- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 18 : ได้มาแล้ว!
ตอนที่ 18 : ได้มาแล้ว!
ตอนที่ 18 : ได้มาแล้ว!
ตอนที่ 18 : ได้มาแล้ว!
มุมมองกลับมาที่ฝั่งของฉินจิ้น
ที่ชั้น 3 ของสถานีตำรวจ
ฉินจิ้นนำทีมย่องเข้าไปอย่างระมัดระวังและโชคดีที่พวกเขาไม่ได้เจออันตรายอะไร
หลังจากที่ผ่านการล้างบาปจากวันหมอกมาถึง 2 วันติดต่อกัน ก็เห็นได้ชัดว่าที่นี่ไม่มีผู้รอดชีวิตเหลืออยู่เลย
ซอมบี้ก็ดูเหมือนจะถูกดึงดูดออกไปหมดแล้ว ตลอดทางพวกเขาจึงไม่ได้เจอซอมบี้เลยและมาถึงชั้น 3 ของสถานีตำรวจได้อย่างราบรื่น
ตามข้อมูลที่เขารวบรวมมาก่อนที่วันสิ้นโลกจะมาถึง สถานีตำรวจทั่วไปนั้นมักจะเก็บปืนและกระสุนไว้ที่ชั้นสูงๆ
ส่วนชั้นล่างๆ โดยทั่วไปแล้วจะใช้สำหรับขังผู้ต้องหาและต้อนรับประชาชน ชั้นสองจะเป็นห้องทำงานและห้องประชุม
แน่นอนว่านี่เป็นแค่สถานีตำรวจขนาดเล็ก
สำหรับสถานีตำรวจขนาดใหญ่บางแห่งก็อาจจะมีสนามยิงปืน เรือนจำขนาดเล็กและสนามฝึกด้วย
และสำหรับเป้าหมายแรกที่เขามาในวันนี้ ก็อยู่ในแผนของเขาอยู่แล้ว เพราะเขาได้มาสำรวจที่นี่ตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลกแล้ว
สำหรับเขาเรื่องนี้มันปกติมาก!
เพราะถึงยังไงเขาก็กลับมาเกิดใหม่แล้ว การจะวางแผนเรื่องเหล่านี้ไว้ก็ควรจะปกติไม่ใช่เหรอ?
ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าเมื่อวันสิ้นโลกมาถึงเขาจะต้องออกมาหาปืน ดังนั้นการมองหาสถานที่ที่มีปืนล่วงหน้าก็เป็นสิ่งที่ต้องทำถูกไหม!?
เขาจำได้ว่าตอนที่เขาเข้ามาในสถานีตำรวจแห่งนี้ เจ้าหน้าที่เฝ้าประตูนั้นก็ใจดีกับเขามากและเจ้าหน้าที่รับเรื่องก็กระตือรือร้นมากเช่นกัน
ตอนนั้นแม้ว่าเขาจะไม่ได้เห็นคลังเก็บปืนและกระสุน แต่ด้วยการจำลองจากแบบของอาคารและเงินเปิดทางในการขอคำปรึกษาผ่านอินเทอร์เน็ต ก็ทำให้เขาพอจะได้ข้อมูลว่าคลังอาวุธนั้นน่าจะอยู่ที่ไหน!
เมื่อมาถึงชั้นสาม พวกเขาก็พบทางเดินยาวๆ
เมื่อมองไปรอบๆ ก็มีห้องอยู่มากมายและประตูส่วนใหญ่ก็เปิดอยู่ จะมีเพียงแค่ส่วนน้อยที่ปิดอยู่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันถูกล็อกไว้หรือไม่
สมาชิกทีมต่อสู้ก็ตามฉินจิ้นไปข้างหน้าอย่างช้าๆ และตรวจสอบห้องทีละห้องอย่างระมัดระวัง
มองเพียงพริบตาเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าใช่หรือไม่ใช่ ถ้าไม่ใช่เป้าหมายพวกเขาก็จะข้ามไปห้องถัดไปทันที
หลังจากเดินไปกว่าครึ่งโถงทางเดิน พวกเขาก็ยังคงไม่พบเป้าหมาย
หลังจากนั้นพวกเขาก็พบประตูบานหนึ่งที่ถูกล็อกอยู่ ฉินจิ้นจึงถีบเปิดประตูก่อนจะพบว่ามันเป็นแค่ห้องเปล่าที่ไม่มีใครใช้เฉยๆ
ทันใดนั้นทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลเล็กน้อย ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นของพวกเขาจะไม่ค่อยราบรื่นสักเท่าไหร่
ทันใดนั้น สายตาของฉินจิ้นก็ถูกดึงดูดไปที่ห้องๆ หนึ่งที่พวกเขาเพิ่งจะเดินมาถึง
ภายในห้องนั้นรกไปหมดและยังเต็มไปด้วยคราบเลือดกับเอกสารที่กระจายไปทั่วทั้งห้อง
บนพื้นก็ยังมีคราบเลือดกองใหญ่อยู่ ดูเหมือนว่าจะเคยมีคนเลือดไหลจนหมดตัวอยู่ในนี้
หลังจากนั้นสายตาของฉินจิ้นก็จับจ้องไปที่กองเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งที่มุมหนึ่งของคราบเลือด หลังจากที่ยืนยันแล้วว่าในห้องไม่มีอันตรายอะไร เขาก็เดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว
เขาใช้หน้าไม้เขี่ยเสื้อผ้าขึ้นมา ก่อนจะพบปืนพกที่ถูกเสื้อผ้าปิดเอาไว้!!
เมื่อครู่ก่อนที่จะเข้ามาเขาก็ได้เห็นส่วนที่น่าสงสัยว่าจะเป็นด้ามปืนแล้ว!
ในที่สุดก็เจอหนึ่งกระบอกแล้ว!
ฉินจิ้นไม่รังเกียจที่ปืนพกเปื้อนเลือด เขาหยิบเสื้อผ้าบนพื้นขึ้นมาและเช็ดปืนพกอย่างง่ายๆ ด้วยส่วนที่ยังสะอาด หลังจากนั้นเขาก็ยืนยันว่ามันเป็นปืนรุ่น Type 64 ที่มีใช้กันทั่วไปและข้างในก็ยังมีกระสุนอีก 3 นัด!
มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับคิ้วที่คลายออก
ในที่สุดก็ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว
เจ้าของปืนกระบอกนี้อาจจะใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตต่อสู้กับซอมบี้จนถึงที่สุด เพียงแต่ก่อนที่เขาจะยิงกระสุนออกไปจนหมดนั้นเขาก็ได้ล้มลงไปซะก่อนและไม่มีโอกาสได้ยิงออกไปอีก
เขาสั่งให้ทีมช่วยกันค้นหาในห้องต่อทันที
หลังจากนั้นพวกเขาก็พบแม็กกาซีนอีกอันหนึ่งใต้โต๊ะและข้างในนั้นก็ยังมีกระสุนอีก 7 นัด!
เขาเหน็บปืนไว้ที่เอวอย่างไม่เกรงใจแล้วเดินออกจากห้องเพื่อทำการค้นหาที่อื่นต่อทันที
สมาชิกในทีมก็ไม่มีใครพูดอะไร การที่เจ้านายของพวกเขาจะยึดปืนที่หาเจอไปใช้ก่อน มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ
......
ทีมของหลี่ปั๋วเหวินที่กำลังค้นหาอยู่ที่ชั้น 1
ห้องที่ชั้น 1 นั้นค่อนข้างจะมีน้อยกว่า
นอกจากห้องโถงต้อนรับแล้ว ด้านหลังก็มีโรงอาหารและห้องขังชั่วคราวสำหรับผู้ต้องสงสัย
โชคดีที่ตอนที่ทีมของหลี่ปั๋วเหวินเข้าไปค้นหาในห้องสอบสวนห้องหนึ่ง พวกเขาก็ได้พบปืนพกของผู้เสียชีวิตแบบเดียวกับที่ฉินจิ้นพบ
เมื่อรวมกับแม็กกาซีนสำรองพวกเขาก็พบกระสุนถึง 17 นัด!
แน่นอนว่ามันก็ถูกหลี่ปั๋วเหวินเก็บไปใช้ก่อน
ยังไงซะเขาเองก็เคยเป็นทหารมาก่อน ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับปืนอยู่แล้ว ขอเพียงหยิบขึ้นมาก็สามารถใช้งานได้ทันที
เพียงแต่ถ้าไม่จำเป็นก็พยายามอย่าใช้ปืนจะดีกว่า เพราะเสียงของมันดังเกินไป ถ้าดึงดูดซอมบี้เข้ามามันก็จะแย่เอาได้
พูดถึงหลี่ปั๋วเหวิน
เขาไม่ได้มีความคิดที่จะนำคนออกไปตั้งตัวเป็นอิสระหรือหาโอกาสฆ่าฉินจิ้นแล้วตั้งตัวเป็นใหญ่หลังจากที่ได้ปืนพกมาเลย
ไม่ใช่เพราะว่าเขาโง่ แต่ตรงกันข้ามเขากลับรู้จักตัวเองดี
เขารู้ดีว่าฉินจิ้นกำลังพยายามสร้างอำนาจในการควบคุมฐาน เพราะฉินจิ้นนั้นได้จัดให้ญาติใกล้ชิดของตัวเองอยู่ในฐานและพาคนอย่างพวกเขาออกมาเสี่ยงชีวิตให้เขา
แต่เขาก็คิดว่านี่เป็นเรื่องปกติ
ตั้งแต่เมื่อสองสามเดือนก่อนที่ฉินจิ้นติดต่อมาหาพวกเขาและให้งานพวกเขาทำ พวกเขาก็ได้มีการแบ่งแยกความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องแล้ว
ความสัมพันธ์ของเพื่อนทหารในอดีตแม้จะยังคงอยู่ แต่ก็ไม่ได้บริสุทธิ์อีกต่อไป
เขาเองก็เคยคุยกับจางเถียนไค่ เฉินจวินฉือและหลิวเหวินฮ่าวเป็นการส่วนตัวแล้ว ทุกคนต่างก็คิดว่าฉินจิ้นนั้นกำลังพยายามทำเรื่องใหญ่โตอะไรบางอย่าง
และสองสามเดือนมานี้ความรู้สึกที่ฉินจิ้นให้กับคนอื่นก็คือ เขาเด็ดขาดและรวดเร็ว เรื่องที่เขาสั่งลงไปก็ต้องจัดการให้ดี
และยังมีกลิ่นอายของความโหดเหี้ยมที่มักจะปรากฏออกมาเป็นครั้งคราว พวกเขาไม่แน่ใจว่านั่นเรียกว่ากลิ่นอายของความโหดเหี้ยมได้หรือไม่ แต่มันก็ทำให้คนที่สัมผัสมันได้รู้สึกขนลุกและหวาดกลัว
บางครั้งสายตาที่เย็นชาของฉินจิ้นนั้นก็มองคนอื่นราวกับมองศพ แต่พวกเขาก็คิดว่านั่นคือบารมีของผู้มีอำนาจ
พวกเขาทุกคนต่างก็คิดว่าในอนาคตขอแค่ประธานฉินของพวกเขาไม่ทำอะไรผิดกฎหมายแล้วถูกจับ ในไม่ช้าก็เร็วอีกฝ่ายก็จะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าเพื่อนทหารในอดีตของพวกเขาเคยผ่านอะไรมาบ้างถึงได้กลายเป็นแบบนี้ แถมยังหาเงินได้ตั้งมากมายจนเอามาเปิดบริษัทตั้งโรงงานได้
แต่การที่อีกฝ่ายมาหาพวกเขาและให้งานที่ดีกับพวกเขาก็เป็นสิ่งที่หลอกลวงไม่ได้
ในเมื่อได้ทำงานอยู่ข้างๆ ผู้ที่แข็งแกร่งแบบนี้ พวกเขาจะไม่ยินดีได้อย่างไร
พวกเขาเคยเดาว่าหลังจากปลดประจำการในตอนนั้นฉินจิ้นอาจจะไม่ได้ออกจากกองทัพโดยสมบูรณ์ แต่เขาได้ไปเข้าร่วมกับหน่วยรบพิเศษลึกลับ
และได้ไปต่อสู้ในพื้นที่สงครามในต่างประเทศมานานหลายปีจนกลายเป็นราชาทหาร หลังจากนั้นเขาก็ถึงได้ปลดประจำการกลับมาใช้ชีวิตอย่างสันโดษในเมืองเพราะเหตุผลต่างๆ
จินตนาการของพวกเขานั้นค่อนข้างจะเรียกได้ว่าสุดยอด
ถ้าฉินจิ้นรู้ก็คงจะต้องยกนิ้วให้พวกเขาเลยทีเดียว
ผลก็คือในไม่ช้าวันสิ้นโลกก็มาถึง การกลายพันธุ์ของซอมบี้ก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในคืนนั้น ประธานฉินก็ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการและการควบคุมที่แตกต่างจากคนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
และในภายหลังเขาก็ได้บริหารจัดการทั้งฐานอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย จนทุกคนต่างก็มีหน้าที่ใหม่เป็นของตัวเองและพาทุกคนมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายใหม่นั่นก็คือ การมีชีวิตรอดในยุคใหม่นี้
ความรู้สึกนั้นมันราวกับว่าเขาเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำในยุคแบบนี้โดยเฉพาะ
หลี่ปั๋วเหวินเคยลองถามตัวเองว่าถ้าหากให้เขาเป็นคนที่ต้องทำแบบฉินจิ้น เขาก็คาดว่าตัวเองจะทำได้ไม่ถึง 1 ใน 10 ของที่ฉินจิ้นทำด้วยซ้ำ!
ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่คิดแบบนี้เพราะคนอื่นๆ ในทีมต่อสู้หลายคนก็คิดเหมือนกัน
พวกเขาลองจินตนาการว่าสถานการณ์ของผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ข้างนอกจะเป็นอย่างไรและพวกเขาก็ลองเปลี่ยนมุมมองคิดดูว่าถ้าพวกเขาอยู่ข้างนอกบ้าง พวกเขาจะเป็นยังไง?
มันจะต้องสิ้นหวังมากแน่ๆ
เมื่อเปรียบเทียบกับความสิ้นหวังในอินเทอร์เน็ตแล้ว พวกเขากลับรู้สึกว่าตัวเองยังโชคดีมาก
อย่างน้อยตอนนี้พวกเขาก็มีข้าวกิน มีที่อยู่ที่ปลอดภัยและยังมีญาติอยู่ข้างๆ คอยร่วมกันสร้างฐานที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ความรู้สึกยอมจำนนอย่างเต็มใจก็กำลังก่อตัวขึ้นในใจของคนส่วนใหญ่
การยอมจำนนต่อผู้ที่แข็งแกร่งนั้นไม่ได้ผิด
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อผู้ที่แข็งแกร่งคนนี้มีบุญคุณต่อตัวเอง พวกเขาก็ยิ่งยอมจำนนด้วยความจริงใจ
ดังนั้นถ้าในตอนนี้มีคนพูดว่าจะทำร้ายประธานฉินหรือทำอะไรที่ไม่เป็นผลดีต่อฐานของพวกเขา พวกเขาก็จะกระโดดออกไปจัดการกับคนที่สร้างปัญหาเหล่านั้นทันที
เพราะพวกเขาได้ถือว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของฐานอย่างจริงใจแล้ว
และใครทำร้ายฐานก็เท่ากับทำร้ายพวกเขาด้วย
แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นหลังวันสิ้นโลกเริ่มต้นขึ้น แต่มันเป็นการซึมซับอย่างค่อยเป็นค่อยไปมาตลอดสองสามเดือนที่ผ่านมา
เพราะสำหรับคนที่กำลังก่อสร้างกำแพงอยู่ที่ฐานส่วนใหญ่ไม่ได้คิดแบบพวกเขา
คนที่บ่นฉินจิ้นอยู่ก็ยังมีไม่น้อย แต่ฉินจิ้นก็ไม่ได้บังคับให้พวกเขาเปลี่ยนความคิด เพราะเขาต้องการแค่คนที่จะเป็นกำลังหลักของเขาเท่านั้น
แต่ฉินจิ้นนั้นก็ไม่ได้รู้เลยว่าท่าทางและการกระทำตามปกติของเขานั้นจะมีผลกระทบถึงขนาดนี้
เขาก็แค่ทำตามใจตัวเอง โดยอาศัยประสบการณ์หลายปีในชาติก่อนรวมถึงการฆ่าคนมาไม่น้อยกว่า 180 คนก็เท่านั้น
แต่สิ่งเหล่านี้กลับทำให้เขามีบารมีและเค้าโครงของคนที่จะเป็นผู้นำโดยที่แม้แต่เขาก็ยังไม่รู้ตัว
และในอนาคตมันจะพัฒนาต่อไปแบบไหน?
ใครจะไปรู้ล่ะ?
.....
หลังจากที่ฉินจิ้นพบปืนพกกระบอกนั้นที่ชั้น 3 แล้ว เขาก็ได้ค้นหาตามห้องอื่นๆ ด้วย
แต่น่าเสียดายที่เขาไม่เจออะไรอีก จนตอนนี้ก็เหลือเพียงห้องสุดท้ายแล้ว
ห้องที่อยู่สุดทางเดิน
เมื่อยืนอยู่หน้าประตูห้องนี้ เขาก็พิจารณาประตูเหล็กบานใหญ่ตรงหน้าอย่างละเอียด
เนื่องจากการกัดกร่อนของกาลเวลา ทำให้มันดูเก่าเล็กน้อย คราบสนิมก็เปรอะเปื้อนตามมุมสองสามมุม
เมื่อเทียบกับประตูอื่นๆ ที่ยังมีป้ายติดอยู่ ประตูนี้กลับดูไม่มีอะไรเลย
เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าข้างในจะมีอะไรบ้าง ดังนั้นเขาจึงต้องลองเปิดมันดูก่อน
เขาหยิบลวดเหล็กเส้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อที่พกติดตัวมาและสะเดาะกุญแจอย่างชำนาญ
กุญแจประตูแบบนี้เป็นแบบที่ค่อนข้างจะเก่า
และก็ไม่ต้องสงสัยในทักษะการสะเดาะกุญแจของฉินจิ้นเลย ผู้รอดชีวิตที่สามารถรอดมาได้เป็นปีๆ ในชาติก่อน ใครบ้างจะไม่มีทักษะการสะเดาะกุญแจ?
การสะเดาะกุญแจแบบใช้กำลังและการสะเดาะกุญแจแบบใช้ทักษะล้วนเป็นทักษะที่จำเป็น ไม่อย่างนั้นตอนที่หาเสบียงแล้วเจอแต่เปิดเข้าไปเอาไม่ได้มันจะไม่น่าตลกเหรอ?
และมันก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะปล่อยธัญพืชไปเด็ดขาด
ไม่ถึงหนึ่งนาทีเสียงคลิกก็ดังออกมาและประตูบานนี้ก็ถูกปลดล็อก
สมาชิกทีมทุกคนต่างก็ตึงเครียด ฉินจิ้นที่อยู่ข้างหน้าสุดก็ค่อยๆ ผลักประตูห้องออก
โฮก—
ซอมบี้ที่สวมชุดตำรวจตัวหนึ่งก็พุ่งออกมาจากหลังประตู!
ฉินจิ้นที่คาดการณ์ไว้แล้วก็หลบไปด้านข้างหนึ่งก้าว และเตะไปที่เอวด้านข้างของซอมบี้ตัวนั้นโดยตรง ก่อนจะทำให้มันล้มลงกับพื้น
จากนั้นเขาก็ยกหน้าไม้ขึ้นมาและยิงไปที่หัวของมันหนึ่งดอก! เข้าเบ้าตาเต็มๆ!
ในวินาทีนั้นซอมบี้ก็สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวและได้แต่นอนหงายอยู่บนพื้นโดยไม่ขยับเขยื้อนอีกต่อไป
สถานการณ์เล็กๆ น้อยๆ แบบนี้สำหรับเขาแล้วมันไม่มีแรงกดดันอะไรเลย
เขาส่งสัญญาณให้สมาชิกทีมที่อยู่ข้างหลังเข้าไปฟันที่คอของซอมบี้อีกสองสามครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีก
หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ เดินเข้าไปในห้องที่ถูกล็อกไว้และค่อยๆ มองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน
ข้างในนั้นมีประตูเล็กๆ อีกสองสามบานและบนประตูก็ยังเขียนชื่อปืนต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน!
ในที่สุดก็เจอแล้ว!!
เขากดความตื่นเต้นในใจลงและเดินไปยังประตูบานหนึ่งอย่างรวดเร็ว แล้วหมุนลูกบิดดู
ประตูพวกนี้ไม่ได้ล็อกไว้!
เขาเปิดมันทันทีและพบกับปืนที่ถูกแขวนไว้บนผนังมากมายทั้งปืนพกและปืนกล!!
สมาชิกทีมคนอื่นๆ ก็ทยอยเปิดประตูบานอื่นๆ และข้างในก็มีอาวุธรุ่นที่แตกต่างกันออกไป
ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นกับของเล่นที่ลูกผู้ชายต่างใฝ่ฝันกันมาโดยตลอดทันที เมื่อพวกมันมาอยู่ต่อหน้าแล้วก็ไม่มีใครเพิกเฉยต่อพวกมันได้
ฉินจิ้นให้ทุกคนรีบเก็บอาวุธทั้งหมดทันที
พวกเขาไม่มีเวลาจะมาเสียที่นี่อีกแล้ว เพราะตั้งแต่เข้าสถานีตำรวจมาจนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบ 20 นาทีแล้ว ใครจะไปรู้ว่าตอนนี้ข้างนอกจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เขามองดูสมาชิกในทีมที่หากระเป๋าในห้องมาใส่ปืนและในใจของเขาก็ค่อยๆ นับดูจำนวนอาวุธที่เขาพบเจอในครั้งนี้ ในตอนนี้พวกเขาพบปืนพกรุ่น Type 64 จำนวน 12 กระบอก ปืนไรเฟิล M4 คาร์ไบน์จำนวน 3 กระบอกและปืนลูกซองรุ่น 870 อีก 2 กระบอก ซึ่งอาจจะดูไม่มากนัก แต่นอกจากนี้พวกเขายังพบระเบิดมือ ระเบิดแสง ระเบิดแก๊สน้ำตาอีกจำนวนหนึ่งและที่สำคัญที่สุดคือกระสุนจำนวนมากซึ่งคาดว่าน่าจะมีกว่า 1,000 นัด!!
รอบนี้ถือว่าเริ่มต้นได้ดีมาก!
ก้อนหินใหญ่ที่กดทับในใจเขามาโดยตลอดก็รู้สึกเหมือนแตกสลายไปกว่าครึ่งแล้ว อาวุธที่ขาดไปไม่ได้ในวันสิ้นโลกในที่สุดเขาก็หามาได้แล้ว!!
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่สามารถผ่อนคลายได้ เพราะวันสิ้นโลกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ในอนาคตยังมีความท้าทายอีกมากมายที่รอเขาอยู่ เขาจะต้องเพิ่มกำลังของฝ่ายตัวเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเท่านั้น ด้วยวิธีนี้เท่านั้นเขาถึงจะมีสิทธิ์เผชิญกับอนาคตที่ยากลำบากยิ่งขึ้นในอนาคต