- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 19 : เป้าหมายต่อไป
ตอนที่ 19 : เป้าหมายต่อไป
ตอนที่ 19 : เป้าหมายต่อไป
ตอนที่ 19 : เป้าหมายต่อไป
ทีมของฉินจิ้นที่ชั้นสาม
ในที่สุดพวกเขาก็พบปืนและอาวุธต่างๆ ที่เป็นเป้าหมายแล้ว
พวกเขาเก็บพวกมันอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากกระสุนและอาวุธต่างๆ รวมกันแล้วมีจำนวนไม่น้อยเลย ทีมของพวกเขาจึงไม่สามารถขนย้ายมันได้หมดในเวลาอันสั้น
ฉินจิ้นจึงต้องใช้วิทยุสื่อสารเรียกทีมอีกสองทีมให้ขึ้นมาช่วย
ทุกคนเมื่อเห็นอาวุธต่างๆ ก็เลือดร้อนขึ้นมาทันที เพราะสิ่งเหล่านี้คือหลักประกันความอยู่รอดในอนาคตของพวกเขา!
ทุกคนก็เหมือนกับถูกฉีดเลือดไก่ พวกเขาไม่ปล่อยอะไรทิ้งไว้แม้แต่อย่างเดียว!
แม้แต่เอกสารที่เป็นแค่กระดาษพวกเขาก็ยังเก็บกลับไปด้วย เผื่อว่าในอนาคตข้อมูลเหล่านี้จะสามารถใช้อ้างอิงในการใช้งานหรือซ่อมแซมปืนได้?
ของพวกนี้พลาดไม่ได้ ขนไปก่อนแล้วค่อยว่ากันดีกว่า
ในขณะที่สมาชิกทีมกำลังขนของอยู่ หลี่ปั๋วเหวินก็เดินมาหาฉินจิ้น
และบอกว่ามีเรื่องบางอย่างอยากจะปรึกษา หลังจากนั้นเขาก็เริ่มอธิบายว่า “ประธานฉินครับ พวกเราพบผู้รอดชีวิตคนหนึ่งในห้องขัง เราจะจัดการยังไงดีครับ?”
ฉินจิ้นก็สงสัยขึ้นมาทันที เพราะคนทั้งสถานีตำรวจกลายพันธุ์ไปหมดแล้ว แต่กลับยังมีคนรอดชีวิตมาได้ อีกฝ่ายดูเหมือนจะโชคดีทีเดียว
เนื่องจากเขาอารมณ์เพราะได้อาวุธมาไม่น้อย ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไปดูผู้รอดชีวิตคนนี้สักหน่อย
ภายใต้การนำทางของหลี่ปั๋วเหวิน พวกเขาก็มาถึงห้องขังชั่วคราวอย่างรวดเร็ว
ที่นี่มีห้องขังชั่วคราวอยู่ไม่น้อยและเมื่อเข้ามาพวกเขาก็พบเกาเฉียงที่กำลังตื่นเต้นอยู่ข้างใน!
“ผมขอร้องล่ะ ช่วยผมด้วยเถอะ ผมแค่อยากจะออกไปจากที่นี่ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆ ผมแค่ทะเลาะกับคนแล้วก็ถูกจับเข้ามา ผมเป็นแค่คนขายปลา ช่วยผมด้วยเถอะ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตายอยู่แล้ว!”
เกาเฉียงเมื่อเห็นว่ามีคนมาอีกครั้ง ก็อดไม่ได้ที่จะร้องขอความช่วยเหลือออกไป
ตั้งแต่ที่เขาถูกเสียงเพลงปลุกให้ตื่นขึ้นและซอมบี้ถูกล่อออกไป ผ่านไปสักพักก็มีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาในสถานีตำรวจจริงๆ
แต่คนกลุ่มนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจเขาเท่าไหร่ พวกเขาไม่ได้มีความคิดที่จะช่วยเขาออกไปเลย หลังจากที่ค้นหาของรอบๆ แล้ว ก็ถามคำถามเขาอย่างง่ายๆ แล้วก็เดินจากไปเลย!?
เดินจากไปทั้งๆ แบบนั้น!?
ไอ้บ้าเอ๊ย เดินจากไปแบบนี้เลยเนี่ยนะ!?
ทิ้งเขาไว้ในที่นรกแบบนี้เนี่ยนะ?!
เขารู้สึกราวกับตัวเองกำลังจะบ้าตาย
เป็นเพราะเมื่อครู่เขาตอบไม่ดีพอและทำให้พวกเขาคิดว่าเขาไม่ใช่คนดีก็เลยไม่ช่วยงั้นเหรอ?
พวกคุณเอาเงินภาษีของประชาชนไปแล้วทำงานแบบนี้กันงั้นเหรอ!?
เขาจะร้องเรียน!
แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเขาจะมีโอกาสนั้นไหม แต่เขาก็รู้สึกเพียงแค่ว่าเขานั้นเหนื่อยและเสียใจมาก
ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า จิตใจก็รู้สึกเหนื่อยกับโลกใบนี้
ทำไมทุกคนถึงจ้องเล่นงานเขา!
วันนั้นทำไมเขาไม่ยอมจ่ายค่าคุ้มครองให้เจ้าหน้าที่ตลาดไป ทำไมเขาถึงได้ชกออกไปแบบนั้น เขาก็แค่อยากจะหาเงินเพิ่มให้น้องของเขาได้เรียนหนังสือ!!
ไอ้สารเลว!!
แต่ในขณะที่เขากำลังเสียใจกับชีวิตของตัวเอง สติที่เลือนลางจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าอีกครั้ง พวกเขากลับมาแล้ว!!
ครั้งนี้เขาจะต้องประจบประแจงให้ดี ต้องแสดงออกให้ดี เพื่อที่เขาจะได้ออกไป
ตอนนี้เขาทั้งหิวทั้งกระหายน้ำมาก แถมเขายังเป็นห่วงน้องๆ ที่อยู่ข้างนอกอีก ไม่รู้ว่าพวกเขาปลอดภัยดีหรือไม่!
เขาพูดออกมาด้วยน้ำมูกและน้ำตาว่า
“ผมชื่อเกาเฉียงเป็นเจ้าของแผงปลาหมายเลข 4 ในตลาดสดของเมืองเหมินถัง ผมเติบโตขึ้นที่นี่ตั้งแต่ จริงๆ ผมก็แค่คนเลี้ยงปลาขายที่ตลาดสดเมืองเหมินถังคนหนึ่งเท่านั้น ขอร้องล่ะพวกคุณช่วยผมด้วยเถอะ ผมไม่ใช่คนเลวอะไรจริงๆ”
อ้อ? เป็นคนเมืองเหมินถังงั้นเหรอ ฉินจิ้นได้ยินแล้วก็เริ่มสนใจขึ้นมาเล็กน้อย
เขาถามเกาเฉียงว่า “แล้วทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่? สองวันนี้ไม่มีคนอื่นเข้ามาเลยเหรอ? แล้วถ้าฉันช่วยนายออกมาฉันจะได้อะไร?”
เขาโยนคำถามสามข้อออกไปทันที
เกาเฉียงก็ตะลึงไปเล็กน้อย
เขาไม่คาดคิดว่าคนที่จะเข้ามาคุยกับเขาในครั้งนี้จะเป็นแค่ชายหนุ่มที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เมื่อเห็นหลี่ปั๋วเหวินที่นำทางเข้ามาเมื่อครู่ยืนอยู่ข้างหลังฉินจิ้นอย่างเงียบๆ เขาก็พอจะเดาได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้คือหัวหน้าของพวกเขา
สมองของเขาก็ใช้พลังงานส่วนสุดท้ายที่ยังคงเหลืออยู่อย่างรวดเร็ว เขารีบเรียบเรียงคำพูดเพราะกลัวว่ามันจะช้าไป
“ผมถูกเจ้าหน้าที่ในตลาดรังแก ตอนนั้นผมทนไม่ไหวก็เลยชกเขาไปหนึ่งหมัดแล้วถูกจับเข้ามา สองวันมานี้ไม่มีคนอื่นเข้ามาเลยครับ เท่าที่ผมรู้คนในนี้ยกเว้นผมถ้าไม่กลายพันธุ์เป็นสัตว์ประหลาดก็ถูกกินไปหมดแล้ว ส่วนคำถามสุดท้าย ขอแค่คุณช่วยผมออกไป ในอนาคตชีวิตของผมก็จะเป็นของคุณ! ผมสามารถทำทุกอย่างให้คุณได้! ขอแค่อย่าทำร้ายน้องๆ ของผมก็พอครับ!”
ฉินจิ้นหัวเราะในใจ เขารู้สึกว่าคนๆ นี้ค่อนข้างจะซื่อตรงและไม่รู้ว่าเขาโง่หรือฉลาดกันแน่ ที่สุดท้ายเขากลับเปิดเผยจุดอ่อนของตัวเองออกมาแบบนี้
เขาคิดอย่างรวดเร็วในใจ สระน้ำในฐานในอนาคตก็ต้องเลี้ยงปลาอยู่แล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะเจอคนที่มารับหน้าที่นี้ได้พอดี?
เมื่อเห็นว่าเขาไม่พูดอะไรอีกและดูเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ หัวใจของเกาเฉียงก็แทบจะบีบเข้าหากัน
เขารู้ดีว่าถ้าเขาพลาดโอกาสนี้ไป เขาก็อาจจะทนรอการมาถึงของการช่วยเหลือครั้งต่อไปไม่ไหวแน่ เพราะเขาไม่ได้ดื่มน้ำหรือกินอาหารมาสามวันแล้ว แม้แต่ปัสสาวะก็ยังไม่มีออกมาเลย ร่างกายของเขาก็บอกกับเขาว่ามันใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว
ฉินจิ้นไม่ได้คิดนาน ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นเขาก็เดินไปที่ประตูของรั้วเหล็กคนเดียวและแสดงทักษะการสะเดาะกุญแจของเขาออกมา
เกาเฉียงที่เห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ตอบสนองก็ใกล้จะสิ้นหวังอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นเขาก็เห็นชายหนุ่มคนนี้เดินมาข้างหน้า และงัดแงะกุญแจประตูอยู่สักพัก
แกร๊ก
กรงเหล็กที่ก่อนหน้านี้ทำให้เขาทั้งรักทั้งเกลียดในที่สุดก็ถูกเปิดออก
เกาเฉียงล้มลงกับพื้น น้ำตาก็ไหลไม่หยุด น้ำมูกก็แทบจะพ่นไปถึงรองเท้าของฉินจิ้น
ฉินจิ้นก็หลบอย่างรังเกียจและเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่มีแรงเดินเอง เขาก็ได้แต่สั่งให้หลี่ปั๋วเหวินพยุงเกาเฉียงขึ้นมา แล้วพากลับไปขบวนรถ
การขนย้ายใกล้จะสิ้นสุดแล้ว
คนสิบกว่าคนก็ช่วยกันขนคนละสองรอบ ถึงจะขนอาวุธทั้งหมดรวมถึงของที่อาจจะต้องใช้ลงมาที่รถบรรทุกหนักที่จอดอยู่ที่ประตูใหญ่ชั้นล่างได้สำเร็จ
ในระหว่างนี้ ฉินจิ้นก็ได้แจกจ่ายปืนพกให้กับพวกหัวหน้าทีมอย่างหลี่ปั๋วเหวินก่อน
แล้วเขาก็พูดกับลูกน้องคนอื่นๆ ว่า
“ภารกิจแรกของพวกเราค่อนข้างจะราบรื่น พวกเราได้อาวุธมาไม่น้อย แต่ตอนนี้ฉันจะให้แค่หัวหน้าทีมของพวกนายได้ใช้ก่อนเพราะพวกเขาเดิมทีก็เคยเป็นทหารมาแล้ว พวกเขาเลยใช้ปืนเป็น ส่วนคนที่ยังไม่เคยใช้ฉันขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบจะดีกว่าเพราะของพวกนี้ต้องใช้ทักษะ คนที่ไม่เคยใช้อาจจะพลาดทำร้ายตัวเองหรือพวกเดียวกันได้ง่าย แต่วางใจได้ รอให้กลับไปที่ฐานก่อนแล้วฉันจะหาคนมาฝึกพวกนายใช้เอง ในอนาคตพวกนายทุกคนจะต้องได้ใช้มันแน่!”
สมาชิกทีมที่ไม่ได้รับปืนก็แสดงความเข้าใจ คนปกติทั่วไปพอจับปืนครั้งแรกก็ย่อมกลัวอยู่แล้ว
ดังนั้นการให้คนที่ไม่เคยใช้ปืนมาถือปืนจึงอันตรายมาก ยิงไม่ถูกไม่ว่า แต่ถ้ายิงโดนตัวเองหรือพวกเดียวกันก็คงจะขำไม่ออกแน่
หัวหน้าทีมที่ได้ปืนแล้วก็ลูบคลำและสำรวจมันอย่างรักใคร่
ของสิ่งนี้เป็นของเล่นที่ผู้ชายทุกคนชื่นชอบและไม่มีใครรังเกียจ
ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในกองทัพพวกเขามีโอกาสสัมผัสมันแค่ครั้งคราวเท่านั้น
ส่วนหน้าไม้เดิมของพวกเขาก็ถูกส่งต่อให้ลูกน้องภายใต้การอนุญาตของฉินจิ้น
หน้าไม้เมื่อเทียบกับปืนแล้ว ความยากในการใช้งานนั้นต่ำกว่าหลายระดับ ขอแค่ระวังจุดสำคัญสองสามจุดก็พอ ดังนั้นแม้คนที่เพิ่งจะจับมันครั้งแรกก็สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย
แม้ว่าจะไม่ได้แม่นยำมาก แต่หากฝึกบ่อยๆ ก็จะพอชดเชยได้
ในชั่วพริบตา พลังของทีมต่อสู้ของฐานลวี่หยวนก็ได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมาก!
ฉินจิ้นเองก็เหน็บปืนพกใหม่เอี่ยมไว้ที่เอวของเขาและที่หน้าอกของเขาก็แขวนปืนกลไว้หนึ่งกระบอก เมื่อชาติก่อนเขาเองก็เคยโชคดีได้มันมา
แต่หลังจากที่กระสุนหมดมันก็เป็นได้เพียงแท่งเหล็กไร้ประโยชน์เท่านั้น
ฝีมือการยิงปืนของเขาจะว่าแม่นก็ไม่แม่น ทำได้เพียงอยู่ในระดับธรรมดาเท่านั้น
แต่เขาก็เชื่อว่ารอให้ในอนาคตเขามีโอกาสยิงมากขึ้น เขาก็จะสามารถยกระดับความแม่นยำขึ้นไปได้อย่างแน่นอน
ในไม่ช้าพวกเขาก็จัดการกับเสบียงของที่นี่เสร็จ ขบวนรถก็ไปเรียงแถวรออยู่บนถนนอีกครั้ง
ในช่วงเวลานี้พวกเขาก็ได้จัดให้เกาเฉียงไปอยู่ในรถคันหนึ่ง ให้เขาได้กินน้ำและอาหารบางส่วน หลังจากที่กินเสร็จก็ปล่อยให้พักผ่อนไปก่อน
ร่างกายที่ไม่ได้รับอะไรเลยมาเป็นเวลานานไม่สามารถฟื้นตัวได้ในทันทีอยู่แล้ว ดังนั้นมันจึงต้องใช้เวลาบ้าง
ฉินจิ้นก็ได้พูดคุยกับจงอวี่แล้ว ตอนนี้พวกเขายังคงต้อนซอมบี้อยู่ห่างจากสถานีตำรวจไป 2 กิโลเมตร
เขาสั่งให้พวกเขาหาตำแหน่งที่เหมาะสมปิดลูกบอลส่งเสียงแล้วเก็บโดรนเพื่อกลับมารวมตัวกับขบวนรถทันที
ซอมบี้เมื่อสูญเสียเป้าหมายไป พวกมันส่วนใหญ่ก็หยุดคลั่งและค่อยๆ เดินเตร่ไปเรื่อยอีกครั้งก่อนจะเดินไปยังที่ร่มใกล้ๆ
เพื่อรอเวลากลางคืนมาถึงก่อนจะออกไปหาอาหารอีกครั้ง
จงอวี่และพวกก็กลับมาพร้อมกับโดรนอย่างรวดเร็ว เมื่อรู้ว่าเป้าหมายของพวกเขาบรรลุแล้ว เขาก็ดีใจกันมาก
ขบวนรถออกเดินทางจากฐานตอน 6 โมงครึ่ง
พวกเขาใช้เวลาเพียง 40 นาทีก็มาถึงสถานีตำรวจแห่งนี้ เมื่อรวมกับเวลาค้นหาและขนย้ายของอีก 30 นาที ดังนั้นตอนนี้จึงเป็นเวลาเพียง 8 โมงกว่าเท่านั้น
เดิมทีฉินจิ้นก็ไม่ได้วางแผนจะมาแค่ที่เดียวอยู่แล้ว ดังนั้นขบวนรถจึงสตาร์ทเครื่องและมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายต่อไปทันที
เป้าหมายของเขาก็คือสถานีตำรวจอื่นๆ ในรัศมี 100 กิโลเมตรรอบๆ ฐาน!!
ไม่จำเป็นว่าจะต้องไปให้หมดในวันนี้ แต่พวกเขาจะต้องกวาดล้างที่ที่อยู่ใกล้ก่อน!
อย่างน้อยในช่วงเริ่มต้นของวันสิ้นโลกในขณะที่ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวและปืนก็ยังไม่ถูกทำลายหรือถูกเก็บไปก่อน พวกเขาก็ควรชิงมาครอบครองให้ได้มากที่สุดก่อน
ในอนาคตเมื่อระบบอุตสาหกรรมล่มสลาย สิ่งเหล่านี้ก็จะถูกจัดเป็นของที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้อีกแล้ว
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะค้างคืนข้างนอก เพราะข้างนอกนั้นอันตรายเกินไป แค่ไม่ระวังเพียงเล็กน้อยก็อาจจะเสียคนหรือแม้แต่ถูกกวาดล้างได้เลย
ดังนั้นทุกวันที่ออกมาพวกเขาจึงต้องกำหนดเวลาตามแผน เพื่อไปกลับให้ได้ในวันเดียว
ทุกบ่ายพวกเขาก็ดูระยะทางจากฐานและวางแผนเวลาให้ดี รวมถึงต้องเริ่มเดินทางกลับฐานตั้งแต่ช่วง 3 ถึง 4 โมงเย็น เพื่อให้กลับถึงฐานก่อนฟ้ามืด
ตอนนี้เป็นเวลาแค่แปดโมงกว่า แน่นอนว่าพวกเขายังต้องมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายต่อไป
ไม่มีใครรังเกียจที่มีปืนและกระสุนมากเกินไป
ขบวนรถก็ยังคงนำโดยรถคันหน้าของฉินจิ้นและมุ่งหน้าไปยังอีกที่หนึ่งที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร นั่นคือสถานีตำรวจของเมืองกว่างหยวนอีกแห่งหนึ่ง
มันตั้งอยู่ที่ชานเมืองของเมืองกว่างหยวน เขาถึงได้มีความคิดที่จะไปที่นี่
เพราถ้าหากอยู่ในตัวเมือง แน่นอนว่าเขาไม่กล้าเข้าไปแน่ เพราะนั่นไม่ต่างจากการไปตาย
แต่สำหรับที่นี่ขอแค่ระวังหน่อย เขาก็คิดว่ามันยังพอมีหวังที่จะยึดสถานีตำรวจแห่งนี้ได้
แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็แค่เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ เพราะยังไงซะตอนนี้ก็ยังเช้าอยู่
หน่วยงานตำรวจของประเทศจีนแบ่งออกเป็นหลายระดับ ระดับต่ำสุดคือสถานีตำรวจ ที่นั่นอาจจะมีปืนอยู่บ้าง แต่จำนวนและปริมาณกระสุนก็ไม่ต้องพูดเลยเพราะมันต้องต่ำกว่าระดับอำเภอมาก
เมื่อครู่ทีมต่อสู้ได้ไปที่สถานีตำรวจระดับอำเภอแห่งหนึ่งมาแล้ว และผลตอบรับก็ไม่เลวเลย
ระดับที่สูงกว่าก็คือระดับเมือง ไม่ต้องถามก็รู้ว่าข้างในนั้นมีอาวุธที่มากกว่าและดีกว่า
ตัวอย่างเช่นสถานีตำรวจของเมืองกว่างหยวน
แต่นั่นก็หมายความว่ารอบๆ อาจจะมีซอมบี้ไม่น้อยและมีความอันตรายอยู่บ้าง
ส่วนระดับสูงสุดอย่างกรมตำรวจเขายังไม่พิจารณาในตอนนี้
เพราะนั่นคือหน่วยงานระดับมณฑล แน่นอนว่ามันจะต้องตั้งอยู่ในเมืองที่มีประชากรมากที่สุด ดังนั้นถ้าจะอธิบายว่ามันเป็นถ้ำเสือก็ไม่ผิดเลย
การจะเข้าไปหาของในสถานที่แบบนั้นควรเลิกคิดไปได้เลย เพราะนั่นหมายถึงการเผชิญหน้ากับซอมบี้นับล้าน ยุทธวิธีหลายอย่างที่พวกเขามีก็จะสูญเสียประสิทธิภาพไปทันทีเมื่ออยู่ต่อหน้าซอมบี้ในปริมาณระดับนั้น
ส่วนฐานทัพ แน่นอนว่าที่นั่นต้องมีอาวุธมากกว่า
แต่สถานที่เหล่านั้นล้วนเป็นความลัยและเขาก็ยังไม่กล้าที่จะไปคิดถึงสถานที่เหล่านั้น เหตุผลหนึ่งคือระยะทางนั้นไกลเกินไป อีกอย่างคือตอนนี้อาจจะยังมีคนของรัฐบาลเหลือรอดอยู่มาก
วันสิ้นโลกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ผู้รอดชีวิตจึงยังมีอยู่มาก ดังนั้นถ้าสามารถหลีกเลี่ยงการปะทะได้ก็ควรจะหลีกเลี่ยง
ดังนั้นเขาจึงคิดว่าตอนนี้เป้าหมายที่ดีที่สุดก็คือสถานีตำรวจรอบๆ ก่อน
รอให้ในอนาคตมีโอกาสค่อยไปสำรวจก็ยังไม่สาย