- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 15 : การเตรียมการและคำเตือน
ตอนที่ 15 : การเตรียมการและคำเตือน
ตอนที่ 15 : การเตรียมการและคำเตือน
ตอนที่ 15 : การเตรียมการและคำเตือน
หลังจากจัดการเรื่องญาติและผู้จัดการฐานเสร็จ
เขาก็ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและจงอวี่อยู่ต่อ
ตอนนี้จงอวี่นั้นได้ถูกนับรวมอยู่ในทีมรักษาความปลอดภัยแล้ว
นอกจากทีมของจางเถียนไค่ที่กำลังเข้าเวรอยู่แล้ว คนอื่นๆ ก็อยู่ที่นี่กันครบทุกคน
สำหรับคนเหล่านี้ ฉินจิ้นมีแผนการอื่นเตรียมไว้ให้พวกเจาแล้ว
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ฉินจิ้นพาพวกเขาไปยังโรงรถแห่งหนึ่งในโรงงานทันที
โรงรถแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากและในตอนนี้ก็มีรถออฟโรดและรถบรรทุกหนักจอดอยู่ข้างในหลายคัน
ฉินจิ้นมองดูรถเหล่านี้แล้วหันไปพูดกับหลี่ปั๋วเหวินและคนอื่นๆ ว่า
“พวกนายไปเอาอุปกรณ์เชื่อมแก๊สมา แล้วก็ในโกดังมีแผ่นเหล็กกับตาข่ายลวดอยู่ ไปเอาพวกมันมาหน่อย พวกเราจะดัดแปลงรถพวกนี้กัน!”
“ธัญพืชในโรงงานไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงทุกคนได้แน่และอาวุธของพวกเราก็ยังมีไม่มากพอด้วย ฉันเดาว่าอีกไม่นานหมอกสีม่วงก็จะหายไป ดังนั้นหลังจากที่หมอกหายไปพวกเราจะต้องรีบออกไปหาเสบียงข้างนอกให้เร็วที่สุด!”
“พวกนายจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ออกไปกับฉัน! ดังนั้นฉันขอให้พวกนายเตรียมตัวไว้ให้พร้อมและยิ่งเราเสริมความแข็งแรงของรถได้มากเท่าไหร่ พวกเราก็จะยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น! ฉันหวังว่าทุกคนจะไม่ทำแบบขอไปทีล่ะ!”
“ปั๋วเหวิน นับจากนี้เป็นต้นไปพวกนายจะถูกจัดอยู่ในทีมต่อสู้ แต่ขนาดของทีมในตอนนี้ยังถือว่าเล็กเกินไป ฉันต้องการให้นายไปคัดเลือกคนมาเพิ่มอีก ฉันต้องการให้ทีมต่อสู้มีสมาชิกอย่างน้อย 20 คนขึ้นไป!”
“ในอนาคตพวกเราจะต้องแบ่งทีมกัน ส่วนหนึ่งจะต้องอยู่ในฐานกับพ่อของฉันเพื่อรักษาความปลอดภัยของฐาน ส่วนที่เหลือจะต้องออกไปหาเสบียงกับฉัน!”
“นายบอกไปเลยว่าเป็นคำสั่งจากฉัน หากใครไม่ยินดีที่จะเข้าร่วมทีมก็จะต้องไปทำงานก่อสร้างในฐาน!”
หลังจากที่พูดกับสมาชิกทีมต่อสู้แล้ว เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่มีความเห็นอะไร พวกเขาก็เริ่มทำงานกัน
หลี่ปั๋วเหวินก็ไปหาเหล่าผู้จัดการเพื่อรับสมัครคน
ครอบครัวของฉินจิ้นมี 10 กว่าคน เมื่อนำจำนวนของสมาชิกทีมต่อสู้มารวมกับครอบครัวของเขาก็จะมีจำนวนประมาณ 20 กว่าคน หลังจากหักครอบครัวของจงอวี่ หวังหยางและผู้จัดการบริษัทอีกสองสามคนรวมถึงครอบครัวของพวกเขาแล้ว พนักงานที่และครอบครัวที่เหลือก็จะเหลือแค่ประมาณ 30 ถึง 40 คนเท่านั้น
และหากหักคนที่มีอายุมากกับเด็กออกไปอีก ก็จะเหลือคนเพียงแค่ 50 ถึง 60 คนเท่านั้นที่พอจะเข้าร่วมทีมต่อสู้ได้
หลังจากที่ฉินจิ้นสั่งการเสร็จ เขาก็ลงมือดัดแปลงรถด้วยตัวเอง
ในช่วงสองวันนี้ก่อนที่หมอกจะจางหายไป เขาก็ยังมีเรื่องอีกมากมายที่ต้องทำและจะต้องรีบจัดการ
ในตอนที่เขารับสมัครพนักงานเข้ามาในโรงงานนั้น เขาก็ได้หาคนที่พอมีความสามารถในการซ่อมเครื่องจักรได้เข้ามาในทีมรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงสามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถของพวกเขาได้เต็มที่
บวกกับฉินจิ้นเองก็ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจมาล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นเขาจึงจัดการทำทุกอย่างได้ไวมาก
ในเวลาเพียงแค่ช่วงเช้า
พวกเขาก็ทำการดัดแปลงรถออฟโร 2 คัน รถบรรทุกหนัก 2 คัน ด้วยการติดตั้งตาข่ายลวดเหล็กรอบหน้าต่างทุกบานจนเสร็จ
กระจกหน้ารถนั้นจะใช้การติดตั้งตาข่ายเหล็กแบบสามารถเปิดปิดได้ และที่บริเวรหน้ารถกับท้ายรถนั้นพวกเขาก็ยังได้เชื่อมกันชนแบบหนาพิเศษเข้าไป อีกทั้งบริเวณรอบนอกของยางรถก็ยังได้เสริมการป้องกันเข้าไปด้วย
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ รถของพวกเขาก็มีกลิ่นอายของความดิบเถื่อนพุ่งออกมาทันที!
สมาชิกทีมต่อสู้บางคนที่เห็นมันแล้วก็ตาเป็นประกายทันที ในตอนที่โลกยังสงบสุขใครบ้างที่ไม่เคยดูหนังแนวนี้
นี่คือความโรแมนติกของลูกผู้ชาย
ในเวลาเพียงแค่ช่วงเช้าพวกเขาก็ทำงานเสร็จไปกว่าครึ่งแล้ว คาดว่าในช่วงบ่ายถ้าพวกเขาเร่งมืออีกหน่อยพวกเขาก็อาจจะจัดการเสริมการป้องกันอื่นๆ ภายในรถได้อีก
จากนั้นพวกเขาก็จะทำการทดสอบและตรวจสอบอีกครั้ง และถ้าไม่มีปัญหาอะไรพวกเขาก็จะสามารถขับมันออกไปลุยได้ทันที!
ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ต้องจัดการกับปศุสัตว์บางส่วนที่เกิดการกลายพันธุ์ด้วย แม้ว่าอัตราการกลายพันธุ์ของสัตว์นั้นจะต่ำกว่ามนุษย์มากก็ตาม
แต่ตัวที่กลายพันธุ์นั้นก็จะไปกัดตัวที่อยู่ข้างๆ จนติดเชื้อไปด้วย ดังนั้นตอนนี้พวกเขาจึงเหลือปศุสัตว์เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
แต่ก็ยังโชคดีที่พวกเขาแบ่งพื้นที่เลี้ยงเป็นหลายส่วน ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็คงไม่เหลือปศุสัตว์เลยแม้แต่ตัวเดียว
ส่วนที่เหลือรอดพวกเขาก็จะต้องเลี้ยงดูให้ดีและรอให้พวกมันขยายพันธุ์จนกลับมามีจำนวนมากอีกครั้ง ก่อนที่จะกลับมาเป็นแหล่งอาหารอีกแหล่งหนึ่งของพวกเขาในอนาคต
เวลาอาหารกลางวัน
ทุกคนในฐานก็กลับมารวมตัวกันที่โรงอาหารของบริษัท ตอนเช้าทุกคนได้รับแจ้งแล้วว่าพวกเขาจะได้กินอาหารพร้อมกัน
แม้ว่าสถานที่จัดงานเลี้ยงเมื่อคืนนั้นจะมีคนเข้าไปจัดการศพและทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะกล้าเข้าไปทานอาหารในนั้น ดังนั้นการกินอาหารในโรงอาหารจึงเหมาะสมกว่า
อาหารนั้นก็ค่อนข้างจะเรียบง่าย ในหนึ่งมื่อพวกเขาจะได้รับอาหารมาตรฐานเป็นกับข้าวที่เป็นเนื้อ 1 อย่าง ผัก 2 อย่างและซุปอีก 1 อย่าง ส่วนข้าวนั้นจะเติมได้ไม่อั้น กฎนี้บังคับใช้สำหรับทุกคนรวมถึงฉินจิ้นด้วย ซึ่งเขาก็ไม่คิดที่จะใช้สิทธิพิเศษอะไรอยู่แล้ว
หรืออย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ในตอนนี้
วันสิ้นโลกเพิ่งจะเริ่มต้น ดังนั้นเขาจึงยังไม่ควรให้ทุกคนกินอย่างอดอยากเพราะมันจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
ถึงอย่างนั้น
คนส่วนใหญ่ก็ยังคงกินกันอย่างไร้รสชาติอยู่ดี
เมื่อคืนนี้พวกเขายังกินเนื้อกินปลากันอย่างเต็มที่ แต่ผ่านไปเพียงคืนเดียวโลกก็เปลี่ยนไปแล้ว ความแตกต่างมันมากเกินไป
เช้าวันนี้พวกเขาก็ได้ยินกฎเกณฑ์บางอย่างที่มีการประกาศออกมาและพวกเขาก็ยังได้ยินมาด้วยว่าโรงงานกำลังหาคนที่จะออกไปหาเสบียงจากข้างนอก
หลายคนที่ได้ยินก็ใจสั่น ข้างนอกมีซอมบี้ตั้งมากมายขนาดนั้น มันจะไปปลอดภัยเท่ากับอยู่ในฐานได้ยังไง!?
สุดท้ายคนที่ยินดีเข้าร่วมทีมต่อสู้ก็มีเพียง 6 คนเท่านั้น
คนที่ไม่ไปส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะพวกเขากลัวซอมบี้ข้างนอกจริงๆ และก็ยังมีอีกไม่น้อยที่ยังคงมีความหวังลมๆ แล้งๆ หวังว่าทางการจะยังไม่ล่มสลายและในไม่ช้าก็จะมีทีมกู้ภัยเข้ามาช่วยเหลือพวกเขา
และตอนนี้การออกไปข้างนอกก็อันตรายเกินไป สู้แอบอยู่ในฐานต่อไปยังจะดีกว่า เพราะยังไงซะเจ้านายก็ดูเหมือนจะไม่ทำอะไรพวกเขาอยู่แล้ว
และมันก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะโยนพวกเขาออกไปให้ซอมบี้กินใช่ไหม?
ใน 6 คนที่เข้าร่วมทีมต่อสู้ก็มีผู้หญิงอยู่ 1 คนด้วย ซึ่งนั่นทำให้คนอื่นมองเธอด้วยสายตาที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย
ในความคิดของฉินจิ้น
การเข้าร่วมทีมต่อสู้ในตอนนี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะต้องออกจากฐาน เพราะพวกเขาก็สามารถถูกจัดให้ทำงานป้องกันฐานได้เช่นกัน
แต่เขาจะไม่พูดออกมา เพราะนี่คือการคัดเลือกคนรอบแรกของเขา
ในอนาคตคนในฐานจะต้องถูกแบ่งออกเป็นบุคลากรหลักและบุคลากรทั่วไป พวกเขาจะต้องผ่านการทดสอบและคัดเลือกอีกหลายรอบ
ส่วนสมาชิกทีมต่อสู้นั้นพวกเขาก็จะต้องปรับตัวเข้ากับยุคใหม่ให้เร็วที่สุด
และเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขามีความสามารถมากพอในการออกไปหาเสบียงด้วยตัวเอง ตัวของเขาเองก็จะสบายขึ้น
“นี่มันอะไรกันเนี่ย!? ฉันไม่เคยต้องกินอาหารที่ไม่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย ต่อให้จะประหยัด ก็ไม่ต้องขี้เหนียวขนาดนี้ก็ได้ไม่ใช่เหรอ!? ไม่แน่ว่าสถานการณ์ข้างนอกอาจจะดีขึ้นในอีกไม่ช้าก็ได้”
ในขณะที่ทุกคนกำลังกินอาหารอย่างเงียบๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งในฝูงชนพูดขึ้น
ทุกคนก็มองไปตามเสียงและพบว่าเป็นหลี่เยียนแฟนสาวของเสี่ยวโจวที่พูดขึ้น
ในตอนนี้ทุกคนก็มองไปที่เธอและก็ไม่มีใครเลยที่เห็นด้วยกับคำพูดของเธอ นั่นจึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
เธอจึงไม่กล้าที่จะพูดอะไรต่ออีกและได้แต่ก้มหน้าลงพึมพำกับอาหารโดยไม่มีใครได้ยินอีก
จะว่าไปแล้วหลี่เยียนนั้นก็มีหน้าตาที่ไม่เลว เธออายุเพียง 20 กว่า ส่วนสูง 1.6 เมตรกว่าๆ รูปร่างอวบอิ่ม การแต่งตัวก็ทันสมัย
ถ้าเดิมทีเธอได้ 5 คะแนน แต่หลังจากแต่งหน้าแต่งตัวแล้วก็จะต้องมี 7 คะแนนเป็นอย่างน้อย
ไม่แปลกใจเลยที่เธอจะสามารถทำให้ผู้ชายหลายคนรวมถึงเสี่ยวโจวหลงใหลได้
ดังนั้นเธอจึงไม่เคยต้องอยู่อย่างลำบากเลยและชีวิตของเธอนั้นก็อยู่ท่ามกลางคำหวานของเหล่าผู้ชายที่มาตามจีบเธอมาโดยตลอด จนเธอคิดว่าตัวเองนั้นเป็นเทพธิดาไปแล้ว
ฉินจิ้นกวาดตามองเธออย่างเย็นชา แล้วก็กินอาหารต่อไปโดยไม่พูดอะไร
ตอนนี้เขาไม่มีเวลามาจัดการกับคนพวกนี้ แต่หากในอนาคตพวกเขายังกล้าทำอะไรเกินเลย งั้นเขาก็จะบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าที่นี่เป็นที่ของใคร
มื้อกลางวันก็จบลงด้วยความเงียบของทุกคน หลังจากนั้นฉินจิ้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วพูดกับทุกคนว่า
“เช้าวันนี้ทุกคนก็น่าจะรู้แล้วว่าพวกเรามีกฎระเบียบเพิ่มขึ้นมา สิ่งเหล่านี้ล้วนตั้งขึ้นมาเพื่อให้พวกเรามีชีวิตรอดต่อไป ถ้าหากใครมีความเห็นที่แตกต่างออกไปหรือมีข้อเสนอที่ดีกว่า ฉันก็ยินดีที่จะรับฟัง พวกเราสามารถช่วยกันแก้ไขได้ เพราะเป้าหมายสุดท้ายของพวกเราก็คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย!”
“ธัญพืชของพวกเราไม่ได้มีอย่างไม่จำกัด แถมอาวุธก็ไม่แน่ว่าจะสามารถต้านทานการโจมตีของซอมบี้ได้ ดังนั้นพวกเราจึงต้องหาโอกาสหาธัญพืชเพิ่มและเสริมสร้างกำลังการป้องกันให้เร็วที่สุด!”
“พวกเราไม่ได้จะออกไปทันที อย่างน้อยก็ต้องรอจนถึงเวลาที่ค่อนข้างจะปลอดภัยก่อนแล้วค่อยพิจารณากันอีกครั้ง ดังนั้นฉันหวังว่าจะมีคนมาเข้าร่วมทีมต่อสู้มากขึ้น เพื่อช่วยกันทำงานให้กับโรงงาน! ถ้าหลังจากนี้มีคนที่คิดได้ ฉันก็ยังคงยินดีต้อนรับอยู่เสมอ”
พูดจบ เขาก็กวาดตามองไปรอบๆ แล้วหยิบถาดอาหารไปวางไว้ในที่ที่กำหนด จากนั้นก็เดินจากไป
......
ช่วงบ่าย
การดัดแปลงรถก็ยังคงดำเนินต่อไป
ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังได้เริ่มการดัดแปลงอาวุธด้วย
พวกเขาพยายามทำให้มีดพร้ายาวขึ้นหรือทำปลอกที่ทำให้จับถนัดมือมากขึ้น
ส่วนโล่ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนบางอย่าง เพื่อให้การป้องกันดีขึ้นและคล่องตัวมากขึ้น
อุปกรณ์ป้องกันที่แต่ละคนสวมใส่ก็มีการปรับแต่งโดยเฉพาะ
ดังนั้นถ้าพวกเขาต้องเจอกับซอมบี้จำนวนไม่มาก ตราบใดที่พวกเขาไม่ทำอะไรโง่ๆ ฉินจิ้นก็มั่นใจว่าพวกเขาจะสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัยอย่างแน่นอน
ในช่วงเวลานี้เขาก็เห็นว่างานดัดแปลงนั้นใกล้จะเสร็จแล้ว เขาจึงไปหยิบโดรนออกมาสองสามลำและยังได้ผูกลูกบอลส่งเสียงพิเศษที่เขาสั่งทำไว้ก่อนหน้านี้มาสอนวิธีการใช้งานและยุทธวิธีให้กับสมาชิกทีมต่อสู้
จางเถียนไค่และคนอื่นๆ ต่างก็ตกตะลึง
เจ้านายของพวกเขาดูเป็นมืออาชีพมาก
ฉินจิ้นก็อธิบายไปอย่างง่ายๆ
ว่าเดิมทีเขานั้นชอบเล่นโดรนอยู่แล้วและก่อนหน้านี้เขาก็เป็นแฟนคลับของหนังเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลก ดังนั้นการมีของเล่นพิเศษแบบนี้จึงเป็นเรื่องปกติ
ด้วยข้ออ้างนี้ก็ทำให้ไม่มีใครสามารถโต้แย้งได้
และเวลาหนึ่งวันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในช่วงเวลานี้จากกล้องวงจรปิดก็ยังพอเห็นภาพของซอมบี้ที่กำลังบ้าคลั่งวิ่งไปมาอยู่ข้างนอกกำแพงเป็นครั้งคราว รอบๆ ฐานนั้นก็ยังมีโรงงานอื่นๆ อยู่บ้าง บางทีก็อาจจะยังมีผู้รอดชีวิตอยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครช่วยเหลือพวกเขาได้
การกลายพันธุ์นั้นเพิ่งจะเริ่มต้น จำนวนของผู้รอดชีวิตจึงยังมีค่อนข้างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปจำนวนของผู้รอดชีวิตก็จะค่อยๆ น้อยลงและซอมบี้ก็จะเริ่มรวมตัวกันเป็นฝูงขนาดใหญ่ขึ้น
เวลาหนึ่งวันก็ผ่านไป
หลังจากกินข้าวหม้อใหญ่ในตอนเย็นเสร็จ
ทุกคนก็กลับไปพักผ่อนตามที่พักของตัวเอง
คืนนี้ฉินจิ้นก็กลับไปที่บ้านของตัวเอง เมื่อคืนแม้ว่าเขาจะได้งีบหลับไปบ้าง แต่เขาก็ไม่ได้หลับสนิท
แถมวันนี้เขาก็ยุ่งมาทั้งวัน ตั้งแต่เรื่องการจัดการและการวางแผนเรื่องต่างๆ มันก็ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย
ฐานในตอนนี้ก็ถือว่ามีระเบียบในระดับหนึ่งแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ก็คือการเสริมการป้องกันและเพิ่มกำลังต่อไป
ตอนกลางคืนเขาก็ถือโอกาสหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูสถานการณ์ในโลกอินเทอร์เน็ต
สิ่งที่เคยเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ของมนุษย์ในโลกยุคปัจจุบันนั้นกำลังจะกลายเป็นแค่อดีตในอีกไม่กี่วัน
แต่ในอนาคตถ้าเขามีเงื่อนไขและทรัพยากรมากพอเขาก็อาจจะสร้างเครือข่ายของตัวเองภายในฐานได้
บนอินเทอร์เน็ตนั้นก็ยังคงเต็มไปด้วยภาพที่น่าหดหู่
แพลตฟอร์มจำนวนมากเริ่มหยุดทำงาน ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะเซิร์ฟเวอร์ถูกทำลายหรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะพวกมันไม่มีการบำรุงรักษาจึงเริ่มล่มกันไปเอง
แพลตฟอร์มที่เหลือก็มีแต่ผู้รอดชีวิตที่กำลังร้องไห้ขอความช่วยเหลือ
ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกหมดหวัง
ฉินจิ้นเปิดดูแพลตฟอร์มสื่อต่างๆ ที่ยังคงอยู่และถอนหายใจอย่างจนปัญญา
แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่กลับมาเกิดใหม่ แต่เขาก็ไม่ใช่ผู้กอบกู้โลก
ตอนนี้เขาเองก็แทบจะไม่มีพลังเหลืออีกแล้ว
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดที่จะเผยแพร่ข้อมูลบางอย่างเพื่อช่วยให้มีคนรอดมากขึ้น แต่จะมีสักกี่คนที่เชื่อล่ะ?
และสุดท้ายมันก็จะต้องพึ่งทางการอยู่ดี
ซึ่งนั่นก็เป็นแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอยู่ดี
เพราะต่อให้พวกเขารอดไปได้ชั่วคราว แต่เมื่อต้องเผชิญกับวันสิ้นโลกในอนาคต โดยที่ไม่มีการเตรียมพร้อม พวกเขาก็จตายอยู่ดี
หลังจากที่เขาดูเสร็จ เขาก็เปลี่ยนไปดูกลุ่มแชท ผู้รอดชีวิตในกลุ่มแชทบางกลุ่มก็ส่งข้อความไปมาหากันไม่น้อย แต่ในช่วงหลังจำนวนแชทก็ค่อยๆ ลดลงไป
ทันใดนั้น
เขาก็เห็นกลุ่มแชทกลุ่มหนึ่ง
เป็นกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบวันสิ้นโลกที่เขาเคยเข้าร่วมเพื่อเรียนรู้สิ่งที่อาจจะจำเป็นในการสร้างฐานของเขา
ก่อนหน้านี้เขาก็ได้ความรู้ที่เป็นประโยชน์และแนวคิดอ้างอิงมาไม่น้อย และเขาก็ยังค่อนข้างสนิทกับคนบางคนในกลุ่มนี้ด้วย
ในตอนนี้ในกลุ่มก็ยังมีผู้รอดชีวิตสองสามคนที่กำลังพูดคุยกันอยู่ โดยส่วนใหญ่แล้วก็เป็นการแบ่งปันสถานการณ์ของตัวเองเท่านั้น
หลังจากดูไปสักพัก เขาก็ส่งข้อความลงไปในกลุ่ม
{เฉียนจิ้น} : วันสิ้นโลกมาแล้ว ฉันขอแนะนำให้ทุกคนรีบเก็บน้ำและชาร์จแบตสำรองกับโทรศัพท์มือถือเอาไว้ให้เต็ม (ถ้ามี) ตั้งแต่ตอนที่น้ำกับไฟฟ้ายังไม่ถูกตัด อาหารการกินก็ควรวางแผนให้ดี ประตูหน้าต่างก็ควรเสริมความแข็งแรงด้วย ในช่วงนี้ก็อย่าเพิ่งออกไปไหน รอให้หมอกหายไปก่อนแล้วซอมบี้ถึงจะอ่อนแรงลง ถึงตอนนั้นค่อยคิดถึงเรื่องการออกไปอีกที ทีมกู้ภัยของรัฐบาลก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่มีอีกแล้ว ดังนั้นฉันขอแนะนำให้ทุกคนเปลี่ยนที่ซ่อนของตัวเองถ้าทำได้เพราะในอนาคตพวกเราอาจจะลำบากกว่านี้อีกมาก และเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้รอดชีวิตข้างนอกถูกซอมบี้กินจนหมด การอยู่ในเมืองต่อไปก็จะยิ่งอันตราย
เฉียนจิ้นเป็นชื่อเล่นในอินเทอร์เน็ตของฉินจิ้น เขาใช้ชื่อนี้มาตั้งนานแล้วและหลายแพลตฟอร์มเขาก็ใช้ชื่อเล่นนี้
ในไม่ช้า ผู้รอดชีวิตในกลุ่มก็ตอบกลับ
{เทียนสิงเจ่อ} : เฉียนจิ้นพูดถูกมาก ฉันก็ขอแนะนำให้ทุกคนรีบกักตุนน้ำกับไฟฟ้าไว้ ถ้าสถานการณ์เลวร้ายลงและการช่วยเหลือยังมาช้า ในอนาคตพที่พวกเราต้องถูกขังอยู่แต่ในบ้านก็จะต้องอดตาย! แต่เรื่องที่เฉียนจิ้นพูดว่ารอให้หมอกหายไปแล้วซอมบี้จะอ่อนแอลง รวมถึงเรื่องการเปลี่ยนที่ซ่อนตัวนายมีหลักฐานอะไรเหรอ? ช่วยอธิบายให้ละเอียดกว่านี้หน่อยได้ไหม?
ฉินจิ้นจำได้ว่าเทียนสิงเจ่อคนนี้เป็นเจ้าของกลุ่มนี้ ซึ่งเขาเองก็ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะยังอยู่
เขาคิดอยู่สักพัก แล้วก็พิมพ์ตอบกลับไปในกลุ่มว่า
{เฉียนจิ้น}: นี่ก็เป็นการคาดเดาของฉัน พวกเราดูหนังซอมบี้มากันเยอะขนาดนี้ พวกเราก็น่าจะพอรู้อยู่แล้วว่าการกลายพันธุ์นั้นต้องมีกฎเกณฑ์บางอย่างอยู่ ถ้าพวกมันไม่ใช่ไวรัสชีวภาพที่มนุษย์สร้างขึ้น พวกมันก็ต้องเป็นไวรัสจากต่างดาวหรือเป็นการเปลี่ยนแปลงของโลกของเราเอง ถ้าลองดูข่าวในอินเทอร์เน็ตพวกเราก็น่าจะรู้ได้ทันทีว่าหมอกนี้มันเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก ดังนั้นฉันจึงคิดว่ามันเป็นไปได้ยากที่จะมีคนสร้างขึ้น
{เฉียนจิ้น}: แล้วก็จากการลองสังเกตุ พวกเราจะพบว่าตอนนี้พวกซอมบี้มันดูคลั่งเกินไปพวกมันแข็งแกร่งกว่าในหนังไปหลายเท่าตัวและจากการเคลื่อนไหวแบบนี้ ร่างกายของพวกมันก็ย่อมต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก ดังนั้นฉันเลยคิดว่ามันจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลถ้าพวกมันสามารถเคลื่อนไหวในระดับนี้ได้ตลอดไป ดังนั้นฉันเลยคิดว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่งพวกมันจะต้องอ่อนแอลง และเมื่อไหร่ก็ตามที่คนที่อยู่ข้างนอกถูกกินจนหมด มันก็เท่ากับว่าเราจะไม่มีใครมาคอยดึงความสนใจของซอมบี้ให้เราอีก ส่วนสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นก็เดากันเองได้เลย
{เทียนสิงเจ่อ}: ฉันก็คิดว่าสิ่งที่นายพูดนั้นฟังดูมีเหตุผลอยู่บ้างนะ
{หมี่ทู่}: เห็นด้วย
{แทงค์}: สุดยอด หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของพี่ใหญ่เฉียนจิ้นแล้ว ที่บ้านของฉันก็เริ่มเก็บน้ำเก็บไฟแล้ว
{มู่โถวเหริน}: เยี่ยมไปเลย พี่ใหญ่เฉียนจิ้นยังมีความรู้อะไรดีๆ อีกไหม น้องชายคนนี้กำลังรอจดบันทึกอยู่!
ในกลุ่มมีคนเกือบห้าร้อยคนและยังมีอีกไม่น้อยที่ยังรอดชีวิตมาจนถึงตอนนี้ ดังนั้นในชั่วขณะหนึ่งจึงมีคนจำนวนมากที่มาขอความรู้จากเขา
แต่เขาก็ไม่มีอารมณ์จะคุยต่อแล้ว เพราะเขากำลังจะไปนอนเพราะพรุ่งนี้เขายังมีงานที่ต้องจัดการอีกมา
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ
{หมี่ทู่} ที่อยู่ในกลุ่มนั้น
ชื่อจริงของเธอก็คือหลี่ไฉ