมาหลายปีแล้ว บวกกับพละกำลังที่วิวัฒนาการขึ้นมาและซอมบี้ที่เพิ่งจะกลายพันธุ์นั้นยังใช้พละกำลังได้ไม่เต็มที่
กลุ่มคนหนุ่มสาวกลุ่มนี้จึงทำงานแบบขอไปทีและเอาแต่บ่นถึงการกระทำบางอย่างของฐานที่พวกเขาไม่ชอบใจ ยิ่งพวกเขาพูดก็เหมือนกับได้เจอพวกเดียวกัน ยิ่งพูดก็ยิ่งมัน
ในตอนนี้เอง หลี่เยียนหญิงสาวที่เคยเป็นแฟนของเสี่ยวโจวก็เข้ามาในวงของพวกเขาด้วย
เพราะตอนนี้เธอต้องการที่จะบ่นออกมามากๆ!
สองสามวันมานี้เธอเห็นแค่ภาพที่น่าสลดใจจากบนอินเทอร์เน็ต เดิมทีเธอก็ยังมีความไม่สบายใจและความเศร้าเล็กน้อยที่ขาดการติดต่อกับญาติของเธอ ซึ่งตอนนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง
แต่เมื่อเธอพบว่าคนอื่นใช้ชีวิตแย่กว่าเธอมากๆ
เธอก็มีความสุขขึ้นมาทันที
ยิ่งเห็นภาพที่น่าสลดใจมากเท่าไหร่ ในใจของเธอก็ยิ่งมีความสุขและภูมิใจมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อคืนเธอจึงอดไม่ได้ที่จะโพสต์เรื่องราวบางอย่างในฐานลงบนโซเชียลของเธอ
เธออยากให้คนอื่นอิจฉาเธอ!
และเธอยังถึงกับแอบถ่ายรูปบางส่วนไปโพสต์ด้วย โดยเฉพาะอาหารมื้อใหญ่ในคืนแห่งการกลายพันธุ์และกำแพงที่สูงและแข็งแกร่งเธอก็ถ่ายไปโพสต์ด้วย!
เธออยากให้คนอื่นรู้ว่าเธออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยขนาดไหน!
ต่อให้ในวันสิ้นโลกเธอก็ยังสามารถกินดีอยู่ดีได้!
เพราะเธอคือเทพธิดาที่คนอื่นเอื้อมไม่ถึง!
และจากการกระทำนี้ก็ทำให้เพื่อนสนิทคนหนึ่งที่เธอไม่ชอบหน้า เพราะอีกฝ่ายนั้นมีบ้านที่รวยกว่าเธอ สวยกว่าเธอและรูปร่างดีกว่าเธอ
บ่อยครั้งที่ผู้ชายที่ตามจีบเธออยู่แล้วไปได้รู้จักกับอีกฝ่ายในภายหลังมักจะทิ้งเธอแล้วไปตามจีบอีกฝ่ายแทน นั่นจึงทำให้เธอแอบโมโหอยู่หลายครั้ง
ตอนนี้แม้ว่าคนๆ นี้จะยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยสบายสักเท่าไหร่ เพราะอีกฝ่ายนั้นขอให้เธอพาคนไปช่วยและทางนั้นก็ยินดีที่จะจ่ายทุกอย่าง
แต่สำหรับอีกฝ่ายนั้นให้ตายยังไงเธอก็ไม่คิดจะช่วยอยู่แล้ว
แม้ว่าเธอจะโกหกไปว่าเธอรู้จักกับผู้นำของฐานนี้และยังสามารถสั่งการคนบางคนได้ แต่นั่นก็เป็นแค่คำพูดที่เธอพูดไปเพราะความอยากอวดของตัวเองเท่านั้น
ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงแสร้งทำเป็นว่าจะพยายามเป่าหูผู้นำของฐานนี้ให้มากขึ้น เพื่อให้เขารีบพาคนไปช่วยเพื่อนสนิทคนนี้
และการทำแบบนั้นก็ทำให้เธอได้รับการประจบประแจงและการเอาใจจากคู่แข่งคนนี้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เธอจึงรู้สึกสบายใจอย่างมากจนลืมแผลพุพองที่เกิดจากการทำงานหนักในตอนกลางวันไปโดยสิ้นเชิง
เมื่อเห็นความอิจฉาและการขอความช่วยเหลือจากสื่อต่างๆ ในใจของเธอก็เหมือนกับได้รับการเติมเต็มจนเธอตื่นเต้น
เธอชอบที่นี่มาก
แต่น่าเสียดายที่พอถึงตอนกลางวัน ความรู้สึกดีๆ ก็หายไปกว่าครึ่ง
อาหารการกินก็ไม่ค่อยจะดีแถมยังต้องทำงานที่เหนื่อยมากๆ อีก เมื่อวานเธอก็ทำงานมาทั้งวันแล้ว แม้ว่าส่วนใหญ่เธอจะแอบอู้งานก็ตาม แต่คนอย่างเธอเคยต้องมาลำบากแบบนี้ที่ไหน?
เท้ากับมือของเธอก็มีแผลพุพองเต็มไปหมดแล้ว
แถมวันนี้ก็ยังต้องทำงานต่ออีก มือที่เธอใช้เงินมากมายในการบำรุงรักษาก็พังหมดพอดีสิ!
แถมวันนี้แดดก็ยังแรงอีก
ใบหน้าที่เธอใช้เงินก้อนโตไปทำศัลยกรรมมาจะไม่ถูกแดดเผาจนคล้ำเลยเหรอ??
แบบนี้เธอจะทนได้ยังไง!?
ถ้าผิวเธอคล้ำแล้วในอนาคตเธอจะไปตกปลาได้ยังไง!?
ต้องหาทางแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้!
ในตอนนี้เองเธอก็บังเอิญเห็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่กำลังบ่นกันอยู่ เธอก็รู้สึกเหมือนได้เจอพวกเดียวกันทันที!
ด้วยใบหน้าที่พอจะมีเสน่ห์และทักษะการพูดที่เธอฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และเธอยังคุ้นเคยกับทักษะการปลอบใจผู้ชายที่คอยมาตามจีบเธออีก
ในไม่ช้าเธอก็สนิทกับหนุ่มๆ สองสามคนในนั้นและร่วมกันวิพากษ์วิจารณ์ความไม่ยุติธรรมของฐาน!
กลุ่มคนเล็กๆ กลุ่มนี้ที่กำลังกระซิบกระซาบกันก็ทำให้หวังหยางและถังจินหมิงสังเกตเห็น วันนี้พวกเขาทั้งสองคนมีหน้าที่ดูแลการทำงานและตรวจสอบความคืบหน้าในการก่อสร้าง
แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะโลกเพิ่งจะเปลี่ยนไป การที่พนักงานออฟฟิศต้องเปลี่ยนมาเป็นกรรมกรก็คงยากที่พวกเขาจะทำใจได้
พวกเขาอาจจะแค่ต้องการเวลาปรับตัว ดังนั้นพวกผู้จัดการอย่างพวกเขาก็เลยไม่ได้กดดันพวกเขามากเกินไป
ถังจินหมิงก็เดินไปเตือนให้พวกเขาพูดน้อยลงและทำงานให้มากขึ้น หลังจากนั้นก็ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก แต่คนกลุ่มนี้กลับยิ่งไม่พอใจมากขึ้น ทำไมพวกมันถึงไม่ต้องทำงานแต่พวกเขาต้องทำ?
แล้วก็พวกผู้จัดการกับเจ้านายของพวกเขาก็น่าจะมีอาหารพิเศษกันใช่ไหม!? พวกมันจะต้องแอบกินอาหารที่ดีกว่านี้ลับหลังพวกเขาแน่ๆ
เพราะถ้าเป็นพวกเขา พวกเขาก็จะทำแบบนั้น
ตอนนี้คนในฐานก็ดูเหมือนจะมีไม่มากนัก ดังนั้นผู้รอดชีวิตแต่ละคนจึงมีค่ามาก เจ้านายของพวกเขาก็คงจะไม่ทำอะไรพวกเขาแน่!
เพราะไม่ว่ายังไงที่นี่ก็ยังต้องการพวกเขาในการป้องกันซอมบี้และทำการก่อสร้างสิ่งต่างๆ ในอนาคต!
ถ้าต่อต้านไม่สำเร็จ อย่างแย่ที่สุดพวกเขาก็แค่ต้องกลับมาทำงานก่อสร้างเหมือนเดิมไม่ใช่เหรอ!?
และอีกอย่างที่โบราณว่าไว้กฎหมายไม่เอาผิดคนหมู่มาก ถ้าพวกเขารวบรวมคนได้มากพอ ต่อให้ไม่สำเร็จ พวกเขาก็ไม่น่าจะต้องรับโทษอะไรถูกไหม?
กลุ่มคนกลุ่มนี้ก็ทั้งทำงานและกระซิบกระซาบวางแผนกันตลอดทั้งเช้า
พวกเขารู้มาว่าวันนี้เจ้านายของพวกเขาได้พากลุ่มที่เรียกว่าทีมต่อสู้ออกไปหาเสบียงแล้ว!
เพราะตอนเช้ามีคนเห็นพวกเขาเข้าแถวแล้วขับรถออกไป
แม้ว่าจะไม่รู้ว่าพวกเขาไปที่ไหน แต่ดูแล้วไม่น่าจะกลับมาเร็วๆ นี้แน่ ดังนั้นนี่ก็ควรเป็นโอกาสที่ดีไม่ใช่เหรอ?
ในไม่ช้าแผนการหนึ่งก็ก่อตัวขึ้นผ่านการกระซิบกระซาบของพวกเขา
แต่พวกเขานั้นไม่รู้เลยว่าแผนการนี้จะนำผลลัพธ์อะไรมาให้พวกเขา